สมาชิก
แลกเปลี่ยน

พระจันทร์แดง

 ไสยศาสตร์มีจริงหรือไม่ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ 

            เดี๋ยวนี้ หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จแล้วก็ดูข่าวโทรทัศน์ แล้วหลังจากนั้นก็เปิดดูละคร แต่เดิมผมเคยมีความคิดว่าการดูหนังดูละครมันไร้สาระ แถมมีแต่เรื่องน้ำเน่า บางครั้งก็เป็นเรื่องทะเลาะแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นแม่ผัวทะเลาะกับลูกสะใภ้ เรื่องของการแก้แค้นหักหลัง ดูยังไงก็ไม่ดี แถมยังรู้สึกอีกว่าเหตุที่สังคมเป็นแบบนี้ ก็เพราะหนังเพราะละครโทรทัศน์นี่แหละที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กเอาอย่าง แล้วก่อให้เกิดปัญหาในสังคม

            หลังจากที่ได้หยิบเอาเรื่องละครมาเขียนสอดแทรกความรู้ทางกฎหมายเข้าไปแล้วนำเสนอทางสื่อหนังสือวารสารต่างๆ ก็ได้รับคำชมว่าทำให้คนในสังคมมีความรู้ในเรื่องกฎหมายมากขึ้น จากนั้นก็พยายามสอดแทรกเนื้อหาคุณธรรมจริยธรรมเข้าไว้ในบทความของผมด้วย โดยหวังว่าผู้อ่านจะได้รับประโยชน์ทั้งเรื่องกฎหมายและคุณธรรมจริยธรรม และเป็นการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องกับเป็นการกระตุ้นต่อมคุณธรรมจริยธรรมให้ออกมาทำงานและเพื่อชี้แนะคุณธรรมจริยธรรมที่แฝงอยู่ในละครออกมาให้เห็นชัดเจน เพื่อจะได้เอาเรื่องเหล่านี้ไปสอนบุตรหลาน เพราะคนเราจะมีคุณธรรมจริยธรรมหรือไม่ก็อยู่ที่การปลูกฝังสิ่งดีๆให้กับชีวิตตั้งแต่เด็ก

          นึกถึงละครโทรทัศน์เรื่องพระจันทร์แดงขึ้นมาได้ จะว่าไปแล้วผมว่าเคยอ่านเรื่องพระจันทร์แดงมาตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน เพียงแต่จำเรื่องราวไม่ค่อยได้ จำได้แต่เพียงว่าพระเอกเป็นหมอ แต่ขณะเดียวกันก็กลายร่างเป็นสาง และไปฆ่าคน และตอนหลังจะเป็นอย่างไรจำไม่ได้ ก็เลยติดตามดูละคร แม้จะไม่ค่อยถูกใจอยู่บ้าง เพราะเป็นเรื่องผีสางลึกลับซึ่งพิสูจน์ยาก แต่พอมาคิดถึงการจะอธิบายข้อกฎหมายให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายๆ ก็เลยต้องลงทุนไปซื้อหนังสือซึ่งเป็นเรื่องย่อบทโทรทัศน์มาอ่าน ตอนไปซื้อบอกให้ภรรยาไปซื้อ ภรรยาบอกให้ไปซื้อเองเพราะเขาไม่ได้บ้าละคร แฮ่ะๆๆ ผมก็เลยต้องไปซื้อเอง เวลาไปซื้อก็เขินๆ เพราะเดี๋ยวใครไปเห็นเข้า เดี๋ยวเขาจะเข้าใจว่าอัยการชาวเกาะเป็นคนไร้สาระ เฮอะๆๆ แต่ยังไงก็ตามผมเอาเรื่องไร้สาระให้มาเป็นสาระดูสิจะทำได้ไหม

            ก่อนที่จะมาวิเคราะห์กันในเรื่องของกฎหมาย ก็คงจะต้องปรับความรู้เรื่องพระจันทร์แดงให้เท่ากันก่อน มาดูเรื่องย่อกันดีกว่า เรื่องมันมีอยู่ว่า……

            หมอศมาเกิดในคืนพระจันทร์แดง คืนที่พ่อกับแม่ของหมอศมาถูกสางฆ่าตาย ในคืนนั้นหมอไม่ถูกสางฆ่าเพราะมีพระธุดงค์กับยายศรีช่วยเอาไว้ได้ แต่ทำให้หมอได้รับอาถรรพ์ของสาง ต้องกลายร่างเป็นสางเมื่อคืนพระจันทร์แดง  หมอศมาต้องกลับมาอยู่ที่หมู่บ้านและช่วยรักษาชาวบ้านแต่พอคืนพระจันทร์แดงก็จะกลายร่างเป็นสางฆ่าคนทุกครั้งไป หนึ่งในจำนวนคนที่ถูกฆ่าคือเสือ (ชื่อคน) ซึ่งเป็นลูกของพ่อเลี้ยงเดช จึงทำให้พ่อเลี้ยงเดชต้องการแก้แค้นให้กับลูกชาย ต้องไปจ้างคนมีฝีมือมาฆ่าสางแต่กลับถูกสางฆ่า จนในที่สุดก็ได้ว่าจ้างพรานชุบให้มาฆ่าสาง แต่สางมีสองตัว ตัวหนึ่งคือหมอศมา ส่วนอีกตัวหนึ่งคือพ่อของกาหลงชื่อยูโซะ  กาหลงมาหลงรักศมา แต่ศมาไม่เล่นด้วย เพราะศมาไปหลงรักปาริชาต ครูสาวที่มาอยู่ที่หมู่บ้าน ศมาพยายามคิดค้นตัวยาที่ทำให้ตัวเองไม่เป็นสางแต่ก็ไม่สำเร็จ แต่ในที่สุดหมอก็รู้ความลับว่าคนที่จะช่วยให้หมอศมาพ้นอาถรรพ์ได้จะต้องเป็นผู้หญิงที่เกิดวันที่ ๙ เดือน ๙ ปีขาล และต้องเป็นคนที่สางไม่ฆ่าเมื่อพบ โดยการแก้อาถรรพ์นั้นสางจะต้องหลับนอนกับหญิงคนนั้นขณะที่ร่างยังเป็นสาง และจะต้องเป็นคืนพระจันทร์แดงที่มีจันทรคราสเต็มดวง ด้วยนะ ปรากฏว่าผู้หญิงที่จะสามารถช่วยหมอศมาได้ก็คือปาริชาตนั่นเอง เพราะปาริชาตเกิดปีขาลวันที่ ๙ เดือน ๙ และเจอกับสางถึงสองครั้งแล้วสางไม่ฆ่ากลับหลบไป  และในที่สุดปาริชาตก็ช่วยหมอศมาให้พ้นจากความเป็นสางได้สำเร็จ

            อ่านเรื่องย่อแล้วไม่เห็นจะเกี่ยวกับข้อกฎหมายได้เลย พับเผื่อย….

            ท่านผู้อ่านรู้ไหมครับ สาง คืออะไร เคยได้ยินคำว่า เป็นเสือเป็นสาง ก็หมายถึงโจรปล้นเขากิน เสือสมิงกับสางก็ไม่รู้อย่างเดียวกันหรือเปล่า เลยไปค้นพจนานุกรม คำว่า สาง ก็คือสัตว์ในนิยาย แสดงว่าสางไม่มีตัวตนนะสิ  ไม่รู้เหมือนกัน เห็นเขาว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แฮะๆๆ  ผมอ่านเรื่องย่อว่า ทำไมจึงเกิดสางในเรื่องนี้ ปรากฏว่ายูโซะหัวหน้าเผ่าลูซอ เล่าให้กาหลงลูกสาวฟังว่า….

            เมื่อเอ็งอยากรู้ข้าฯก็จะเล่าให้ฟัง เคยมีเรื่องเล่าขานกันมาแต่โบราณเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วว่าเผ่าลูซอของเราเป็นชนเผ่าที่เก่งกล้าในเรื่องล่าสัตว์จนยากที่จะมีใครเทียบได้ แล้ววันหนึ่งก็มีเสือดำตัวใหญ่เข้ามากัดคนในหมู่บ้านตาย ชาวบ้านพากันออกล่าเสือดำตัวนั้นแต่ก็ไม่มีใครจับมันได้ กลับต้องถูกมันฆ่าตายไปอีกหลายคน จนชาวบ้านพากันลือว่าเสือดำตัวนั้นจะต้องเป็นเสือผี แต่หัวหน้าเผ่าไม่เชื่อ เขาออกตามล่าแล้วฆ่ามันได้แต่ก็ถูกวิญญาณร้ายของเสือดำเข้าสิงในร่างจนต้องกลายเป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ที่เราเรียกว่าสางแต่นั้นมา….”

เอ๊ะ ยังงี้ก็แสดงว่าสางกับเสือสมิงก็เหมือนกันนะสิ ผมก็เลยต้องถ่อสังขารไปถามพระธุดงค์ถึงในป่าลึก ฮิๆๆ โม้ไปงั้นแหละ ก็ได้รับคำอธิบายว่าไม่เหมือนกัน สางนั้นเป็นคน พอถึงคืน พระจันทร์แดงถึงจะกลายร่างเป็นเสือดำ ส่วนเสือสมิงนั้นมันเป็นเสือแต่กลายร่างเป็นคนได้ และสามารถกลายร่างเป็นคนโน้นคนนี้ได้      และที่สำคัญคนที่แต่งเรื่องสาง กับ คนที่แต่งเรื่องเสือสมิง น่ะ คนละคนกันน่ะ..โยม….

            สำหรับการฆ่าสางไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะสางมีคุณสมบัติพิเศษ เมื่อมีบาดแผลสามารถใช้กระแสจิตรักษาหายได้ แต่หากจะฆ่าสางมีคนรู้อยู่สองคนว่าจะทำอย่างไร คือ ยูโซะ กับพรานชุบ เท่านั้น การจะฆ่าสางต้องใช้วัสดุพิเศษนั่นก็คือ แร่สุริยคราส และการจะเอาแร่สุริยคราสได้ต้องมีพิธีกรรมและมีระยะเวลาที่แน่นอน และหากพลาดเวลาต้องใช้เวลารอคอยอีกเป็นร้อยปีถึงจะเกิดแร่สุริยคราสอีก พรานชุบต้องการเอาแร่สุริยคราสมาหลอมทำลูกปืนยิงสาง

            ทีนี้พอรู้หรือยังละครับว่าสางมีความเป็นมาอย่างไร และจะฆ่าสางอย่างไร หรือจะทำให้พ้นจากอาถรรพ์ของสางได้นั้นจะต้องทำอย่างไร เผื่อมีใครที่เป็นสางที่ยังไม่รู้วิธีก็มาอ่านเสียจะได้

เป็นผู้เป็นคนกับเขาเสียที นะสางนะ ฮิ ฮิ….

            คราวนี้เราจะคุยเรื่องข้อกฎหมายกันละครับ เพราะในเรื่องพระจันทร์แดงมีข้อกฎหมายให้ติดตามเหมือนกัน  เพราะพ่อเลี้ยงเดช เป็นพวกตัดไม้ทำลายป่า ลักลอบทำไม้เถื่อน เราคงมาดูกันว่าการทำไม้เถื่อนมันผิดอย่างไร มีเรื่องเสือลูกของพ่อเลี้ยงเดชกับลูกน้องร่วมกันข่มขืนจำปาหญิงสาวในหมู่บ้าน ว่าจะเป็นความผิดฐานใด จะต้องได้รับโทษสักเท่าไหร่    และการที่หมอ ศมากลายร่างเป็นสางแล้วฆ่าคนในคืนพระจันทร์แดง จะเป็นความผิดกฎหมายไหมครับเพราะหมอศมาบอกว่าบังคับตัวเองไม่ได้ อยากรู้ไหมครับ แน่ใจนะว่าอยากรู้จริงๆ หากอยากรู้ตามอ่านตอนสองนะครับ เพราะขณะนี้พระจันทร์กำลังเป็นสีแดง โอะ..อะไรกันเนี่ย.. ผมรู้สึกปวดตามตัว โอ๊ะแฮ่….

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: นิติศาสตร์ ไสยศาสตร์ พระจันทร์แดง 
· หมายเลขบันทึก: 135487 · เขียน:  
· ความเห็น:
10
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
    บันทึกก่อนนี้
    บันทึกใหม่กว่า
    Pong+Roofman
    เขียนเมื่อ Sat Oct 06 2007 13:53:30 GMT+0700 (ICT)

    ได้ความรู้ขึ้นเยอะเลยครับอาจารย์

    ผมเคยเห็น "พระจันทร์แดง" เป็นซอง สมัยเด็กๆ น่ะครับ

    อัยการชาวเกาะ
    เขียนเมื่อ Sat Oct 06 2007 14:13:57 GMT+0700 (ICT)
    • อดใจรอตอนสองนะครับ
    • ได้ความรู้เยอะกว่านี้ครับ
    • ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ
    pa_daeng
    เขียนเมื่อ Sat Oct 06 2007 14:25:05 GMT+0700 (ICT)
    • สวัสดีค่ะ อาจารย์
    • รอตอนต่อไป กับข้อกฎหมายค่ะ
    • ขอบคุณค่ะ

     

    ครูอ้อย แซ่เฮ
    เขียนเมื่อ Sat Oct 06 2007 15:35:47 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดียามบ่ายค่ะท่าน...

    • ครูอ้อยแวะมาอ่าน  สนุกจังเลยค่ะ  ครูอ้อยเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบดูละครหลังข่าว  เพราะหลับไปทุกทีเลยค่ะ
    • มีสัปดาห์แล้วครูอ้อยไปนครนายก  ฝนตกหนัก  ครูอ้อยนอนไม่หลับค่ะ  จึงได้ดูละครหลังข่าว  มันอวสานไปแล้วค่ะ  อะไรนะ  กุหลาบนี่ล่ะค่ะ
    • ละคร  แฝงชีวิตของคนให้เป็นเครื่องเตือนใจก็มีนะคะ  เผื่อว่าจะนำมาสอนสั่งลูกหลาน ลูกศิษย์ได้นะคะ

    ขอบคุณค่ะ...รออ่านตอนต่อไปค่ะ

    อัยการชาวเกาะ
    เขียนเมื่อ Sat Oct 06 2007 19:34:26 GMT+0700 (ICT)
    • ดีจังที่มีแควนประจำอย่าง P และ P
    • ตอนสองโพสต์แล้วนะครับ ไปอ่านหรือยัง
    • อ๋อ..เล่ห์กุหลาบ ผมไม่ได้ดูละครเรื่องนี้ เอาไว้มีเวลาเดี๋ยวจะเขียนให้อ่านกันนะครับ
    ครูอ้อย แซ่เฮ
    เขียนเมื่อ Sun Oct 07 2007 01:24:53 GMT+0700 (ICT)
    ครูอ้อยเป็นแควนประจำไปแล้ว...ตื่นมาอ่านนะนี่  ไปล่ะค่ะ  จะไปอ่านตอนที่ 2 ...บ๊ายบาย
    แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ Sun Oct 07 2007 12:55:20 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ...

    ดูละคร ย้อนดูตัวเรา..

    บันทึกนี้น่าจะเป็นการให้ความรู้เรื่องกฎหมายผ่านมิติทางวรรณกรรมหรือละครที่น่าสนใจ

    เป็นการสอนกฏหมายอย่างเนียนงาม...  ผมเชื่อว่าถ้าชาวบ้านได้อ่านก็จะสนุกและได้ความรู้ไปด้วย ...

    ประทับใจมากครับ...

    อัยการชาวเกาะ
    เขียนเมื่อ Sun Oct 07 2007 13:43:28 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณคุณP

    มากเลยครับที่ให้คำชม มีกำลังใจเขียนอีกเยอะเลยครับ เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงของผมคือนำความรู้ทางกฎหมายไปสู่ประชาชนให้ได้และเป็นบทความที่เพิ่งริเริ่มทำเป็นคนแรกของอัยการ ตอนนี้เริ่มแพร่กระจายไปภาคตะวันออกแล้วครับ น้องๆมาอนุญาตพิมพ์แจกในงานคุ้มครองสิทธิประชาชนครับ

    กฤษณา สำเร็จ (Krisana Sumret)
    เขียนเมื่อ Sun Oct 07 2007 19:52:07 GMT+0700 (ICT)
    • ปกติแล้วเป็นคนไม่ชอบอ่านอะไรที่ยาวๆเช่นนวนิยายเป็นเล่มๆน่ะคะ....มีความอดทนน้อย...
    • ครานี้ได้กาล  ให้ท่านเล่าให้ฟังสนุกดีค่ะ  เดี๋ยวจะไปอ่านตอนที่2 ค่ะ
    อัยการชาวเกาะ
    เขียนเมื่อ Sun Oct 07 2007 21:31:36 GMT+0700 (ICT)

    ด้วยความยินดีเลยครับคุณ  P

    ดีใจครับที่อย่างน้อยคนอ่านจะได้มีความรู้เพิ่มเติม เพราะเราต้องการให้ลูกเราเรียนรู้ตลอดชีวิต เราก็ต้องทำให้เป็นตัวอย่างครับ

    อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
    ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
    {{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
     ใส่รูปหรือไฟล์