ลมหายใจปัญญาชนคนชาวค่าย (4) : วงแคน .. หัวใจที่ยังไม่ยอมพักเหนื่อย (เสียงพิณบ่เคยเศร้า เสียงแคนเป่าบ่เคยจาง)

 เสียงโหวตอาจจะดูโหยไห้และหม่นเศร้าไปบ้าง  

ย้อนกลับไปวันที่ 4  กรกฎาคมกันอีกสักครั้ง

เย็นย่ำของวันนั้น  หลายชมรมประจำการอยู่ที่ซุ้มของตนเองและไม่ลืมที่จะงัดกลยุทธอันแพรวพรายมาเรียกแขกให้เข้าไปชื่นชมผลงานของตนเองอย่างคึกคัก  ภายในซุ้มแต่ละซุ้มก็อบอวลด้วยบรรยากาศอันสนุกสนานและเป็นกันเองตามแบบชาวค่าย  ..

   

กระนั้นก็ยังมีอีกชมรมที่น่าเห็นใจไม่น้อย เพราะไหนจะต้องจัดคนมาเฝ้าซุ้ม ไหนต้องเตรียมการแสดงพิธีเปิด ไหนต้องบรรเลงสร้างบรรยากาศของงานให้มีชีวิตชีวา  ... ผมเห็นใจพวกเขาจริง ๆ 

   

ชมรมที่ผมกำลังกล่าวถึงนั้นก็คือ ชมรมนาฏศิลป์และดนตรีพื้นเมือง  หรือ  วงแคน  นั่นเอง   ตลอดระยะเวลาตั้งแต่เปิดเรียนมา   ผมยังไม่เห็นนิสิตกลุ่มองค์กรนี้ได้พักกายพักใจอย่างเต็มที่เหมือนคนอื่น ๆ   ดังจะเห็นได้จากการต้องขึ้นลงเวทีแสดงดนตรีอีสานอยู่แทบทุกสัปดาห์   อีกทั้งยังต้องสัญจรไปเป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยในการช่วยเหลือชุมชนอยู่อย่างถี่ครั้ง

    

 

นับย้อนไปเท่าที่ผมจำความได้ก็ตั้งแต่กิจกรรมถนนเด็กเดิน, บุญบั้งไฟชุมชนนางใย, บุญบั้งไฟโคกพระ,  งานก้าวแรกก้าวใหม่,  งานรับน้องใหม่,  รวมถึงงานองค์การนิสิตพบประชาคมที่จะมีขึ้นในวันที่  5  กรกฎาคมนี้ก็ไม่เว้น

    

เท่าที่ผมจำได้นั้น  หากเทียบเป็นสัปดาห์ก็เรียกได้ว่าน้อง ๆ นิสิตมีกิจกรรมที่ต้อง ออกงาน  ทุกสัปดาห์เลยทีเดียว

   

หัวใจของพวกเขาอ่อนล้าและเบื่อหน่ายบ้างหรือไม่ ... นั่นคือความรู้สึกของผมที่เผลอคิดขึ้นมาในบางห้วง  หลายครั้งต่อหลายครั้ง   ผมเฝ้าสังเกตพวกเขาที่กำลังยืนตระหง่านอยู่บนเวที   ผมพบเจอรอยยิ้มที่มีชีวิตแต้มเต็มอยู่บนใบหน้าของพวกเขา ...ผมเห็นความเป็นมหาวิทยาลัยและความเป็น ลูกอีสาน  ในหัวจิตหัวใจของเขาอย่างเต็มล้น      

    

ชาววงแคนไม่ใช่องค์กรนิสิตที่ตั้งขึ้นมาเพียงเพื่อรับงานแสดง  หรือแม้แต่ฝึกฝนทักษะความรู้ในทางดนตรีและนาฏศิลป์อีสานเท่านั้น   หากแต่ในบทบาทของการทำกิจกรรม   พวกเขาก็พิสูจน์ตัวตนอย่างดีเยี่ยมด้วยการจัดค่ายสอนดนตรีและนาฏศิลป์ให้กับน้องนักเรียนอยู่อย่างสม่ำเสมอ 

  

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปรากฏการณ์กิจกรรมในทางศิลปวัฒนธรรมที่น่าสนใจเป็นพิเศษ   เพราะในมหาวิทยาลัยก็มีชมรมในด้านนี้เพียงไม่กี่องค์กร   ที่เหลือก็มักเป็นวงโปงลางที่ก่อรูปร่างขึ้นมาจากสาขาที่เรียนในคณะศิลปกรรมกันทั้งนั้น   แตกต่างลิบลับกับชาว  วงแคน  ที่ส่วนใหญ่มาจากหลายหลายสาขา 

   

เรื่องราวของศิลปะ  เป็นเรื่อง จิตใจ  คงยากยิ่งที่จะบังคับให้คนไม่รักและศรัทธาต่อเสียงพิณ เสียงแคนมาร่วมบรรเลงและร่ายรำอยู่อย่างมีชีวิต  หากเป็นเช่นนั้นจริง   นั่นก็แสดงว่า  พวกเขาทั้งหลายย่อมมีความรักและความผูกพันอยู่กับวิถีดนตรีของบรรพชนอย่างน่ายกย่อง

 

  

เสียงโหวตอาจจะดูโหยไห้และหม่นเศร้าไปบ้าง   เสียงแคนอาจจะดูหม่นหมางและคึกคักเป็นบางห้วง  เสียงพิณยังคงไม่สิ้นมนต์ขลังแห่งชีวิต  เสียงโปงลางยังคงกึกก้องด้วยความหวัง  ...  และเมื่อมารวมกันเป็นวงใหญ่  ชีวิตของคนอีสาน  ก็กลายเป็นนาฏกรรมที่ทรงคุณค่าต่อการเรียนรู้และซึมซับไม่แพ้คนพื้นถิ่นอื่น ๆ

   .....

 

 

ไผว่าเมืองอีสานเศร้า            สิจูงแขนเพิ่นมาเบิ่ง

วัฒนธรรมยังโจ้โก้                 มันสิเศร้าดอกจั๋งได๋

เสียงพิณบ่เคยเศร้า                เสียงแคนเป่าบ่เคยจาง

เสียงโปงลางกับเสียงพิณ      ยังได้ยินดังก้อง

มาเด้อซุมพี่น้อง                    ในถิ่นแดนสยาม

มาสืบสานงานศิลป์               ถิ่นอีสานภายพื้น

ให้คงยืนยาวมั่น                     บ่มีวันหมองเก่า

มาเด้อพวกหมู่เจ้า                 มาเสริมสร้างซอยกัน

 

 

 

 

ผมรักและศรัทธาในดนตรีและนาฏศิลป์เหล่านี้เป็นยิ่งนัก    รวมถึงการรู้สึกรักและศรัทธาต่อน้องนิสิต วงแคน  ในทุกยุคสมัย    ผมเชื่อเหลือเกินว่า  ในตัวตนของพวกเขาต่างล้วนมีเลือดเนื้อและวิญญาณของความเป็น ลูกอีสาน  อยู่อย่างข้นเข้ม !   ...

  

หากแต่ก็อดถามย้ำอย่างเงียบ ๆ  ไม่ได้ว่า  หัวใจของพวกเขา  เหนื่อยล้าบ้างหรือเปล่า ?”

 

 

 

...

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 109730
 เขียน:  
 ความเห็น: 12  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
    บันทึกก่อนนี้
    บันทึกใหม่กว่า

    ความเห็น

    Handy
    เขียนเมื่อ Sun Jul 08 2007 22:41:16 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ
       ตามอ่านอย่าง จุใจ และ อิ่มใจ ครับ เห็นพลังแฝงในตัวนักศึกษากลุ่มดังกล่าวอย่างชัดเจน
       กิจกรรม คือ เครื่องมือแห่งการเรียนรู้ชั้นยอด เสมอ โดยเฉพาะกิจกรรมที่มีใจ "เพื่อผู้อื่น" อยู่ในนั้น
       ขอตอบแบบ "ฟันธง" เลยว่า สังเกตดูแล้วพวกเขาอาจเหนื่อยล้าบ้างทางร่างกาย  แต่ ใจเขาไม่เคยเหนื่อยล้า ครับ เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว ...
       เหนื่อยกับทุกข์ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

    ซันซัน
    เขียนเมื่อ Mon Jul 09 2007 07:42:48 GMT+0700 (ICT)

    เห็นพลังที่ดีงาม ของวัฒนธรรมอันงดงาม

    ในใบหน้า และ ในใจของทุกคนค่ะ

    ^__^

    ออต ญาณพิสิษฐ์
    เขียนเมื่อ Mon Jul 09 2007 08:36:08 GMT+0700 (ICT)
    • เคยชมวงแคนเล่นหลายครั้ง
    • สนุกสนานและม่วนซื่นทุกครั้ง
    • เป็นกลุ่มกิจกรรมที่เป็นชื่อเสียงของสถาบัน
    • ขอบคุณที่ฮ่วมสืบส่างนำกัน
    Boo
    เขียนเมื่อ Mon Jul 09 2007 11:58:22 GMT+0700 (ICT)

    * น่าชื่นใจนะคะ สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ใส่ใจอนุรักษ์

    * เป็นตัวอย่างที่ดีมากๆเลยนะคะ สำหรับ ความเป็นมหาวิทยาลัย เพื่อชุมชน โดยคนท้องถิ่น และเป็นของบ้านเกิด จริงๆ

     

    MSU-KM :panatung~natadee
    เขียนเมื่อ Mon Jul 09 2007 17:38:45 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ

    การทำงานกับนิสิตทำให้หัวใจพองโต  การเหนื่อยกายนั่งพักสักพักหนึ่งก็หายเหนื่อย   แต่เชื่อว่า หัวใจน้องนิสิตไม่เหนื่อย เพราะน้องๆ  ได้กำลังใจจากพี่ๆ เพื่อนๆ  ทำให้มีความสุขและมีความทุ่มเทในการแสดงเต็มร้อยค่ะ

    แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ Tue Jul 10 2007 21:56:22 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ

    P

    ขอบพระคุณมากครับที่แวะมาสะกิดเตือนในภาวะที่กำลังกายกำลังใจกำลังอ่อนแรงลง  ทำให้เราคิดได้ว่า "เหนื่อยกับทุกข์"  นั้นเป็นคนละเรื่องกัน...

    ยอมรับนะครับว่าการทำงานนั้นเป็นธรรมดาที่ชีวิตอาจจะต้องอ่อนล้า และเหนื่อยอ่อนอยู่บ่อยครั้ง  แต่เพราะความสุขที่เกิดจาการทำงานจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่รู้สึกทุกข์ ...

    เหนื่อยบ้าง... สักพักก็กลับมาได้

    ขอบพระคุณครับ -

     

    แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ Tue Jul 10 2007 22:04:23 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ

    P

    ผมมองว่าคนที่ทำงานด้านศิลปะทุกแขนง  เป็นการเล่นกับความงามทางจิตใจ ... ใบหน้าของพวกเขาจึงมักอิ่มด้วยรอยยิ้ม ..

    ศิลปะคือความละเอียดอ่อนของมนุษย์   หรือในทำนองเดียวกัน  ศิลปะก็คือผลิตผลจากมันสมองอันละเอียดอ่อนของมนุษย์ ฯ

    ผมเชื่อและเข้าใจเช่นนั้นครับ -

    ขอบคุณครับ

    แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ Sat Jul 14 2007 22:43:09 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ  คุณออต

    P
    • ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่กำลังกำลังมาพลิกฟื้นวงแคน
    • และถึงแม้วันนี้วงแคนไม่เข้มแข็งและสมบูรณ์เหมือนในอดีต  แต่การสร้างทายาทใหม่  เราก็พยายามต่อยอดอย่างไม่สิ้นหวัง
    • ทุกวันนี้การเปิดเรียนในสาขาศิลปการแสดงของคณะศิลปกรรมศาสตร์  เป็นอีกตัวแปรที่ทำให้นิสิตเข้าไปเรียนโดยตรงในคณะนั้น  ส่วนสมาชิกวงแคนก็มาจากคณะอื่น ๆ  ที่ชื่นชอบในศิลปะพื้นบ้าน  ดังนั้น พวกเขาจึงไม่ใช่ "ที่สุด"  ดังที่ควรจะเป็น
    • ยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการที่จะพลิกฟื้นวงแคนให้กลับมากระหึ่มอีกครั้ง
    • จุดเด่นของชาววงแคนก็คือ สายสัมพันธ์อันแน่นเหนียวของพี่กับน้อง... อิ่มและอดมาด้วยกัน
    • ในทุกปีจะมี "งานบุญ" ...และร่วมพบปะกันอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งผมก็ไม่เคยละเลยที่จะเข้าร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมนั้น
    • คอยเป็นกำลังใจให้น้องนิสิตชาววงแคนด้วยนะครับ คุณออต
    • ....
    • ขอบคุณครับ
    แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ Sat Jul 14 2007 23:38:07 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ

    P

    ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่วงแคนประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล   ได้รับทุนสนับสนุนจากองค์กรภายนอกให้จัดกิจกรรมหลายอย่าง .. หนังสือพิมพ์หลายยี่ห้อลงข่าวทั้งภาคภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ  รวมถึงรายการคนค้นคนก็มาถ่ายทำรายการไปแล้วรอบหนึ่ง ..

    ผมมองว่าน้อง ๆ วงแคนทำงานกันหนักและต่อเนื่องมาก  ดูจากวันนี้ก็ต้องแสดงในวันเปิดโลกกิจกรรม  ดูแล้วก็สงสารพวกเขา...

    แต่ก็เชื่อว่าพวกเขาจะมีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่พวกเขารัก

    ...

    ขอบคุณครับ

    แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ Sat Jul 14 2007 23:53:05 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ พี่อนงค์

    P
    MSU-KM :panatung
    เมื่อ จ. 09 ก.ค. 2550

    วันนี้เป็นอีกวันที่พี่อนงค์ได้ดูชมการทำงานของวงแคนที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย   ผมเองก็เห็นคล้อยกับพี่เป็นอย่างมาก  และขออนุญาตนำทัศนะนั้นมากล่าวซ้ำอีกหน ...

    การทำงานกับนิสิตทำให้หัวใจพองโต  การเหนื่อยกายนั่งพักสักพักหนึ่งก็หายเหนื่อย   แต่เชื่อว่า หัวใจน้องนิสิตไม่เหนื่อย เพราะน้องๆ  ได้กำลังใจจากพี่ๆ เพื่อนๆ  ทำให้มีความสุขและมีความทุ่มเทในการแสดงเต็มร้อยค่ะ

    nungning
    IP: xxx.151.232.70
    เขียนเมื่อ Mon Aug 18 2008 15:10:58 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ...พี่ๆๆๆวงแคน

    - ชอบการแสดงของวงแคนมากๆๆๆๆค่ะ

    - วงแคนเป็นวงดนตรีในดวงใจและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนค่ะ

    รัตน
    IP: xxx.24.150.126
    เขียนเมื่อ Sun Jun 13 2010 11:40:49 GMT+0700 (ICT)

    ภูมิใจนะครับที่เกิดเป็นลูกอีสานอยากให้คนอีสานรุ้นใหม่สนใจดนตรีบ้านเฮานะครับแต่ทุกเมื้อนี้บ่ค่อยมีคนสนใจท่อได๋กะขอเป็นกำลังให้คนที่สนใจในตอนนี้นะครับผมอยากให้กระทรวงการศึกษามาส่งเสริมให้ทุกโรงเรียนเปิดหลักสูตรการสอนดนตรีพื้นบ้านก่อนมันจะบ่เหลือวัฒธรรมให้ลูกหลานได้ชื่นชมนะครับในอนาคต...จากบ่าววาปี

     อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
     ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
    {{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
     ใส่รูปหรือไฟล์