สมาชิก
แลกเปลี่ยน

แพทย์ใจดีและเก่ง

 สิ่งที่หายากในปัจจุบัน 

อยากจะเล่าเรื่องให้ฟัง  ลูกสาวดิฉันปวดท้องมาใกล้เที่ยงคืนแล้วไปโรงพยาบาลหาดใหญแพทย์ได้ส่งไปทำเอกซเลย์คอมพิวเตอร์พบว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบและซีสประมาณ 1.54 ซม.  แต่เขาปวดท้องตลอดหมอก็ตัดสินใจผ่าตัดให้  ผลชี้นเนื้อออกมาแค่บวม ๆ แต่เขาก็ยังปวดท้องมาก  หลังจากนั้นไปอุลตร้าซาวด์พบว่า  มีน้ำในช่องท้อง  จึงเอาน้ำนั้นออกมาเป็นสีเหลือง  หลังจากนั้นเขาก็ยังปวดท้องตลอด  แพทย์ก็พยายามถามว่าที่บ้านมีปัญหาอะไรบ้าง บอกว่าไม่มีเขาเป็นเด็กร่าเริง เป็นนักกีฬายิงปีนค่อนข้างเก่งได้ถ้วยรางวัลที่ 1 และ2 แต่เขาก็ยังปวดท้องอยู่เวลาลำไส้มันบิดตัว  การผ่าครั้งที่สองแพทย์อารยะ  ไข่มุกซึ่งเป็นเจ้าของไข้ได้เชิญแพทย์จุมพต  บ่อเกิด  ซึ่งเก่งเรื่องส่องกล้องในการผ่าตัด  จึงได้ตัดสินใจผ่าอีกครั้งพบว่า  เป็นผังผืดแพทย์ทั้งสองคนได้เลาะออกหมด  แต่ลูกสาวก็ยังปวดท้องปวดแบบทนได้  พอทนไม่ได้ก็ไปโรงพยาบาลปากพนัง ได้Petedine ไปเป็นครั้ง ๆ จนโดนแพทย์และพยาบาลที่โรงพยาบาลปากพนังว่าติดยา และไม่ยอมฉีดยาให้  จึงส่งไปโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช  ได้ Petedine ไป 25 mg  ลูกสาวดีขึ้นจึงออกจากโรงพยาบาล  และมารักษาโรงพยาบาลหาดใหญ่  ดิฉันพาลูกไปหาหมดจุมพตที่ร้านเพราะท่านทำร้านอย่างเดียว เป็นอิสระ  แพทย์จุมพตให้อุลตร้าซาวด์และCT ใหม่พบว่า มีผังผืดอีก  ท่านก็เลยผ่าตัดอีกครั้งซึ่งเป็นครั้งที่ 3 โดยวิธีการผ่าตัดด้วยการส่องกล้องร่วมกับแพทย์อารยะ ครั้งนี้เป็นค่อนข้างมากแต่ หลังผ่าครั้งนี้ลูกสาวดีขึ้นมากเพราะได้ยาแก้อักเสบ และยาแก้ปวดตลอดสามารถเดินได้เร็วไม่เหมือนครั้งก่อน  ดิฉันสบายใจขึ้นแต่แพทย์บอกว่าเราจะป้องกันอย่างไรไม่ให้มันเกิดขึ้น  แพทย์ทั้งสองคนน่ารักมาก  พูดจาดี 

ดิฉันอยากรู้ว่าใครมีประสบการณ์เรื่องนี้บ้างช่วยบอกทีจะได้ช่วยลูกสาวได้อายุพึ่ง 18 ปีเอง

ดิฉันอยากรู้อีกว่าเวลาปวดฉีดยาแก้ปวด Petedine ในระหว่างปวดจะติดไหม

สาเหตุที่ทำให้เกิดผังผืดเกิดจากอะไร จะป้องกันถูก

ดิฉันขอบคุณแพทย์จุมพต  บ่อเกิด  และแพทย์อารยะ  ไข่มุก  มากรวมทั้งทีมงานที่ช่วยเหลือกันในวันนั้น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: ผังผืด แพทย์ใจดีและเก่ง 
· หมายเลขบันทึก: 164677 · เขียน:  
· ความเห็น:
10
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
pa_daeng
เขียนเมื่อ Mon Feb 11 2008 22:24:23 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

ประสบการณ์ของเจ้าของบันทึกเองรึป่าวคะ คุณหมอน่าจะคุยให้ฟังแล้วนะคะ ว่าเพราะอะไร

หลังผ่าตัด ส่วนใหญ่จะเกิดพังผืดค่ะ แล้วพึงผืดก็มีโอกาสไปรัดลำไส้ทำให้ ลำไส้อุดตันได้ค่ะ แต่ไม่น่าจะเกิดพังผืดแล้วไปรัดลำไส้ได้ภายในวันเดียว

ส่วนวิธีป้องกัน พังผืดไม่เห็นมีใครบอกไว้ค่ะ รึว่าป้าแดงไม่ทราบก็ไม่รู้นะคะ

คนผ่าตัดบางคนโชคดีก็ไม่มีพังผืด บางคนก็เต็มไปหมด การผ่าตัดซ้ำครั้งที่สองอย่างคนผ่าตัดคลอด พังผืดก็คลุมเต็มไปหมด จนบางครั้งหามดลูกไม่เจอก็มีค่ะ

 

pethidine  ถ้ายาตัวนี้เป็นยาเสพติดประเภทสองค่ะ มีบางคนที่ฉีดแล้วติดก็มีค่ะแม้จะฉีดในเวลาปวดค่ะ หากฉีดบ่อยครั้ง จำไม่ได้ว่า บ่อยขนาดไหนค่ะ

 

เป็นกำลังใจให้นะคะ รอความคิดเห็นท่านอื่นค่ะ

IP: xxx.26.193.224
เขียนเมื่อ Mon Feb 11 2008 22:47:41 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ จริงๆแล้ว pethidine เป็นยาแก้ปวดที่วงการแพทย์ใช้ในกรณีที่คนไข้ปวดมาก เป็นการควบคุมอาการเจ็บปวดระดับปานกลางถึงมาก  ถึงแม้ว่ายาจะสามารถทำให้ติดได้ก็จริงแต่ก็อยู่ในระดับที่มากพอสมควรไม่ได้ติดกันง่ายนัก 

โดยปกติแพทย์จะค่อยๆลดขนาดยาลงเมื่อผู้ป่วยมีอาการปวดดีขึ้นหรือถ้ายังไม่ดีขึ้นแต่สามารถดูแลตนเองที่บ้านได้  ถ้า ถ้านะค่ะคนไข้ยังต้องรับยาแก้ปวดอยู่แพทยส่วนมากจะเปลี่ยนเป็นยากินที่บ้านค่ะ 

 ส่วนยาแก้ปวดชนิดแรงที่เป็นยากินได้ก็มี  mophine  แต่ส่วนมากจะจ่ายให้คนไข้มะเร็งน่ะค่ะ  เพราะยังงัยก็ยังติดได้อยู่  ส่วนกรณีของคุณกบนอกกะลาคงต้องปรึกษาแพทย์ที่ดูแลนะคะ

กบนอกกะลา
เขียนเมื่อ Sun Feb 17 2008 18:24:15 GMT+0700 (ICT)
ขอขอบคุณที่ช่วยแนะนำนะค่ะ  การผ่าตัดครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3  แล้ว  ครั้งแรกผ่าตัดไส้ติ่ง ครั้งที่ 2  ผ่าตัดเอาผังผืดออก  ครั้งที่ 3  ผ่าตัดเอาผังผืดออกเช่นกัน  ทั้งครั้งที่2-3 ผ่าโดยส่องกล้องซึ่งเห็นหมอบอกว่าทำให้เกิดผังผืดน้อยที่สุด  และให้ยาปฎิชีวนะเลย  เมื่อมีอาการปวดแผลก็จะให้ยาแก้ปวด Petedin 25 mg เข้าทางหลอดเลือด ให้ทุก 3 ชม.อยู่สองวัน  และให้เป็นทุก 4 ชม.อยู่ 2 วัน หลังจากนั้นก็ให้เมื่อปวด  ส่วนมอร์ฝีนน้องแพ้หายใจไม่ออก  Buscopan  และTramal น้องจะมีอาการใจสั่นแน่นหน้าอก  ท้องอืดอยู่พักนึงก็หาย  พรุ่งนี้ก็คงจะปรึกษาหมอ pain  ความที่น้องเจ็บมากน้องเลยขอกลับบ้านแต่หมอไม่อนุญาต  สงสารเขาเพราะใคร ๆ ที่หวังดีบอกให้อดทน ๆๆๆๆๆๆๆๆจนกว่าทนไม่ได้ถึงฉีดยาให้  ดิฉันค่อนข้างเครียดเพราะน้องดีขึ้นระยะนึงแล้วแต่วันนี้เริ่มมีอาการอีกปวดท้อง  ท้องอืดและแข็งมาก รวมทั้งท้องร้อนด้วย (วันที่ 9) ฟังลำไส้ก็มีการเคลื่อนไหวมากกว่าปกติ  กินอาหารไม่ได้กินแล้วปวดท้องมากแม้แต่ไข่ตุ่น  พยาบาลก็เบื่อพอแม่ไปก็จะขอยาแก้ปวด  ทำหน้าไม่ค่อยดี  เลยให้น้องโทรฯบอกพยาบาลเอง  วันจันทร์นี้คงจะได้รับยาเขาไขสันหลังคือ xylocain หวังว่าคราวนี้น้องคงจะหายปวดซักที  หวังว่าเป็นอย่างนั้นค่ะ
กันต์
IP: xxx.9.124.113
เขียนเมื่อ Tue Oct 20 2009 03:21:06 GMT+0700 (ICT)

ผมผ่าตัดไส้เลื่อนตอนอายุ8ปี ผ่าไส้ติ่ง13ป๊ เมื่อปี2551ปลายปีได้ผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องเพราะมีอาการปวแน่นช่องท้องข้างขวาปวดร้าวทะลุหลังและปวดร้าวลงหน้าขาข้างขวา ซึ่งถ้าไม่ใช่ลําไส้อุดตันคือทานแล้วอาเจียนหมอศัลย์ที่ผมไปพบคือศัลย์colorectalหรือศัลย์ลําไส้โดยตรงหมอเห็นปวดมากจึงผ่าเข้าไปวินิจฉัยพบadhensionที่Cecumกับที่ileumมันพันกัน คือพังผืดที่ลําไส้ใหญ่ส่วนเชื่อมต่อกับลําไส้เล็กส่วนปลายบิดพันลําไส้ไปข้างหลังทําให้มีอาการดังกล่าว ปัญหาของผมตอนนี้ไม่ทราบจะเหมือนกับคุณหรือไม่คือมันไปปวดที่บริเวณส่วนกลางท้องน้อยไปข้างหลังปวดจิ้ด และเมื่อทานอาหารไปได6-7ช.ม.จะมีอาการปวดเหมือนมีพังผืดมาพัลําไส้เล็กส่วนกลางที่เรียกว่าส่วนเจจูนั่มไว้ทําให้ลําไส้ซึ่งปกติจะพองตัวเมื่อมีอาหารผ่านขยายตัวได้ไม่ดีจะปวดเหมือนเราเอามือครอบนิ้วไว้แต่ไม่มากเพราะถ้ามากจนอาหารผ่านไม่ได้จะอาเจียนเรียกว่ามีการอุดตันซึ่งปกติหมอใส่NG. Tube ทางจมูกเพื่อดูดของเสียออกพังผืดโดยส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าจะคลายไปเอง เคยไปพบหมอที่ร.พ.จุฬา บอกพยายามทนรอดูไปก่อนเดี๋ยวมันจะค่อยคลายตัวจากที่บีบลําไส้ก็จริงเพราะแรกๆปวดมากมีคลื่นไส้ตลอดเพราะเยื่อเหนียวพังผืดที่มีการสะสมของcollagenจะค่อยๆจางไปเช่นเดียวกับแผลเป็นที่นูนก็จะค่อยยุบจางลง ถ้าจะผ่าอีกลองปรึกษาหมอศัลย์ลัไส้ดูว่า แผ่น Adhension Barrier ที่ใส่ในช่องท้องขณะทําผ่าตัดช่วยลดความรุนแรงในการเกิดพังผืดได้ ยาชื่อHeparin และยา Dexametha-sone ที่ใส่ช่องท้องขณะผ่าตัดจะช่วยลดการอักเสบของแผลที่เกิดบนผิวลําไส้ และช่องท้องน่าจะช่วยทําให้พังผืดที่จะเกิดใหม่ลดจํานวนลงไปได้มากเห็น หมอสูติ อ.ปรีชาบอกว่าท่านผ่าท้องคนไข้4ครั้งช่องท้องยังเกลี้ยงอยู่เลย ถ้าคุณต้องผ่าใหม่แนะนําว่าให้รีบเคี้ยวหมากฝรั่งแม้จะยังทานอาหารไม่ได้หลังผ่า จะเป็นการหรอกลําไส้ทําให้ลําไส้เคลื่อนไหวทํางานได้เร็วขึ้น ในต่างประเทศเมื่อผ่าช่องท้องเค้าจะมีเครื่องพ่นยาลงในช่องท้องป้องกันการเกิดพังผืดได้ อีกอย่างผมให้ขอสังเกตุผมอาจจะผิดก็ได้น่ะครับ คุณสังเกตุใหมครับเวลาคนโดลไฟคลอกทําให้หนังกําพร้าหลุดแพทย์บอกให้ทานไข่เยอะๆจะได้ช่วยสร้างเซลล์ เยื่อพังผืดเกิดจากแผลที่เกิดขึ้นระหว่างผ่าหรือเศษเนื้อ เลือด แป้งฝุ่นบนถุงมือหมอศัลย์ตกลงในช่องท้องก็เกิดพังผืดได้ ผมจึงคิดว่าบางทีเยื่อพังผืดที่เกิดกับคุณนั้นปกติร่างกายย่อยสลายได้แต่คุณทานไข่มันก็เลยไปเพิ่มการสะสมคอลลาเจนทําให้มันยังคงหนาตัวอยู่บางคนเค้าดีขึ้นเพราะมันค่อยจางลงไปแต่ไม่หมดก็ต้องเลาะใหม่ ถ้าสิ่งที่ผมเขียนเป็นประโยชน์บ้างก็ขอให้ช่วยทําบุญกับวัด ร.พ.สงฆ์ ตลอดจน การปล่อยกบตามตลาดต่างๆที่มันจะถูกฆ่า คุณสังเกตใหมมันก็โดนผ่าท้องควักไส้ เช่นเดียวกับตอนที่หมอผ่าท้องเลย ยังไงก็เมลล์มาบอกบ้างว่าอาการเป็นยังไง ขอให้บุญก่ศลที่คุณได้ทํา และจะทําต่อไปจงบันดาลให้เยื่อพังผืดค่อยๆจางหายไป

จ๋า
IP: xxx.168.143.214
เขียนเมื่อ Sun Apr 04 2010 15:53:04 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากๆเลยนะคะ สำหรับข้อแนะนำต่างๆ ตอนนี้คุณแม่ของดิฉันพึ่งได้รับการผ่าตัดไปเมื่อวันที่ 3 เมษา 2553 ท่านเป็นโรคพังพืดในช่องท้องเป็นมามานานแล้ว และมีอาการปวดท้องบ่อยๆผ่าตัดครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง หมอบอกว่า ลำไส้เล็กทะลุ และมีพังผืดมาก ตอนนี้ยังนอนอยู่ห้อง ไอซียู แต่แม่รู้สึกตัวแล้ว เพียงแต่เจ็บแผล ท่านอายุ 64แล้ว ดิฉันเป็นห่วงท่านมาก อยากได้ยาที่สามารถลดพังผืดลงจังเลย

หลังจากการผ่าตัด ต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้างคะ พอจะมีใครช่วยเสนอแนะหรือแสดงความคิดเห็นด้วยนะคะ

ขอบพระคุณมากคะ

จุ๊
IP: xxx.77.232.63
เขียนเมื่อ Sun Aug 21 2011 21:34:35 GMT+0700 (ICT)

เป็นเองอายุ 34 ปีหลังผ่าคลอดบุตร 3 ปีมีอาการปวดท้อง อาเจียน แพทย์ให้ votalan 1 amp เข้ากล้ามเนื้อดีขึ้นแพทย์แนะนำให้ถ้ามีอาการให้ประคบร้อนทานยาแก้ปวด ponsatan

นา
IP: xxx.53.81.249
เขียนเมื่อ Fri Feb 24 2012 06:45:50 GMT+0700 (ICT)

เป็นเองเลยค่ะ อายุ 38 ปี เพิ่งจะผ่าตัดนิ้วในถุงน้ำดีออกได้ประมาณ 18 วันแล้ว ใช้วิธีซ่องกล้องมีแผลอยู่ 4 แผล ตอนนี้แถบจะไม่ปวดแผลแล้ว แต่ก็ยังไม่ยกของหนักๆๆ ฉันเองก็มีผังผืดในท้องอยู่ เพราะตอนผ่าตัดหมอไม่สามารถเอาออกได้ทั้งหมด ในกรณีของดิฉันอาจจะยากกว่าคนอื่นๆๆก็ได้ค่ะ คือว่าเมื่อประมาณดิฉันอายุ 3-4ขวบ ดิฉันเกิดไฟไหม้ที่ร่างกายเลยมีแผลเป็นที่บริเวณท้อง คุณหมอบอกว่ามันเป็นสาเหตุของการเกิดผังผืดในท้องของดิฉันและทำให้เกิดท่อน้ำดีติดเชื้อเรื่อรังมานานมาก ตอนที่หมอบอกดิฉันตกใจมากไม่คิดว่าแผลที่เกิดไฟไหม้ครั้งนั้นทำ ปัญหาใหญ่ในปัจจุบัน ทุกวันนี้ดิฉันดูแลตัวเองโดยต้องไม่ให้ลำไส้อุดตัน ดิฉันต้องทานอาหารที่อ่อนและย่อยง่ายๆ คนใดที่ทานผลไม้ที่ช่วยระบายได้ก็ทานผลไม้นั้นทุกวันๆดีกว่าไปทานยาระบาย อาหารที่ทาน คีอ อาหารอ่อน รสไม่จัด มีน้ำมันนิดหน่อย ผลไม้ที่ทาน คือ ส้ม มะละกอ กล้วย สับปะรถ เครื่องดื่ม คือ น้ำเปล่าที่ไม่เย็น นมถั่งเหลือง น้ำส้ม 100% นี่คือสิ่งที่ดิฉันต้องทำทุกวัน เพราะผังผืดในท้องของดิฉันไม่สามารถเอาออกมาหมดได้ ตัวดิฉันเองก็ไม่ทำให้ผังผืดมันมากไปกว่านี่อีกดิฉันพยายามทำใจยอมรับสิ่งที่อยู่ในท้องปัจจุบัน ทุกคนที่เคยผ่านการผ่าตัดมาต้องทำใจยอมรับว่าทุกคนต้องมีผังผืดติดตัว แต่ถ้าทุกคนเปลี่ยนการกินเสียใหม่ ผังผืดที่มีก็อาจจะคงที่

ศศิธร ฉายาชวลิต
IP: xxx.27.82.120
เขียนเมื่อ Sat Aug 04 2012 21:54:11 GMT+0700 (ICT)

เป็นเองค่ะตอนนี้อายุ 29 ปี ผ่าตัดคลอดลูกค่ะพบก้อนเนื้อบริเวณแผลผ่าไปพบหมอ หมอบอกว่าเป็นปมไหมอาจจะอักเสบเรื้อรัง  สี่เดือนต่อมามีอาการเจ็บบริเวณก้อนเนื้อตลอดเวลาไปพบหมอบอกวว่าอาจจะเป็นผังพืดนัดตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ ตอนนี้ยังไม่ถึงกำหนด พอมาอ่านประสบการณ์แล้วรู้สึกว่าไม่อยากผ่าตัดเลย เพราะว่าถ้่ผ่าตัดแล้วอาคตก็ต้องเป็นอีกแล้วก็ต้องผ่าตัดอีก แต่ตอนนี้ก็ทรมาน ไม่รู้จะตัดสินใจยังไงดี ขอความคิดเห็นด้วยน่ะค่ะ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

 

 

กนก
IP: xxx.67.34.138
เขียนเมื่อ Thu May 16 2013 08:08:26 GMT+0700 (ICT)

ผ่าตัดมาสามครั้งค่ะ ครั้งแรกตัดรังไข่ซ้าย สองปีต่อมาตัดรังไข่ขวา ห้าปีต่อมาตัดมดลูก ทั้งหมดเพราะชอคโกแลตซีส ครั้งสุดท้ายพังผืดเยอะมาก หมอใช้เวลาผ่าหกชั่วโมง อีกสองปีถัดมาปวดท้องมาก อาเจียน ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นลำไส้อักเสบเพราะเป็นมาหลายครั้งแล้ว หมอฉีดยา ให้ยา ยัไงก็ไม่หายปวด ตอนฉีดยาแก้ปวดจะหายอยู่สักสิบนาที แล้วก็เริ่มปวดเหมือนเดิม วันที่สามหมอเฉพาะทางมา เอ็กซเรย์ดู พบว่าเป็นลำไส้อุดตัน เพราะพังผืดจากการผ่าตัดไปพันลำไส้ไว้แน่นเลย 3 จุด ดูจากฟิลม์เหมือนไส้เราเป็นไส้กรอกอิสานเลย หมอเค้าเลยพักไม่ให้กินอะไร จนกว่ามันจะคลายตัว ซึ่งหากไม่คลายหมอบอกว่าอาจต้องผ่าตัดเอาส่วนที่ตันออก เพราะไม่งั้นเนื้อตรงนั้นจะตาย และเน่าอยู่ข้างใน โชคดีที่อีกสองวันต่อมาเราผายลมออกมาได้ แสดงว่ามันเริ่มคลายแล้ว หมอให้ทานแต่อาหารเหลวนที่เป็นน้ำไปอีกสองอาทิตย์ น้ำข้าวกับซุป ห้ามมีกากเลย หมอก็คุยให้ฟังว่าไม่ต้องไปกังวลกับมัน เพราะไม่มียารักษา ไม่มีสาเหตุและการป้องกันที่ชัดเจน อยู่ที่พังผืดในร่างกายเราจะเกร็งตัวรัดลำไส้เมื่อไหร่ ก็กินปกติ อีกสักหกเดือนค่อมาก็ปวดท้องอีก ขับรถแทบไม่ไหวมา รพ. คราวนี้มันปวดร้าวไปทั่วเลย ปวดแสบๆ ร้าวๆ เจอหมอทั่วไปก็ให้ไปเอกซเรย์ดูลำไส้ก็ปกติดี ฉีดยาแก้ปวดให้ก็หายสักสิบนาทีเหมือนเดิม พอดีหมอคนเดิมที่เคยรักษาเรากลับเข้ามา หมอที่รักษาก็เลยเข้าไปปรึกษาเคสเรา คุณหมอเดินมาดู ถามว่ากินอะไร บอกไปว่าเพิ่งไปทานส้มตำมา (พริกเม็ดเดียว) หมอคลำๆดู แล้วสรุปว่า "พริกติดลำไส้" ไม่ใช่ลำไส้ตัน ให้กินยาถ่าย พอลำไส้บีบตัวเคลื่อนกากอาหารไปตรงไหน มันก็ปวดตรงนั้น สักชั่วโมงก็ถ่ายออกมา หานปวดเป็นปลิดทิ้ง &&&&แต่มีข้อห้ามนะ ห้ามใช้ยาถ่ายกับอาการลำไส้อุดตัน เพราะจะทำให้ไส้แตกได้ อันตรายมากๆ&&& ดังนั้นต้องสังเกตอาการและเล่ารายละเอียดให้หมอฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วนค่ะ ก็อยากเล่าให้ฟังเพื่อจะบอกว่า สิ่งเล็กๆ เช่นเศษพริก หรือเศษอาหารอื่นๆ อาจระคายลำไส้เราจนทำให้ปวดแสนสาหัสได้เหมือนกันค่ะ 

aumpa
IP: xxx.230.155.180
เขียนเมื่อ Mon Mar 03 2014 23:48:42 GMT+0700 (ICT)

พ่อของบีเคยผ่าตัดไส้ติ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว เวลาผ่านมาได้สังครึ่งปี พ่อก็มีอาการปวดท้อง จุกท้องอีก และผ่าตัดอีกครั้งเป็นพังผืดต้องเลาะออก ผ่านมาประมาณ ไม่ถึงปี ก็มีอาการ จุก และเหมือนก้อนอะไรสักอย่างอยู่ในท้อง พ่อกังวลมากไปหาหมอหลายที่ ทั้งรัฐและเอกชน ก็ตรวจไม่เจออะไร และบอกว่าพ่อเครียดและมากไปเองพ่อก็ต้องจุกท้องตลอด ทำไงดีค่ะ ใครเคยมีประสบการณ์ช่วย บอกหน่อย สงสารพ่อ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์