สมาชิก
แลกเปลี่ยน

แนวทางในการแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกร(๑๐) : การพัฒนาระบบคิดในทำการเกษตรแบบพึ่งตนเอง

ฐานทางความคิดและจิตวิญญาณ ที่รู้จักตนเอง ครอบครัว สังคม และธรรมชาติ ที่เป็นตัวเชื่อมทุกสิ่งทักย่างเข้าด้วยกัน ให้พึ่งพาตนเอง พึ่งพากันเอง ช่วยเกลือเกื้อกูล จนเกิดการพึ่งตนเอง ทั้งระดับปัจเจก ครอบครัว สังคม และทรัพยากรรอบตัว ได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์แบบ

  

เมื่อมองย้อนกลับถึงสาเหตุของความยากจนของเกษตรกร ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำการเกษตร โดยพยายามมองข้าม(เป็นการชั่วคราว) ทั้ง

 

·        ลักษณะนิสัยการบริโภค

 ·        การบริหารการเงินในครอบครัวของเกษตรกร

·        สถานการณ์ทางด้านความเสื่อมโทรมของสังคม ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม  

เราก็จะเริ่มมองเห็นลักษณะการทำการเกษตรที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตก่อนยุคการพัฒนาการเกษตรหรือ ปฏิวัติเขียว โดยเฉพาะการทำการเกษตรที่สอดคล้องกับ  

·        ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

o       ไม่ค่อยมีการฝืน ดัดแปลง  และทำลายธรรมชาติมากนัก เพราะถ้าทำลายจะอยู่ไม่ได้ ทำต่อไปไม่ได้

·        สังคมและความต้องการของตนเอง

o       ไม่ทำในสิ่งที่จะเกิดปัญหาทางสังคม และสิ่งที่จะทำให้เกิดผลเสียกับตนเอง

o       ไม่ใช้สารพิษ 

แต่เมื่อวิถีการผลิตทางการเกษตรเปลี่ยนไป มีการทำลาย

·        ฐานทรัพยากร

·        ระบบสังคม และ

 

·        ระบบเศรษฐกิจของตนเอง 

 

และ มีแต่พยายามพึ่งพาระบบที่เขากำลังทำลายอยู่โดยไม่รู้ตัว ทำให้ความสามารถในพึ่งตนเองลดลงไปเรื่อยๆ 

 

จนแทบจะไม่มีช่องทางเหลือ ให้สามารถเลือกจัดการเพื่อการพึ่งตนเองได้ ทุกอย่างแทบจะตีบตันไปหมด ทั้ง

 

·        จำนวน และความสะดวกของแต่ละทางเลือก

 

·        ระบบความคิด แบบสวามิภักดิ์ระบบการผลิตกระแสหลัก

·        ระบบความรู้ที่ช่วยตัวเองไม่ได้ และ

 

·        ระบบสนับสนุนที่คอยแต่จะดึงออกนอกทาง  

 

จนเมื่อพอมาหารือ หรือคุยกันเรื่องการทำการเกษตรแบบพึ่งตนเอง ในกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ก็มีแต่บอกว่า ทำได้ยากมาก  

 

เพราะทวนกระแสเกือบทุกด้าน แม้กระทั่งความรู้สึกของตนเอง 

 ดังนั้น การทำการเกษตรแบบพึ่งตนเองจึงต้องมีการพัฒนาทุกระบบไปพร้อมๆกัน และอย่างสอดคล้องกัน แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องเริ่มที่ระบบคิด เพราะเป็นแกนนำไปสู่ระบบ

·        การค้นหาทางเลือก

 

·        การค้นหาและพัฒนาความรู้

 

·        การค้นหาศักยภาพ และพัฒนาระบบทรัพยากร

 

·        การพัฒนาระบบคิด ระบบชีวิต และระบบการเกษตรที่เหมาะสมต่อ ทรัพยากร สังคม ครอบครัว และตนเอง  

 

ระบบคิดในการค้นหาทางเลือก ก็ได้แก่ การเปิดช่องทางความคิด ให้รับเอาแนวคิดที่แตกต่างเข้ามาเปรียบเทียบ และประมวล เพื่อหาทางเลือก ในการทำงานและแก้ปัญหาต่างๆ ที่ดีกว่าเดิม 

 

ระบบคิดในการค้นหาและพัฒนาความรู้ ก็ได้แก่การพัฒนา จิตวิญญาณ นักวิจัยชุมชนเพื่อการแก้ปัญหาในระบบต่างๆ ของตนเอง ในรูปแบบของ

 

·        การวิจัยเชิงปฏิบัติการ ทำไฟปรับไป ให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา

 

·        การวิจัยเชิงประจักษ์ ทำให้เห็นจริงๆ แล้วจึงขยายผล

 

·        รวมทั้ง หมั่นตรวจสอบและแก้ไขอยู่ตลอดเวลา  

 

ระบบคิดในการค้นหาศักยภาพ และพัฒนาระบบทรัพยากร ที่จะทำให้มีช่องทางการทำงานที่สอดคล้องกับทรัพยากรและความต้องการของตนเอง  

ระบบคิดที่จะพัฒนาระบบคิด ระบบชีวิต และระบบการเกษตรที่เหมาะสม ที่ทำให้มีการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาในทุกๆด้าน  

ที่ในที่สุดแล้ว จะทำให้มีการพัฒนา

 

·        ฐานทรัพยากรที่พึ่งตนเองได้ ดิน น้ำ พืช สัตว์ ที่อยู่แบบพึ่งพาอาศัยกัน

 

·        ฐานทางสังคมที่เข้มแข็ง ช่วยเหลือเกื้อกูล เอื้ออาทรซึ่งกันและกัน

 

·        ฐานทางครอบครัว ที่ทำให้มีความสุข ชีวิตมีคุณภาพ มีคุณค่า

 

·        ฐานทางความคิดและจิตวิญญาณ ที่รู้จักตนเอง ครอบครัว สังคม และธรรมชาติ ที่เป็นตัวเชื่อมทุกสิ่งทักย่างเข้าด้วยกัน ให้พึ่งพาตนเอง พึ่งพากันเอง ช่วยเกลือเกื้อกูล จนเกิดการพึ่งตนเอง ทั้งระดับปัจเจก ครอบครัว สังคม และทรัพยากรรอบตัว ได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์แบบ  

 นี่คือสิ่งที่ผมเห็นมาในการพัฒนาการพึ่งตนเอง และผมกำลังทำอยู่ในแปลงเกษตรของผมครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: เศรษฐกิจพอเพียง ความยากจน ความรู้เพื่อชีวิต พัฒนบูรณาการศาสตร์ มหาชีวาลัยอีสาน kmr km ธรรมชาติ เกษตรพึ่งตนเอง 
· หมายเลขบันทึก: 126708 · เขียน:  
· ความเห็น:
14
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
sasinanda
IP: xxx.121.185.42
เขียนเมื่อ Mon Sep 10 2007 08:58:24 GMT+0700 (ICT)
P
สวัสดีค่ะ
ขอเข้ามา สวัสดีก่อนค่ะ ต้องรีบไปข้างนอก เย็นๆมาใหม่
เข้ามาตั้งหลายหน postไม่สำเร็จ 4-5 หนได้ ไม่ทราบเป็นอะไร 
ตอนนี้เปลี่ยนเครื่องเป็นอีกเครื่องหนึ่ง น่าจะo.k
สิงห์ ป่าสัก
เขียนเมื่อ Mon Sep 10 2007 09:00:27 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีครับ  ดร.แสวง
  • ตามอ่านมาตั้งแต่ตอนที่ 1
  • ขอนำไปแบ่งปันให้แก่ผู้ที่ไม่ได้เข้ามาอ่านที่บล็อกนะครับ
  • ขอบพระคุณมากครับ
ทนัน ภิวงศ์งาม
เขียนเมื่อ Mon Sep 10 2007 09:11:13 GMT+0700 (ICT)
  • รู้จักกิน รู้จักอยู่ รู้จักใช้
  • รู้จัดกิน : กินสิ่งที่อาหารและในปริมาณที่พอกับความต้องการของร่างกาย (ไม่เป็นโรค)
  • รู้จักอยู่ : อยู่ในที่สปายะ สมกับฐานะที่เราเป็นอยู่ (ไม่เป็นหนี้)
  • รู้จักใช้ : ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามระยะเวลาที่เหมาะสม (การใช้ชีวิตที่มีประสิทธิภาพ)
wwibul
เขียนเมื่อ Mon Sep 10 2007 09:15:02 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีครับ
  • ก่อนจะถึง ระบบคิด คงต้องมี มุมมอง เป็นตัวตั้งก่อน
  • คนยากจน เมื่อเขารู้สึกว่าตัวเอง ยากจน
  • ในสมัยที่คนพึ่งตนเองได้ครบวงจร เขาแทบไม่จำเป็นใช้เงินในการดำเนินวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ชุมชนในสมัยเก่าใช้สินค้าต่างแลกเปลี่ยนแทนเงิน และอยู่บนฐานการช่วยตัวเองได้ แบบนี้ ไม่ใช่ความจนแท้ เพราะแม้มูลค่าทางเศรษฐกิจจะดูต่ำ แต่มากพอเลี้ยงคนได้
  • แต่วิถีชีวิตแบบนั้น จะจนทันที เมื่อต้องเข้ามาสัมผัสหรือปะทะกับอีกโลกหนึ่งที่ใช้แต่เงินเป็นระบบแลกเปลี่ยน เช่น เมื่อต้องรักษาพยาบาล / เมื่อต้องส่งลูกเรียน (ซึ่งต้องจ่ายในรูปแบบที่ซับซ้อนมาก ๆๆ ไม่งั้นเรียนไม่เป็นสุข) / เมื่อต้องจ่ายค่าโทรศัพท์
  • ผลคือ เขาต้องเข้าวังวนทำเกษตรเพื่อหาเงิน ซึ่งต้องเก่งเรื่องการคิดต้นทุน จึงจะอยู่ได้ และหากไม่เก่ง ก็จะกลายเป็นปลายสุดในห่วงโซ่อาหารไป
  • ถ้าจะแก้ อาจต้องมาดูว่า ทำอย่างไร อีกโลกหนึ่ง ไม่ไปเบียดเบียนเขามาก เน้นประเด็นทางสาธารณสุข คู่กับประเด็นการจัดการการศึกษา
  • ตัวอย่างเช่น ผมดูทีวี เห็นมีการแนะนำปลูกกล้วย โดยสอนทุกขั้นว่า ขั้นไหน ต้องใช้ปุ๋ยเคมีอะไร แถมยังมีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์คั่นเป็นระยะด้วยแน่ะ ดูดีชะมัด
  • ปรกติปลายสุดห่วงโซ่อาหาร มักจะมีอะไรที่ดูดีประดับไว้ครับ หาที่ดูขี้ริ้วยากส์
  • อย่างเช่น...ปลายเบ็ด ก็ต้องเกี่ยวอาหาร...ไม่งั้น จะดูไม่ดี...

 

ข้ามสีทันดร
เขียนเมื่อ Mon Sep 10 2007 12:59:09 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์

เข้ามาเยี่ยมอาจารย์ก่อนแล้วจะกลับมาใหม่ครับ ช่วงนี้สังเกตได้ว่าบันทึกของอาจารย์กำลังหมุนติ้วๆเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆด้วยความปรารถนาดีต่อสังคมเกษตรกรรม ซึ่งเป็นรากฐานของประเทศ...รู้สึกเช่นนั้นจริงๆครับ

wwibul
เขียนเมื่อ Mon Sep 10 2007 21:18:39 GMT+0700 (ICT)

(ต่อครับ)

  • อีกเรื่องหนึ่ง ที่ดูเหมือนไกลตัวเกษตรกร เพราะเหมือนไม่มีตัวตนให้จับต้องได้ คือกระแสโลก แต่ผลจะรุนแรง น่าหยิบมาพูดถึงด้วยครับ 

กรณีศึกษา: เรื่อง อาหารปลอดภัย

  • ท่านอาจารย์ ปัทมาวดี โพชนุกูล ซูซูกิ ได้ยกเรื่องนี้มาเขียนถึงใน ทำไมจึงคิดว่า "ความปลอดภัยด้านอาหาร" มีความสำคัญ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า เป็นกระแสที่ทำให้เพิ่มอำนาจต่อรองให้รายใหญ่  ลดอำนาจต่อรองของรายย่อย ถามว่าดีสำหรับผู้บริโภคไหม ดีครับ ดีมาก ๆ ด้วย แต่จะดีสำหรับเกษตรกรรายย่อยไหม หรือดีกับรายใหญ่อย่างเดียว ?
  • นี่คงเป็นเพียงตัวอย่างเล็ก ๆ ว่า เป็นเกษตรกร อยู่ไม่ง่ายเลย

 

ปริญากรณ์
เขียนเมื่อ Mon Sep 10 2007 21:52:12 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์

      ทุกครั้งที่ได้เขามาอ่านล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์  และให้แง่คิดดี ๆ

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ Mon Sep 10 2007 22:14:36 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับพันธมิตรแห่งการสร้างสรรงานเพื่อชาติทั้งหลาย

ผมดีใจมากครับที่ท่านได้เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยน และต้องบอโทษที่ตอบช้า เพราะเพิ่งเข้าเนตได้ตะกี้ ไม่ทราบมีปัญหาอะไร

PPPPPP

ด้วยความเคารพครับ

ผมพยายามจะกลี่นกรองสิ่งที่เป็นปัญหาของชาติ

  • ให้เห็นแก่น "สมุทัย" ของปัญหา "ความยากจน"
  • ผมจะค่อยๆแกะ ออกทีละเปลาะ ในรูปแบบของการคิดดังๆ ที่อาจจะมีอะไร ไม่ชัดเจน หรือไม่น่าจะใช่ ก็ขอให้ช่วยแต่งเติม หรือท้วงติงได้ครับ
  • ขอบพระคุณที่เป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นมาตลอดครับ
  • ทั้งนี้รวมถึงท่านที่ไม่ได้ฝากร่องรอยไว้ ณ ที่นี้ ด้วยครับ
ครูวุฒิ
เขียนเมื่อ Tue Sep 11 2007 02:45:03 GMT+0700 (ICT)

ความจริงบางอย่างที่ไม่ใคร่มีใครกล้าพูดถึง เพราะในอดีต ต้นกล้าความคิดที่พูดความจริงในประเด็นนี้เคยถูกกล่าวหาว่าเป็น"คอมมิวนิสต์" และหายไปจากโลกนี้แล้วนับไม่ถ้วน

  • พุทธศาสนาของเราถูกนักบวชส่วนหนึ่งที่ไม่เข้าใจในพระธรรมอย่างถ่องแท้ บิดเบือนให้ผู้คนหลงงมงายในบุญจนเกินพอดี ซึ่งการลุ่มหลงเพราะถูกมอมเมาในบุญกุศลที่ผิดเพี้ยนนี้  ทำให้เกิดการเบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่น  สุดท้าย "วัดวาอารามงามสะพรั่ง แต่เบื้องหลังทดระทวยด้วยความจน"
  • คนในชนบทมีความสามารถในการระดมทุนที่สุดยอดมาก  โบสถ์ราคาเป็นล้าน ชาวบ้านหาเงินมาสร้างได้เสร็จในไม่กี่ปี และในงานฉลองอุโบสถแต่ละงาน ระดมเงินในรูปแบบต่างๆคลอดงานได้ไม่ต่ำกว่า 2-3 ล้านบาท  ถามว่า  ถ้าเราระดมทุนเพื่อสร้างศักยภาพความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างนั้นบ้าง ป่านนี้ประเทศไทยจะไม่ไปไกลกว่าเกาหลีแล้วหรือ?  ถึงตอนนั้น  จะเอาโบสถ์งามๆกี่หลัง วัดวาอารามจะเอาสะพรั่งแค่ไหนก็ได้กระมัง
  • ปีหนึ่งๆ คนในชนบทมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเรื่องนี้ และภาษีสังคมทั่วไป เป็นจำนวนเท่าใด มีสัดส่วนเป็นเท่าไรของรายได้ น่าวิจัยดูนะครับ
ครูวุฒิ
เขียนเมื่อ Tue Sep 11 2007 03:03:29 GMT+0700 (ICT)

เพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งครับ

  • หลายท่านคงเคยได้ยินว่า แรงงานลูกหลานชาวนาที่ไปขายค้า(แรง) ณ ที่ต่างๆ  ในแต่ละช่วงเทศกาล ต่างก็กระอักซองผ้าป่าฯซองกฐินกันถ้วนหน้า เบียดกันไปเบียนกันมา คล้ายๆกับการช่วยงานกันเอาไว้ สุดท้าย กุศลผลบุญเลยส่งให้กลายเป็นหนี้บัตรเครดิตดอกเบี้ยโหดกันถ้วนหน้า  อันนี้เราก็น่าจะลองหาวิธีวิจัยดูสักหน่อยก็ดีเหมือนกันนะครับ ว่าพวกเขามีรายได้เท่าไหร่ ค่ากินค่าอยู่ค่าใช้ค่าสอยเท่าไร และต้องซื้อบุญในลักษณะดังกล่าวเฉลี่ยปีละเท่าไร  คิดเป็นกี่%ของรายได้  ปัจจุบันมีหนี้บัตรเครดิตอยู่มากน้อยแค่ไหนอย่างไร และที่สำคัญแนวโน้มของชีวิตจะเป็นอย่างไร?   เพราะตอนนี้  เห็นกลับมาขายนาขายที่ขายทางกันค่อนข้างหนาตา  ส่วนบางรายอยู่ไม่ได้  ต้องหนีกลับมาเพราะหาเงินใช้หนี้ไม่ทัน  ครับ
เกษตรยะลา
เขียนเมื่อ Tue Sep 11 2007 06:24:34 GMT+0700 (ICT)

       สวัสดีครับ  อาจารย์

  • ผมยิ่งอ่านผมยิ่งเห็นใจอาจารย์ในความพยามที่ให้เกษตรกลับสู่ความเป็นธรรมชาติ
  • เกษตรธรรมชาติ ในน้ำมีปลาในนามีข้าว
  • เกษตรยั่งยืน ปลอดภัยจากสารพิษ ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค
  • ต้านกระแส สังคมและโลกาภิวัฒน์ไม่ไหว
  • คนเกษตรกำลังจะหมดไป
  • เหลือแรงงานเกษตรที่สูงวัยและไม่มีคุณภาพ
  • เห็นด้วยกับ ท่านww bul
  • ขอบคุณมากครับ
ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ Tue Sep 11 2007 09:58:21 GMT+0700 (ICT)

สุดยอดครับP

ผมขอเก็บไว้เป็นการบ้านครับ

บัตรเครดิตก็เป็นวิกฤติชาติอีกมุมหนึ่งครับ

โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีงานทำ เป็นเหยื่อกลุ่มใหญ่เลยครับ

มีแต่หนักๆทั้งนั้นครับ เรื่องความยากจนนี่

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ Tue Sep 11 2007 10:02:28 GMT+0700 (ICT)

Pครับ

ขอบพระคุณในความเข้าใจครับ เราจะได้เป็นพันธมิตรที่เข้าใจปัญหาของชาติกันต่อไปครับ

ไปดูของเก่าผมอีกบล็อกหนึ่งด้วยนะครับ

ตามคำขอของท่านครับ

จัดให้พิเศษเลยครับ อยากเห็นอะไรบอก ไม่มีก็จะไปหามาให้ครับ

หมอชาวนา
IP: xxx.114.114.65
เขียนเมื่อ Thu Oct 21 2010 03:13:49 GMT+0700 (ICT)

หมอชาวนา มีผลงานวิจัยอิสระเรื่อง ปัญหาความยากจนของเกษตรกร โดยเฉพาะกลุ่มชาวนา พบวิธีแก้ไขปัญหาง่าย ๆ หลายแนวทาง สามารถทำให้เกษตรกรรวยกว่าพ่อค้า ดีกว่าข้าราชการ ได้มากกว่ากองทุนเงินล้าน มีเงินให้รัฐบาลกู้ยืม รวยจากการให้ ได้จากความสามัคคี ยิ่งนานยิ่งรวย รวยด้วยศักยภาพและการพึ่งพาตนเอง ทุกปัญหามีคำตอบ แม้จะเป็นปัญหายุทธศาสตร์ขนาดใหญ่แต่ก็เป็นได้แค่เส้นผมบังภูเขา โอกาสเราสร้างเองได้ และชัยชนะเราสามารถสร้างขึ้นได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว ชนะแบบไม่ต้องออกแรงสู้ อยู่เฉย ๆ ก็ชนะ หรือชนะทางยุทธศาสตร์ ชนะโดยไม่ต้องรบ ปราบทุจริตให้สิ้นไปไม่มีใครกล้าทุจริตอีก ไม่เกิดความสิ้นเปลืองเสียหายร้ายแรง เน้นการเอาชนะปัญหา ไม่ใช่เอาชนะกันเอง เพราะความขาดสติไร้ปัญญาคนจึงฆ่ากันตาย ทำร้ายกันเอง ปัญญาเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาได้ดีที่สุด ต้องเป็นปัญญาของตนเองไม่ใช่เป็นเครื่องมือของใคร ไม่ว่าใครจะเรียนรู้อะไร จบจากไหน ระดับใด ถ้าขาดสติก็ไร้ปัญญา ชี้ทางสวรรค์ให้ก็ไปไม่ถูก เพราะใช้อารมณ์ ไม่ใช้ปัญญา ปัญญามาจากความจริง ทุกคนมีเป้าหมายอยากไปสวรรค์แต่พากันเดินลงนรกก็ไม่มีวันจะเห็นสวรรค์ ถ้าอยู่ร่วมกันด้วยการเบียดเบียนแก่งแย่งอย่างทุกวันนี้ก็อย่าหวังว่าจะมีสันติสุขแท้จริง ยกเว้นแข่งกันทำความดี โดยใช้ความจริง สภาพปัญหาความยากจนสอดส่ายกันคล้ายใยลูกบวบ คนรู้ไม่จริงแก้ไม่ตกมืด 8 ด้าน ขอเชิญผู้มีเกียรติที่พร้อมด้วยสติปัญญาทุกท่านที่สนใจการแก้ไขปัญหาลองเข้าไปอ่านในอินเทอร์เน็ตหัวข้อ msgent of thai สงสัยติดต่อสอบถาม msgent6@gmail.com

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์