สมาชิก
แลกเปลี่ยน

ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของประเทศสหภาพพม่า

 ณ จุดตัดของเส้นรุ้งที่ ๒๒ องศาเหนือ กับเส้นแวงที่ ๙๘ องศาตะวันออก  
ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของประเทศสหภาพพม่า
สภาพภูมิประเทศ
ประเทศสหภาพพม่า (exPNg5k'N06e,oN,kO6b'N'"g9kN -Union of Myanmar) มีพื้นที่ทั้งหมด ๖๗๗,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร สหภาพพม่าตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออุษาคเนย์ ณ จุดตัดของเส้นรุ้งที่ ๒๒ องศาเหนือ กับเส้นแวงที่ ๙๘ องศาตะวันออก สหภาพพม่าทางตอนล่างติดกับทะเลอันดามัน (dx»]ux'N]pN-Andaman Sea) และอ่าวเบงกอล (48§]ktx'N]pNgvkN -Bay of Bengal) มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ๕ ประเทศ ได้แก่ ด้านตะวันตกติดกับบังคลาเทศ(48§]ktgmHiaN) และอินเดีย (vbO·bp) ด้านเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศจีน (9U69N) ด้านตะวันออกติดกับประทศลาว(]kv6b) และประเทศไทย(56b'Nt) รวมเส้นเขตแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ๖,๑๒๕ กิโลเมตร กล่าวคือติดกับบังคลาเทศ ๒๔๔ กิโลเมตร ติดกับอินเดีย ๑,๓๗๙ กิโลเมตร ติดกับจีน ๒,๑๘๓ กิโลเมตร ติดกับลาว ๒๐๕ กิโลเมตร และติดกับไทย ๒,๑๑๔ กิโลเมตร (บางข้อมูลว่าราว ๒,๔๐๐ กิโลเมตร) ส่วนที่ติดกับทะเลจากปากแม่น้ำนัตถึงเกาะสองมีระยะทางยาว ๒,๒๒๘ กิโลเมตร ได้แก่ แนวฝั่งยะไข่(Rakhine coast)ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ แนวฝั่งริมพื้นที่ปากน้ำอิรวดี และแนวฝั่งตะนาวศรี(Taninthayi coast)ทางด้านใต้ของประเทศ และหากวัดระยะทางจากเหนือสุดลงใต้สุดจะยาวถึง ๒,๐๕๑ กิโลเมตร และมีระยะกว้างที่สุดถึง ๙๓๖ กิโลเมตร กล่าวกันว่ารูปร่างของประเทศพม่านั้นคล้ายว่าวหางยาว บ้างว่าคล้ายเพชร และบ้างว่าคล้ายกับคนที่หันหน้าไปทางตะวันออก
สภาพภูมิประเทศของพม่านั้น ส่วนใหญ่เป็นที่สูงและเทือกเขาอยู่โดยรอบคล้ายรูปเกือกม้า กล่าวคือด้านตะวันตกและด้านเหนือเป็นพื้นที่ภูเขา และด้านตะวันออกเป็นที่ราบสูงและภูเขา ส่วนพื้นที่ราบจะอยู่ตอนกลางประเทศ บริเวณลุ่มน้ำ และตลอดแนวชายฝั่งทะเลจากด้านตะวันตกถึงด้านใต้ แนวเทือกเขาในประเทศพม่าจะทอดแนวต่อจากเทือกเขาหิมาลัยในทิศทางจากเหนือลงไปทางใต้เป็น ๓ แนว ได้แก่ ด้านตะวันตกมีเทือกเขานาคะ(Naga Hills) เทือกเขาชิน(Chin Hills) และเทือกเขายะไข่ (Rahkine Yoma) ซึ่งทอดแนวโค้งคล้ายคันศร มีเทือกเขาพะโค(Bago Yoma)อยู่ตอนกลาง และมีที่ราบสูงฉาน(Shan Plateau)สลับแนวเขาอยู่ด้านตะวันออก พื้นที่สูงและภูเขามีความสูงเฉลี่ยราว ๓,๐๐๐ ฟุต โดยมีจุดสูงสุดคือ ยอดเขาคากาโบราซี(-jdk46bik=u-Mt. Hkakaborazi) ตั้งอยู่ทางเหนือสุดของประเทศ มีความสูงถึง ๑๙,๒๙๖ ฟุต
ระหว่างเทือกเขาทั้ง ๓ แนวนั้น จะมีที่ราบลุ่มน้ำของแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลขนานในทิศทางเหนือ-ใต้ ได้แก่ แม่น้ำชิดวิน(Chindwin) แม่น้ำอิรวดี(Irrawaddy) แม่น้ำสะโตง(Sittoung) และสาละวิน(Thanlwin) แม่น้ำสายสำคัญที่สุดคือแม่น้ำอิรวดี มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาหิมาลัยไหลผ่านใจกลางประเทศลงสู่ทะเลอันดามัน มีความยาว ๒,๑๗๐ กิโลเมตร และมีเมืองสำคัญหลายเมืองซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสายนี้ อีกทั้งเป็นที่ตั้งของราชธานีโบราณหลายแห่งของพม่าอีกด้วย อันได้แก่ มัณฑะเล(Mandalay) อังวะ (Ava) อมรปุระ(Amarapura) แปร(Prome) และพุกาม(Pagan) แม่น้ำอิรวดีถือเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญที่สุด สามารถล่องเรือขนส่งสินค้าขึ้นไปได้ไกลถึงเมืองพะมอในรัฐกะฉิ่นตอนล่าง โดยขึ้นล่องได้ถึง ๑,๔๕๐ กิโลเมตร แม่น้ำอิรวดีตอนล่างเป็นพื้นที่ราบกว้างใหญ่ประกอบเป็นมณฑลเอยาวดี กินพื้นที่ราว ๒๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร โดยแตกย่อยเป็นสายน้ำ ๘ สายไหลลงสู่ทะเลอันดามัน บริเวณนี้ถือเป็นอู่ข้าว(rice bowl)ของประเทศพม่า เพราะมีดินที่อุดมสมบูรณ์อันเกิดจากน้ำท่วมและการทับถมของแร่ธาตุที่ถูกสายน้ำพัดพามา ส่วนแม่น้ำสายยาวที่สุดคือแม่น้ำสาละวิน มีความยาวถึง ๒,๘๑๕ กิโลเมตร แม่น้ำสายนี้ไหลจากภูเขาหิมาลัยผ่านที่ราบสูงฉานแล้วลงสู่ทะเลอันดามันที่อ่าวเมาตะมะ(Gulf of Martaban)ในรัฐมอญ แม่น้ำทั้งหลายนั้นต่างเป็นสายน้ำสำคัญที่ก่อให้เกิดพื้นที่ราบลุ่มน้ำอันอุดมสมบูรณ์ของประเทศพม่า
สภาพภูมิอากาศ
สหภาพพม่าตั้งอยู่ในเขตมรสุมเมืองร้อน (tropical monsoon) จำแนกฤดูกาลออกเป็น ๓ ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อนอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งอาจอุณหภูมิสูงถึง ๔๓ องศาเซลเซียส ฤดูฝนอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้จะพัดเข้าสู่ประเทศทำให้ฝนตกเกือบทุกวัน พื้นที่ฝนชุกที่สุดจะได้แก่พื้นที่ชายฝั่งทะเล อันได้แก่ รัฐยะไข่ มณฑลเอยาวดี มณฑลพะโค และมณฑลตะนาวศรี ได้รับปริมาณน้ำฝนถึง ๑๒๐–๒๐๐ นิ้วต่อปี ในเขตพื้นที่ราบอื่นๆจะมีฝนตกเฉลี่ย ๑๐๐ นิ้วต่อปี ทางตอนกลางของประเทศซึ่งถูกกำบังด้วยแนวเขายะไข่ด้านตะวันตกจะมีฝนตกน้อยเพียง ๒๐–๔๐ นิ้วต่อปีเท่านั้น หรือเฉลี่ยราว ๒๙ นิ้วต่อปี ส่วนฤดูหนาวนั้นอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ มีอุณหภูมิโดยเฉลี่ย ๒๑–๒๙ องศาเซลเซียส สภาพอากาศของประเทศพม่ายังแตกต่างตามความสูงต่ำของพื้นที่อีกด้วย กล่าวคือในพื้นที่สูงจะหนาวเย็นยิ่งขึ้น และยอดเขาทางตอนบนสุดของประเทศอาจมีหิมะตกในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศต่ำสุดราวศูนย์องศาเซลเซียสทางตอนบน และสูงสุด ๔๕ องศาเซลเซียสทางตอนกลางของประเทศ
พื้นที่ตอนกลางของประเทศพม่าจะมีสภาพอากาศแห้งแล้งกว่าที่อื่น ตอนบนจะอุดมไปด้วยป่าไม้ และมีฝนตกชุกมากในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตอนล่าง พื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ของพม่าจะอยู่ ณ บริเวณที่ราบลุ่มปากแม่น้ำอิรวดี สะโตง และสาละวิน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญต่อการปลูกข้าวและผลไม้เมืองร้อน
ทรัพยากรท้องถิ่น
จากการที่ประเทศพม่าตั้งอยู่ทั้งในเขตร้อนชื้นและเขตอบอุ่น จึงมีทั้งป่าฝนเมืองร้อนทางตอนใต้ และป่าเขตอบอุ่นในพื้นที่ตอนบนและบนพื้นที่สูง  ไม้สักและไม้เนื้อแข็งเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด ซึ่งมีมากในเขตเทือกเขาพะโค ส่วนพื้นที่ชายฝั่งอุดมด้วยป่าโกงกาง และภาคเหนือสุดอุดมด้วยป่าสนและป่าโอ๊ค นอกจากนี้ประเทศพม่ายังเป็นแหล่งไม้ไผ่ ไม้ผลเมืองร้อน  โรโดเดนดรอน(rhododendron) แม็กโนเลีย(magnolia) มาเปิล ปาล์ม และไม้ดอกนานาชนิด ประมาณกันว่าครึ่งหนึ่งของประเทศพม่ายังเป็นป่าธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าป่าไม้ได้ถูกทำลายไปไม่น้อยเช่นกัน เนื่องจากมีการตัดไม้เกินกว่าปริมาณที่เหมาะสม
ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันตกซึ่งเป็นเขตภูเขาที่ทอดยาวจากเหนือลงมาทางภาคตะวันตกเฉียงใต้นั้น กินพื้นที่รัฐกะฉิ่น รัฐฉิ่น และรัฐยะไข่ มียอดเขาสูงอยู่ในพื้นที่นี้หลายแห่ง เช่น ยอดเขาคากา-โบราซี ซึ่งสูงสุดในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และ Mt.Gamlanrazi ยอดเขาทั้งสองอยู่ทางตอนเหนือของรัฐกะฉิ่น ส่วนในรัฐฉิ่นมียอดเขาสูงสำคัญ คือ Mt.Sarameti และ Mt.Victoria ในพื้นที่รัฐยะไข่มีบริเวณที่ราบชายฝั่งทะเล ซึ่งกว้างทางตอนบนแล้วแคบลงเลียบชายฝั่งทะเลมาทางตอนล่าง มีที่ตากอากาศบนชายฝั่งรัฐยะไข่อยู่หลายแห่ง ที่มีชื่อคือ งะปะลี('x]u) นอกชายฝั่งออกไปมีหมู่เกาะทอดแนวอยู่ในอ่าวเบงกอล พืชพันธุ์ไม้ในพื้นที่ภาคเหนือและตะวันตกมีทั้งพืชเมืองร้อน กึ่งเมืองร้อน เขตอบอุ่น และเขตเทือกเขาแอลป์  พืชที่พบมากคือ โรโดเดนดรอน แม็กโนเลีย สน เบิช(birch) และเชอร์รี่ มีป่าไผ่ปกคลุ่มทั่วไปบนเทือกเขายะไข่ สัตว์ป่าสำคัญในเขตภูเขาได้แก่ หมี ชะมด(civet cat)  ช้าง เสือดาว และเสือโค่ง เป็นต้น ส่วนบนภูเขาในเขตอบอุ่นจะพบ takin   red pandar สมเสร็จ เสือดาวหิมะ และ musk deer
ในเขตพื้นที่ภาคกลางของประเทศพม่าแม้ส่วนหนึ่งจะเป็นพื้นที่แห้งแล้ง แต่ก็ปรากฏที่ราบลุ่มน้ำอิรวดี ชิดวิน และสะโตงอยู่ด้วย ในเขตแห้งแล้งจะมีไม้หนาม ไม้พุ่มเตี้ย ตะบองเพชร และยังพบงูพิษอยู่ทั่วไป พื้นที่นี้ยังเป็นแหล่งน้ำมันปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติ พืชเกษตรที่สำคัญได้แก่ ถั่วนานาชนิด ฝ้าย มะนาว พริก ยาสูบ ในพื้นที่บนไหล่ขามีไม้สักและไม้เนื้อแข็ง ส่วนบริเวณที่ราบลุ่มน้ำเป็นแหล่งปลูกข้าว นอกจากนี้ยังมีการปลูกพืชเพื่อเป็นวัตถุดิบป้อนโรงงานอุตสาหกรรม ได้แก่ ปอกะเจาและน้ำตาล ส่วนปลาและกุ้งหาได้ง่ายตามแหล่งน้ำ โดยเฉพาะแถบปากน้ำอิรวดี อีกทั้งยังมีการเลี้ยงปลาและกุ้งอยู่ทั่วไปในพื้นที่ราบภาคกลางนี้ด้วย
ในพื้นที่ราบสูงฉาน ซึ่งอยู่ด้านตะวันออกของประเทศพม่านั้น มีชายแดนติดกับจีน ลาว และไทย สภาพอากาศโดยทั่วไปจะหนาวเย็นตลอดปี ต้นไม้ที่พบทั่วไป คือ ต้นสน เชอรี่ กล้วยไม้ป่า ในเมืองโมโกะ(Mogok)ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของรัฐฉานมีบ่อทับทิมและอัญมณีต่างๆ นอกจากนี้ยังพบตะกั่ว ดีบุก เงิน ทังสะเตน และหินอ่อน พืชเกษตรสำคัญในเขตที่ราบสูงฉาน ได้แก่ ชา และผลไม้ เช่น อโวคาโด สาลี่ ส้ม ส้มเปลือกหนา สตอเบอร์รี่ และผักนานาชนิด อาทิ แครอท กะหล่ำปลี และถั่วต่างๆ นอกจากนี้พื้นที่สูงรัฐฉานบางส่วนยังขึ้นชื่อในเรื่องการปลูกฝิ่นอีกด้วย
ในเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเลตอนใต้อันประกอบด้วยรัฐมอญและมณฑลตะนาวศรีนั้น เป็นพื้นที่แนวเขาและที่ราบชายฝั่งทอดยาวต่อจากที่ราบสูงฉานไปจนถึงปลายแหลมบุเรงนอง โดยมีแนวเขากั้นเขตแดนไทย-พม่าอยู่ด้านตะวันออก แร่ธาตุสำคัญคือดีบุกและทังสเตน อีกทั้งมีการทำไม้ในพื้นที่แถบนี้มากพอควร ส่วนที่เป็นพื้นที่การเกษตรคือเขตแนวที่อยู่ด้านตะวันตกระหว่างภูเขากับทะเล มีการปลูกข้าวเป็นพืชหลัก นอกนั้นมีการทำสวนผลไม้ อาทิ สับปะรด ทุเรียน เงาะ มะม่วง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และมะพร้าว นอกจากนี้ยังมีการทำสวนยางอีกด้วย ในด้านการประมงนั้น มีการทำอุตสาหกรรมบรรจุกระป๋องและถนอมอาหารทะเลที่เมืองทวาย(Tavoy)และมะริด(Mergui)  ในบริเวณริมฝั่งทะเลตะนาวศรีมีที่พักตากอากาศหลายแห่ง แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังเข้าไปไม่สะดวกนัก ส่วนเมืองทวายและเมาะลำไยถือเป็นเมืองสำคัญที่นำเข้าสินค้าจากไทย นอกชายฝั่งตะนาวศรีจะเป็นหมู่เกาะมะริด(The Mergui Archipelago) หมู่เกาะนี้มีเกาะเล็กเกาะน้อยรวมกันราว ๘๐๐ เกาะ กระจายอยู่ตรงข้ามเมืองมะริด มีชนพื้นเมืองเป็นพวกซะลน(Salon)หรือชาวเล(sea gypsies) ยึดอาชีพงมหอยมุกและหอยเปาฮื้อ ในอดีตน่านน้ำแถบนี้เคยขึ้นชื่อเรื่องโจรสลัด จนเป็นที่หวาดหวั่นของเหล่านักเดิน
วิรัช นิยมธรรม เรียบเรียง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: uncategorized 
· หมายเลขบันทึก: 15544 · เขียน:  
· ความเห็น:
11
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
55555
IP: xxx.19.165.115
เขียนเมื่อ Wed Dec 20 2006 20:45:10 GMT+0700 (ICT)

555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555

ป้อง
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Wed Jun 25 2008 21:53:12 GMT+0700 (ICT)

ขอบคูณสำหรับเนื้อหานะคับ

เอาไว้ทำรายงานแร่ะเป็น ฟามรู้ด้วย อิอิ

เด็กเทพ ศิรินทร์
IP: xxx.8.75.45
เขียนเมื่อ Wed May 20 2009 16:17:17 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุนสำหรับข้อมูลนี้นะครับ*-*

12345
IP: xxx.24.95.200
เขียนเมื่อ Fri Jun 12 2009 17:39:38 GMT+0700 (ICT)

ขอบพระคุณอย่างแรง

ช็อกโกล่าจัง
IP: xxx.123.88.231
เขียนเมื่อ Sat Jun 20 2009 21:06:05 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากๆๆค่าจะเอาไปทามรายงาน

tor
IP: xxx.26.231.121
เขียนเมื่อ Mon Jun 29 2009 19:44:03 GMT+0700 (ICT)

น่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำในพม่า

I Love one person_M&N
IP: xxx.174.146.29
เขียนเมื่อ Sat Aug 15 2009 14:43:37 GMT+0700 (ICT)

Thank You Very much For good Data ^^~~

kik
IP: xxx.27.108.110
เขียนเมื่อ Tue Nov 10 2009 20:31:58 GMT+0700 (ICT)

ขอขอบคุมากค่าจาเอาปายทามรายงาน

-
IP: xxx.128.91.145
เขียนเมื่อ Thu Dec 10 2009 21:07:57 GMT+0700 (ICT)

ข้อมูลดีมากค่ะ

มาน
IP: xxx.49.26.234
เขียนเมื่อ Thu Feb 11 2010 20:22:09 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณนะคร้า...ที่หั้ยหนูได้ความรู้จากตรงนี้แล้วเพื่อที่จะด้ไปบอกพี่ๆเพื่อนๆน้องๆต่อๆไปคร้า. ขอบคุณคร้า..............

sa
IP: xxx.173.195.159
เขียนเมื่อ Wed Mar 03 2010 18:17:07 GMT+0700 (ICT)
  • ขอขอบคุณค่ะ...ที่ให้หนูได้รู้จักประเทศพม่า              รักมากมายขอบคุณค่ะบ๊ายบายค่ะ

                                                                                                           

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์