สมาชิก
แลกเปลี่ยน

ซากาต 1

ซากาตในอิสลาม 1

ซากาต คือสัวสดีการสังคมที่ในสังคมปัจจุบันมีความสำคัญเป็นอย่างมากและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องซากาตการ เพราะซากาตนั้นเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะทำให้ทราบถึง ระบบเศรษฐกิจต่างๆร่วมทั้งหน้าที่ต่างๆของรัฐบาลที่มีรูปแบบการปกครองตามหลัการอิสลามตลอดจนทำให้ทราบถึงงบประมาณแผ่นดินตลอดจนในเรื่องของรายรับและรายจ่ายของรัฐบาล ด้วยเหตุนี้เองเราสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามุสลิมเราไม่สามารถที่จะหนีพ้นเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวกับเรื่องซากาตได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาให้กับตัวนักศึกษาเองตลอดจนผู้สนใจทั่วไปให้สามารถทำความเข้าใจในเรื่องซากาต

หลักการทั่วไป การบริจาคซากาตนั้นเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของศาสนาอิสลามที่มีบัญญัติมาจากอัลลอฮฺดังที่พระองค์อัลลอฮฺ  ได้ตรัสไว้ในอัลกุรอานซูเราะฮฺ อัตเตาบะฮ อายะฮฺที่ 103                 ความว่า เจ้าจงเอาส่วนหนึ่งจากทรัพย์สินของพวกเขาจ่ายเป็นทานออกไป ซึ่งมันจะทำให้พวกเขาสะอาดบริสุทธฺ์ และในการบริจาคดังกล่าวเป็นการสร้างเสถียรภาพในสังคม เกิดความช่วยเหลือ และความเป็นปึกแผ่น ซึ่งถือเป็นหน้าที่อันเกิดจากความเกื้อหนุนซึ่งกัน และกันของคนในสังคม ดังที่อัลลอฮฺ  ได้ตรัสไว้ในอัลกุรอานซูเราะฮฺอัตเตาบะฮอายะฮฺที่71                 ความว่า บรรดาผู้ศรัทธาชาย และผู้ศรัทธาหญิง บางส่วนของพวกเขาต่างเป็นผู้ช่วยเหลือ อีกบางส่วนซึ่งพวกเขาจะใช้ให้ทำความดี และห้ามมิให้ทำความชั่ว และพวกเขาจะปฏิบัติละหมาด และจ่ายซะกาต และภัคดีต่ออัลลอฮฺ และรอสูล ของพระองค์ เหล่านี้แหละอัลลอฮฺ จะทรงเอ็นดู และเมตตาแก่พวกเขา ดังนั้นกลุ่มที่อัลลอฮฺ  ให้ความเป็นสิริมงคลนั้น คือกลุ่มผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ  โดยพระองค์จะทรงให้ความเอ็นดูเอาใจใส่ให้ได้รับชัยชนะ และมีหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความศรัทธา กลุ่มนี้จะใช้ให้ผู้คนทำความดี ห้ามปรามความชั่ว และสร้างสื่อสัมพันธ์ระหว่างเขากับอัลลอฮฺ  ด้วยการละหมาด และการบริจาคในหนทางของอัลลอฮฺ  นอกจากนี้การทำทานแก่สัตว์ก็สามารถลบล้างปาบ จากไฟนรกได้ดังที่ท่านรอสูล  ได้กล่าวว่า ขณะที่สุนัขตัวหนึ่งกำลังเดินวนเวียนอยู่รอบๆสระความกระหายน้ำเกือบทำให้มันสิ้นชีวิต แล้วก็บังเอิญหญิงชั่วคนหนึ่งจากวงค์วานบนีอิสรออีลได้เห็นมัน นางได้ถอดรองเท้าบู๊ตของนางแล้วเอาตักน้ำมาให้มันดื่ม นางก็ได้รับการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ เนื่องด้วยการกระทำอันนั้น(บันทึกโดยบุคอรีย์ และมุสลิม) จะเห็นว่าทุกการกระทำ และการสั่งใช้นั้นย่อมมีผลทั้งสิ้น ส่วนที่ผู้ปฏิเสธ หรือละเลย เพิกเฉยต่อคำสั่งของอัลลอฮฺ นั้นจะได้รับการลงโทษอย่างแสนสาหัสความหมายของซะกาต[1]ก. ด้านภาษาคำว่าซะกาตมาจากภาษาอาหรับมีความหมายว่า สะอาด บริสุทธิ์ งอกเงย เป็น ศิริมงคล และเป็นที่ชมเชย นอกจากนี้ก็ยังหมายถึงการเพิ่มพูนอีกด้วย ข. ตามหลักการศาสนาคำว่าซะกาตหมายถึง ทรัพย์สินจำนวนหนึ่งที่อัลลอฮฺ กำหนดให้มอบแก่ผู้มีสิทธิ์ บทบัญญัติเรื่องซะกาตการบริจาคซากาตนั้นเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของศาสนาอิสลามที่มีบัญญัติมาจากอัลลอฮฺ  ดังที่พระองค์อัลลอฮฺ ได้ตรัสไว้ในอัลกุรอานซูเราะฮฺ อัตเตาบะฮ อายะฮฺที่ 103 [2] 

ความว่า เจ้าจงเอาส่วนหนึ่งจากทรัพย์สินของพวกเขาจ่ายเป็นทานออกไป ซึ่งมันจะทำให้พวกเขาสะอาดกบริสุทธฺ์และในการบริจาคดังกล่าวเป็นการสร้างเสถียรภาพในสังคม เกิดความช่วยเหลือ และความเป็นปึกแผ่น ซึ่งถือเป็นหน้าที่อันเกิดจากความเกื้อหนุนซึ่งกัน และกันของคนในสังคม ดังที่อัลลอฮฺ ได้ตรัสไว้ในอัลกุรอานซูเราะฮฺ อัตเตาบะฮ อายะฮฺที่ 71[3] ความว่า บรรดาผู้ศรัทธาชาย และผู้ศรัทธาหญิง บางส่วนของพวกเขาต่างเป็นผู้ช่วยเหลือ อีกบางส่วนซึ่งพวกเขาจะใช้ให้ทำความดี และห้ามมิให้ทำความชั่ว และพวกเขาจะปฏิบัติละหมาด และจ่ายซะกาต และภัคดีต่ออัลลอฮฺ และรอสูล ของพระองค์ เหล่านี้แหละอัลลอฮฺ จะทรงเอ็นดู และเมตตาแก่พวกเขา

ดังนั้นกลุ่มที่อัลลอฮฺ ให้ความเป็นสิริมงคลนั้น คือกลุ่มผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ โดยพระองค์จะทรงให้ความเอ็นดูเอาใจใส่ให้ได้รับชัยชนะ และมีหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความศรัทธา กลุ่มนี้จะใช้ให้ผู้คนทำความดี ห้ามปรามความชั่ว และสร้างสื่อสัมพันธ์ระหว่างเขากับอัลลอฮฺ  ด้วยการละหมาด และการบริจาคในหนทางของอัลลอฮฺ  นอกจากนี้การทำทานแก่สัตว์ก็สามารถลบล้างปาบ จากไฟนรกได้ดังที่ท่านรอสูล  ได้กล่าวว่า ขณะที่สุนัขตัวหนึ่งกำลังเดินวนเวียนอยู่รอบๆสระความกระหายน้ำเกือบทำให้มันสิ้นชีวิต แล้วก็บังเอิญหญิงชั่วคนหนึ่งจากวงค์วานบนีอิสรออีลได้เห็นมัน นางได้ถอดรองเท้าบู๊ตของนางแล้วเอาตักน้ำมาให้มันดื่ม นางก็ได้รับการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ เนื่องด้วยการกระทำอันนั้น” (บันทึกโดยบุคอรีย์ และมุสลิม) จะเห็นว่าทุกการกระทำ และการสั่งใช้นั้นย่อมมีผลทั้งสิ้น ส่วนที่ผู้ปฏิเสธ หรือละเลย เพิกเฉยต่อคำสั่งของอัลลอฮฺ นั้นจะได้รับการลงโทษอย่างแสนสาหัส

 
บทบัญญัติเรื่องซะกาต                การจ่าย ซะกาตได้ถูกบัญญัติในเดือนชะอฺบาน ปีที่ 2 ฮิญเราะฮฺศักราช อัลลอฮฺ ตรัส ไว้ในซูเราะฮฺอัตเตาบะฮฺ อายะอฺ 103ความว่า สู้เจ้าจงเอาทานทรัพย์สินของพวกเขาจ่ายเป็นทานบังคับ เพื่อสู่เจ้าจะได้ทำความสะอาดพวกเขา และชำระพวกเขาให้บริสุทธิ์ด้วยทรัพย์สินนั้นและอัลลอฮฺ ได้ บัญญัติ ถึงเรื่องซะกาตไว้ในอัลกุรอานถึง 58 ครั้ง ในจำนวนนั้นอัลลอฮฺ ได้บัญญัติให้ปฏิบัติพร้อมๆ กับการดำรงการละหมาดด้วย ซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะห์ อายะฮฺ 43 [1]ความว่าและจงดำรงการละหมาดและจงจ่ายซะกาตซึ่งหลักการปฏิบัติทั้ง 2 ประการนี้มีความสำคัญมากถึงขนาดว่า ถ้าหากมีการละเลยโดยเจตนาพร้อมปฏิเสธก็จะส่งผลให้ผู้นั้นตกจากศาสนาอิสลามดังอัลลอฮฺ ตรัส ไว้ในซูเราะฮฺ อัตเตาบะฮฺ อายะฮฺ 11 [2]แต่ถ้าหากพวกเขาขอลุแก่โทษ และดำรงการ ละหมาดและจ่ายซะกาต ดังนั้น พวกเขาก็เป็นพี่น้องร่วมศาสนากับเจ้าและเราได้จำแนกอย่างแจ่มแจ้ง ซึ่งโองการทั้งหลายสำหรับหมู่ชนที่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ อบุลอะลา อัลเมาดูดี อธิบายว่า เพียงแค่การเลิกเป็นขบถ และเลิกบูชาเทพเจ้าอื่นๆ เท่านั้นยังไม่เพียงพอ พวกเขาจะต้อง ดำรงการละหมาดและจ่ายซะกาตด้วย จึงจะถือว่าหันมาสู่อิสลามอย่างแท้จริง จากความหมายของอายะฮฺ และการอธิบายข้างต้นหมายความว่าผู้ที่อ้างนามว่าเป็นมุสลิมแต่ละทิ้งการละหมาด และละทิ้งการจ่ายซะกาตโดยเจตนานั้นโดยแก่นแท้แล้วเขามิใช่มุสลิมอย่างแท้จริง และดังที่ท่านรอสูล ได้กล่าวถึงเรื่องซากาต ความว่า เจ้าจงสอนพวกเขาให้รู้เถิดว่า แท้จริงอัลลอฮฺ ได้ทรงบัญญัติซะกาตสำหรับพวกเขาให้เป็นหน้าที่จะต้องถูกเก็บจากความร่ำรวยในหมู่พวกเขา และจ่ายคืนให้แก่คนยากจนในหมู่พวกเขา” (บันทึกโดยบุคอรีย์ และมุสลิม)  


[1] ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะฮฺ อายะฮฺ 43

[2] ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะฮฺ อายะฮฺ 11



[1] www.fathoni.com

[2] ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะฮฺ 103

[3] ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะฮฺ 71

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: ซากาต 
· หมายเลขบันทึก: 129845 · เขียน:  
· อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์