สมาชิก
แลกเปลี่ยน

พหุปัญญา (Multiple Intelligence)

พหุปัญญา ( Multiple Intelligence)

ประเภทของพหุปัญญา

        ทฤษฎีสติปัญญาหลากหลาย หรือพหุปัญญา (Theory of Multiple Intelligence) ของ Howard Gardner (1983) ได้แบ่งสติปัญญาของมนุษย์ออกเป็น 8 ประเภท  ศักยภาพหรือความสามารถทั้ง 8 ประการ มีรายละเอียดดังนี้                                                                                                                                               1. ปัญญาด้านภาษา/การสื่อความ (Verbal/Linguistic Intelligence) เป็นความสามารถในการใช้คำและภาษาทั้งในการพูดและเขียนอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การสร้างงานเขียนในลักษณะต่าง ๆ ทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง และอื่น ๆ การพูดโน้มน้าวใจให้คล้อยตาม การใช้ภาษาเพื่อการอธิบาย การใช้ภาษาเพื่อบอกเล่าประสบการณ์ ผู้มีความสามารถด้านนี้มักจะประกอบอาชีพเป็นนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ นักการเมือง นักเล่านิทาน ฯลฯ และจะสามารถเรียนรู้ได้ดีจากการใช้ภาษา ทั้งการเขียน พูดสื่อความคิด และการอ่าน ความสามารถในการใช้ Internet E-mail และการวิจัยระดับสูง                                                                              2. ปัญญาด้านใช้เหตุผล ตรรกะและคณิตศาสตร์ (Logical/Mathematical Intelligence) เป็นความสามารถในการคิด อย่างสมเหตุสมผล การมองเห็นความสำคัญและความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ อย่างชัดเจน การคิดคำนวณ การคิดค่าความน่าจะเป็น การทดสอบสมมติฐาน การเล่นเกม การถอดรหัส ผู้มีความสามารถด้านนี้มักจะประกอบอาชีพเป็นนักสถิติ นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ นักตรรกศาสตร์ ฯลฯ                                                                                                                 3. ปัญญาด้านดนตรีและท่วงทำนอง (Musical/Rhythmic Intelligence) เป็นความสามารถในการรับรู้เสียงดนตรี กิจกรรมเข้าจังหวะ ท่วงทำนองความแตกต่างของเสียงที่ได้ยิน การแสดงออก การแยกเสียงดนตรี การแต่งเพลง  การเข้าใจสีสันของดนตรี ผู้มีความสามารถด้านนี้มักจะประกอบอาชีพเป็นนักดนตรี และจะสามารถเรียนรู้ได้ดีเมื่อมีดนตรี หรือใช้ท่วงทำนองของเสียงประกอบท่าทาง                                                                                                                                            4. ปัญญาด้านการเคลื่อนไหวทางกาย (Body/Kinesthetic Intelligence) เป็นความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อ ความสามารถในการทำงาน หรือการประสานสัมพันธ์กันของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อการทำงานต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่วกลมกลืน เช่น นักกีฬา ศัลยแพทย์ ช่างฝีมือ หรือมีความสามารถในการใช้ร่างกายในการแสดงออกถึงความรู้สึก เช่น นักแสดง นักเต้นรำ ความสามารถทางด้านนี้มีองค์ประกอบย่อย ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่างอวัยวะที่ต้องใช้เกี่ยวข้องกัน การทรงตัว ความแข็งแรง ทนทาน ความยืดหยุ่น และความเร็ว ผู้ที่มีความสามารถด้านนี้จะเรียนได้ดีเมื่อมีการเคลื่อนไหวทำกิจกรรมการเล่นหรือการแสดงที่ใช้อวัยวะต่าง ๆ   5. ปัญญาด้านการเห็นและมิติตำแหน่ง (Visual/Spatial Intelligence) เป็นความสามารถในการรับรู้เกี่ยวกับทิศทาง ตำแหน่ง รูปร่าง รูปทรง เส้น สี และมิติตำแหน่งของสิ่งต่าง ๆ ผู้มีความสามารถด้านนี้ มักจะประกอบอาชีพเป็นมัคคุเทศก์ ศิลปิน มัณฑนากร สถาปนิก นักเดินทะเล ผู้ที่มีความสามารถในด้านนี้จะเรียนได้ดีจากการเรียนด้วยภาพประกอบการแสดงตำแหน่งของแห่งที่ของสิ่งที่เรียน  6. ปัญญาด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (Interpersonal Intelligence) เป็นความสามารถในการรับรู้อารมณ์ และความรู้สึกของบุคคลอื่นจากสิ่งที่เขาได้แสดงออกทั้งจาก สีหน้า ท่าทาง และน้ำเสียง ยอมรับบุคคลและสามารถแสดงพฤติกรรมโต้ตอบได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนเป็นความสามารถในการควบคุมอารมณ์ เมื่อประสบกับภาวะที่ไม่พอใจจนทำให้แสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม ราบรื่น ผู้มีความสามารถด้านนี้มักจะมีเพื่อนมาก ชอบติดต่อร่วมงานกับผู้อื่น และจะเรียนได้ดีเมื่อทำกิจกรรมกลุ่มและเรียนรู้จากกลุ่มบุคคลต่าง ๆ การคิดที่เป็นน้ำใจ 7. ปัญญาด้านการรู้จักตนเอง (Intrapersonal Intelligence) เป็นความสามารถเกี่ยวกับ การตระหนักรู้ในเรื่องต่าง ๆ ของตนเอง และมีความไว ในความเปลี่ยนแปลงในภาวะต่าง ๆ ของตนเอง ทั้งอารมณ์ ความตั้งใจ แรงจูงใจ ความสามารถของตนเองในด้านต่าง ๆ การหยั่งรู้ การคิดสร้างสรรค์ การแสวงหา และความสามารถในการนำข้อมูลเกี่ยวกับตนเองมาปรับใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งการทำงาน ความขัดแย้ง การเล่น และการติดต่อกับบุคคลอื่น ผู้มีความสามารถด้านนี้มักจะประกอบอาชีพที่ต้องทำงานคนเดียว เช่น เป็นเจ้าของกิจการ และมักจะชอบเรียนรู้ได้ดีด้วยตนเองตามลำพังด้วยการนำความรู้ ความเข้าใจตนเองมาปรับใช้ในการทำงานได้อย่างชัดเจน  8. ปัญญาด้านการเข้าใจในธรรมชาติ (Naturalist Intelligence) เป็นความสามารถทางการรับรู้ และเข้าใจสภาพประกอบต่าง ๆ ในธรรมชาติทั้งความเป็นชีวิต และกายภาพสิ่งแวดล้อม โดยมีความสามารถในการมองเห็นความเกี่ยวข้อง สัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ มีความเข้าใจในกฎเกณฑ์ หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้น การถ่ายภาพธรรมชาติ การปลูกต้นไม้ การสะสมเปลือกหอย สังเกตสัตว์ การชมนก ผู้เรียนที่มีความสามารถในลักษณะนี้เด่น จะเรียนรู้ได้ดีกับประสบการณ์ตรงในธรรมชาติ เรียนรู้จากของจริง เป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นต้น    ดังที่กล่าวไว้ช่วงต้นแล้วว่าลักษณะปัญญาทั้ง 8 ด้าน จะประกอบในชีวิตแต่ละคน โดยที่อาจมีความเด่นที่แตกต่างกันได้ และที่สำคัญที่สุดคือเมื่อมีการพัฒนาด้านที่เด่นให้มากขึ้นอย่างเต็มที่จะส่งผลต่อการช่วยให้ความสามารถด้านอื่น ๆ พัฒนามากขึ้นตามไปด้วย และเนื่องจากการทำงานแต่ละอย่างจะมีการใช้ปัญญาทุกด้านควบคู่กันไป แต่จะใช้มากบ้างน้อยบ้างในแต่ละด้านตามแต่ลักษณะงานนั้น ๆ   จุดเน้นในการพัฒนาพหุปัญญาในกระบวนการเรียนรู้นั้น เพื่อให้เกิดผลดีหลายประการ อีกทั้งทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเองของผู้เรียน ในการเริ่มต้นการพัฒนานั้นจึงควรเน้นพัฒนาความสามารถด้านเด่น ๆ ของผู้เรียนก่อนความสามารถด้านอื่น ก็จะมีการพัฒนาขึ้นได้ ทั้งนี้จะต้องตระหนักและทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความแตกต่างของแต่ละคนเกี่ยวกับจุดเด่นของปัญญาแต่ละด้าน และส่งเสริมให้ความสามารถเกิดเต็มตามศักยภาพของแต่ละคน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: พหุปัญญา 
· หมายเลขบันทึก: 128549 · เขียน:  
· ความเห็น:
2
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
คนไทย
IP: xxx.120.116.192
เขียนเมื่อ Fri Apr 15 2011 09:54:46 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณผู้โพสต์และผู้เขียนคะ

mr. khampol pimsri
เขียนเมื่อ Sat Oct 29 2011 13:14:05 GMT+0700 (ICT)
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์