ภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นทับรากประสาท

 การรักษาทางกายภาพบำบัดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่อาจช่วยท่านให้หายจากภาวะนี้ได้ 

ภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นทับเส้นประสาท พบมากในวัยทำงาน ผู้ที่มีภาวะนี้จะมีอาการปวดหลังบริเวณเอวอย่างมาก และมีอาการปวดร้าวลงไปที่ขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง อาจมีอาการชาที่ขาร่วมด้วย ภาวะนี้ถ้าเป็นขั้นรุนแรงอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเลยทีเดียว สาเหตุอาจเกิดจากการก้มตัวยกของหนักผิดวิธี  เอี้ยวตัวยกของ หรือต้องทำงานอยู่ในท่าก้มตัวไปข้างหน้านานๆ  ทำให้หมอนรองกระดูกฉีกและทำให้ของเหลวภายในปลิ้นออกมาทับเส้นประสาทสันหลังที่อยู่ใกล้เคียง เป็นเหตุให้เกิดอาการปวดหลังร้าวลงขา และชาบริเวณขา ถ้าเป็นรุนแรงจะทำให้เกิดการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขาได้  ท่านที่ปวดหลังอยู่คงสงสัยว่าจะทราบได้อย่างไรว่าเป็นภาวะนี้หรือเปล่า ถ้าเป็นแล้วควรจะทำอย่างไรต่อไปและจะรักษาได้อย่างไรบ้าง 

ดิฉันของแนะนำให้ไปพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด เพื่อตรวจดูว่าท่านเป็นโรคนี้หรือไม่   ถ้าถามว่า x-ray จะเห็นว่าหมอนรองกระดูกปลิ้นไหม คำตอบก็คือ ถ้าเป็น x – ray ธรรมดาจะไม่สามารถบอกได้ชัดเจน  แต่ถ้าเป็นการตรวจด้วย MRI ก็สามารถบอกได้  แต่ค่าใช้จ่ายสูงกว่า  แพทย์อาจจะรักษาโดยการให้ยาไปรับประทานและส่งท่านไปปรึกษานักกายภาพบำบัดค่ะ  การรักษาทางกายภาพบำบัดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่อาจช่วยท่านให้หายจากภาวะนี้ได้นะคะ  การรักษาทางกายภาพบำบัดสำหรับภาวะหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาทมีหลายวิธี เช่น การดึงกระดูกสันหลังด้วยเครื่องดึงหลังอัตโนมัติ (ภาพที่ 1) เพื่อช่วยยืดถ่างกระดูกสันหลังทำให้ลดการกดทับเส้นประสาท  และการรักษาด้วยการออกกำลังกายเพื่อปรับสภาพสมดุลย์ของหมอนรองกระดูก เพิ่มความแข็งแรงทนทานของกล้ามเนื้อ เป็นต้น ขอแนะนำอย่างยิ่งว่าควรไปปรึกษานักกายภาพบำบัด อย่าคิดท่าออกกำลังกายเอง เพราะถ้าท่านเป็นภาวะนี้จริง ๆ ถ้าออกกำลังกายไม่ถูกต้องอาจทำให้อาการของท่านแย่ลงได้

 

                             ภาพที่ 1

การป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้ เริ่มตั้งแต่ท่าทางการทำงานนะคะโดยเฉพาะท่ายกของ  วิธีการยกของที่ถูกต้อง ท่านสามารถดูได้จาก http://gotoknow.org/blog/spinal-clinic/138291  การก้มหลังมากๆ นานๆ อาจทำให้หมอนรองกระดูกฉีกได้ง่าย  ท่านั่ง ควรนั่งหลังตรง  ไม่นั่งหลังค่อมนะคะ  เพราะการนั่งหลังค่อมจะทำให้ความดันในหมอนรองกระดูกเพิ่มขึ้น http://gotoknow.org/blog/spinal-clinic/134055  ถ้าคุณมีท่าทางการทำงานที่เหมาะสม โอกาสที่จะเกิดโรคนี้จะก็น้อยลงมากค่ะ การออกกำลังกายบริหารเพื่อปรับสมดุลย์ของหมอนรองกระดูกสันหลัง ขอแนะนำให้ทำในช่วงเย็นหลังเลิกงาน โดยเริ่มด้วยการนอนคว่ำประมาณ 3-5 นาที (ภาพที่ 2) จากนั้นจึงเริ่มทำท่าบริหารโดยการใช้แขนทั้งสองข้างยันพื้นให้หลังแอ่นขึ้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยที่สะโพกไม่ลอยขึ้นจากพื้น (ภาพที่ 3)  ควรทำซ้ำ ๆ กันประมาณ 10 ครั้ง/เซ็ท ทำ 2-3 เซ็ท  ระหว่างทำอาจจะรู้สึกตึง ๆ ปวด ๆ ที่หลังส่วนเอวบ้าง แต่อาการเหล่านั้นควรจะหายไปเมื่อหยุดทำ สำหรับท่านที่ต้องยกของหนักบ่อย หรือต้องทำงานในท่าก้มหลังบ่อย ๆ ขอแนะนำให้ทำท่านี้ระหว่างวันด้วย ถ้าไม่สามารถนอนคว่ำได้ ควรทำในท่ายืนแอ่นหลังโดยใช้มือทั้งสองข้างวางตรงบริเวณเอวแล้วแอ่นหลังเช่นเดียวกับท่านอนคว่ำ

 

             ภาพที่ 2                                         ภาพที่ 3

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 138296
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น: 102  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น อ่านทั้งหมด   อ่าน
รักษฎาภรณ์ โมกขะเวส
IP: xxx.120.208.22
เขียนเมื่อ Wed Oct 17 2007 19:13:28 GMT+0700 (ICT)
สวัสดีค่ะ อาจารย์ธนวัลย์ (ขอเรียกชื่อเก่สนะคะ คุ้นมากกว่า) ไม่รู้อาจารย์จะจำลูกสฺษย์คนนี้ได้รึเปล่า พอดีหลงทางเข้ามา ถือว่าโชคดีมากที่มีโอกาสได้อ่าน blog ของอาจารย์เป็น KM ที่มีประโยชน์สำหรับคนจบมานานอย่างหนูมากค่ะ จะพยายามเข้ามาดู KM ใหม่ๆ ของอาจารย์นะคะ และขออนุญาตนำไปประยุกต์ใช้ต่อด้วยค่ะ
รักษฎาภรณ์
เขียนเมื่อ Wed Oct 17 2007 19:18:00 GMT+0700 (ICT)
สวัสดีค่ะ อาจารย์ธนวัลย์ (ขอเรียกชื่อเก่านะคะ คุ้นมากกว่า) ไม่รู้อาจารย์จะจำลูกศิษย์คนนี้ได้รึเปล่า พอดีหลงทางเข้ามา ถือว่าโชคดีมากที่มีโอกาสได้อ่าน blog ของอาจารย์เป็น KM ที่มีประโยชน์สำหรับคนจบมานานอย่างหนูมากค่ะ จะพยายามเข้ามาดู KM ใหม่ๆ ของอาจารย์นะคะ และขออนุญาตนำไปประยุกต์ใช้ต่อด้วยค่ะ
รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Mon Oct 22 2007 12:07:33 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะรักษฎาภรณ์

คุณเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งที่จบไปแล้ว อาจารย์ยังได้ยินชื่อคุณอยู่บ่อย ๆในกิจกรรมพัฒนาคุณภาพต่าง ๆ  แสดงว่าเป็นนักกายภาพบำบัดที่ไฟแรงมากคนหนึ่ง ดีใจที่หลงเข้ามาใน blog นี้ และขอบคุณที่เขียนถึงอาจารย์นะคะ มาช่วยตอบคำถามด้วยก็ดี เพราะว่าอาจารย์ยังมีปัญหาเรื่องเวลา บางทีก็ต้องออกพื้นที่เก็บข้อมูล  เลยมักตอบข้อซักถามช้าไปหน่อย หวังว่าคงได้คุยกันอีกนะคะ

กิตติ
IP: xxx.26.86.156
เขียนเมื่อ Mon Dec 31 2007 00:30:19 GMT+0700 (ICT)
แฟนผมโรคนี้มีทางบำบัดให้หายขาดได้หรือไม่ครับ หรือมีสถาบันใดเชี่ยวชาญในการรักษาโรคนี้ครับ
ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว
IP: xxx.25.167.11
เขียนเมื่อ Mon Dec 31 2007 22:50:00 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีปีใหม่ครับ คุณหมอปนดา

ผมต้องการ gotoknow เรื่องนี้อยู่พอดี จึงทั้งดีใจและเป็นสุขที่ได้อ่านบล็อกนี้ครับ  เขียนไปเรื่อยๆนะครับ บล็อกดีๆอย่างนี้หาได้ไม่ง่ายนักครับ 

chamadol porapackkham
IP: xxx.27.47.103
เขียนเมื่อ Mon Jan 28 2008 07:20:36 GMT+0700 (ICT)
สวัสดีครับ ผมรบกวนขอคำปรึกษา เพราะตอนนี้ผมมีอาการคล้ายหมอนรองกระดูกปลิ้น ขออนุญาติเล่าโดยละเอียดครับ ผมมีปัญหาเรื่องปวดหลังแต่ไม่มากมานาน แก้ไขเบื้องต้นด้วยการนอนคว่ำแขนแนบลำตัว แล้วตะแคงหน้าซ้าย-ขวาสลับกันไป ซึ่งก็ได้ผลดี จนเมื่อปี2549 เริ่มผิดปกติ คือนอนคว่ำแตะแคงหน้าด้านขวาได้ปกติ แต่ด้านซ้ายรู้สึกว่ามีอาการฝืน ไม่สามารถตะแคงได้เต็มที่ จนถึงปลายปี2550ไปตัดผมและนอนหงายโกนหนวดกับแคะหู บนเก้าอี้ของร้านตัดผม แคะหูด้านขวาได้ พอแคะหูด้านซ้ายมีอาการปวดที่แขนด้านซ้าย และเริ่มชามากขึ้นเรื่อยๆจนไม่สามารถทนได้ ต้องขอหยุดทันที หลังจากวันนั้นก็มีอาการปวดที่หัวไหล่ซ้าย เหมือนโดนไฟช๊อตที่แขนบริเวณกล้ามเนื้อด้านบน ใต้ข้อศอกลงมาและชาไปที่นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ อาการชาจะต่อเนื่องตลอดเวลา อาการไฟช๊อตจะเป็นๆหายๆ เวลาที่เกิดอาการไฟช๊อต ถ้าค้อมตัวมาทางด้านหน้าจะรู้สึกดีขึ้น ตอนนี้ปรึกษาคุณหมอทั่วไปท่านหนึ่ง แนะนำให้ทานยากับวิตามิน และรอดูอาการ6เดือน หลังจากทานยาไปแล้วมีอาการดีขึ้นบ้างเล็กน้อย ตอนนี้ทานยามา1เดือน ผมอยากขอคำแนะนำว่าอาการอย่างนี้คือหมอนรองกระดูกปลิ้นใช่หรือไม่ และผมควรจะทำอย่างไร ถ้าเป็นไปได้ การทานยากับวิตามินร่วมกับการทำกายภาพบำบัด จะมีโอกาสหายหรือไม่ครับ ขอบคุณครับ
รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Mon Jan 28 2008 10:20:23 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณ Chamdol

ไม่ทราบว่าอายุเท่าไรคะ เพราะถ้าอยู่ในวัยทำงาน ก็มีโอกาสเป็นโรคหมอนรองกระดูกปลิ้นทับรากประสาทมากกว่า  แต่ถ้าอยู่ในวัยสูงอายุอาจเป็นจากการเสื่อมของหมอนรองกระดูกและหินปูนอาจไปรบกวนรากประสาทได้ค่ะ อย่างไรก็ตามทั้งสองอย่างน่าจะได้รับการรักษาให้หายเป็นปกิได้ค่ะ ไม่ทราบว่าได้เริ่มทำกายภาพบำบัดบ้างหรือยังคะ  ขอแนะนำให้ทำกายภาพบำบัดร่วมกับการรับประทานยาและวิตามินค่ะ  ที่สำคัญคงต้องหลีกเลี่ยงท่าทางที่จะไปรบกวนเส้นประสาทด้วย เพื่อไม่ไปทำให้เส้นประสาทบาดเจ็บมากขึ้น เช่น ท่าเงยศีรษะ เป็นต้น อาการชาแขนของคุณน่าจะมาจากการรบกวนรากประสาทคอเส้นที่ 6 หรือ 7 ควรปรับปรุงท่าทางในการทำงานให้ถูกต้อง (ดูรายละเอียดในเรื่องการนั่งที่ได้บอกไปแล้วนะคะ) และท่าทางการนอนด้วย ซึ่งก็ได้ให้รายละเอียดเรื่องนอนไปแล้ว อยากแนะนำให้ไปทำกายภาพบำบัดเร็วๆ ค่ะ ปล่อยทิ้งไว้นานจะรักษายากนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ปนดา

 

chamadol porapackkham
IP: xxx.25.102.246
เขียนเมื่อ Tue Jan 29 2008 18:53:38 GMT+0700 (ICT)
ขอบคุณอาจารย์มากครับ ตอนนี้ผมอายุ 47 ปีครับ ยังไม่ได้เริ่มทำกายภาพบำบัดเลยครับ ได้รับคำตอบจากอาจารย์แล้ว รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาก จะปฏิบัติตามที่อาจารย์แนะนำ ขอขอบคุณอีกครั้งครับ
รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Wed Jan 30 2008 10:53:08 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณ Chamadol

ยินดีค่ะ อายุ 47 ปี ก็มีโอกาสที่จะเป็นได้ทั้งหมอนรองกระดูกปลิ้น และกระดูกคอเสื่อม แต่เชื่อว่าอาการยังไม่รุนแรงมาก ถ้าเป็นรุนแรงจะมีอาการอ่อนแรงของแขนด้วย

สำหรับอาการปวดหลังที่เล่าว่าตอนเย็นๆจะต้องนอนคว่ำแล้วอาการดีขึ้น ก็อยากแนะนำว่า นอกจากนอนคว่ำแล้วควรใช้วิธีการแอ่นหลังขึ้นโดยใช้แขนยันพื้น แต่ไม่ให้สะโพกยกขึ้นจากพื้นค่ะ ทำได้แค่ไหนแค่นั้น (ดูภาพข้างบน)ท่าบริหารท่านี้จะช่วยปรับสมดุลย์ของหมอนรองกระดูกค่ะ สำหรับการนอนคว่ำในระยะนี้ควรให้ศีรษะตรงอย่าหันคอนะคะ ควรใช้ผ้าขนหนูบางๆ รองไว้ที่หน้าผากจะได้ไม่เจ็บหน้าและจะได้หายใจสะดวกขึ้นค่ะ  อาการปวดหลังแบบนี้ถ้ารู้วิธีบริหารน่าจะหายได้ง่ายค่ะ และระหว่างวันควรลุกขึ้นจากเก้าอี้บ่อย ๆ อย่านั่งนานเกินไปนะคะ

ขอให้หายเร็วๆ นะคะ

ปนดา

ดารินทร์
IP: xxx.10.125.37
เขียนเมื่อ Sat May 24 2008 07:27:46 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ อาจารย์ ตอนนี้คุณหมอวินิจฉํยว่าพ่อเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทค่ะ ทำให้รู้สึกเป็นห่วงท่านมาก ท่านยังไม่เคยทำ MRI เพียงแต่มีการตรวจเอ็กซเรย์ธรรมดาค่ะ แต่ด้วยอาการต่างๆ หมอจึงวินิจฉํยว่าเป็นโรคดังกล่าว อาการของท่านคือ มีอาการปวดที่กล้ามเนื้อตรงกลางบริเวณก้นทั้งสองข้างและปวดกระดูกใต้เอวลงมา ปวดร้าวลงมาจนถึงบริเวณขาด้านหลัง จนถึงปลายเท้า เป็นมาตั้งแต่เดือนเมษายน จนปัจจุบันยังไม่หายค่ะ ตั้งแต่เดือนก่อนเริ่มมีอาการกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ชาที่ฝ่าเท้าร่วมด้วย ทำให้เดินไม่เป็นปกติเพราะไม่มีแรง ต้องใช้ไม้เท้าช่วย ไปหาหมอ หมอฉีดยาและให้ยามากินแล้วนัดใหม่อยู่อย่างนี้ตลอดเลยค่ะ อาการทรงตัว ตอนนี้อยากจะขอคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง และบริหารร่างกายที่บ้าน เผื่อจะช่วยให้อาการดีขึ้นค่ะ รบกวนขอคำแนะนำด้วยนะคะ อ้อ ตอนนี้มีนวดแผนไทยไปด้วยค่ะไมทราบว่าจะทำให้เกิดการบอบช้ำเกินไปไหมคะ

ขอบคุณมากนะคะ

นงนุช วรธันย์
IP: xxx.172.69.208
เขียนเมื่อ Wed Apr 08 2009 09:24:28 GMT+0700 (ICT)

เคยผ่าตัดกระดูกทับเส้นที่หลังมาแล้วเพิ่งครบสามปี มีบางครั้งก็ยังปวดเอวอยู่ จะเป็นอะไรไหม การป้องกัน หรือการบริหาร เพื่อป้องจะต้องทำอย่างไร

และปัจจุบันปวดไหล่ ขึ้นคอ และปวดหัวมาก เหมือนเป็นไมเกรน ไปหาหมอ x-ray แล้วหมอบอกว่ามีกระดูกหงอกทับเส้นแล้ว จะทำอย่างไรดีคะ ที่จะไม่ต้องผ่าตัดอีก ตอนนี้อายุ 43 ปี ไม่อยากผ่าตัดแล้ว

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Thu Apr 09 2009 23:50:14 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณนงนุช

สำหรับปัญหาของคุณ อยากแนะนำให้คุณไปปรึกษานักกายภาพบำบัดโดยตรง เพื่อที่จะได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม และอาจต้องทำการตรวจร่างกายด้วยวิธีทางกายภาพบำบัด เพื่อจะได้หาปัญหาที่แท้จริง จะได้รับการรักษาทางกายภาพบำบัดที่ตรงกับปัญหา คุณอายุแค่ 43 ปี อายุยังไม่มากน่าจะตอบสนองต่อการรักษาได้ดี ปวดหัว ปวดคอ ปวดศรีษะมีความสัมพันธ์กันได้ค่ะ และกายภาพบำบัดน่าจะช่วยคุณได้ดี ลองไปปรึกษาและรับการรักษาทางกายภาพบำบัดก่อนนะคะ ถ้าหายจะได้ไม่ต้องผ่าตัด เป็นกำลังใจให้นะคะ

ปนดา

สามารถ วิเศษสิงห์
IP: xxx.123.36.174
เขียนเมื่อ Sat Jul 11 2009 12:06:55 GMT+0700 (ICT)

เรียนอาจารย์ปนดา

ผมมีอาชีพเป็นผอ.โรงเรียน ปวดหลังและชาที่ขาซ้ายเวลาขับรถไกลๆหรือนั่งนานๆมาปีเศษ เข้ารักษาคลินิกหมอเฉพาะทาง(โรคกระดูก) ท่านให้ยากิน 3-4 เดือน ไม่หายได้แต่ทุเลา ผมจึงมาตรวจรักษาที่รพ.ศิริราช คุณหมอสั่งเอ็กซ์เรย์ทันที ท่านบอกว่าหมอนรองกระดูกปลิ้นให้ยามารับประทานดูอาการ 6 เดือน ขั้นสุดท้ายคือผ่าตัด ทานยาก็รู้สึกดีขึ้น มาพบท่านเดือนที่ 2 ท่านแนะนำให้ไปทำกายภาพบำบัด โดย 1)อบแผ่นร้อน 2)ดึงหลัง และ3)อินเตอร์ อ.นักกายภาพแนะนำให้ทำกายภาพที่บ้านโดยใช้มือจับเอวแล้วแอ่นไปข้างหน้าเป็นเซ็ท ผมไปทำก็รู้สึกดี แต่ก็ชาขาบ้าง ประมาณ 1 อาทิตย์ ผมมาทำกายภาพอีก เปลี่ยนอ.นักกายภาพ(เหตุที่เปลี่ยนเพราะผมไม่ทราบวิธีการจับคิว และลงชื่ออ.เพราะไม่ชินกับวิธีการของจนท.รพ.) ก็ทำ 3 ขั้นตอนเหมือนเดิม แต่อ.นักกายภาพให้นอนและมือจับเข่าและยกก้นโดยใช้เอว และอีกท่าให้นักกับเก้าอี้ก้มใช้มือลูบขาและแตะพื้น

ความผิดสังเกต คือ ผมกลับชาตรงหน้าขาซ้ายมากขึ้น เพิ่มจากชาที่สะโพกซ้าย

ปัญหา คือผมต้องทำอย่างไร กับท่ากายภาพที่ถูกต้องสำหรับโรคผม แอ่นหน้าหรือก้มกันแน่ และผมอยากได้รูปภาพและวิธีทำกายภาพเองที่บ้านจะได้หาที่ไหน

ขอกราบขอบพระคุณครับ

สามารถ วิเศษสิงห์

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Sat Jul 11 2009 18:43:04 GMT+0700 (ICT)

เรียนท่านผอ.ที่เคารพ

ก่อนที่จะตอบคำถามต้องขออธิบายก่อนว่า โรคหมอนรองกระดูกปลิ้นเกิดจากส่วนของเหลวที่อยู่ตรงกลางของหมอนรองกระดูก ยื่นออกมาทางด้านหลังแล้วไปรบกวนรากประสาทที่ไปเลี้ยงขา ทำให้ท่านปวด หรือชาลงขา สาเหตุเกิดจากการนั่งในท่าค่อมหลังนาน ๆ ยิ่งถ้าต้องนั่งขับรถมีแรงสั่นสะเทือนร่วมด้วยหมอนรองกระดูกทางด้านหลังอาจปริฉีกขาด ทำให้ของเหลวมันปลิ้นออกมาได้ ดังนั้นเพื่อลดอาการปลิ้น คือท่านต้องใช้การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มแรงกดทางด้านหลังของหมอนรองกระดูก จะได้ดันของเหลวกลับไปทางด้านหน้า ดังนั้นวิธีการแอ่นหลัง น่าจะเป็นการช่วยให้หมอนรองกระดูกกลับเข้าที่ได้ดีกว่าการก้มตัวไปทางด้านหน้า ขอเสนอแนะให้ท่านหยุดทำท่าก้มไปข้างหน้าก่อนนะคะ จนกว่าร่างกายจะหายดีขึ้นกว่านี้ การแอ่นหลังทำได้หลายวิธี จะยืน หรือนอนคว่ำก็ได้ (ดูในภาพที่ 2-3 ใน post 1 นะคะ)จริงๆ หลังจากเสร็จภาระกิจอยากให้ท่านนอนความเล่นๆ ประมาณ 10-15 นาทีจากนั้นจึงทำท่านแอ่นหลังโดยการใช้มือ 2 ข้างยันพื้น ขึ้นมาจนถึงจุดที่สะโพกเริ่มลอยขึ้นจากพื้น ทำบ่อยๆ ประมาณ 10 ครั้ง 3-4 sets ระหว่างทำท่าบริหาร ถ้ามีอาการปวดไม่เป็นไร แต่หลังจากทำครบ 10 ครั้ง ให้พักดูอาการ ถ้าอาการเท่าเดิม หรือดีขึ้น คืออาการปวดไม่วิ่งไปไกลจากเดิม ก็ค่อยทำต่อ ถ้าอาการปวดหดเข้าใกล้กระดูกสันหลังก็ยิ่งดี แต่ถ้าทำเสร็จแล้วอาการปวดกลับวิ่งไปไกลจากหลังยิ่งมากขึ้น เช่น จากที่เคยปวดถึงเข่ากลับวิ่งไปปวดที่ข้อเท้า หรือมีอาการชาเพิ่มขึ้น ให้หยุดทำทันที เพราะแสดงว่าไม่ได้ผล และอาจเกิดผลไม่ดี

ควรหลีกเลี่ยงการนั่งนานๆ เปลี่ยนอิริยาบทบ่อยๆ ถ้าต้องนั่งนานให้มีหมอนรองตรงบริเวณบั่นเอวด้วยจะช่วยได้ ค่ะ

ปนดา

นิโลบล แสงม่วง
IP: xxx.122.173.124
เขียนเมื่อ Mon Jul 27 2009 18:33:21 GMT+0700 (ICT)

อาจารย์คะ

คนไข้ถ้าเป็น Spon ในการรักษาคนไข้แล้วจะใช้วิธีดึงหลังรึเปล่าคะ

เท่าที่จำได้ตอนเรียนและอ่านหนังสือ เป็นข้อควรระวังในการดึงหลังเท่านั้น ไม่ได้เขียนไว้ว่าเป็นข้อห้าม ซึ่งกำลังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ระหว่างนักกายภาพบำบัดกับหมอ PM&R ส่วนใหญ่แล้วที่โรงพยาบาลที่หนูอยู่นักกายภาพจะไม่ดึงหลังถ้าผู้ป่วยเป็น spon แต่หมอสั่งให้ดึง

หนูจึงอยากเรียนปรึกษาอาจารย์คะ

แหวน
IP: xxx.157.135.85
เขียนเมื่อ Wed Sep 16 2009 17:56:14 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคืออยากถามว่าตอนนี้แม่เป็นกระดูกทับเส้นประสาทอยู่ค่ะ จะเจ็บและชาบริเวณส่วนล่างของคอและชาที่ขา

ไม่ทราบว่าจะมีโอกาสเป็นอัมพาทหรือเปล่าคะ แล้วจะรักษาด้วยวิธีไหนบ้างคะคุณหมอ

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Wed Sep 16 2009 21:36:31 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณแหวน

ปกติแล้วถ้าแม่เป็นกระดูกทับเส้นประสาทคอ น่าจะชาลงไปที่แขน แต่ถ้ามีอาการชาที่ขาด้วยนี่อาจเป็นไปได้ 2 อย่าง คือ ที่ขาอาจมีปัญหาการกดเส้นประสาทส่วนอื่นที่ไม่เกี่ยวกับกระดูกคอ หรืออาการกดที่เส้นประสาทคอมีความรุนแรงมากขึ้นคือนอกจากจะกดที่เส้นประสาทแล้ว อาจมีการกดที่ไขสันหลังบางส่วนด้วย ซึ่งถ้าเป็นแบบที่สองก็น่าเป็นห่วงเรื่องอัมพาท จึงควรพาแม่ไปพบแพทย์ทางออโธปิดิก หรือแพทย์ทางระบบกระดูกเพื่อให้เขาช่วยตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัด เพื่อให้รักษาที่เหมาะสมต่อไป ก่อนที่จะมีปัญหามากกว่านี้ค่ะ

ปนดา

แหวน
IP: xxx.121.13.156
เขียนเมื่อ Thu Sep 17 2009 00:20:13 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอคือว่าหนูอยากจะถามอีกนิดนึงค่ะ แม่หนูปวดขาลามไปถึงที่เท้ามานานมากแล้ว และอีกไม่นานก็มีอากรชาที่คอส่วนล่างหรือบริเวณไหล่แล้วอีกไม่นานถึงจะชาที่ขาค่ะ แต่วันนี้ไปหาหมอที่โรงพยาบาลหมอบอกว่าเป็นกระดูกทับเส้นประสาทแต่ไม่รู้ว่าเป็นกระดูกส่วนไหนเพราะไม่ได้X-RAYดู เลยเอายามาให้กินถ้ากินหมดค่อยมาดูอาการใหม่ คุณหมอคิดว่าแม่หนูควรX-RAYดูมั้ยคะ

แล้วค่อยรักษา แล้วหมอด้านกระดูกโรงพยาบาลมีทุกที่หรือเปล่าคะ

ขวัญ
IP: xxx.120.29.5
เขียนเมื่อ Thu Sep 17 2009 14:30:39 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณหมอ

หนูอายุ 24 ปีค่ะ ทำงานแล้วคือนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ก็มีลุกนั่งบ้างเป็นระยะๆ เคยมีอาการปวดหลังมาก่อนแต่ก็เป็นๆหายๆมาตลอด แล้วมีวันหนึ่งหนูก้มลงหยิบของแล้วมีอาการปวดหลังตรงเอวอย่างเฉียบพลันขยับตัวไม่ได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แล้วก็ขับตัวขึ้นมาได้ แล้วก็มาทำงานเลยรู้สึกปวดตรงเอวเจ็บแบบเสียวๆค่ะ เดินเอวเบี้ยวๆอยู่ตอนนี้ และหนูก็กินยาตัวเก่าที่เคยไปหาหมอมาครั้งที่แล้วรู้สึกว่าจะเป็นยาคลายกล้ามเนื้อค่ะ หนูรบกวนคุณหมอช่วยตอบอาการของหนูด้วยนะคะ

ขอบคุณอย่างสูง

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Fri Sep 18 2009 01:08:52 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณแหวน

แพทย์ทางระบบกระดูกคงมีเกือบทุกรพ.ทั่วไป รพ.ศูนย์ แต่ในรพ.เล็กๆ อาจไม่มีแพทย์เฉพาะทางด้านนี้ จริงๆ อยากให้ไปพบแพทย์เฉพาะทางดีกว่าเพราะคุณแม่ของคุณน่าจะต้องได้รับการดูแลที่เหมะสม ถ้าแพทย์ตรวจแล้วไม่มีปัญหากดทับรากประสาทอะไร ก็อาจส่งปรึกษานักกายภาพบำบัด ก็จะดีมาก คุณแม่คุณควรได้รับคำแนะนำจากนักกายภาพบำบัดในการดูแลตนเอง เช่นการออกกำลังกาย การปรับปรุงท่าทางการทำกิจวัตรประจำวันให้ถูกสุขลักษณะขึ้น ข้อต่อจะได้ชลอความเสื่อมลงค่ะ

ปนดา

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Fri Sep 18 2009 01:12:31 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณขวัญ

อาการของคุณเข้าข่ายหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น แต่ยังอาจจะไม่รุนแรงถึงขั้นทับรากประสาทสันหลัง แต่อาการปวดแบบนี้มีวิธีทีทำแล้วน่าจะช่วยได้มากๆเลย คือท่าบริหารดังรูปภาพด้านบน เป็น post แรกที่อาจารย์ได้เขียนอธิบายไว้เกี่ยวกับโรคหมอนรองกระดูกปลิ้นทับรากประสาท อ่านให้ละเอียดแล้วปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด วันละหลายๆรอบ อาการก็จะหายไปได้รวดเร็วค่ะ

ขวัญ
IP: xxx.120.26.24
เขียนเมื่อ Mon Sep 21 2009 09:25:18 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณหมอ

ตามที่คุณหมอได้แนะนำในเบื้องต้น หนูก็ได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดค่ะ เวลาผ่านมาประมาณ 3 วันอาการดีขึ้นมากเลยแต่เวลาที่นั่งทำงานแล้วลุกขึ้นจะรู้สึกเจ็บตรงเอวอยู่บ้าง และยังมีอาการตัวเอียงอยู่เล็กน้อยแล้วเวลาที่ลุกจากเก้าอี้ยังคงมีอาการตัวเอียงโดยทำตัวตั้งตรงไม่ได้ค่ะ หนูอยากทราบว่าอาการแบบนี้ถือว่าดีขึ้นมั้ยคะ แล้วต้องใช้เวลานานมั้ยถ้ายังคงปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอจึงจะหายน่ะค่ะ แล้วที่หนูกังวลมากก็คือกลัวจะตัวเอียงตลอดไปน่ะค่ะ หนูกลัวอันนี้มากตอนนี้กังวลมากค่ะ แต่ก็ยังไม่กล้าไปหาหมอ

เพราะหนูเห็นว่าอาการก็ดีขึ้นจากวันนั้นมากและก็หวังว่าจะหายได้เอง รบกวนคุณหมอด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Mon Sep 21 2009 10:08:05 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณขัวญ

ขอบคุณที่เข้ามารายงานผลการปฏิบัติตัวให้ทราบนะคะ อาการที่เล่ามาเป็นอาการที่แสดงว่าดีขึ้นค่ะ แต่ยังไม่หายสนิท มีข้อแนะนำให้ทำเพิ่มเติม ดังนี้ค่ะ

1. พยายามอย่านั่งนานเกิน 30 นาที ควรเปลี่ยนอิริยาบทบ่อยๆ เพราะการนั่งนานๆจทำให้ความดันในหมอนรองกระดูกสูงขึ้น

2. ควรปรับท่าทางการนั่งให้ถูกต้อง ช่วยเข้าไปอ่านเรื่งท่าทางการนั่งที่ถูกต้องใน blog นี้นะคะ

3. ข้อนี้สำคัญมาก คือ เมื่อจะลุกขึ้น หรือจะนั่งลงบนเก้าอี้ ต้องอย่าก้มตัว รักษาหลังให้ตรงขณะจะลุกขึ้น หรือจะนั่งลง ดังนี้

ถ้าจะลุกขึนจากเก้าอี้ step1 ให้ขยับก้นออกมาจากพนักพิง จนเข้ามาใกล้กับขอบเก้าอี้ทางด้านหน้าก่อน แล้วจึง step 2 ใช้มือทั้ง 2 ข้างช่วยยันที่พักแขนของเก้าอี้พยุงตัวลุกขึ้น พร้อมกับเหยียดเข่าขึ้นตรงๆ โดยไม่ก้มหลังค่ะ ถ้าไม่มีที่พักแขนก็ใช้ขาอย่างเดียว

ถ้าจะนั่งลงก็เช่นเดียวกัน ทำ 2 steps คือ step 1 ย่อเข่านั่งลงที่ขอบเก้าอี้ก่อน step 2 แล้วค่อยขยับก้นเข้าไปให้หลังพิงพนักเก้าอี้

ขณะขยับเคลื่อนไหวตัวให้แขม่วหน้าท้องด้วยจะช่วยพยุงหลังได้อีกแรงหนึ่งค่ะ

พยายามทำบ่อยๆ หมั่นเตือนตนเองนะคะ จะได้หายเร็ว กลับจากที่ทำงานอยู่บ้านก็นอนคว่ำสัก ครึ่งชั่วโมงใช้หมอนหนุนอกไว้ก็ได้ค่ะ ขณะนอนคว่ำ ก็งอเข่าให้ส้นเท้าเข้ามาชิดก้น งอเข้าๆ ออกสลับกันไป เรื่อยๆ ถือเป็นการให้อาหารกระดูกสันหลังของเรานะคะ

ปนดา

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Mon Sep 21 2009 10:14:59 GMT+0700 (ICT)

คุณขัวญค่ะ

เข้าไปอ่านใน blog นี้ด้วยค่ะ

http://gotoknow.org/blog/spinal-clinic/134055

ปนดา

ขวัญ
IP: xxx.120.28.127
เขียนเมื่อ Thu Sep 24 2009 13:12:49 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณหมอ

หลังจากที่หนูได้รับคำแนะนำดีๆจากคุณหมอมา และปฏิบัติตามปรากฎว่าตอนนี้หนูหายดีแล้วนะคะ หนูดีใจมาก

ตอนแรกกังวลมาก กับอาการที่เป็นถ้าไม่ได้คุณหมอแนะนำคงต้องวิ่งเข้าออกโรงพยาบาลไม่รู้กี่รอบนะคะเนี่ย ตอนนี้สบายใจมากเลยค่ะ ขอบคุณคุณหมอจริงๆ หนูพยายามเข้าเวปไซน์หลายที่แล้วก่อนที่จะมาเจอคุณหมอเพราะเราไม่รู้อาการของเราแน่นอนว่าเกิดอะไรขึ้นกับกระดูกสันหลังจึงปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องน่ะค่ะ แต่ตอนนี้หายดีแล้ว หนูขอย้อนถึงก่อนหน้านี้ที่มีอาการปวดหลังจากที่วันแรกมาทำงานเกือบไม่ได้ แต่ก็ยังมา แล้วคนที่ทำงานพากันหัวเราะหนูใหญ่เลยว่าเดินเหมือนคนอายุ 80-90 ปี หนูก็พยายามดัดตัวให้ตรงแต่มันก็ไม่ได้ผล ยิ่งกลับมาเจ็บกว่าเดิมอีก ตั้งแต่ทำตามคำแนะนำของคุณหมอหนูก็ไม่ได้กินยาเลยนะคะ เพราะทำแล้วรู้สึกมันดีขึ้นก็เลยเลิกทาน และหมั่นทำตามคำแนะนำมาตลอด หนูขอขอบพระคุณคุณหมอมากนะคะที่ทำให้หนูกลับมาเป็นปรกติเหมือนเดิม

ขอบคุณมากค่ะ

nuch
IP: xxx.122.176.249
เขียนเมื่อ Wed Oct 07 2009 12:39:23 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ อาจารย์ปนัดดา ขออนุญาติถามเกี่ยวกับอาการป่วยของคุณแม่ค่ะ ตอนนี้ คุณแม่มีอาการปวดขาและชาเวลาเดิน

แต่ถ้าอยู่เฉย ๆ ไม่มีอาการ เป็นมาประมาณ 2 อาทิตย์

ปัจจุบันแม่อายุ 66 ปี สูง 158 น้ำหนัก 61 kg. โรคประจำตัว ความดัน เบาหวาน หัวใจ ไม่มี มีปัญหาเกี่ยวกับโรคไตแต่ปัจจุบันหมอไม่ให้ทานยา แล้ว แม่อยู่อุบลราชธานี

รบกวนอาจารย์ด้วยค่ะ ว่าต้องทำอย่างไร และกายภาพจำเป็นต้องทำเลยหรือเปล่า แล้วที่ไหนที่ใกล้และสะดวกในการเดินทาง

และตอนนี้คนในหมู่บ้าน มีอาการเหมือนแม่ค่อนข้างเยอะ อายุใกล้เคียงกับแม่ จะได้ช่วยเหลือเขาได้

ขอบพระคุณค่ะ

นุช

สุวดี
IP: xxx.53.192.188
เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 13:28:33 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณหมอ

ดิฉันอายุ 50 ปี ส่วนสูง 160 น้ำหนัก 60 ค่ะ ทำงานนั่งตลอดเวลาเป็นเวลา สิบๆปีมาแล้ว มีอาการปวดหลังประจำ และคลำตรงบริเวณบั้นเอวข้างขวา พบมีก้อนเนื้อประมาณหัวนิ้วโป้ง ปลิ้นไปปลิ้นมา บางครั้งทำให้รู้สึกปวดขัดด้านนั้น และตอนนี้มีอาการปวดขัดที่ขาขวา ไม่ทราบสาเหตุเกิดจากอะไรคะ ยังไม่เคยไปพบหมอเลย และก้อนเนื้ออันนั้นคืออะไร เป็นอันตลายไหม รบกวนคุณหมอช่วยกรุณาตอบด้วยค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 15:29:59 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณสุวดี

ไม่แน่ใจว่าอาการปวดหลังของคุณจะเกี่ยวกับก้อนเนื้อนั้นหรือไม่ ถ้าอยากรู้ว่าก้อนเนื้อนั้นเป็นอะไรคงต้องไปปรึกษาแพทย์ อาจเป็นก้อน cyst ไขมันก็ได้ ถ้ามันไม่ใช่เนื้อเยื่อที่มีปัญหาอะไร ก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับการปวดหลัง อาการปวดหลังของคุณน่าจะมากจากการนั่งมากเกินไป ควรลุกเดินบ่อย ๆ ออกกำลังกายเพิ่มขึ้นโดยการเดิน ไม่ควรวิ่ง เดินบ่อยๆ ยืดเส้นสายบ้างก็น่าจะช่วยได้มากแล้วนะคะ

ปนดา

สุวดี
IP: xxx.26.13.171
เขียนเมื่อ Tue Oct 27 2009 13:05:08 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณหมอที่เคารพ

เพิ่งได้เปิดมาดูคำตอบ หลังจากโพสต์ถามมาหลายวันแล้ว ขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ

ก้อนเนื้อที่ปลิ้นไปมานั้น ไม่เจ็บค่ะบางทีก็คลำไม่เจอ คงเป็นก้อนไขมันอย่างที่คุณหมอบอก

ต้องหาเวลาไปตรวจค่ะ และก็ต้องออกกำลังกายลุกเดินไปมาบ้าง เพราะนั่งจนเมื่อย

ทีแรกได้ยินคำว่าหมอนรองกระดูกปลิ้น ก็เลยคิดถึงไอ้ก้อนที่ปลิ้นนั่น

ขอขอบพระคุณอย่างสูงอีกครั้งค่ะที่กรุณาตอบ

สุวดี

ปาจิรา
IP: xxx.68.150.129
เขียนเมื่อ Thu Oct 29 2009 12:42:39 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณหมอ เพิ่งไปตรวจมา พบว่าเป็นหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท เมื่อวันจันทร์ที่ 26 ที่ผ่านมา ตกใจค่ะ เพราะว่าเพิ่งอายุ 26 ปีเอง แต่พอจะทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร จากการทำงานค่ะ ยกของหนักแล้วล้ม นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ มีอาการชาที่ขามาหลายเดือนแล้ว ช่วงแรกๆ เป็นๆหายๆ มาช่วงหลังคือปอดเอวมากกว่าปกติ จึงตัดสินใจไปพบหมอรักษาโรคกระดูกโดยเฉพาะ หมอให้ยามาทานค่ะ ปรากฎว่า ดีขึ้นค่ะ ขาหายชา แต่ว่า ปวดหลังแทนค่ะ ไม่ทราบซึ่งเมื่อก่อนไปค่อยปวดหลัง ตอนนี้หาวิธีการรักษาอยู่ ค่ะ ต้องเริ่มตั้งแต่ตรงไหนค่ะ คือว่ายังไม่ได้แต่งงาน คิดว่าอีก 2 ปีจะแต่งงานมีลูก จึงอยากจะรักษาให้หายก่อนมีลูกค่ะ จะได้ไม่เป็นอันตรายค่ะ เคยดูทีวี แล้วมีดารามาบอกว่าเป็นโรคนี้ แต่รักษาหายด้วยการฝึกโยคะ ค่ะ จริงรึป่าวค่ะ ถ้าจริงจะได้ไปฝึกบ้างค่ะ

ประทุมรัตต์
IP: xxx.185.68.195
เขียนเมื่อ Fri Jan 22 2010 10:50:03 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ ดิฉันเคยเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทค่ะและมีกระดุกงอกตรงนั้นด้วยค่ะ ตอนอายุ 17 ปี ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดค่ะ หมอก็บอกว่าดิฉันหายดีแล้วค่ะ ผ่านมา 6 ปี แล้วค่ะ แต่ตอนนี้ก็ชอบปวดบริเวณหลังและเอวค่ะแต่ยังไม่ถึงขั้นปวดร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่ง คุณหมอว่าดิฉันมีโอกาศกลับมาเป็นโรคนี้อีกไหมค่ะ แล้วกระดูกที่งอกอ่ะค่ะจะมีโอกาศงอกมาอีกไหมค่ะ รบกวนช่วยตอบคำถามด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Mon Jan 25 2010 00:31:52 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณประทุมรัตน์

คุณมีโอกาสกลับมาเป็นโรคกระดูฏทับเส้นได้อีกค่ะ การปวดหลังเป็นแล้วเป็นอีกได้ค่ะ กระดูกงอกก็เช่นกันค่ะงอกเพิ่มได้ แต่สามารถป้องกันได้ค่ะโดยการบริหารร่างกายที่เหมาะสม ถ้าจะให้ดี คุณควรไปปรึกษานักกายภาพบำบัดให้สอนท่าบริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องเพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงมั่นคงให้กับกระดูกสันหลัง ก็จะช่วยป้องกันไม่ไห้กลับมาเป็นอีกได้ค่ะ

ปนดา

วรณัน
IP: xxx.123.169.55
เขียนเมื่อ Thu Jan 28 2010 17:57:12 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์ปนดา

พอดีมี case ผู้ป่วยหมอ Dx. R/O HNP แล้วส่งปรึกษากายภาพบำบัด film x-ray AP/Lat พบ disc space narrowing L4-5 และแพทย์แนะนำให้ไช้ LS support จากการตรวจร่างกายเบื้องต้นพบว่ามีอาการชาร้าวลงสองข้าง ซ้ายมากกว่าขวา มีจุดกดเจ็บบริเวณ L4-5 กายภาพให้การรักษาโดยการ วางแผ่นประคบร้อนและดึงหลัง 1 ครั้ง วันรุ่งขึ้นผู้ป่วยมารับบริกรและบอกว่าดึงหลังแล้วปัสสาวะไม่ออก

จึงอยากจะรบกวนปรึกษาอาจารย์ว่าการดึงหลังส่งผลให้ผู้ป่วยปัสสาวะไม่ออกได้ไม่ค่ะ เพราะผู้ป่วยโทษว่าเป็นจากการดึงหลังที่ทำให้ปัสสาวะไม่ออกค่ะ

อาจารย์พอจะมีเอกสารอ้างอิงเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหมค่ะ

ขอขอบพระคุณมากค่ะ

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Fri Jan 29 2010 00:06:23 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณวรณัน

ช่วยแจ้ง e-mail address ให้อาจารย์ทราบด้วยค่ะ หรือ email หาอาจารย์ที่ gsu1994@yahoo.com แล้วจะตอบกลับไปนะคะ

ปนดา

อ.ไข่
IP: xxx.8.167.163
เขียนเมื่อ Thu Apr 15 2010 23:44:45 GMT+0700 (ICT)

คุณหมอคะ

ดิฉันเห็นโฆษณาเครื่องยืดกระดูกสันหลัง เป็นเตียงนอนล็อกคอ เอว และข้อเท้า แล้วใช้มือหมุนให้เตียงยืดออกจากกัน ดึงตัวให้ยืดออก เขาโฆษณาว่าแก้ไขได้ทั้งโรคปวดหลัง ปวดเอว ยืดความสูงได้ด้วย

ดิฉันอายุชักเยอะแล้ว ตอนเด็กเคยรักษาโรคกระดูกอ่อน ทำงานนั่งโต๊ะ หลังคอม เลยปวดหลัง ปวดเอว ปวดไหล่ มาตลอด ตอนนี้ไหล่เอียงไปข้างนึงแล้ว

เมื่อปวดเอวเคล็ดครั้งแรกเมื่อสิบห้าปีก่อน เคยใช้เครือ่งยืดกระดูกของแผนกกายภาพบำบัด ใช้รักษาแล้วหายปวดหลัง ได้เยี่ยมมาก เลยนึกอยากได้ไว้ใช้แก้ไขโรคปวดหลังของตัวเอง

่อันนี้ราคา 12500 บาท ซื้อได้ไม่เดือดร้อน แต่ไม่อยากเสียค่าโง่ คุณหมอคิดว่าน่าซื้อใช้เองที่บ้านใหมคะ

อ.ไข่

IP: xxx.120.121.104
เขียนเมื่อ Thu Apr 29 2010 19:22:56 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณหมอ คือตอนนี้มีข้อสงสัยกับอาการปวดหลัง แต่ว่าตัวเองไม่ได้เป็น พี่สาวเป็นค่ะ 2 คนเลย คนที่1 อายุประมาณ 34-35 มีอาการป่วยหลังค่ะ แต่รู้สึกได้ว่าปวดด้านซ้ายและรู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้อด้วยค่ะ (หากไม่สังเกตุอาจจะมองไม่เห็น แต่หากใส่เสื้อเข้ารูปจะมองเห็นนิดหน่อยถ้าสังเกตุ) จากอาการที่เค้าเป็น บางครั้งปวดไปที่แขน และชา จนแขนไม่มีกำลัง ตอนนี้พี่สาวคนนี้อยู่ประเทศเกาหลี ไปหาหมอมาแล้ว แต่พี่สาวก้ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เป็นเพราะภาษาการสื่อสาร และหมอก้ให้ยามาท่าน แต่เวลาที่เค้าปวดต้องใช้แผ่นติดไว้(คล้ายๆ พลาสเตอร์ยาบ้านเรามั้ง) และเค้าไม่ได้ทำงานหนักนะค่ะ เลยอยากให้คุณหมอช่วยแนะนำให้หน่อยค่ะ และวิธีการที่จะรักษาเบื้องต้นค่ะ เพราะตัวเราเองก้ไม่เข้าใจเหมือนกัน

ส่วนที่สาวคนที่ 2 (เป็นนานกว่าคนที่ 1) อายุประมาณ 32-33 มีอาการปวดหลังมาประมาณ 1 ปีกว่าแล้วค่ะ อาการจะคล้ายกันคือปวดหลัง และจะชาไปที่ขา จนบางครั้งลุกเดินไม่ได้ ตอนพี่สาวเป็น ก้อยู่ที่เกาหลีเหมือนกัน แต่ตอนนี้กลับมาเมืองไทยแล้ว แต่อยู่ที่นั้น ก้ไปหาหมอ และมีการฝังเข็มบาง แต่อาการจะดีขึ้นแค่ช่วงแรก และก้จะเป็นเหมือนเดิม จนเมื่อประมาณต้นปี 2552 กลับมาเมืองไทย และไปตรวจ X-Ray ก็ไม่พบอะไร (ไปหาตามคลีนิกตรวจธรรมดา หมอฟิล์ม X-Ray และบอกว่ากระดูกเป็นปกติ) และให้ยามากิน ช่วงแรกดีขึ้นแต่ เหมือนกับว่าต้องกินยาตลอด บางครั้งก็จะไปนวดจับเส้นบางตามที่นวดต่าง ๆ แต่ก็แค่ดีขึ้น ก็เลยหยุดไป และตอนหลังมาก็ปวดไม่มากเท่าไหร่ แต่เมื่อ 21 -4-53 ที่ผ่านมา พี่สาวก็ปวดอีก จนเพื่อนต้องมาไปนวดจับเส้นอีก(แต่พี่สาวบอกว่าหลังจากการนวดจับเส้นเสร็จจะมีอาการช้ำมาก) แต่หลังจากนั้นจะดีขึ้น และเค้าแนะนำใหไปนวดทุก ๆ 2 อาทิตย์แล้วจะดีขึ้น หากมีอาการปวดพี่สาวก็จะกินยาแก้ปวดทั่วไป ตอนนี้เป็นห่วงพี่สาวมากทั้งสองคนเลย ก็พยายามแนะนำให้เค้าไปปรึกษาแพทย์ แต่เค้าก็ยังไม่ยอมไป จึงอยากรบกวนคุณหมอให้ช่วยแนะนำวิธีที่จะบอกพี่สาวให้ไปหาหมอ หน่อยนะค่ะ

ไม่รู้จะไปปรึกษาใครแล้ว ช่วยแนะนำหน่อยนะค่ะ เมล์มาก็ได้ค่ะ ต้องการคำปรึกษาด่วน (แต่ห้ามหลอกลวงกันนะค่ะ) yakoo.shi2596@hotmail.com

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Sat May 01 2010 20:56:06 GMT+0700 (ICT)

เรียนอ.ไข่

ต้องขอโทษด้วยที่ตอบช้าไปหน่อยค่ะ

สำหรับเครื่องยืดกระดูกสันหลังก็คงมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่ในระยะยาวคงไม่ช่วยมากเท่ากับการบริหารออกกำลังกายด้วยตนเองค่ะ การที่เครื่องนี้ช่วยเรา คือช่วยคลายกล้ามเนื้อ และลดแรงกดที่หมอนรองกระดูก แต่จริงๆแล้วถ้ากล้ามเนื้อเราแข็งแรงและยืดหยุ่นดีจากการออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อ เช่น แบบโยคะ หรือบริหารยืดแบบท่าที่อยู่ในรูปที่ 3 ข้างบนก็ช่วยปรับความดันในหมอนรองกระดูกก็น่าจะดีกว่า สรุปคือเครื่องนี้ไม่น่าจะมีโทษอะไร

ปนดา (นักกายภาพบำบัด)

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Sat May 01 2010 21:10:14 GMT+0700 (ICT)

ตอบผู้ไม่แสดงตน

ขอชื่นชมในความเป็นห่วงพี่สาวขอคุณทั้งสองคนนะคะ โชคดีที่พี่สาวขอคุณทั้งสองคนยังอายุไม่มาก อยู่ในวัยทำงาน

สำหรับคนที่ 1 เป็นการยากที่จะบอกว่าเธอเป็นอะไรกันแน่ เพราะก้อนเนื้อที่ยื่นออกมาตามที่คุณเล่าอาจจะเป็นการคดของกระดูกสันหลังก็ได้ค่ะ ถ้าเป็นกระดูกสันหลังคดแล้วต้องทำงานหนัก หรือถ้างานไม่หนักแต่ต้องอยู่ในท่าทางใดท่าทางหนึ่งนานๆก็จะทำให้ปวดหลังได้ กล้ามเนื้ออาจเกิดอาการล้าได้ และปวด ควรให้เขาออกกำลังกายยืดเหยียดกล้ามเนื้อบ้างก็จะช่วยได้มาก ยืดให้บ่อยด้วยนะคะ แต่เรื่องหลังคดจะให้ตรงคงไม่ได้แล้ว แต่ถ้าไม่ใช้กระดูกสันหลังคดแล้วปวดหลังไม่ทราบว่าหลังส่วนไหน ถ้าเป็นหลังส่วนบนหรือปวดคอก็อาจทำให้แขนอ่อนแรงได้บ้างแต่ถ้าเป็นหลังส่วนเอวคงไม่น่าจะเกี่ยว เพราะคนปวดหลังส่วนเอวส่วนใหญ่จะปวดลงขามากกว่า อย่างไรก็ตามยังขอแนะนำให้ทำการยืดกล้ามเนื้อ และวางกระเป๋าน้ำอุ่นตรงที่ปวดประมาณ 20 นาทีวันละ 1 ครั้ง การกดนวดบริเวณกล้ามเนื้อที่ปวดก็อาจช่วยได้บ้างค่ะ ถ้าไม่ใช่ทั้งสองกรณ๊คงต้องไปปรึกษาแพทย์แล้วค่ะเพื่อตรวจว่าก้อนเนื้อนั้นมันคืออะไรกันแน่

ส่วนคนที่ 2 น่าจะเป็นหมอนรองกระดูกปลิ้น พยายามให้เธอทำท่าบริหารในรูปที่ 2-3 ข้างบนบ่อย ทำช้าๆ 10 ครั้ง ทุกๆ 2 ชั่งโมง ลองทำดูสัก 1-2 สัปดาห์ถ้าดีขึ้นค่อยมารายงานอีกทีนะคะ

ปนดา

adisron
IP: xxx.19.66.75
เขียนเมื่อ Sat May 22 2010 14:50:37 GMT+0700 (ICT)

เรียนอาจารย์ปนดา

ผมมีปัญหาเกี่ยวกับอาการปวดหลังที่จะเรียนถามดังนี้

ผมมีอาการปวดหลัง ด้านซ้าย บริเวณ L 5 ลงไป หาสโพก

มีอาการตรึงที่ข้อต่อหัวเข่า อาการปวดแสบปวดร้อนที่ฝ่าเท้า

และหลังฝ่าเท้าด้านซ้าย มีอาการเปป็นมาได้ 5 ปี ทำกายภาพเรื่อยมาแต่ไม่ต่อเนื่อง

คือผมมีงานประจำทำเลยได้ทำกายภาพในวันหยุดครับ ผมเคยผ่าตัดหมอนรองกระดูกที่คอ(c5-c6)มาแล้ว 10 ปี

แต่อาการยังทรงตัวเหมือนเดิมครับอาจารย์ ผมได้ไปพบแพทย์ สอง รพ. แต่ได้รับคำแนะนำมาไม่เหมือนกัน

ที่รพ.ศรีนครฯ หมอบอกว่าไม่ได้เป็นหมอนรองกระดูก ที่รพ.ศูนย์ ขก. หมอบอกว่าต้องผ่าตัด คือผมเคยผ่าตัดหมอนรองกระดูกที่คอที่รพ.นี้ครับผมต้องทำอย่างไรดีครับ

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Sun May 23 2010 21:13:45 GMT+0700 (ICT)

ตอบ post ที่ 39 คุณ Adisorn

ปัญหาปวดหลังร้าวลงสะโพก และมีอาการแสบร้อนที่ฝ่าเท้านั้น น่าจะเป็นปัญหาปวดหลังที่มีการรบกวนรากประสาทสันหลังที่ไปเลี้ยงขา แต่สาเหตุของการรบกวนรากประสาทสันหลังนั้นอาจเป็นได้หลายอย่าง เช่น หมอนรองกระดูกปลิ้นหรือยื่นไปทับรากประสาท หรืออาจจะเป็นหินปูน หรืออาจจะเป็นเนื้อเยื่อพังผืดยึดรั้งเส้นประสาทก็ได้ ปัญหาขอองคุณค่อนข้างที่จะเรื้อรัง ลักษณะปัญหาแบบนี้ ถ้าคุณจะยังไม่ผ่าตามที่แพทย์แนะนำ ก็มีการรักษาทางกายภาพบำบัดอีกทางหนึ่งซึ่งนักกายภาพบำบัดที่จะดูแลปัญหาของคุณต้องเป็นนักกายภาพบำบัดที่มีความชำนาญเฉพาะทางด้านระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ซึ่งไม่ทราบว่าคุณอยู่ที่ไหน ถ้าอยู่ขอนแก่นก็มีอาจารย์สอนกายภาพบำบัดที่มีความชำนาญเฉพาะทางด้านนี้ที่อาจารย์รู้จักอยู่ท่านหนึ่งชื่ออาจารย์รุ้งทิพย์ สอนอยู่ที่ภาควิชากายภาพบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ มข. เขามีคลินิกกายภาพฯของภาควิชา

แต่ถ้าอยู่ที่กทม.ก็ไปพบอาจารย์คมปกรณ์ที่คลินิกกายภาพบำบัดของคณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวที่เชิงสะพานปิ่นเกล้า ฝั่งธนฯ ก็ได้ค่ะ ทั้งสองแห่งถ้าเป็นข้าราชการเบิกได้ค่ะ

ปัญหาของคุณต้องได้รับการดูแลต่อเนื่องจากนักกายภาพบำบัดเฉพาะทาง ก็น่าจะมีอาการดีขึ้นนะคะ การดูแลต่อเนื่องไม่ใช่หมายความว่าต้องไปหานักกายภาพบำบัดทุกวัน เพราะอาการของคุณเป็นมานานการรักษาอย่างเดียวไม่พอ ต้องฟื้นฟูสมารรถภาพร่างกายด้วยจึงจะหายขาดได้ ซึ่งการออกกำลังกายอะไรต่างๆต้องได้รับคำแนะนำจากนักกายภาพบำบัดที่มีความชำนาญเฉพาะทางค่ะ

โชคดีนะคะ

ปนดา

iD club love
เขียนเมื่อ Thu May 27 2010 14:18:14 GMT+0700 (ICT)

ผม กเป็นโรคหมอนรองกระดูกเหมือนกันครับ แต่เป็นได้ขวา ปวดช่วงเอวลงสโพก เวลาเดินไกลๆๆจะชาลงขาขวา แล้ว จะรู้สึกตึงที่เอ็นหลังเขา ผมเป็นคนเล่นฟุตบอลประจำ แล้ว มีงานที่ต้องนั้นหน้าคอม เป็นเวลานานๆๆๆ ตอนนี้รักษา กินยา แล้ว กายภาพบำบัดยืดหลัง รักษาได้ 2เดือนหมอก็ให้หยุดมา ให้เราไปกายภาพเองที่บ้าน ผมจึงเรียนถาม อ.ว่า ท่ากายภาพ ที่ถูกต้องมีท่าใหนบ้าง ตอนนี้ที่ผมทำอยู่นั้น มีท่าของ อ.ด้วย คือ2-3 ส่วนที่ที่ผมทำคือ นอนหงาย แล้ว งอเขามาชิดหน้าอก / ท่านอนหงายยกขาตรงสลับที่ละข้างให้สูงที่สุดแต่ไม่ให้สะโพกลอย / ท่ายืน แบบยกเขาตั้งฉาก คลายๆๆปันจักรยานนะครับแต่ยืนตรง / แล้ว ท่าบิดเอว ซ้าย-ขวา เป็นจังหวะ/ ท่านอนตะแครง แล้วยกข้างขึ้น สลับข้าง /ท่านั้งแล้วยืดขา 2ข้างไปข้างหน้า แล้วเอามือจับที่ปลายเท้า สลับที่ละขา แล้วขาคู่ / ท่านั้งงอขาเข้าหาตัว เอามือจับที่เท้า แล้ว ก้มหัวลงแต่เท้า

เลยอยากถาม อ.ว่า ท่าใหนถูกต้องแล้วควรทำต่อบ้างครับ ต้องขอโทษ อ. ด้วยนะครับ ที่ถามเยอะ อาจต้องนึกภาพยากหรือเป่าครับ

ขอบคุณล้วงหน้าครับ

iD club love
เขียนเมื่อ Thu May 27 2010 16:30:28 GMT+0700 (ICT)

ผม กเป็นโรคหมอนรองกระดูกเหมือนกันครับ แต่เป็นได้ขวา ปวดช่วงเอวลงสโพก เวลาเดินไกลๆๆจะชาลงขาขวา แล้ว จะรู้สึกตึงที่เอ็นหลังเขา ผมเป็นคนเล่นฟุตบอลประจำ แล้ว มีงานที่ต้องนั้นหน้าคอม เป็นเวลานานๆๆๆ ตอนนี้รักษา กินยา แล้ว กายภาพบำบัดยืดหลัง รักษาได้ 2เดือนหมอก็ให้หยุดมา ให้เราไปกายภาพเองที่บ้าน ผมจึงเรียนถาม อ.ว่า ท่ากายภาพ ที่ถูกต้องมีท่าใหนบ้าง ตอนนี้ที่ผมทำอยู่นั้น มีท่าของ อ.ด้วย คือ2-3 ส่วนที่ที่ผมทำคือ นอนหงาย แล้ว งอเขามาชิดหน้าอก / ท่านอนหงายยกขาตรงสลับที่ละข้างให้สูงที่สุดแต่ไม่ให้สะโพกลอย / ท่ายืน แบบยกเขาตั้งฉาก คลายๆๆปันจักรยานนะครับแต่ยืนตรง / แล้ว ท่าบิดเอว ซ้าย-ขวา เป็นจังหวะ/ ท่านอนตะแครง แล้วยกข้างขึ้น สลับข้าง /ท่านั้งแล้วยืดขา 2ข้างไปข้างหน้า แล้วเอามือจับที่ปลายเท้า สลับที่ละขา แล้วขาคู่ / ท่านั้งงอขาเข้าหาตัว เอามือจับที่เท้า แล้ว ก้มหัวลงแต่เท้า

เลยอยากถาม อ.ว่า ท่าใหนถูกต้องแล้วควรทำต่อบ้างครับ ต้องขอโทษ อ. ด้วยนะครับ ที่ถามเยอะ อาจต้องนึกภาพยากหรือเป่าครับ

ขอบคุณล้วงหน้าครับ

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Thu May 27 2010 23:37:22 GMT+0700 (ICT)

ปัญหาของคุณเป็นปัญหาที่เกิดจากหมอนรองกระดูกยื่นไปรบกวนรากประสาทสันหลังทำให้เกิดอาการปวดหลัง ร่วมกับอาการปวดร้าวไปที่สะโพก และชาลงขา เนื่องจากสภาพการทำงานที่ต้องนั่งนานๆ ปัญหาของคุณจะหายขาดได้ต้องออกกำลังกายเพื่อปรับสภาพหมอนรองกระดูกสันหลังให้สมดุล เวลาเรานั่งนานๆกระดูกสันหลังจะอยู่ในท่างอมากกว่าท่าเหยียด เพราะความเคยชินกับการนั่งหลังค่อม ดังนั้นเราควรเปลี่ยนอิริยบทลุกขึ้นยืนยืดหลังบ้าง โดยทำท่าแอ่นหลังในท่ายืนบ่อยๆ (คล้ายท่าที่ 3)แต่ทำในท่ายืน ท่านี้ต้องทำให้บ่อยพอไม่เช่นนั้นจะมีอาการดีขึ้นช้า ควรทำในช่วงเวลาทำงานด้วยให้ยืนแอ่นหลังให้สุด 10 ครั้งทุกๆ 1-2 ชั่วโมง ส่วนท่าอื่นๆที่คุณเล่าให้ฟังก็พอจะเข้าใจ ส่วนใหญ่เป็นท่ายืดกล้ามเนื้อและขยับเส้นประสาทซึ่งอาจมีพังผืดไปยืดซึ่งการทำท่าบริหารที่เล่ามาน่าจะช่วยคุณได้ ควรทำต่อไปตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด แต่ที่อาจารย์อยากเน้น คือท่าแอ่นหลังให้ทำบ่อยๆ โดยเฉพาะทำในระว่างช่วงเวลาทำงาน ต้องพยายามให้กำลังใจตนเองนะคะ อย่าเพิ่งท้อและหยุดทำ พยายามหาแรงจูงใจให้ออกกำลังกายเป็นประจำตามที่แนะนำไปแล้ว ถ้าสามารถออกไปเดินหรือวิ่งเหยาะๆได้ครั้งละครึ่งชั่วโมงได้จะดีมาก

จริงๆตามที่คุณเล่ามาว่าชอบเล่นฟุตบอล ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ต้องระวังการปะทะกัน และก่อนและหลังเล่นก็ควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อทุกครั้ง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บค่ะ

ปนดา

id club love
IP: xxx.137.58.130
เขียนเมื่อ Tue Jun 01 2010 17:58:13 GMT+0700 (ICT)

ขอบพระคุณมากครับ อ.

ทัศนีย์
IP: xxx.172.164.19
เขียนเมื่อ Sun Jul 04 2010 19:19:01 GMT+0700 (ICT)

เรียนอาจารย์ปนดา

ปัจจุบันดิฉันอายุ 51 ปี ตอนอายุ 25 ปี กระดูกสันหลังเคลื่อนจากอุบัติิิิเหตุ ปวดหลังโดยเฉพาะเอว เคยไปหาหมอหลายท่าน และทนมาตลอด ตอนอายุ 47 ปี ไปหา อ.แพทย์ ที่ ชม. ท่านบอกว่ากระดูกเคลื่อน1ใน3 ถ้าอยากผ่าตัดก็จะผ่าให้ แต่ดิฉันก็ไม่ได้ตัดสินใจผ่าตัด จนวันที่ 8 มี.ค.53 ดิฉันประสบอุบัติเหตุอีกครั้ง ผลการ x-ray และ MRI กระดูก L1ยุบ50% กระดูกสันหลังทั้งหมดเคลื่อน หมอให้ใส่เสื้อเกราะ และนอนอยู่บ้าน 1 เดือน ขณะนี้กระดูกติดแล้วบางส่วน แต่จุดตรงเอวจะปวดและปวดมาก ถ้าหากเดินเกิน 100 เมตร หรือยืนนานๆ ก้มหลังไม่ได้ ขณะนี้หลังแข็งเหมือนดามด้วยเหล็ก อยากรบกวนอาจารย์ช่วยแนะนำด้วยค่ะ ตอนนี้ลำบากเหลือเกินค่ะ มีวิธีไหน ร.พ.อะไร ที่ดิฉันควรไป ช่วยแนะนำด้วยค่ะ

ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ

กานต์ติยา ระวังภัย
IP: xxx.9.34.20
เขียนเมื่อ Thu Aug 05 2010 16:55:16 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะดิฉันอยากรบกวนขอท่าออกกำลังกายสำหรับคนเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ไหมค่ะเพราะว่าคุณพ่อกับคุณลุงเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทก็เลยอยากได้ท่าออกกำลังกายให้ท่านเอาไว้ออกกำลังกายและท่านเป็นคนที่พูดยากมากเวลาจะพาไปหาหมอไม่ยอมไปทั้งคู่จนไม่รู้จะทำอย่างไรค่ะเป็นห่วงท่านยากให้ท่านหายเวลาท่านปวดท่านไม่เคยบ่นให้ฟังกลัวลูกจะเสียเงินรักษาแต่จะทราบจากคุณแม่เพราะท่านบ่นให้คุณแม่ฟังว่าปวดมาก รบกวนส่งข้อมูลให้ทาง อีเมล์ได้ไหมค่ะ ขอขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Fri Aug 06 2010 21:35:45 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณทัศนีย์

ดิฉันรู้สึกเห็นใจคุณมากที่มีปัญหาปวดหลังมาก ปัญหากระดูกสันหลังเคลื่อนและยุบตัวของคุณเป็นปัญหาที่ทำให้ข้อต่อกระดูกสันหลังไม่มั่นคง ไม่สามารถรับน้ำหนักตัวในการยืน เดินได้นาน ๆ ถ้ามีการเคลื่อนของกระดูกมากๆ อาจต้องใช้วิธีการผ่าตัดเพื่อให้แพทย์ช่วยเข้าไปยึดกระดูกให้มั่นคงมากขึ้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความเห็นของแพทย์ทางด้านกระดูกด้วยว่าเขามีความเห็นว่าอย่างไร ในทางกายภาพบำบัด เรามีวิธีออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับกระดูกสันหลัง โดยการออกกำลังกายกล้ามเนื้อรอบๆกระดูกสันหลัง ได้แก่ กล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องชั้นลึกๆ ไม่ใช่เป็นท่า sit up หรือท่าสะพานโค้งแน่ๆ แต่เป็นท่าบริหารเฉพาะซึ่งต้องสอนโดยนักกายภาพบำบัด ดิฉันไม่สามารถแนะนำผ่าน blog นี้ได้ เพราะต้องตรวจสอบไปด้วยสอนไปด้วย ถ้าคุณอยู่ที่เชียงใหม่ ขอแนะนำให้ไปรักษาที่คลินิกภาควิชากกายภาพบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ มช.ค่ะ ไปพบอาจารย์กายภาพบำบัดชื่ออาจารย์อาทิตย์ หรืออาจารย์ภัทรพร หรืออาจารย์อุบล ก็ได้ค่ะ ทั้งสามท่านนี้ถือว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทางด้านนี้โดยตรง การบริหารที่ดีอีกรูปแบบหนึ่งที่ดีสำหรับคุณคือ การออกกำลังกายในน้ำ (ธาราบำบัด) ซึ่งที่ทางภาควิชากายภาพบำบัด เขาก็มีสระธาราบำบัด การออกกำลังกายในน้ำเป็นวิธีการที่ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง โดยผู้ออกกำลังกายไม่เจ็บมาก สามารถยืน เดินในน้ำได้สบาย เพราะน้ำสามารถช่วยพยุงน้ำหนักตัวเราได้ อย่างไรก็ตามควรมีนักกายภาพบำบัดช่วยแนะนำให้นะคะ

ไม่ว่าคุณจะต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดหรือไม่ คุณคงต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายอย่างแน่นอน ถ้าผ่าตัดแล้ว หลังผ่าตัดก็ควรได้รับการฟื้นฟูสภาพโดยนักกายภาพบำบัดค่ะ

ปนดา

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Fri Aug 06 2010 21:37:42 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณกานต์ติยา

กรุณาให้ที่อยู่ของคุณมาที่ e-mail ของอาจารย์ gsu1994@yahoo.com นะคะ จะจัดส่งเอกสารแผ่นพับไปให้ค่ะ เกี่ยวกับท่าบริหารค่ะ

ปนดา

กฤต
IP: xxx.120.182.114
เขียนเมื่อ Sun Oct 17 2010 18:19:09 GMT+0700 (ICT)

สวัดดีครับ คือผมมีอาการปวดข้างในบริเวณข้อศอกซ้ายคับแล้วพอเวลาเอาศอกไปท้าวกับโต๊ะจะรู้สึกเหมือนไฟช๊อต พอเวลาจับดูถ้าโดนเส้นมันจะกะตุกและเหมือนไฟช๊อต แล้วมีอาการปวดนิดๆแถวกระดูกสันหลังช่วงกลางๆด้วย ขอบคุณคับ

นฤมล
IP: xxx.146.88.138
เขียนเมื่อ Wed Oct 20 2010 13:09:48 GMT+0700 (ICT)

เรียนอาจารย์ปนดา

ตอนนี้ดิฉัน อายุ 35 ปี มีอาการปวดบริเวณเอวแถวเหนือก้นกบตลอดเวลา อาการจะปวดแบบเหน็บๆ หนักๆ ตื้อๆและรู้สึกปวดแบบ burnร่วมด้วย จะปวดแบบทำให้เรารู้สึกรำคาญ เป็นมา 4 เดือนแล้วโดยเริ่มแรกปวดข้างขวาก่อน ตอนนี้มีปวดด้านซ้ายร่วมด้วยแต่ข้างขวาจะเป็นมากกว่า ก่อนหน้านี้หาหมอที่คลีนิกเ็ป็นหมอเกี่ยวกระดูกโดยตรงกินยามาประมาณ 3 อาทิตย์ก็ไม่หาย หมอเลยแนะนำให้ไปรักษาที่โรงพยาบาล มาทำกายภาพบำบัด วางแผ่นร้อนกับอัลตร้าซาวด์ ปรมาณ 1 เดือนอาทิตย์แรกดีขึ้น แต่ตอนหลังกลับมาเหมือนเดิม ตอนนี้เลยเปลี่ยนมาฝังเข็มกับหมอเวชศาตร์ฟื้นฟู อาการตอนแรกก็ดีขึ้นเพิ่งฝังเข็มได้ 5 ครั้งหมอบอกว่าต้องฝังประมาณ 10 ครั้ง

แต่ตอนนี้เว้นระยะไป 2 อาทิตย์จึงจะได้ฝังอีกครั้งเพราะหมอไม่อยู่ ตอนนี้ก็บริหารร่างกายตามที่หมอแนะนำทุกวัน พยายามใช้ท่าทางให้ถูกต้องด้วย นอนก็ใช้หมอนรองใต้เข่าตลอด หลีกเลี่ยงการนั่งพื้นด้วย แต่ทำไมมันถึงไม่หายสักที ไปหาหมอมาหลายท่านแล้ว บางหมอบอกว่าเป็นหมอนรองกระดูกอักเสบ กล้ามเนื้อหลังอักเสบเรื้อรังบ้าง ข้อต่อสะโพกอักเสบบ้าง เลยไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันแน่ แล้วดิฉันนวดแผนโบราณจะช่วยได้ไหม รบกวนอาจารย์แนะนำวิธีรักษาให้ด้วยนะคะ จักเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

ดิฉันเคยก้มอุ้มลูกผิดท่าเมื่อ 6-7 ปีก่อนแล้วเหมือนกับเสียวแปล๊บที่เอว หลังจากนั้นก็มีความรู้สึกว่าเอวเราเริ่มมีปัญหา เป็นๆหายๆ เมื่อก่อนทานยาก็หาย แต่ล่าสุดนี้ไม่หายแสดงอาการปวดตามที่แจ้งข้างบนค่ะ

นฤมล
IP: xxx.146.88.138
เขียนเมื่อ Wed Oct 20 2010 13:47:23 GMT+0700 (ICT)

รบกวนอาจารย์อีกครั้งค่ะ ดิฉันอยู่ภูเก็ต ถ้าฝังเข็มแล้วไม่หายดิฉันควรทำอย่างไรต่อคะ ตอนนี้ฝังเข็มอย่างเดียว ต้องเอ็กซเรย์ MRI มั้ยคะ เคยเอ็กซเรย์ธรรมดาแล้วหมอบอกว่ากระดูกปกติ ดิฉัยพยายามใช้ท่าทางในชีวิตประจำวันให้ถูกต้องค่ะ หลีกเลี่ยงนั่งพื้น ทำกายบริหารตามที่หมอบอกทุกวัน พยายามไม่เครียด แต่ทำไม่ค่อยได้ รู้สึกว่าความสุขในชีวิตประจำวันหายไปเลย เพราะมันจะรู้สึกตัวตลอดเวลา โรคนี้เขาเรียกว่าโรคอะไร มันมีโอกาสหายมั้ยคะ ดิฉันควรหลีกลี่ยงอะไรบ้าง ต้องขอโทษอาจารย์ด้วยนะคะที่ถามหลายอย่าง

ขอบพระคุณมากค่ะ

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Fri Oct 22 2010 16:30:06 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณนฤมล

โรคปวดหลังในวัยทำงาน ที่พบบ่อย คือ โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับรากประสาทสันหลัง ผู้ป่วยจะปวดหลังร้าวลงขา และอาจมีอาการชา burning sensation หรือ ถ้าเป็นมากอาจมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขาร่วมด้วย วิธีการรักษา ควรบริหารเพื่อปรับให้หมอนรองกระดูกกลับเข้าที่ ไม่ทราบว่าท่าบริหารที่ทำอยู่ทำท่าไหน อยากแนะนำให้ลองทำท่าบริหารตามภาพที่ 2 และ 3 ข้างบนนี้ค่ะ (เป็นท่าบริหารที่มีการยันตัวขึ้นแอ่นหลัง แล้วปล่อยลง ทำซ้ำ ๆ 10 ครั้ง 3 รอบ) ควรทำท่านี้บ่อยๆ ถ้าทำทุก 2 ชั่วโมงได้ยิ่งดี เพราะ ไม่เช่นนั้นอาการก็จะไม่ดีขึ้นเร็วเท่าที่ควร เมื่ทำเสร็จอาการปวดและอาการชาเป็นเหน็บน่าจะดีขึ้น แต่ถ้าดีขึ้นแล้วกลับมาเป็นอีก แสดงว่าเรายังทำไม่พอ ต้องทำให้บ่อยพอด้วยค่ะ

ไม่ทราบท่ากายบริหารที่ทำอยู่ทำอะไรบ้างคะ

ปนดา

นฤมล
IP: xxx.146.88.138
เขียนเมื่อ Sun Oct 24 2010 14:50:08 GMT+0700 (ICT)

ท่าบริหารที่ทำอยู่ มีดังนี้ค่ะ

1. นอนหงาย งอเข่าทั้ง 2 ข้าง เกร็งหน้าท้องยกก้นขึ้น หลังแนบกับพื้น ค้างไว้ 5-10 วินาที ทำซ้ำ 20 ครั้ง

2. ท่าดึงเข่าชิดอก นอนหงายยกขาแล้วงอเข่าเข้าหาอก เอามือทั้งสองดึงเข่าให้ชิดอก โดยงอขาอีกข้างหนึ่ง ทำข้างละ 20 ครั้งต่อวัน

3. นอนหงาย งอเข่าข้างหนึ่ง อีกข้างยืดตรงแล้วยกให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้ค้างไว้ 5-10 วินาที ทำข้างละ 20 ครั้ง

4. ท่าบริหาร เซ็ท-อัพ นอนหงายงอเข่า และยกหัว-คอ-ไหล่-ลำตัวขึ้นโดยที่ก้นเอวแนบติดกับพื้นค้างไว้ 5-10 วินาที ทำ 20 ครั้ง

5. ท่ากอดเข่านอนหงาย ชันเข่าทั้ง 2 ข้าง ยกเข่าทั้งสองเข้าหาอก ใช้มือทั้งสองดึงเข่าและยกศีรษะขึ้นให้คางชิดกับเข่า ทำ 20 ครั้ง

6. ทำท่าแมวกับท่าอูฐทำ 5-10 ครั้งต่อวัน

7. ท่าคลาน ยกแขนยื่นตรงไปข้างหน้า พร้อมกับยกขายื่นตรงไปทางด้านหลังทำพร้อมกัน (แขนซ้ายขาขวาข้างตรงข้ามกัน) ทำ 5-10 ครั้งต่อวัน

8. ท่านั่งไขว้ขา (Figure of 4)จะคล้ายรูปเลข 4 ข้างหนึ่ง รูปเลข 4 กลับซ้าย-ขวาข้างหนึ่ง > จัดหลังให้เกือบตรง > โน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย ทำที่ทำงาน วันละหลายครั้งที่มีโอกาส

ที่ทำประจำก็จะเป็นท่าพวกนี้ค่ะ ท่าที่ 1-4 ทำมาเกือบสองเดือนทุกวัน ส่วนท่าอื่นทำทุกวันเหมือนกันได้เกือบเดือนแล้ว

ขอบพระคุณอาจารย์มากที่กรุณาช่วยตอบค่ะ

นัทธมน
IP: xxx.155.29.220
เขียนเมื่อ Tue Nov 02 2010 16:58:58 GMT+0700 (ICT)

คือ ตอนนี้ หนูอยากสูงค่ะ อยากทราบว่า เครื่อง ยืดกระดูกจะช่วยให้สูงได้มากไหมค๊ะ แล้วมีผลเสียอะไรในอนาคต

ตอนนี้หนูอายุ 14 ค่ะ

ช่วยตอบด้วนนะค่ะ

น.ส.กาญจนา แนมใส
IP: xxx.26.32.107
เขียนเมื่อ Mon Nov 15 2010 11:10:02 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณหมอ ปนดา

ดิฉันเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทคะ ทำการป่าตัดมา 2 ครั้งแล้ว ครั้งที่ 1 เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วค่ะตอนผ่าแล้วรู้สึกหายเป็นปลิดทิ้งไปเลยค่ะ ผ่ามาได้ 5 ปี ก็เป็นอีกค่ะก็ไปหาหมอหมอก็ให้แต่ยามาทาน อาการก็ดีขึ้น จนตัวเองมีลูกมาได้ 1 คน ผ่านมาอีก 5 ปีก็เป็นอีกทีนี้อาการหนักค่ะเพราะเกิดอาการชาขามาก และเปลี่ยนจากข้างซ้ายมาเป็นข้างขวา และผ่าตัดครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2553 ก็ประมาณ 6 เดือนแล้วค่ะอาการปวดหายแต่อาการชาหลัง ก้นกบ ขาไม่หายชาค่ะ แถมชาขาทั้ง 2 ข้างเลย คุณหมอที่ผ่าตัดบอกว่าถ้า 1 ปีไม่หายก็แสดงว่าไม่หายแล้ว ทำให้ดิฉันใจไม่ดีเลยค่ะเพราะถ้าไม่หาย ก็คงจะแย่แน่ๆ เลยเพราะดิฉันเดินได้ช้ามาก เหมือนตัวเองเสียเส้นไปยังไงยังงั้น เดินเหมือนตัวแข็งๆ นะค่ะ ไม่ทราบว่าจะรักษาและดูแลตัวเองยังไงดีค่ะ และเพราะอะไรทำไมอาการชา ถึงไม่หาย ช่วยตอบดิฉันด้วยนะคะ ดิฉันจะรอค่ะ

นุชจิรา
IP: xxx.121.186.95
เขียนเมื่อ Tue Dec 07 2010 21:47:14 GMT+0700 (ICT)

นุชปวดบริเวณหลังและสระโพกมานานแล้วคะ  1 ปี หลัง แก้มก้นรู้สึกเบียดกัน รู้สึก ขัดๆ ที่ ด้านขวา และต่อมา ต้นขาเริ่มเบียด เดินแล้วเสียดสีกัน ตอนแรกก็คิดว่าน้ำหนักเพิ่มขึ้น คนรอบๆตัวทักว่า บวมน้ำมาก บ้างก็ว่าท้อง ทั้งๆที่ทานน้อยมากกว่าแต่ก่อน ขาข้างขวารู้สึกไม่ปริกติ ไม่มีแรง และขัดๆ เลยไปลองตรวจภายใน จากแต่เดิมไปหาแต่ระบบกระดูก หมออัลตร้าซาวและซ่องกล่อง และหมอบอกว่า พังพืดในหมดลูกเจริญผิดที่ แทรกอยู่ตามกล้ามเนื้อ และหมอล้วงเข้าไปในทวารหนัก และก็บอกว่าพังพืดอยู่บริเวณปลายลำใส้ด้วย อยากทราบว่าถ้าขาและสระโพกข้างขวา ยังเป็นแบบนี้อยู่จะเกิดอันตรายมั๊ยคะ แต่ว่าเป็นอาการที่น่ารำคาญมากเลยคะ หมอไม่ให้ยาอะไร เป็นไปได้หรือปล่าวคะว่าพังพืดจะขวางทางเดินของระบบน้ำเหลือง สระโพกและขาข้างขวาดูอั่นๆ ยังไงก็ไม่รู้คะ

สุรชัย
IP: xxx.47.41.30
เขียนเมื่อ Sat Dec 11 2010 23:49:46 GMT+0700 (ICT)

เรียนอาจารย์ ปนดา

เมื่อประมาท 7-8 เดือนที่แล้วผมได้รับอุบัติเุหตุก้นกบกระแทก แต่มีอาการปวดที่บริเวณเฉพาะก้นกบเท่านั้น และสองเดือนที่แล้วผมได้ไปยกของผิดท่า ทำให้มีอาการปวดเอวอย่างมากชนิดที่ลุกหรือยืนไม่ได้เลยเดินไปได้นิดหน่อยก็มีอาการปวดหลังและมีอาการตึงที่ต้นขาข้างซ้ายและมีอาการชาที่ปลายเท้าร่วมด้วย ก็ได้แต่กินยาคล้ายกล้ามเนื้อเืพื่อบรรเทาแต่อาการก็ไม่ดีขึ้นเ่ท่าไร จึงตัดสินใจไปหาหมอที่คลีนิกและคุณหมอให้ไปทำMRI ปรากฎว่าหมอนรองกระดูกผมแตกคับ คุณหมอเลยให้ยามาลองทานก่อนหนึ่งอาทิตย์แต่อาการก็ไม่ได้ดีขึ้นมากเท่าไร คุณหมอเลยให้ผ่าผัดคับ แต่ผมไม่มีสิทธิประกันอะไรเลยคับนอกจากบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า คุณหมอเขาเกษียณแล้ว เขาจะทำที่โรงพยาบาลเอกชนคับค่าใช้จ่ายก็แสนกว่าๆ ซึ่งมันแพงมากคับ ผมเลยไปโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่แทน อยากให้อาจารย์ปนดาช่วยแนะนำคุณหมอที่โรงพยาบาลที่มีความชำนาญเรื่องกระดูกสันหลังให้หน่อยคับ แล้วก็การผ่าตัดแบบแผลเล็กดีไหมคับ แล้วถ้าเราผ่าตัดเสร็จแล้วโอกาสที่จะต้องผ่าตัดซ้ำมีไหมคับ ผมพึ่งอายุ 20 ปีคับ ขอบคุณมากคับ

สุรชัย
IP: xxx.47.41.30
เขียนเมื่อ Sat Dec 11 2010 23:54:48 GMT+0700 (ICT)

เรียนอาจารย์ ปนดา

เมื่อประมาท 7-8 เดือนที่แล้วผมได้รับอุบัติเุหตุก้นกบกระแทก แต่มีอาการปวดที่บริเวณเฉพาะก้นกบเท่านั้น และสองเดือนที่แล้วผมได้ไปยกของผิดท่า ทำให้มีอาการปวดเอวอย่างมากชนิดที่ลุกหรือยืนไม่ได้เลยเดินไปได้นิดหน่อยก็มีอาการปวดหลังและมีอาการตึงที่ต้นขาข้างซ้ายและมีอาการชาที่ปลายเท้าร่วมด้วย ก็ได้แต่กินยาคล้ายกล้ามเนื้อเืพื่อบรรเทาแต่อาการก็ไม่ดีขึ้นเ่ท่าไร จึงตัดสินใจไปหาหมอที่คลีนิกและคุณหมอให้ไปทำMRI ปรากฎว่าหมอนรองกระดูกผมแตกคับ คุณหมอเลยให้ยามาลองทานก่อนหนึ่งอาทิตย์แต่อาการก็ไม่ได้ดีขึ้นมากเท่าไร คุณหมอเลยให้ผ่าผัดคับ แต่ผมไม่มีสิทธิประกันอะไรเลยคับนอกจากบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า คุณหมอเขาเกษียณแล้ว เขาจะทำที่โรงพยาบาลเอกชนคับค่าใช้จ่ายก็แสนกว่าๆ ซึ่งมันแพงมากคับ ผมเลยไปโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่แทน อยากให้อาจารย์ปนดาช่วยแนะนำคุณหมอที่โรงพยาบาลที่มีความชำนาญเรื่องกระดูกสันหลังให้หน่อยคับ แล้วก็การผ่าตัดแบบแผลเล็กดีไหมคับ แล้วถ้าเราผ่าตัดเสร็จแล้วโอกาสที่จะต้องผ่าตัดซ้ำมีไหมคับ ผมพึ่งอายุ 20 ปีคับ ขอบคุณมากคับ

chat
IP: xxx.130.88.248
เขียนเมื่อ Sun Dec 12 2010 02:56:47 GMT+0700 (ICT)

เรียนอาจารย์ครับ

ผมเป็นโรคปวดเอวที่เรียกกันติดปากว่าเอวเคล็ด ซึ่งเรียกว่าเป็นประจำเลยครับ ถ้าเคลื่อนไหวผิดจังหวะก้ม เงย เอี้ยวตัว ขับรถนานๆ

ออกกำลังกาย เมื้อเป็นแล้ว เดินแทบไม่ได้ เอวเบี้ยวเลย จะเจ็บมาก ๆ ต้องนอนนิ่งๆ

ซึ่งถ้าเป็นแล้วต้องไปหาคุณหมอ จะให้ยกขาบ้าง บีบด้านหลังบ้าง แล้วจะถามว่าเจ็บ ชา ใหม และก็จะให้ยาคลายกล้ามเนื้อมา

อีก 3- 5 วันไม่หายให้มาตรวจอีกครั้ง แต่ทุกครั้ง ผมต้องนอนแล้วก็นอน อย่างเดียว แล้วไม่เกิน 5 วันอาการก็ดีขึ้นเป็นคนปกติเลย

คุณพ่อ และพี่สาว 2 คน ก็เป็นและเป็นแบบนี้ เหมือนกัน ทุกคน

เรียนถามคุณหมอครับ

1 เป็นจากกรรมพันธุ์หรือไม่

2 คุณหมอบอกเป็นแค่กล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา ในอนาคตจะเป็นอันตรายมากใหม

3 ถ้าต้องการรักษาให้หายขาดต้องทำอย่างไรบ้าง

4 จะรู้ได้อย่างไรบ้าง ว่าอาการปวดแบบนี้จะเป็นแค่กล้ามเนื้ออักเสบหรือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

สายสุนีย์
IP: xxx.205.21.203
เขียนเมื่อ Tue Dec 14 2010 21:26:09 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์

รบกวนอาจารย์ด้วยคนนะค่ะ คือตอนนี้เป็นหมอนรองกระดูกเคลื่อน L5 S1คือผลจากMRIว่าเป็นเพียงเล็กน้อย ต้องย้อนอดีตไปเมื่อประมาณ6-7ปีที่แล้วว่าเคยมีอาการปวดหลังและร้าวลงขาด้านซ้ายมาก่อนแล้วแต่ครั้งนั้นทำกายภาพอยู่ประมาณ2สัปดาห์ก็ดีขึ้นแล้วก็หายไปจะมีเพียงแค่ปวดหลังเล็กๆน้อยๆแล้วก็หาย จนกระทั้งเมื่อสามเดือนที่แล้ว ได้ไปจัดบ้านจัดสวนแบบขยันไปหน่อย ก็มีอาการปวดแปลบๆก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักก็ทานยาคลายกล้ามเนื้อเพราะคิดว่าจะหายไป แต่กลับไม่หาย ปวดมากจนทนไม่ไหว จนเมื่อเดือนที่แล้วไปทำ MRIจึงรู้ว่าหมอนรองกระดูกเคลื่อน หมอที่ ร.พที่ทำ MRIบอกว่าต้องผ่าตัดแต่ค่าใช้จ่ายสูง ดิฉันจึงกลับไปที่ ร.พที่มีประกันสังคมอยู่ คุณหมอที่นี่บอกว่าไม่จำเป็นต้องผ่าเพราะผลเป็นแค่mildให้ทำกายภาพบำบัดและทานยา ซึ่งปัญหาของดิฉันตอนนี้ก็คือ ได้ทานยามามากกว่า2เเดือนแล้ว เพราะถ้าไม่ทานยาจะปวด จนไม่สามารถใช้ชีวิตแบบปกติได้ กายภาพทำมาแล้ว 3สัปดาห์อาการดีขึ้นเพียงบางส่วน คือช่วงน่องหายปวดแล้วแต่หลังและสะโพกยังคงปวดอยู่มากถ้าไม่ทานยา คุณหมอให้หยุดกายภาพ ดิฉันได้พยามยามช่วยตัวเองทั้งการออกกำลังกล้ามเนื้อท้องและหลัง,ไปว่ายนำ้้ แต่ผลก็ยังคงเดิมคือถ้าหมดฤทธิ์ยาก็ปวดอีก ตอนนี้เหนื่อยกับการทานยามากๆค่ะ อาจได้โรคกระเพาะเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่าก็ไม่ทราบ จึงอยากขอรบกวนอาจารย์ช่วยหาทางออกให้ด้วยค่ะ ดิู้ฉันไม่รุ้ว่าจะจัดการกับตัวเองเช่นไรแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ (ลืมบอกคะว่าอายุ38คะ)

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Fri Dec 17 2010 09:12:35 GMT+0700 (ICT)

เรียนทุกท่าน

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกท่านที่สนใจเข้ามาอ่าน blog นี้ แล้วยังเขียนคำถามส่งเข้ามาอีกมากมาย ในระยะนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาเยี่ยม blog ขอตนเองเลย ต้องขอโทษด้วยที่ตอบคำถามท่านช้าไปหน่อย สิ่งที่สังเกตได้จากการอ่านปัญหาของทุกท่าน คือปัญหาปวดหลังที่เล่ากันมา คือปัญหาปวดหลังเรื้อรัง คือรักษาไม่หายขาด ซึ่งสาเหตุหลักคือผู้ป่วยขาดความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติดูแลตนเองที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ประการที่ 2 ซึ่งทำให้เกิดเป็นวงจรที่ไม่ดีก็คือเมื่อปวดแล้วทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ตามปกติ ก็จะทำให้เกิดการออ่นแรงของกล้ามเนื้อหลังตามมา จากหลักฐานในงานวิจัยต่างๆ พบว่าผู้ป่วยปวดหลังเรื้อรังจะขาดความแข็งแรงทนทานของกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อเหลียดหลังอย่างมีนัยสำคัญ และขาดความมั่นคงของกระดูกสันหลังด้วย ทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆได้นาน

จากหลักฐานการวิจัยยังพบว่า การออกกำลัง การเข้าร่วมโปรแกรมฟิตเนสต่างจะสามารถช่วยป้องกันและรักษาปัญหาปวดหลังได้ผลดีที่สุด แต่จะให้ได้ผลดีอย่างที่งานวิจัยเขาบอกคงต้องหาท่าออกกำลังกายที่เหมาะกับสมรรถภาพกายที่เสื่อมถอยของแต่บะคนด้วย ถ้ามีการวัดสมรรถภาพกายก่อนการออกกำลังกายด้วยก็จะยิ่งดี จะได้ทราบว่าเราควรเน้นไปที่กล้ามเนื้อใด แต่ถ้าไม่ได้วัดก็ขอแนะนำว่าควรเน้นที่กล้ามเนื้อเหยียดหลังและกล้ามเนื้อหน้าท้อง รวมทั้งการออกกำลังกายโดยรวมเป็นแบบแอโรบิคเบาๆบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการเต้น การเดินแบบแอโรบิก การว่ายน้ำร่วมด้วยก็จะดีมาก

สำหรับทุกท่านที่เขียนถามมานั้น มีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหากระดูกสันหลังปลิ้นทับรากประสาทเกือบทั้งสิ้น ยกเว้นคนที่ให้ประวัติว่าหกล้มก้นกระแทกพื้น อาจมีกระดูกสันหลังเคลื่อนซึ่งน่าจะไปให้แพทย์ x-ray ดูว่ามีปัญหากระดูกเคลื่อนด้วยหรือเปล่า

อย่างไรก็ตามถ้าเป็นกระดูกสันหลังปลิ้นทับรากประสาท ท่าบริหารที่ยังไม่อยากแนะนำให้ทำถ้าทำอยู่แล้ว และยังไม่ทำให้อาการดีขึ้น ก็ควรเลิกทำไปก่อน เช่นท่า ซิตอัพ ท่าดึงเข่าชิดหน้าอก (หรือท่าที่ 1-5) ใน post ที่ 53 ส่วนท่าที่ 6-8 น่าจะเป็นท่าที่ดีกว่า เพราะช่วยเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อหลัง

ทำไมท่า ซิตอัพกับท่าดึงเข่าชิดอกเป็นท่าที่ยังไม่ให้ทำ เพราะอาจเป็นท่าที่ทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมามากขึ้นได้ค่ะ เพราะหมอนรองกระดูกจะปลิ้นออกมาทางด้านหลัง ถ้าเราดึงเขามาชิดอกหรือทำซิตอัพก็เหมือนไปกดทางด้านหน้าทำให้เกิดแรงดันหมอนรองกระดูกปลิ้นไปทางด้านหลังมากขึ้น คิดถึงลูกโปร่งที่มีนำบรรจุอยู่ถ้าเราบีดด้านหนึ่งน้ำก็จะเคลื่อนไปทางด้านตรงข้าม

คำถามคือ นอกจากการออกกำลังกายแบบแอโรบิคแล้วท่าบริหารท่าใหนที่ควรทำมากๆ คือ

1. ท่าทำท่าบริหารโดยการใช้แขนทั้งสองข้างยันพื้นให้หลังแอ่นขึ้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยที่สะโพกไม่ลอยขึ้นจากพื้น (ภาพที่ 3) ใน post ที่ 1 ที่เคยแนะนำไปแล้ว แต่ขอเน้นว่า ถ้าทำแล้วอาการปวดหดเข้ามาที่กลางหลังมากขึ้น ให้ทำต่อได้ ทำวันละหลายๆรอบ รอบละ 10 หน ทำมันทุกๆ 1-2 ชั่วโมงเลยก็ได้ แต่ถ้าอาการมันปวดลงไปไกลขึ้นเรื่อยๆ เช่นปวดลงขามากขึ้น ให้หยุดทำ

2. ท่าเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อหลัง โดยนอนคว่ำเอาหมอนรองใต้ท้อง ยกขาขึ้นตรงๆไปทางด้านหลังไม่ต้องสูงมาก แต่ให้เกร็งค้างไว้ 5 วินาที ทำทีละข้างสลับกับ ท่าละ 10 ครั้ง ให้ทำท่านี้ ข้างละ 2-3 เซ็ท ทำทุกวัน

ปนดา

วราภรณ์
IP: xxx.114.122.27
เขียนเมื่อ Tue Mar 29 2011 15:09:36 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณหมอ

              สามีดิฉันมีอาการปวดแขน ตั้งแต่ ข้อศอกลงไปถึงปลายนิ้วมือข้างขวา อาการปวดเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต เป็น ๆ หาย ๆ อยู่ตลอดเวลา เริ่มเป็นได้ประมาณ 3 วัน แล้ว อยากทราบว่า อาการที่เกิดขึ้นคืออะไร และมีสาเหตุมาจากอะไร (สามีเป็นตำรวจจราจรค่ะ)

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Tue Mar 29 2011 15:36:22 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณวราภรณ์

ไม่ทราบว่าสามีอายุเท่าไรแล้วคะ  ถ้าเข้าสู่วัยกลางคนแล้วสามีคุณอาจมีอาการหมอนรองกระดูกคอเสื่อมร่วมกับมีการรบกวนรากประสาทสันหลังส่วนคอ ซึ่งก็จะมีอาการดังที่คุณเล่าได้  ขอแนะนำให้ไปปรึกษานักกายภาพบำบัดที่อยู่ใกล้ๆบ้านหรือที่ทำงานค่ะ จะได้สะดวกต่อการเดินทางไปรักษา

ปนดา

พีรวัฒน์
IP: xxx.171.20.13
เขียนเมื่อ Wed Apr 20 2011 00:46:58 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ

กราบเรียน คุณหมอ

กรณีผมปัจจุบันอายุ 36 ปี เคยเกิดอุบัติเหตุตอนเล่นกีฬาเมื่ออายุ 16 ปี มีอาการปวดเสียวลงขาและมีปุ่มกระดูกช่วงสะโพกโปนออกมาเด่นชัด หมอวินิจฉัยว่าเป็นหมอรองกระดูกกดทับเส้นประสาทให้ทำกายภาพบำบัดกับพักฟื้น ต่อมาผมก็จะระวังเรื่องยกน้ำหนักและการออกกำลังตลอดเวลา แต่บางครั้งก็จะมีอาการกำเริบบ้างนอนพักนิ่งๆ 6-7 วันก็หาย แต่ล่าสุดเมื่อ 2 ปีที่แล้วผมจามขณะยกของอยู่ทำให้ปวดหลังมาก ไปหาหมอทำกายภาพ 3 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นเวลา 2 เดือนก็ไม่หาย สุดท้ายหมอส่งตัวทำ MRI จากฟิลม์จึงรู้ว้ากระดูกสันหลัง L5(ข้อที่เคยสังเกตุเห็นว่าโปน)เคลื่อนออกมาเห็นชัดมาก ลุกเดินนั่งไม่ค่อยได้ นอนอย่างเดียวอยู่ 5-6 เดือน ต่อมาจึงพอลุกนั่งเดินได้ในบ้าน

ปีนี้เริ่มออกนอกบ้านได้บ้างแล้ว แต่ได้ไม่นานมาก นานๆครั้งจึงจะออกจากบ้าน นั่งรถสะเทือนไม่ได้ นั่งรถเก๋งก็ไม่ได้ขาจะตึงปวดข้างเดียวมาก 2 ปีนี้ผมไม่ได้ทำงานแล้ว นั่งเก้าอี้ทำงานนานเกินครึ่งชัวโมงไม่ได้จะทรมานมาก ทำให้เป็นปัญหาในที่ทำงาน เพราะคนในที่ทำงานไม่เข้าใจสภาพของผม

คุณหมอที่วินิจฉัยอาการเคยแนะนำให้ผ่าตัด โดยใช้กระดูกเทียมแทนหมอนรองกระดูกแต่มีผลข้างเคียงทำให้หลังแข็งและอาจทำให้กระดูกสันหลังข้อต่อไปมีปัญหาตอนแก่ตัว ผมได้ถามถึงการใส่ ข้อกระดูกสันหลังเทียม (Total artificial disc replacement or Disc Prosthesis) แต่คุณหมอที่ดูแลอาการบอกว่าไม่สามรถทำได้ในคนไข้กระดูกสันหลังเคลื่อนเพราะมีความเสี่ยงแต่ไม่อธิบายว่าเสี่ยงอย่างไร ทำให้ยังตัดสินใจเรื่องการรักษาไม่ได้

สรุปอาการ

ปัจจุบันยังมีอาการปวดหลังอยู่ไม่สามารถนั่งเดินได้นานๆ มีอาการเสียวลงขาข้างเดียวเป็นระยะ ชาที่ปลายนิ้วเท้าและตาตุ่มด้านนอก มีการควบคุมน้ำหนักจาก70 k.g. ลงมาที่ 60 k.g.ความสูง175c.m. เพื่อลดแรงกดทับ และไม่สามารถออกกำลังกายได้(ก่อนหน้านี้ออกกำลังสม่ำเสมอทั้งระบบไหลเวียนและระบบกล้ามเนื้อ)

อยากถามคุณหมอครับว่า

1.เรื่องความเสี่ยงของการผ่าตัดใส่ข้อกระดูกสันหลังเทียม (Total artificial disc replacement or Disc Prosthesis)ในผู้ป่วยอาการกระดูกสันหลังเคลื่อน มีจริงมากน้อยแค่ไหน

2.ในกรณีอาการของผมมีวิธีรักษาได้กี่วิธี และอะไรบ้างครับ

3.ในกรณีอาการของผมควรจะรักษาโดยวิธีอะไรดีที่สุดครับ

4.ก่อนเจ็บครั้งล่าสุดช่วงอายุ 22-30 ปี ตอนร่วมรักกับคนรักอวัยวะเพศทำงานได้ดีแต่ไม่มีความรู้สึกใด ไม่ยอมเสร็จ(มีการขยับหลัง) แต่หากช่วยตัวเอง(ตัวนิ่งหลังนิ่ง)จะใช้เวลาไม่นาน ทำให้มีปัญหาครอบครัว จะเกี่ยวกับอาการเจ็บที่หลังไหมครับ

ต้องขอโทษสำหรับคำถามที่ยืดยาวครับ เพราะขัดข้องใจเรื่องอาการป่วยของตัวเองมานาน 16 ปีแล้ว โดยเฉพาะข้อ4.(อาจไม่สุภาพแต่เป็นพยาธิสภาพจริงๆของผม)พยายยามหาข้อมูลต่างๆแต่ไม่มีอธิบายเรื่องนี้ คุณหมอที่รักษาก็ตอบเลี่ยงๆไม่ชัดเจน

ขอบพระคุณครับ

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Mon Apr 25 2011 02:57:55 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณพีรวัฒน์

อาจารย์ได้อ่านปัญหาของคุณแล้ว เข้าใจว่าคุณมีปัญหาปวดหลังเรื้อรัง ซึ่งอาจมีสาเหตุจากหมอนรองกระดูกเคลื่อน คำถามที่คุณถามก็เป็นคำถามที่ตอบยากอยู่เหมือนกัน เพราะไม่ได้ตรวจร่างกายประกอบกับประวัติและอาการที่คุณเล่าให้ฟัง แต่จะพยายามนะคะ เริ่มจาก

คำถามข้อที่ 1 สำหรับความเสี่ยงในการผ่าตัดกระดูกสันหลังมีแน่นอนค่ะ เพราะบริเวณนั้นเป็นบริเวณที่ใกล้กับเนประสาทสันหลังและไขสันหลัง ดังนั้นคงไม่มีแพทย์คนไหนที่จะสามารถให้คำรับรองได้ 100% โดยปกติการผ่าตัดหลังด้วยวิธีใดก็ตามจะกระทำก็ต่อเมื่อแพทย์ตรวจพบข้อบ่งชี้ชัดเจน เช่น มีการกดทับรากประสาทสันหลังหรือไขสันหลังจนเป็นเหตุให้เกิดการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขา หรือมีอาการอื่นๆ เช่นกลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่ได้ เป็นต้น ถ้าอาการผู้ป่วยยังไม่รุนแรงขนาดที่ต้องผ่า ก็สามารถรักษาด้วยวิธีอนุรักษ์ไปก่อนได้ เช่นการกินยา ฉีดยา กายภาพบำบัด ฯ

คำถามที่ 2 ต้องถามก่อนว่าที่ผ่านมาได้รับการรักษาทางกายภาพบำบัดไปแล้ว คือได้รับการรักษาทางกายภาพบำบัดด้วยวิธีการใดบ้าง ช่วยบอกรายละเอียดหน่อยได้ไหม เพราะวิธีการทางกายภาพบำบัดที่น่าจะได้ผลดีกับผู้ป่วยปวดหลังเรื้อรัง คือ การออกกำลังกายที่เหมาะสม

คำถามข้อ 3 ได้ตอบไปแล้วว่าเป็นวิธีการออกกำลังกาย ณขณะนี้ไม่ทราบว่าคุณสามารถเดินได้ไกลแค่ไหนคะ ถ้าเดินได้ไม่ไกลก็อาจเดินใกล้ๆก่อนก็ได้ค่ะ การนอนนานๆไม่เป็นผลดีต่อคุณแน่ในระยะยาว เพราะจะยิ่งทำให้สมรรถภาพเสื่อมถอย ถ้าเดินบนพื้นทั่วไปไม่ไหว อาจต้องลงไปเดินในน้ำที่มีความลึกประมาณอกดูว่าอาการเป็นอย่างไรระหว่างเดินในน้ำ ว่ายนำเป็นไหมคะ ถ้าไหว้เป็นก็ว่ายยิ่งดี เริ่มจากเกาะขอบสระเตะขาก่อนก็ได้ พยายามทำตัวให้ตรงๆ นิ่งๆ ในขณะเคลื่อนไหวขา ทำแบบนี้สลับกับเดินในน้ำ ไม่ทราบว่าจะทำได้ไหม จริงๆ เรื่องการออกกำลังกายถ้าคุณจะทำยังมีอะไรจะแนะนำอีกมากค่ะ

คำถามที่ 4 เป็นปัญหาที่พบได้ในผู้ป่วยปวดหลัง คำถามคือคุณรู้สึกชาบริเวณอวัยวะเพศหรือไม่คะ ถ้าไม่ชากับชามันต่างกัน ถ้าชาแสดงว่าปัญหาการรบกวนเส้นประสาทสันหลังอาจมีความรุนแรงมากกว่ากรณีที่ไม่ชา แต่จากที่คุณเล่ามาคุณสามารถช่วยตนเองได้ก็แสดงว่ายังมีความรู้สึก อาจเป็นไปได้ที่จะเกิดจากการที่คุณไม่สามารถขยับหลังได้สะดวกเพราะเจ็บหลัง อีกอย่างอาจเกิดจากความวิตกกังวลได้ค่ะ วิธีที่จะแก้ไขได้คือต้องเพิ่มสมรรถภาพของตนเองด้วยการออกกำลังกาย และพยายามรักษาปัญหาปวดหลังนี้ให้หายค่ะ

ศรัญญา
IP: xxx.47.35.129
เขียนเมื่อ Sat Apr 30 2011 11:04:57 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณหมอ

สวัสดีค่ะ คุณหมอดิฉันขอคำแนะนำเกี่ยวกับโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คือตอนนี้คุณแม่ปวดหลังขวา ชาที่ปลายเท้า และมีอาการปวดเวลานอนและลุกขึ้นจะรู้สึกปวดมาก อยากขอคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการดูแลและรักษาสุขภาพตนเองยังไงให้ถูกวิธี และไม่ให้อาการทรุดหนักลงไปกว่าเดิม

MinnyLove
IP: xxx.173.78.108
เขียนเมื่อ Sat May 07 2011 18:32:46 GMT+0700 (ICT)

น้องมีอายุ29แต่มีอาการปวดหลังมากและมือเท้าชาทุกวันอยากทราบว่าเป็โรคอะไร

jaruwan
IP: xxx.230.223.22
เขียนเมื่อ Sun May 08 2011 13:05:27 GMT+0700 (ICT)

อยากเรียนถาม คือดิฉันอาบน้ำให้สุนัขที่บ้าน โดยยืนก้มแล้วมีอาการคือพอจะยืดตัวจะเสียวแปล็บเหมือนไฟช็อตบริเวนหลังช่วงเอวแล้วไม่มีแรงจนทรุดตัวลงไป รู้สึกปวดและเสียวหลังมาก. ไม่ทราบว่าเป็นอาการของหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาทหรือไม่

มาฆะศิริ แสงดอก
IP: xxx.204.64.239
เขียนเมื่อ Sat May 14 2011 20:09:22 GMT+0700 (ICT)

ขอรบกวนปรึกษาค่ะ

มีอาการปวดชาลงมือขวา

ตั้งแต่ก้านคอด้านขวา

ลงไปตามหลังซีกขวาจนถึงสะโพกขวาปวดผิดปกติลงไปจนถึงขาด้านขวา คะ

เอกซเรย์ หมอบอกว่ากระดูกที่ 5 ผิดปกติเล็กน้อย

ให้ยามาทาน

อ้อ!มีการเจ็บแปล๊บๆบางครั้งปลายนิ้วเน้นนิ้วกลาง

บุญยง
IP: xxx.175.210.178
เขียนเมื่อ Tue May 24 2011 13:45:01 GMT+0700 (ICT)

เรียนอาจารย์ ปนดา

ผมเป็นโรคปวดหลัง มานานแล้วครับ ประมาณ 14 ปี แล้วครับ ปัจจุบันผมอายุ 32 ปีครับ ไปหาหมอ หมอบอกผมเป็นโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อน ผมรักษาด้วยการกินยา และฉีดยามาตลอด หมอที่คลินิกก็แนะนำให้ผมผ่า ผมไม่อยากผ่านะครับ ผมอยากลองรักษาด้วยวิธีอื่นบ้าง ผมอยากลองทำกายภาพบำบัดดูครับ ผมอยากทราบว่า ผมจะไปรักษาหรือปรึกษาได้ที่ไหนบ้างครับ โรงพยาบาลใน ม.นเรศวร มีแผนกนี้ไหมครับ และช่วงเวลาทำการครับ เสาร์อาทิตย์ เปิดไหมครับ พอดีผมอยู่สุโขทัย ครับ แต่มาทำงานที่ อ.อุ้มผาง จ.ตากครับ กลับบ้านเสาร์อาทิตย์ครับ ขอบคุณครับ

IP: xxx.19.231.5
เขียนเมื่อ Sun Jun 05 2011 22:15:52 GMT+0700 (ICT)

ผมเคยรักษาหมอนรองกระดูกเคลื่อน L4-L5 กับอาจารย์ครับ ตอนนั้นหายปกติแล้ว

5 ผ่านมาเป็นอีก ตอนนี้รักษาที่ รพ มอนอ ครับ

อาการเดิมครับ แต่หมอ ยังไม่ได้สั่ง ทำ MRI

ท่าที่ นักกายภาพให้ฝึกทำคือท่าที่สาม แอ่นหลัง

แต่ผมเจ็บท่านี้ครับ ก้มไม่เจ็บ ผมอยากตรวจกับอาจารย์อีก เพื่ออยากทราบทิศทางของหมอนรองกระดูก ว่า ปลิ้นไปทางไหน

เพราะ นักกายภาพที่ รพ บอกว่า ถ้ารู้ตำแหน่ง จะทำ อัลตร้า ซาวด์ ได้ผลดีขึ้น

ไม่ทราบว่า อาจารย์ ลงตรวจไหม ครับ

จิรศิต อินทร

ขนิษฐา อ่ำเย็น
IP: xxx.53.83.110
เขียนเมื่อ Sat Jun 11 2011 15:05:22 GMT+0700 (ICT)

เรียน รศ. ปนดา เตชทรัพย์อมร

สามีของดิฉันมีอาการปวดหลังทางด้านขวา เวลาที่มีอาการปวดคือ เวลา ช่วงเช้า คือเวลาไปทำงาน ไม่ว่าจะนั่งพิงหรือนั่งเอน หรือแม้แต่ยืน ก็จะมีอาการปวดบริเวณด้านขวา ตอนแรกคิดว่าเป็นที่เก้าอี้หรือท่านั่ง ดิฉันก็เลยลองให้เปลี่ยนเก้าอี้และท่านั่งแล้วแต่อาการปวดก็ยังไม่ดีขึ้นเลย แต่เวลาตอนกลางคืนหรือตอนนอนพักผ่อนจะไม่ค่อยปวดเท่าไหร่ค่ะ ( แต่เวลาดิฉันกดลงน้ำหนักตรงบริเวณที่ปวดก็จะมีอาการปวดมากค่ะ ) ไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไรค่ะ ช่วยแนะนำด้วยค่ะ จะได้หาแนวทางในการรักษาต่อไปค่ะ

ขอบคุณมาล่วงหน้าค่ะ

ขนิษฐา อ่ำเย็น

พีรวัฒน์
IP: xxx.171.20.106
เขียนเมื่อ Tue Jun 28 2011 01:28:28 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ

กราบเรียน คุณหมอ

ขอขอบคุณคุณหมอสำหรับคำแนะนำนะครับ สำหรับรายละเอียดอาการปวดหลังตอนนี้ คือ

1.เวลานั้งหรือเดินนานๆ จะปวดหน่วงๆเหมือนมีอะไรแทงหรือเสียบคาอยู่ที่สะโพกซ้าย

2.เวลาจามหรือไอจะเจ็บหลังมาก ต้องค่อยระวัง โดยจะรีบหาอะไรเกาะยึดไว้หรือย่อตัวลงนั่งกับพื้น

3.เริ่มมีอาการกลั่นปัสสาวะไม่ค่อยอยู่จริงแต่ไม่แน่ใจว่าเป็นตามวัยรึเปล่า

4.เวลาแอ่นหลังจะมีอาการเสียวแปล๊บไม่สามารถว่ายน้ำได้ครับ

5.ได้ลองหารองเท้ากีฬาดีๆใส่เดินออกกำลังรู้สึกว่าช่วยได้ แต่ผ่านไป 2 สัปดาห์เริ่มเจริญอาหารน.น.เพิ่ม ทำให้เจ็บเข่าอยู่ 3 สัปดาห์

ต้องงดเดินและลดน.น.ลง

การรักษาที่ผ่านใช้วิธีทำกายภาพ จะใช้เครื่องดึงหลังครั้งละ10-15นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์นาน 2 เดือนครับ(แต่อาการไม่ดีขึ้น) ประกอบกับทานยาบำรุงปลายประสาท ถ้าช่วงไหนเริ่มมีอาการเจ็บจะให้ทานยาแก้ปลายประสาทอักเสบครับ

สำหรับเรื่องอาการอวัยวะเพศชาและไม่มีความรู้สึกสัมผัสอะไรเลยทั้งที่ยังแข็งตัวอยู่นั้น จะเป็นตอนทำร่วมกันครับ แต่ถ้าผมทำตัวนิ่งๆคือนั้งนิ่งๆหรือนอนนิ่งๆ ถึงจะเริ่มมีความรู้สึกกลับมา(อาการจะเริ่มมาหลังจากเริ่มปวดหลังครับ)

ขอบพระคุณครับ

เอ
IP: xxx.168.47.128
เขียนเมื่อ Wed Jun 29 2011 21:24:15 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบ PCG. การรักษาผู้ป่วยปวดหลัง(หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ) ไม่ทราบว่าจะหาได้จากที่ไหนคะ.. ตอนนี้อ่าน EUROSPINE-SCIATICA อยู่ค่ะแต่ไม่ค่อยกล่าวถึงในส่วนของ PTซักเท่าไหร่..รบกวนหน่อยนะคะเป็นโปรเจคของทางหน่วยงานในปีนี้ค่ะ

ไอริน
IP: xxx.49.248.35
เขียนเมื่อ Thu Jun 30 2011 15:47:37 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณหมอค่ะตอนนี้ดิฉันอายุ 24 ดิฉนมีอาการกระดูกลั่นทั้งตัว คือ คอ เข่า เท้า และปัญหาที่เกิดขึ้นกับดิฉันอีกอย่างคือการปวดขาข้างขวาขึ้นมาจนถึงหลังและตอนนี้มาถึงต้นคอ ซึ่งในเวลาก่อนนอนทุกคืนดิฉันจะต้องยืดขาขวาเพื่อให้รู้สึกคลาย ในทุกครั้งที่ดิฉันยืดขาขวาขึ้นเวลานอนนั้น จะรู้สึกมีเสียงดังกึกที่บริเวณหลังก่อนถึงก้น เป็นอาการของกระดูกสันหลังทับเส้น หรือเกิดอะไรขึ้นกับดิฉันค่ะ ดิฉันเป็นตั้งแต่อายุ 16 แล้วค่ะ แต่ตอนเด็กๆ ไม่ปวดมากขนาดตอนนี้ เดี๋ยวนี้ดิฉันนั่งรถเดินทางไกลไม่ได้หรือนั่งทำงานเป็นเวลานานไม่ได้ เดินนานๆก็จะปวดหลังตลอด รบกวนคุณหมอแนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Sat Jul 02 2011 18:38:57 GMT+0700 (ICT)

เรียนทุกท่าน

ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ตอบล่าช้ามากนะคะ เพราะงานที่คณะฯชุกมากจริงๆ สำหรับผู้ป่วยที่อยากพบอาจารย์คงต้องโทรมานัดโดยตรงที่ 0815682261 ค่ะ เพราะว่าเวลาลงไปตรวจไม่ค่อยแน่นอนค่ะ

ขอบคุณค่ะ

ปนดา

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Sat Jul 02 2011 18:45:03 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณขนิษฐา

สามีของคุณไม่ทราบว่าไปทำอะไรมาถึงได้เริ่มมีอาการปวดหลัง รับทราบจากอาการก็คิดถึงปัญหาได้หลายอย่าง จำเป็นต้องมารับการตรวจวินิจฉัยทางกายภาพบำบัด จะได้ทราบข้อมูลละเอียดกว่านี้ การตรวจร่างกายร่วมด้วยจะทำให้ทราบความรุนแรงของปัญหาด้วย จะสามารถแนะนำวิธีการทางกายภาพบำบัดได้มากขึ้น อยากแนะนำให้ไปพบนักกายภาพบำบัดค่ะ อย่าปล่อยไว้นะคะ ปัญหาอาจจะเป็นมากขึ้นได้ค่ะ แต่ถ้าได้แนวทางการปฏิบัติดูแลตนเองจากนักกายภาพบำบัด อาจทำให้อาการดีขึ้นอย่างรวดเร็วได้นะคะ

ปนดา

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Sat Jul 02 2011 19:03:41 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณพีรวัฒน์

ปัญหาปวดหลังของคุณน่าจะเป็นปัญหาจากหมอนรองกระดูกทับรากประสาทสันหลังค่ะ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มีอาการไอ จามแล้วปวดหลังมักมีปัญหานี้ ปัญหาของคุณน่าเป็นห่วงตรงที่หมอนรองกระดูกอาจกดทับเส้นประสาทที่ควบคุมการรับความรู้สึก แต่ที่ยังรู้สึกว่ายังน่าจะพอรักษาได้ก็ตรงที่บอกว่าอาการปวดยังอยู่แค่สะโพก ถ้ายังไม่ลงไปจนถึงปลายเท้าก็ยังดี อาการปวดร้าวลงขายิ่งไกลยิ่งไม่ดีค่ะ ดิฉันก็ยังไม่ทราบว่าจะแนะนำคุณอย่างไรดีนะคะ ไม่ทราบว่าเคยได้รับการตรวจด้วยวิธี MRI หรือยังคะ ถ้ายังไม่ได้รับกน่าจะลองไปปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ จะได้ทราบว่าปัญหามันอยู่ตรงไหนชัดเจน การรักษาทางกายภาพบำบัดในผู้ป่วยปวดหลังเรื้อรัง ด้วยวิธีการดึงหลังอย่างเดียวอาจจะไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร ควรจะมีโปรแกรมการรักษาด้วยวิธีออกกำลังกายแบบบริหารร่วมด้วย ระยะแรกอาจต้องได้รับคำแนะนำจากนักกายภาพบำบัดเฉพาะทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อก่อน เพื่อให้เข้าใจหลักในการบริหารร่างกาย การฝึกกล้ามเนื้อลำตัว จากนั้นค่อยๆพัฒนาการออกกำลังกายเป็นเดิน ก็จะทำให้คุณมีโอกาสหายขาดได้ค่ะ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจนะคะ

ปนดา

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Sat Jul 02 2011 19:06:54 GMT+0700 (ICT)

เรียนน้องเอ

อาจารย์กำลังจะจัดอบรมเรื่อง CPG สำหรับ LBP ที่มหาวิทยาลัยนเรศวรค่ะ ไม่ทราบว่าเป็นนักกายภาพบำบัดหรือเปล่าคะ ถ้าสนใจก็สมัครเข้ามาแลกเปลี่ยนกันก็ได้นะคะ ลองเข้าไปดูรายละเอียดที่ www.ahs.nu.ac.th ในโครงการการประชุมวิชาการวันสหเวชศาสตร์ครบรอบ 15 ปีค่ะ

ขอบคุณค่ะ

ปนา

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Sat Jul 02 2011 19:10:47 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณไดริน

ปัญหาปวดหลังของคุณอาจเกิดจากความไม่มั่นคงของกระดูสันหลังส่วนล่างบางระดับ การที่มีเสียงดังที่หลังขณะออกกำลังกาย อาจเป็นอาการที่ยืนยันเรื่องความไม่มั่นคง แต่ทางกายภาพบำบัด เรามีวิธีบริหารเพื่อความมั่นคงของกระดูสันหลังค่ะ อยากแนะนำให้ไปปรึกษานักกายภาพบำบัดนะคะ จะได้รับท่าบริหารที่ทำให้หลังมั่นคงขึ้น ท่าบริหารที่ทำให้เกิดเสียงลั่นควรจะงดไปก่อนนะคะ

ปนดา

วุฒิ
IP: xxx.137.1.118
เขียนเมื่อ Thu Aug 25 2011 16:16:26 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณหมอผมมีเรื่องอยากถามหน่อยครับพอดีผมเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทครับแล้วผมได้ทำการผ่าตัดมาแล้วครับประมาณ1ปี2เดือนแล้วครับเวลานั่งทำงานนานๆจะมีอาการตอนเลยแล้วเวลาทำอะไรกระดูกสันหลังตรงรอยผ่าตัดจะรันตลอดเลยครับจะมีผมไมครับว่าอาการจะกำมาเป็นเหมือนเดิมครับรบกวนคุณหมอช่วยแนะนำหน่อยครับ

หลิน
IP: xxx.46.241.179
เขียนเมื่อ Fri Oct 21 2011 23:27:29 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

กราบเรียน คุณหมอ

หนูอายุ 30 ปีค่ะ ทำงานบัญชี มีอาการปวดแปล๊บๆสะบักไหล่ขวาปวดร้าวๆ ชาลงแขน ตึงขึ้นต้นคอขวา เริ่มปวดเดือน ก.พ.54 หยุดงานไปหนึ่งเดือนก็หายโดยที่ไม่ได้รักษากลับไปทำงานบัญชีเหมือนเดิมแต่หนักกว่าเก่าคือไม่ได้พักมือเลย อาการกลับมาปวดอีก ก็ปวดมากกว่าเก่ารักษาหลายที่หลายหมอก็ไม่หายมาตอนนี้ก็ปวดหลังปวดสะโพก เวลานั่งนานจะทั้งปวด ร้าวชาลงขาทั้งสองข้าง แต่ยังไม่ชาปลายเท้า ปวดหัวเวลาปวดหัวหนูต้องนอนห้อยหัวให้ต่ำกว่าตัวจะหายปวด ตาพล่ามัว หูอื้อ และมีเสียงดังอี๊ (เหมือนกับเราเข้าห้องที่มีเสียงดังๆ แล้วออกมาหูจะอื้อและมีเสียงดังยังไงก็อย่างงั้นเลยค่ะ ) ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด สับสนพูดกลับไปกลับมา และปวดตรงเหนือหัวเข่าข้างซ้ายด้วยค่ะ กายภาพบำบัดอาทิตย์ละ 2 ครั้ง โดยดึงคอ ซาวร์สะบักไหล่ บางครั้งก็ประคบเย็น มาจนทุกวันนี้ก็ยังบำบัดอยู่แต่ก็ไม่หาย ให้ยามาทาน หมอเจ้าของไข้บอกว่าหนูเป็นหลายอย่างรักษาที่ละอย่าง ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ต.ค.54 หมอส่งให้ไป MRI ต้นคอ พบว่าเป็นหมอนรองกระดูกคอระหว่าง C2 C3 ปลิ้นออกกดทับเส้นประสาท (หนูยังไม่ได้พบหมอเจ้าของไข้ เพราะหมอส่งไปอีกโรงพยาบาล หมอนัดให้หนูเอาฟิล์มไปให้วันที่ 25 แต่หนูรู้จักหมอคนนึงเลยสแกนผลวินิจฉัยเบื้องต้นให้หมอดู )

พอหลังจากที่ MRI เสร็จ หนูมีอาการปวดหัวมึนๆ เบลอๆ และเวลาปวดปัสสาวะจะปัสสาวะไม่ออกต้องเบ่งตลอดจนสุด หนูมีคำถามอยากเรียนถามคุณหมอดังนี้ค่ะ

1 การ MRI มีผลข้างเคียงอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมหลังจาก MRI แล้วหนูถึงปวดหัวมาตลอด เหนื่อย เพลียเหมือนง่วงนอนตลอดแต่ ไปนอนก็ไม่หลับในอาการที่ง่วง โดยเฉพาะเวลาพูดหนูจะเหนื่อยมาก ต้องหายใจเข้าลึกๆ ตลอดเหมือนคนจะหอบ

2 หนูเป็นเส้นเลือดในสมองตีบไหม หรืออาการที่พูดไม่ชัด ลิ้นแข็งปวดหัวเป็นเพราะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอหรือเปล่าคะ จากอาการอื่นที่หมอยังไม่ตรวจรักษา (ตรวจเฉพาะต้นคอ)

3 หนูเป็นหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นทับเส้นประสาทด้วยหรือเปล่าคะ

4 ทำไมเวลาปวดปัสสาวะ ต้องเบ่งตลอดถึงจะออกคะ ไม่ได้กลั้นปัสสาวะเลยค่ะ (ไม่เคยเป็นมาเป็นหลังจาก MRI ถึงเป็น )

สุดท้าย....ทุกอาการที่หนูเป็นอยู่มีทางรักษาให้หายขาดไหมคะ ตอนนี้ออกจากงานแล้วอยู่บ้านเฉยๆไม่ได้ทำอะไร หนูเครียดมากเลยค่ะ หนูขอรบกวนคุณหมอเท่านี้ค่ะ ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

ปิยวัฒ
IP: xxx.130.106.234
เขียนเมื่อ Wed Nov 23 2011 08:54:22 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณหมอ

ผมปิยวัฒ 31ปี ปวดหลังขาชาลงขาด้านขวา ขาด้านซ้ายกับขวารู้สึกต่างกัน X-Rayปกติแล้ว พบว่ากระดูกสันหลังเลือนไปด้านหน้าข้อที่L4 หมอที่พบวินิจฉัยว่ากระดูกรูปหัวสุนัขตัวยึดข้อกระดูกสันหลังX-Rayแล้วดูจากฟิล์มแล้วไม่พบ ทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้นมาทับเส้นประสาทใช่มั้ยครับ ผมสนใจดึงหลังด้วยเครื่องSDTขอคำแนะนำหน่อยครับว่า ที่ไหนมีแต่ราคาไม่แพงเพราะว่ามีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ขอคำแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Fri Nov 25 2011 10:07:08 GMT+0700 (ICT)

ตอบคุณหลิน

ขอโทษด้วยนะคะที่ตอบช้าไปหน่อยค่ะ

คำถามข้อที่ 1 MRI คงไม่ได้ทำให้คุณปวด มึนหัว แต่คงเป็นเพราะปัญหาที่คุณมีอยู่แล้วมากกว่า คือปัญหาที่คอระดับบนคือ C2-C3 อาจส่งผลทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเกร็งตัวไปกดเส้นเลือดเส้นประสาทได้ ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ประกอบกับความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาของตนเองจึงยิ่งทำให้กล้ามเนื้อเกณ้งตัวได้ การที่เล้นเลือดบริเวณคอถูกกด เส้นเลือดนี้จะเข้าไปเลี้ยงในสมองส่วนท้าย และในหูชั้นในที่ทำหน้าที่ในการทรงตัว อาจทำให้คุณรู้สึกปวดหัว มึนหัว เห็นภาพซ้อน มีเสียงในหู พูดติดขัด และอาจมีอาการวูบได้ การเคลื่อนไหวที่ควรหลีกเลี่ยงคือการหมุนศรีษะไปมา การเงยศีรษะ เพราะจะทำให้หลอดเลือดถูกกด ถูกรบกวนได้มากขึ้o

ข้อ 2 ตอบไปในข้อ 1 แล้ว

ข้อ 3 หูอาจจะมีหมอนรองกระดูกปลิ้น เพราะใน MRI ว่าเช่นนั้น แต่อาการของหนูจะมาจากหมอนรองกระดูกปลิ้นทั้งหมดหรือเปล่า อันนี้ก็คงจะยังตอบชัดเจนไม่ได้ เพราะบางครั้งสิ่งที่เราเห็นใน MRI อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เกิดอาการทั้งหมดก็ได้ค่ะ

ข้อ 4 ปัญหาเรื่องเบ่งปัสสาวะไม่ออกนี่แหละคือสิ่งที่อาจารย์รู้สึกเป็นห่วงที่สุด เพราะมันอาจหมายความว่าปัญหาการกดเส้นประสาทของคุณมันพัฒนาไปมากแล้วก็ได้ ถ้าอาการเบ่งปัสสาวะไม่ออกยังมีอยู่คุณควรไปพบแพทย์โดยเร็ว แต่ถ้ามันหายไปแล้วก็ยังดีหน่อย อาจเกิดจากความวิตกกังวล อาจไปปรึกษานักกายภาพบำบัดให้เขาช่วยได้ค่ะ

ปนดา

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Fri Nov 25 2011 10:18:09 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณปิยวัฒ

สำหรับปัญหาเรื่องกระดูกสันหลังเคลื่อนของคุณ วิธีการแก้ไขทางกายภาพบำบัดที่ต้องทำคือการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องชั้นลึกเพื่อเสริมความแข็งแรงของข้อต่อค่ะ ควรได้รับคำแนะนำในการบริหารหน้าท้องชั้นลึกนี้จากนักกายภาพบำบัดมากกว่าคิดเอาเอง เพราะเป็นวิธีที่ต้องได้รับการฝึกอย่างเป็นลำดับขั้นตอน และได้รับการพิสูจน์ในงานวิจัยว่าได้ผลดีในผู้ป่วยที่มีกระดูกสันหลังเคลื่อนในระยะยาว แต่การดึงหลังเป็นวิธีการหนึ่งซึ่งยังไม่เป็นที่พิสูจน์แน่ชัดว่าจะช่วยปัญหากระดูสันหลังเคลื่อนหรือไม่ (ผลยังไม่ชัดเจน) อย่างไรก็ตามก็มีผู้ป่วยบางรายก็ได้ผลดีจากการดึงหลัง แต่ต้องทำควบคู่ไปกับการฝึกบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องชั้นลึกให้มีความแจ็งแรงทนทานด้วยค่ะ

คำถามของคุณอาจารย์ไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่รู้จักเครื่อง SDT แต่ในทางกายภาพบำบัดเรามีเครื่องดึงหลังไฟฟ้า อาจารย์ขอแนะนำว่าก่อนจะซื้อเครื่องดึงหลังนี้ ไปลองรักษาด้วยวิธีการทางกายภาพบำบัดกับนักกายภาพบำบัดก่อนดีไหมคะ ถ้าอาการดีขึ้นจะได้ไม่ต้องเสียเงินมาก

(กระดูกสันหลังเคลื่อน มีความแตกต่างจากหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นนะคะ แต่ทั้งสองปัญหานี้อาจเกิดการรบกวนรากประสาทได้เช่นเดียวกัน แต่ต้องใช้วิธีการรักษาต่างกันค่ะ)

ปนดา

ฐิติวัล
IP: xxx.17.211.118
เขียนเมื่อ Sat Jan 28 2012 17:47:04 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันเคยเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำปี45ทำใหก

pattama
IP: xxx.24.210.223
เขียนเมื่อ Sun Feb 12 2012 23:22:13 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ ดิฉันรบกวนปรึกษาเรื่องปวดไหล่ ปวดคอ เคสของดิฉันอาจยังไม่รุนแรงเท่าท่านอื่นๆ แต่รบกวนอยากได้คำแนะนำ ตอนนี้อายุ 31 ปีค่ะ ทำงานหน้าคอมตลอดวันละ 12-16 ชม. ตลอดระยะเวลา 10 ปี มีอาการปวดไหล่เรื้อรังมานาน อาศัยไปนวดไทย นวดน้ำมันให้เส้นคลายบ้าง ทานยาบ้าง ตอนนี้มีไปกายภาพใช้อุลตาซาว์ อบแผ่นร้อน ยืดกล้ามเนื้อ ติดtent ก็รู้สึกว่าดีขึ้นหลังทำกายภาพ แต่พอ สักพัก ก็กลับมาเป็นอีกถึงแม้จะไม่ได้นั่งคอมนานๆ จึงคาดว่าสาเหตุอาจเกิดจาก posture ของตัวเอง และการนอน มีเพื่อนเคยบอกว่าเป็นคนเดินหลังค่อม และชอบแหงนคอทำงานไม่รุ้ตัว ก็พยายามมีสติทำให้หลังตรงเก็บคาง วิธีนอนก็พยายามทำตามที่แนะนำเรื่องการนอนหงาย หรือนอนตะแคง แต่ก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ เพื่อนแนะนำให้แกว่งแขนไปข้างหน้าวันละ 300 ครั้ง ทีละ 50 ครั้ง ก็พยายามทำอยู่ มีสามข้ออยากปรึกษาค่ะ คือ 1) เห็นมี posture aid/clavicle brace ช่วยประคองหัวไหล่ ให้ถูกท่า (ที่มีสายหกเส้นไขว้ไปมาที่หลัง) ไม่แน่ใจว่าจะช่วยมั้ย ปรึกษานักกายภาพ เค้าก็ว่าไม่แนะนำ กลัวทำให้กล้ามเนื้อหลังอ่อนแรง 2) มีโฆษณาขายเครื่องอัลตาซาวด์แบบพกพาที่ทำเองที่บ้านได้ ราคาไม่แพงมาก ประมาณ สี่พัน ถ้าซื้อมาแล้วทำเองที่บ้านทุกวัน วันละ 8-10 นาที จะยิ่งก่อปัญหามั้ยคะ 3) เวลานั่งเวลาลุก เปลี่ยนอิริยาบถ บางทีก็ได้ยินเสียงกระดูกลั่น หรือว่ายืดกล้ามเนื้อ เริ่มเป็นห่วงว่าข้อต่อกระดูกจะเสื่อมเร็ว มีข้อแนะนำในการดูแล ทำให้หายมั้ยคะ

ยินดีรับฟังทุกข้อแนะนำนะคะ

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Mon Feb 13 2012 16:09:16 GMT+0700 (ICT)

ตอบ ข้อที่ 1 à¹à¸¥à¸°à¸‚้อ 2 ไม่น่าช่วยค่ะ จาà¸à¸à¸²à¸£à¸¨à¸¶à¸à¸©à¸²à¸§à¸´à¸ˆà¸±à¸¢à¸à¸²à¸£à¸£à¸±à¸à¸©à¸²à¸œà¸¹à¹‰à¸›à¹ˆà¸§à¸¢à¸­à¸²à¸à¸²à¸£à¸›à¸§à¸”คอà¹à¸¥à¸°à¹„หล่ใน office workers หลายà¸à¸²à¸£à¸¨à¸¶à¸à¸©à¸²à¸¢à¸·à¸™à¸¢à¸±à¸™à¸§à¹ˆà¸² à¸à¸²à¸£à¸£à¸±à¸à¸©à¸²à¹‚ดยà¸à¸²à¸£à¸­à¸­à¸à¸à¸³à¸¥à¸±à¸‡à¸à¸²à¸¢à¸”้วยวิธีเพิ่มความà¹à¸‚็งà¹à¸£à¸‡à¹à¸¥à¸°à¸„วามทนทานต่อà¸à¸¥à¹‰à¸²à¸¡à¹€à¸™à¸·à¹‰à¸­à¸£à¸­à¸šà¸„อ à¹à¸¥à¸°à¸«à¸±à¸§à¹„หล่ ได้ผลในà¸à¸²à¸£à¸¥à¸”ความเจ็บปวดได้ดีค่ะ à¸à¸²à¸£à¸£à¸±à¸à¸©à¸²à¸”้วยวิธีที่ 1 à¹à¸¥à¸° 2 เป็นà¸à¸²à¸£à¸£à¸±à¸à¸©à¸²à¸—ี่ไม่ให้ผลดีในระยะยาว เพราะไม่ได้ทำให้à¸à¸¥à¹‰à¸²à¸¡à¹€à¸™à¸·à¹‰à¸­à¸„อà¹à¸¥à¸°à¹„หล่à¹à¸‚็งà¹à¸£à¸‡à¸—นทานขึ้น ถึงà¹à¸¡à¹‰à¸™à¸±à¸à¸à¸²à¸¢à¸ à¸²à¸žà¸šà¸³à¸šà¸±à¸”จะใช้เครื่องอัลตร้าซาวนด์ในà¸à¸²à¸£à¸£à¸±à¸à¸©à¸²à¹à¸•à¹ˆà¸à¹‡à¸„งไม่ได้ใช้à¸à¸²à¸£à¸£à¸±à¸à¸©à¸²à¹€à¸žà¸µà¸¢à¸‡à¸­à¸¢à¹ˆà¸²à¸‡à¹€à¸”ียว โดยหลัà¸à¸à¸²à¸£à¹€à¸£à¸²à¸ˆà¸°à¹€à¸™à¹‰à¸™à¸§à¸´à¸˜à¸µà¸­à¸­à¸à¸à¸³à¸¥à¸±à¸‡à¸à¸²à¸¢à¸¡à¸²à¸à¸à¸§à¹ˆà¸²à¸„่ะ

สำหรับข้อ 3 à¸à¸²à¸£à¹€à¸›à¸¥à¸µà¹ˆà¸¢à¸™à¸­à¸´à¸£à¸´à¸¢à¸²à¸šà¸–ในà¸à¸²à¸£à¸—ำงานบ่อยๆ เป็นสิ่งที่ดีค่ะ à¹à¸•à¹ˆà¸à¸²à¸£à¹„ด้ยินเสียลั่นบ้างà¸à¹‡à¸­à¸²à¸ˆà¹€à¸›à¹‡à¸™à¹€à¸žà¸£à¸²à¸°à¸à¸¥à¹‰à¸²à¸¡à¹€à¸™à¸·à¹‰à¸­à¹€à¸£à¸²à¹„ม่ค่อยà¹à¸‚็งà¹à¸£à¸‡à¸¡à¸±à¹ˆà¸™à¸„ง ถ้าได้ไปออà¸à¸à¸³à¸¥à¸±à¸‡à¸à¸²à¸¢à¸à¹‡à¸ˆà¸°à¹à¸à¹‰à¸›à¸±à¸à¸«à¸²à¸™à¸µà¹‰à¹„ด้ด้วยค่ะ อีà¸à¸­à¸¢à¹ˆà¸²à¸‡à¸à¸²à¸£à¸­à¸­à¸à¸à¸³à¸¥à¸±à¸‡à¸à¸²à¸¢à¸ˆà¸°à¸Šà¹ˆà¸§à¸¢à¸¥à¸”ความเครียดได้ด้วย ความเครียดà¸à¹‡à¸¡à¸µà¸œà¸¥à¸•à¹ˆà¸­à¸à¸²à¸£à¹€à¸à¸£à¹‡à¸‡à¸•à¸±à¸§à¸‚องà¸à¸¥à¹‰à¸²à¸¡à¹€à¸™à¸·à¹‰à¸­à¸™à¸°à¸„ะ

ปนดา

pattama
IP: xxx.24.181.186
เขียนเมื่อ Wed Feb 22 2012 02:22:25 GMT+0700 (ICT)

คุณหมอคะ จะรบกวนคุณหมอตอบอีกครั้งได้มั้ย ดิฉันพยายามอยู่หลายทางที่จะอ่านคำตอบของคุณหมอแต่ไม่สำเร็จ ตัวหนังสือออกมาเป็นภาษาต่างดาวน่ะค่ะ เกรงใจมากๆ แต่อยากทราบคำตอบจริงๆเลยต้องรบกวนอีกครั้ง

กระต่าย
เขียนเมื่อ Thu Mar 08 2012 10:38:24 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ

หนูขอปรึกษาคุณหมอหน่อยค่ะ หนูเจ็บสะโพกแล้วชาลงตามขาด้านขวาจนถึงเท้า ได้ไปหาหมอ มาแล้วหมอคนแรกบอกว่านน

หมอนรองกระดูกเบียดเส้นประสาท ให้ยามากินตามอาการ แต่ไม่ดีขึ้นเลย หมอให้นอนอย่างเดียวค่ะ ทำตามที่หมอบอกมา3 อาทิ

ตย์ มันยิ่งเจ็บมากขึ้น ก็เลยเปลี่ยนหมอ หมอคนนี้บอกว่าไม่น่าจะเป็นที่กระดูกทับเส้น หมอได้ฝังเข็มให้ แล้วให้ทำท่าบริหาร

ช่วงแรกๆอาการก็ทุเลาลงเล็กน้อย แต่พอยาหมดอาการก็เหมือนเดิม หนูควรจะทำอย่างไรต่อคะ หนูเป็นมาเกือบ2เดือนแล้วค่ะ

ปนดา เตชทรัพย์อมร
IP: xxx.164.90.90
เขียนเมื่อ Fri Mar 09 2012 18:20:01 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณต่าย

อาการของคุณอาจเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นทับรากประสาทค่ะ แต่มันก็มีอีกหลายโรคที่มีอาการเหมือนที่คุณเป็น แนะนำว่าลองทำท่าบริหารเหมือนภาพข้างบน ภาพที่ 3 จำนวน 10 ครั้งดูว่ามีอาการดีขึ้นหรือแย่ลงไหม ถ้าดีขึ้นอาการจะปวดหรือชาที่ขาลดลง แต่อาจปวดหลังมากขึ้น  ถ้าเป็นเช่นนี้ให้ทำซ้ำอีก 10 ครั้ง  ถ้าดีขึ้นอย่างที่บอกก็ทำซ้ำบ่อยๆ วันละหลายๆรอบ อาการน่าจะดีขึ้น  แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นก็ควรไปพบแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัดให้เขาช่วยวินิจฉัยและรักษาให้ค่ะ

ปนดา

กระต่าย
เขียนเมื่อ Fri Mar 09 2012 18:29:50 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะคุณหมอที่กรุณาให้คำแนะนำ

ปฐมทัศน์ ไชยวัฒน์รวี
IP: xxx.55.6.178
เขียนเมื่อ Sun Jul 22 2012 17:01:53 GMT+0700 (ICT)

เมื่อเห็นข้อความของคุณหมอท่ีให้ใช้ท่ากายภาพบำบัดภาพท่ี2และ3ผมก็เริ่มปฎิบัติบัติตามทันที เซ็ทละ10ครั้ง3เซ็ท และยังอยู่ในท่านอนคว่ำหน้าเพื่อรอดูอาการผลปรากฏว่าความเจ็บปวดบริเวณข้อเท้าถึงหัวเข่า และจากหัวเข่าถึงสะโพก มีอาการเหมือนหดเข้าไปในหมอนรองกระดูกและเจ็บอยู่ท่ีหมอนรองกระดูกท่ีเดียว ผมรู้สึกดีใจ และมีกำลังใจมากครับท่ีจะต่อสู้กับโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทต่อไป โดยก่อนหน้านี้ประมาณ 1 อาทิตย์ผมมีอาการปวดหลังร้าวไปถึงสะโพกและข้อขาขวาปวดอย่างรุนแรง และได้เข้าพบแพทย์ท่ีโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า หมอจัดยาแก้ปวดข้อ กล้ามเนื้ออักเสบให้และนัดทำ MRI ในวันท่ี6 สิงหาคม หลังกลับจากโรงพยาบาล อาการก็ไม่ดีขึ้น ไม่สามารถอยู่ในท่านั่ง ท่ายืน และเดินได้ เพราะมีอาการปวดมากท่ีบริเวณสะโพกร้าวไปจนถึงข้อขาข้างขวา ผมทรมานมากๆจนมาพบข้อความของคุณหมอ ผมขอกราบขอบพระคุณ รศ.ดร.ปนดา เตชทรัพย์อมร เป็นอย่างสูง

ปฐมทัศน์ ไชยวัฒน์รวี
IP: xxx.55.6.178
เขียนเมื่อ Sun Jul 22 2012 17:10:33 GMT+0700 (ICT)

ปัจจุบันอายุ 50 ปีครับ

รศ.ดร. ปนดา เตชทรัพย์อมร
เขียนเมื่อ Mon Jul 23 2012 13:57:01 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณปฐมทัศน์ ดีใจค่ะที่ข้อมูลที่อยู่ใน blog เป็นประโยชน์สำหรับคุณ อาการของคุณโชคดีที่หมองรองกระดูกยังไม่ยื่นออกมามาก การออกกำลังกายดังกล่าวยังช่วยไว้ได้ทัน คงต้องทำการบริหารให้อาการปวดที่อยู่ส่วนปลายกลับเข้ามาที่กระดูกสันหลังแบบนี้ไปเรื่อย ๆ อีกประมาณ 3 - 6 สัปดาห์ และควรหลีกเลี่ยงการนั่งทำงานนาน ๆ ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ ทุก 20 นาที ก็ลุกขึ้นเดินบ้าง เวลานั่งให้เอาหมอนมาหนุนที่บั้นเอวไว้ อย่านั่งหลังค่อม อย่าก้มยกของหนักในช่วงนี้นะคะ

ขอให้หายเร้ว ๆ ค่ะ ปนดา (อาจารย์กายภาพบำบัด ม.นเรศวร)

เอกสิทธิ์
IP: xxx.68.144.9
เขียนเมื่อ Sat Jan 26 2013 13:43:56 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ ผมเป็นคนนึงที่เพิ่งเป็นหมอนรองกระดูกอักเสบ ทีแรกคิดว่ากินยาหมดก็คงหาย แต่ไม่เลยครับ ยาหมดปุ๊บ ก็เจ็บปวดเพิ่มขึ้นอย่างมาก ผมท้อมากไม่รู้จะทำยังไง เดินก้อไม่มีแรง มันตึงไปหมด ขับรถมาทำงานก็แสนจะทรมาน สะเทือนที สะท้านไปทั้งตัว จนเมื่อมาเจอบทความของอาจารย์ เหมือนแสงสว่างเลยครับ เริ่มทำท่า 2และ3 เออ ดีขึ้นจริงๆวุ้ย ตอนนี้อาการผมเริ่มดีมากเลยทีเดียว จากที่เคยกว่าก้าวได้ทีละก้าวงี้ ต้องกัดฟัดทน ตอนนี้เริ่มเดินได้ปกติ ผมขอขอบคุณอาจารย์มากเลยครับ กับบทความที่ดี ที่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ขอบพระคุณมากครับผม

ตั้ม
IP: xxx.232.222.206
เขียนเมื่อ Sat Feb 23 2013 20:58:36 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณหมอ ผมอายุ43ปี เป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท จากการxsrayและscan Mri มาเป็น L4 คือเมื่อกลางเดือน ธันวาคม ปี2555 มีอาการปวดหลังจนถึง วันที่1 มกราคม 2556 ไม่สามารถเดินได้ปกติต้องเข้า รพ.ในวันนั้น หมอได้ให้ยามาทาน หนึ่งอาทิตย์แล้วกลับ ไปเช็คอาการ และก็เป็นอย่างนี้ประมาณ1เดือน หมอได้ฉีดยา3เข็ม เพื่อคลายกล้ามเนื้อ หลังจากทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น แต่กลับเป้นมากกว่าเดิม คือหลังจากฉีดยาได้วันเดียวกลับปวดมากขึ้นจนตัวเอียงแต่ก็ยังทานยามาอีก1อาทิตย์ จนถ่ายเป็นเลือด จึงงดทานยา แล้วได้ไปทำกายภาพบำบัดกับหมอ เกียตินิยมอันดับ1ท่านหนึ่ง คือตอนทำรู้สึกดีและมีความหวัง อย่างมาก จากเดิมเคยเดินได้ แค่10เมตร กลับเดินได้มากขึ้น เป็น 20-30 เมตร แต่อาการปวดก็ ยังคงอยู่ และตัวเอียงเริ่มดีขึ้น แต่ก็ยังเอียงอยู่ บำบัด 7 ครั้งแล้ว ทุกครั้งที่กายภาพเสร็จ จะรู้สึกดี แต่พอกลับถึงบ้านก็จะปวดอีกทุกครั้งภายในวันนั้นเลย จนทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่ จึงพยายามหาทางออกอื่นๆอยู่ จึงเรียนมาหาคุณหมอ เพื่อแนะวิธีการกายภาพที่ถูกต้องด้วยครับ

เปีย
IP: xxx.49.241.172
เขียนเมื่อ Thu Feb 28 2013 09:04:07 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณหมอที่เคารพ.  ดิฉันอายุ31 ก่อนหน้าที่ประมาณ1เดือนอยู่ดิฉันก็มีอาการชาที่ต้นขาและกดจะรู้สึกแสบก็คิดว่าขับรถนานเดียวก็คงหายพอนอนตื่นเช้ามามีอาการชาไปครึ่งตัวขวาตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงหน้าด้านขวาทั้งหมดก็ไปหาหมอกระดูกคุณหมอให้ก้มยกแขนใหดูก็ไม่มีอาการเจ็บก็ให้ยามากินและบอกให้ออกกำลังกายโยคะ/ว่ายน้ำ/เอโรบิค. พอทานยาอาการก็ดีขึ้นเหลือแค่ชาต้นขาผ่านไป1เดือนดิฉันเริิืมเล่นโยคะ ได้2ครั้งล่าสุดเมื่อวานนี้กลับมาปวดหลังเหมื่อยไปทั้งตัวตื่นนอนมากลับมีอาการชาไปครึ่งตัวด้านขาว จากอาการนี้ขอถามคุณหมอว่าดินฉันจะเป็นโรคอะไรคะ

วรวรรณ เอกตระกูล
IP: xxx.87.48.224
เขียนเมื่อ Mon Apr 08 2013 17:15:33 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณหมอ ดิฉันอายุ37ปี เิ่ริ่มแรกมีอาการปวดที่หลังทางซ้ายห่างจากร่องกระดูกสันหลังประมาณ1นิ้ว แล้วก็รู้สึกแปลบๆที่ก้น ลงไปจนถึงน่องบนและข้อพับขา และถึงด้านหลังของน่องล่างลงมา ในช่วงแรกของอาการคือเวลาเปลี่ยนท่าจากการนั่งเป็นยืนจะรู้สึกปวดที่หลังมากจนต้องก้มตัว อยากทราบว่าอาการที่กล่าวมานี้ดิฉันเป็นโรคหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาทหรือไม่คะ

สุภาพรสภาพ
IP: xxx.55.13.19
เขียนเมื่อ Sun Jun 02 2013 19:23:23 GMT+0700 (ICT)

เรียนถามคุณหมอค่ะ ดิฉันอายุ44มีอาการชาที่ขาซ้ายบริเวณด้านหลังร้าวไปถึงก้นทรมานมากๆ มีอาการมานานแล้วเคยทำกายภาพก็ดีขึ้นแต่ก็ไม่หาย ดิฉันควรจะพบแพทย์ที่โรงพยาบาลที่ไหนดีค่ะที่มีหมอเฉพาะทางด้านนี้ ดิฉันอยู่ที่ลพบุรีค่ะ ขอบพระคุณเป็นอย่่างสูงค่ะ

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น อ่านทั้งหมด   อ่าน
 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า