เทคโนโลยีสารสนเทศกับเศรษฐกิจพอเพียง
ใน สภาวการณ์ปัจจุบันประเทศไทยได้เผชิญกับปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และพัฒนาการของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนมักตกอยู่ภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคโลกาภิวัฒน์ โดยคนไทยส่วนใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมของชาวตะวันตกมากเกินไป จนลืมวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของตนเองไปปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตและวิถีปฏิบัติที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริชี้แนะแก่พสกนิกรชาวไทยทุกคน เป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง หรือที่เรียกว่าความพอเพียง (Sufficient) โดยยึดหลัก 3 องค์ประกอบ 2 เงื่อนไข ดังนี้ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดี ที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภค ที่อยู่ในระดับพอประมาณความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล และรอบคอบการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งใกล้และไกลเงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ อย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกันเงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย ความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิตในปัจจุบันเราสามารถนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาประยุกต์ใช้กับเศรษฐกิจพอเพียงได้ โดยไม่ต้องยึดติดกับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สามารถคิดเอง ทำเองได้ โดยอาศัยภูมิปัญญาที่มีอยู่ในสังคม ซึ่งในที่นี้ขอกล่าวถึงผลงานของนักเรียนจากโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จันทบุรี ที่ได้ประดิษฐ์ คิดค้นเครื่องต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่สามารถทำงานทดแทนแรงงานคนได้ จากโครงการ “ICT KID เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง”หนึ่งในโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยการนำเครื่องคอมพิวเตอร์เก่าที่ไม่ได้ใช้ มาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องควบคุมในการสั่งให้เปิด-ปิดไฟ รดน้ำต้นไม้ และรดน้ำนาข้าว ฯลฯ ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งเวลาเอาไว้ได้ว่าต้องการให้เครื่อง ทำงานเวลาใด เมื่อถึงเวลาระบบก็จะเริ่มทำงานทันที ทำให้อำนวยความสะดวกแก่เกษตรกรชาวไร่ชาวนา และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานคนอีกด้วย
จะเห็นได้ว่าทุกระดับ ทุกสังคม ก็สามารถที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไปใช้ได้ โดยการแสวงหาความรู้ใหม่ๆหรือภูมิปัญญาที่มีอยู่ แล้วนำมาประยุกต์เพื่อให้เกิดประโยชน์กับตนเองและสังคม สามารถมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวได้ ไม่กลัวกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่จะเกิดขึ้น
<p align="justify">
</p>
เป็นบทความที่กระชับและได้ใจความ อ่านแล้วเข้าใจง่าย มีการยกตัวอย่างที่ดี ได้ข้อคิดที่สามารถนำมาประยุกต์และย้อนกลับมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างง่ายๆ
เห็นด้วยและมีความเหมาะสมในระดับหนึ่ง อย่างน้อยก็เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการตัดสินใจ และเป็นฐานข้อมูลสำหรับผู้มีโอกาศน้อยกว่าคนที่มีการศึกษาที่ดีอยู่แล้ว ทั้งนี้ข้อมูล/เครื่องมือดังกล่าวสามารถเป็นประโยชน์ต่อผู้คนทุกระดับชั้นในสังคม ให้รู้ทันต่อสภาพสถานการณ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการอำนวยความสะดวกต่อไปในอนาคต
ในโลกปัจจุบัน มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลกราว 1 พันล้านคน และการสื่อสารให้สามารถเข้าถึงตัวผู้ใช้งานในปัจจุับันนั้น มีช่องทางอินเตอร์เน็ตเป็นช่องทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด รวมทั้งยังไม่ทำให้เกิดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางตรงและทางอ้อม ผมจึงเห็นด้วยกับความเห็นเกี่ยวกับ เทคโนโลยีสารสนเทศกับเศรษฐกิจพอเพียง
มีความเห็นที่เห็นด้วยกับการนำมาใช้ แต่ถ้าหากมีการนำมาใช้และปฎิบัติอย่างแท้จริงจะมีผลดีต่อสังคมและประเทศชาติมาก เพราะจะทำให้ก้าวในทุกๆด้านคะ
น่าสนับสนุน เพราะนำทรัพยากรที่มีอยู่หรือเหลือใช้มาใช้อย่างคุ้มค่าจริงๆ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เป็นโครงการที่น่าสนับสนุนนะ ที่นำของเก่าที่ไม่ใช้แล้วมาประยุกต์ใช้ ให้เกิดประโยชน์หลายด้าน และสอนให้เด็กๆ พัฒนาทางด้านความคิด รู้จักรักสิ่งแวดล้อม อย่างนี้เรียกว่าประหยัดช่วยชาติจริงๆ…
เห็นด้วยกับการนำความเทคโนโลยีใหม่ มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่นโดยยึดถือแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้แต่ละชุมชน หรือท้องถิ่นนั้นใช้ทรัพยากรให้เกิดคุณค่าเพื่อสังคมและชุมชนของตนเอง โดยไม่มากไปหรือน้อยไป
ICT กับเศรษฐกิจพอเพียง ดีค่ะสนุบสนุนด้วยคนเจ้าค่ะ
ความคิดโลดแล่น บทความดีเยี่ยม เอาไปเลยเอ เหมาะสมแล้วที่เป็นประธานห้องของเรา สู้ๆ
เขียนได้ดี แต่ถ้ายกตัวอย่างให้มากกว่านี้ หรือเพิ่มตัวอย่างที่มีคนรู้จักมากกว่าจะดีกว่า
ชัดเจน ...
แต่ ...
งง
เนื้อหาดีน่ะ อาจจะยาวไปหน่อย ใจความครอบคลุม แต่น่าจะจับใจความให้กระชับขึ้นอีก..
เชื่อว่าคนไทยหลายๆคนก็มีความคิดที่จะสร้าง คิดที่จะทำตามหลักนี้ แต่เหตุผลสำคัญที่ยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวางสักทีนั้น เป็นเพราะมีการสนับสนุนน้อย หลายๆคนมีความสามารถแต่ขาดการสนับสนุน หากวันใดคนในประเทศไทยเชื่อมั่นในส่วนนี้ เชื่อว่าประเทศไทยคงจะพัฒนาก้าวไกลกว่าที่เป็นอยู่นี้อย่างแน่นอน..
เนื้อหาโดยรวมดี,กระชับ และ อ่านแล้วเป็นเรื่องที่มีประโยชน์อย่างยิ่งและสมควรนำมาเป็นแบบอย่าง แต่ เนื้อหาตรงหลักการของ Sufficient (3 องค์ประกอบ 2 เงื่อนไข) ดูแล้วเขียนรวมๆกันเกินไปและเว้นวรรคไม่ถูก ฉะนั้นเวลาอ่านในครั้งแรกอาจเกิดความคลุมเครือบ้าง ถ้าทำแบ่งเป็นข้อๆน่าจะดูชัดเจนขึ้น
เป็นบทความที่มีมุมมองน่าสนใจ ทำให้เกิดความคิดต่อยอดได้อีกมาก ส่วนที่เป็น 'เทคโนโลยี' กับ 'ความพอเพียง' ดูเหมือนจะไปด้วยกันได้ยาก แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้หากคิดที่จะทำ โดยจะยังประโยชน์ให้แก่คนไทยต่อไปในอนาคตมาก ๆ...จริง ๆ
บทความเข้าใจง่ายดีค่ะ อ่านแล้วเข้าถึง โอเคเลย 'ฮอน วู'
สามารถมองเห็นภาพของการนำระบบ ICT มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้โดยมีหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักนำทาง บทความนี้ดีครับ
เป็นเนื้อหาที่คนรุ่นใหม่ควรศึกษาอย่างยิ่ง แต่ว่า…เหมือนบ่นไปเรื่อย ๆ แล้วก็จบดื้อ ๆ งงอีกเสียงจ้า..