Sufficiency Economy กับการพัฒนาระบบการศึกษาของไทย

การศึกษา ก็คือ เครื่องมือของการพัฒนา ดังนั้น เมื่อการพัฒนาประเทศกำหนดทิศทางไปสู่สังคมแห่งความพอเพียง ระบบการศึกษาจึงมีหน้าที่จะต้องนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษาให้ได้อย่างเหมาะสมด้วย                  

                   ระบบการศึกษาบนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียงจะต้องสอนให้นักเรียนนักศึกษาคำนึงถึง ความพอประมาณในการดำเนินชีวิต ไม่โลภ ไม่ฟุ้งเฟ้อ มีการตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ ฝึกให้มีการมองไปข้างหน้า และเตรียมตัวให้พร้อมกับความผันผวนของเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างรู้เท่าทัน รวมถึงการหมั่นแสวงหาความรู้ เพื่อให้เกิดความรอบรู้ในด้านต่าง ๆ ฝึกฝนตนเองให้มีความรอบคอบและระมัดระวัง โดยใช้สติปัญญาในการทำงานและดำเนินชีวิต และที่สำคัญเศรษฐกิจพอเพียงยังเน้นให้นักเรียนนักศึกษามีคุณธรรม มีความอดทน ความขยันหมั่นเพียร ความซื่อสัตย์ การไม่เบียดเบียนผู้อื่น การแบ่งปันและช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิต เนื่องจากความรู้ต่าง ๆ จะไม่สามารถก่อประโยชน์ให้กับตนเองหรือผู้อื่นได้อย่างเต็มที่ และถูกต้องหากผู้นำไปใช้ขาดคุณธรรม

                   นอกจากนี้แล้ว การพัฒนาระบบการศึกษาไทยบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง ควรมุ่งไปสู่การทำให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีการบูรณาการความรู้ ทั้งเนื้อหา วิธีการ แหล่งเรียนรู้ และผู้รู้อย่างกว้างขวาง ซึ่งไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะในระบบโรงเรียนแบบเดิม แต่ควรพัฒนากระบวนการเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ที่มีความหลากหลายและต่อเนื่องตลอดชีวิตให้เกิดขึ้น เป็นการศึกษาตามศักยภาพของผู้เรียน ซึ่งก็คือการเรียนแบบมีเหตุมีผล หรือความพอดี พอประมาณ ไม่บังคับให้เรียนในสิ่งที่ผู้เรียนไม่มีศักยภาพ รวมทั้งการปลูกฝังระบบคุณค่าต่าง ๆ ดังเช่นที่กล่าวมาแล้ว ทั้งนี้ เพื่อทำให้เกิดสติปัญญา ความรอบรู้ และศีลธรรม อันจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สังคมดำรงอยู่ได้อย่างเข้มแข็งและพอเพียง ภายใต้กระแสของโลกาภิวัตน์

                   โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย (Thailand Cyber University : TCU) เส้นทางสู้การพัฒนาการศึกษาของชาติอย่างยั่งยืน เป็นโครงการหนึ่งของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ  ซึ่ง TCU เป็นหน่วยงานกลางสำหรับสถาบันอุดมศึกษาในการจัดการศึกษา   สร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เพื่อจัดบริการการศึกษาแบบ e – Learning อย่างมีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อขยายโอกาสการศึกษา  อย่างกว้างขวางทุกรูปแบบ โดยมียุทธศาสตร์ที่สำคัญ คือ  1) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประหยัดงบประมาณในการจัดการศึกษา โดยการใช้บุคลากร ทรัพยากรทางการศึกษา และคอร์สแวร์ร่วมกัน  2) เพื่อรองรับปริมาณนักเรียนมัธยมปลายที่เพิ่มขึ้น ขยายโอกาสทางการศึกษา และสนับสนุนการศึกษาต่อเนื่อง ของประชาชนด้วยวิธีการเรียนทางไกลผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศ  3) เพื่อยกระดับและรับประกันคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศ

                   นับได้ว่ามหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย เป็นโครงการตัวอย่างที่ดีโครงการหนึ่งในการพัฒนาระบบการศึกษาไทยบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง มีการนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น บุคลากรทางการศึกษา รวมถึงเครือข่ายทาง Internet ที่มีอยู่เดิมมาประยุกต์ใช้ในการจัดระบบการศึกษาแบบ e – Learning (ระบบการจัดการศึกษาทางไกล) ซึ่งเป็นการประหยัดงบประมาณ  ขยายโอกาสทางการศึกษาของไทย และสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ได้เป็นอย่างดี

 อ้างอิง

1. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. www.mua.go.th 

2.การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง. www.sufficiencyeconomy.org