อาหารพื้นเมือง

 อาหารพื้นเมืองมีหลายชนิด แต่วันนี้จะนำเสนอแอบกบ 

มีคนมาแอ่วหาคนยอง  ว่าอยากได้ วิธีการทำแอ็บกบ ทำจะใด   ถ้าบ่มีกบ เอาอี่ฮวก(คุณฮวก) แตนจะได้ก่อ  และขอตอบว่าได้ (แต่กบอร่อยกว่า คุณฮวก เพราะว่ากบตัวใหญ่กว่าคุณฮวก) วิธีกินต้องกินกับข้าวเหนียวจะได้เพิ่มรสชาติของอาหารพื้นเมือง ก่อนอื่นจะขอบอกวิธีการทำ ทั้งนี้ต้องเตรียม กบ ใบตอง พริกแห้งแดง ใบตะใคร้ ใบมะกรูด กะปิ หอมแดง หอมขาว ขมิ้น เกลือ

วิธีการทำคือ โขรกพริกแห้ง ขมิ้น หอมแดง หอมขาว ตะใคร้ กะปิ เกลือเล็กน้อย โขรกให้เข้ากัน ซอยใบมะกรูดผสมกับพริกที่โขรกไว้ หลังจากนั้นนำกบไปเผาไฟให้พอเหลืองนำไปล้างทำความสะอาด  แล้วนำเครื่องพริกที่โขรกไว้ยัดเข้าตรงท้องกบ แล้วห่อด้วยใบตอง (จะให้หอมเพิ่มรสชาติต้องเอาใบเตยใส่ห่อด้วย) ขั้นตอนต่อไปก็นำไปผิงเตาไฟถ่านอ่อน ๆ  แค่นี้ก็ได้แอ็บกบที่หอมและอร่อย (จะกินให้อร่อยต้องกินกับข้าวเหนียวเน้อ) แซบหลาย...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ: แอปกบ 
 หมายเลขบันทึก: 109608
 เขียน:  
 ความเห็น: 36  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

ทำไมไม่พร้อมค่ะ อยากได้อาหารพื้นเมืองแอบกบคงอร่อยนะ

ทนัน ภิวงศ์งาม
เขียนเมื่อ Mon Jul 16 2007 18:02:19 GMT+0700 (ICT)

วันที่ 8 ก.ค.50 ถึงวันนี้ 16 ก.ค.50 ครบ 7 วันแล้วนะ ยังไม่ได้ทาน(อ่าน) แอ็บกบ เลย

วิชัย ศรีสมบัติ
เขียนเมื่อ Wed Jul 18 2007 21:21:20 GMT+0700 (ICT)

เข้ามาเยี่ยมเยียนแล้ว  ขอให้สมาชิกกลุ่มร้องวัวแดงทุกท่านช่วยกันโพสต์ ไปให้ถึงเป้าหมายตาม (กติกา)ที่ตั้งไว้นะครับ   และอยากให้ศึกษาเพิ่มเติมการใช้  จาก คุณ มะปรางเปรี้ยว  ใน  http://gotoknow.org/blog/tutorial4u/90628  และ คำแนะนำ การเขียน blog ใน http://gotoknow.org/blog/tutorial4u/76089  ให้เข้าใจนะครับ

แล้วเมื่อไหร่แอบกบจะคลอดเสียทีครับ  อยากทานใจจะขาดแล้วนะ 
ประชัน หย่องฮวย
IP: xxx.123.131.62
เขียนเมื่อ Thu Jul 19 2007 20:36:24 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ แอปกบรำแต้ๆ

แอ๊บกบยังไม่เห็นมีสูตรเด็ดขึ้นมาให้ทดลองทำรับประทานเลย ระวังจะโดนขโมยซีนน๊ะ เพราะกลุ่มห้วยแก้วมีแม่ครัวทำอาหารอร่อยอยู่หลายคน เดี๋ยวจะขึ้นสูตรเด็ด แอ๊บอีฮวก แข่งน๊ะ เพราะฤดูนี้เป็นฤดูทำนา อีฮวกห้วยแก้วเยอะแยะ รอให้เป็นกบคงไม่ไหว แต่ไม่รู้ว่าสูตรจะเหมือนกันรึเปล่า ฮิฮิฮิ

sahakon
IP: xxx.123.84.65
เขียนเมื่อ Wed Jul 25 2007 17:05:26 GMT+0700 (ICT)

แค่เสนอชื่อขึ้นมาก็อยากรู้แล้วว่าวิธีการทำจะเป็นอย่างไร เขียนขึ้นมาเร็ว ๆ นะจะได้นำไปทดลองทำทานดูบ้าง แล้วจะเข้ามาเยี่ยมเยือนบ่อย ๆ เพราะอาจจะได้สูตรในการทำอาหารอีกหลายอย่างแน่นอน

กลุ่มออนกลาง 3
IP: xxx.113.105.126
เขียนเมื่อ Mon Jul 30 2007 10:11:56 GMT+0700 (ICT)
กลุ่มออนกลางก็อยากทานเหมือนกันคะ ถ้าจะลำแต้ ๆ

แอ็บกบตอนนี้กำลังโขรกพริกอยู่ค่ะ อยากได้สูตรเด็ดต้องใจเย็น ๆ หน่อยนะคะ

นายประชัน หย่องฮวย
IP: xxx.123.81.215
เขียนเมื่อ Wed Aug 01 2007 20:41:14 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับสมาชิกทุกท่าน

ตอนนี้แอปกบกำลังโขลกพริก  เราจะพาท่านกินน้ำพริกต่อ

    วิธีทำ เอาพริกหนุ่ม หอมแดงมาจี่ไฟ(ย่างไฟ)แล้วเอามาตำ(โขลก)พร้อมกับกระเทียม เกลือ เมื่อละเอียดแล้วเอาตัวอ่อนของตัวต่อมาตำ(โขลก)ผสมกันใส่ผงชูรสนิดหน่อย ก็เป็นอันได้น้ำพริกรสแซบ(เครื่องปรุงมากน้อยแล้วแต่คนชอบ)

   เอาข้าวเหนียวจิ้ม(กุ้ย)น้ำพริกต่อพร้อมกับหน่อไม้ต้มรำแต้ๆ(อร่อยมากๆ)

   เชิญรับประทานได้เลยครับ

ทนัน ภิวงศ์งาม
เขียนเมื่อ Wed Aug 15 2007 03:39:43 GMT+0700 (ICT)
  • "แอ็บกบ" สูตรนี้เคยทาน รสชาติยอดเยี่ยม ได้ทั้งอาหารและยาครับ สมุนไพรไทยเพียบ
  • คุณประชันครับ "น้ำพริกหนุ่ม" สูตรนี้ ลองเอาตัวด้วง(รถด่วน)ใส่ลงไปแทนตัวต่อ รสชาติใกล้เคียงกัน และหากใส่ "บ่าข่วง" ลงไปด้วย แซบหลายครับ ต้องข้าวเหนียวและหน่อไม้ต้มด้วยนะครับ
  • น้ำพริกต่อ(ตัวอ่อนของตัวต่อ)นี้ หากหาตัวต่อไม่ได้ ใช้มะม่วงหิมพานต์แทน รสชาติไม่ต่างกันครับ ผมทำทานทุกวันพระครับ
ไกรสร สุรินทร์
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Mon Aug 27 2007 12:56:00 GMT+0700 (ICT)

วันนี้ทานอาหารพื้นเมือง(แกงหยวก)มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นอาหารที่คนชาวเหนือชอบทาน โดยเฉพาะทานในโอกาสงานบุญต่าง ๆ หยวกได้มาจากต้นกล้วย นำมาแกงใส่เนื้อจะอร่อยมาก

พิเชต ปันใจแก้ว
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Mon Aug 27 2007 13:14:08 GMT+0700 (ICT)

บทความนี้ได้ค้นหาจาก Google 

อาหารสมุนไพร หมายถึง สมุนไพรที่ให้ประโยชน์เป็นทั้งอาหารและยารักษาโรค ในแง่ของอาหาร สมุนไพรดังกล่าวสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายในการดำรงชีวิต เนื่องจากมีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกายอยู่ สารดังกล่าวได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน เกลือแร่ กรดอินทรีย์ ไวตามินและน้ำย่อย สารเหล่านี้ล้วนมีอยู่ในพืชแล้วทั้งสิ้น อาหารสมุนไพรอาจอยู่ในรูปของธัญญาหารและถั่วต่างๆ ผักผลไม้ เครื่องเทศ และเครื่องดื่มที่เตรียมมาจากสมุนไพร ในแง่ของยารักษาโรค อาหารสมุนไพรที่ใช้ขนาดที่พอเหมาะจะรักษาโรคได้ เช่นดอกอ่อนและยอดขี้เหล็กใช้แกงเป็นอาหาร ในขณะเดียวกันก็เป็นยาเจริญอาหาร และช่วยระบายด้วย กระเทียมเป็นเครื่องเทศที่ใช้แต่งกลิ่นอาหาร และออกฤทธิ์เป็นยาขับลม ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ตลอดจนมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราบางชนิดได้ ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งที่ได้จากอาหารสมุนไพร คือ เส้นใยซึ่งเป็นเซลลูโลสในพืชจะทำให้ผู้บริโภคขับถ่ายได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น  

ประสาน แซ่เยื้อง
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Mon Aug 27 2007 13:30:41 GMT+0700 (ICT)
แกงขนุนอ่อน ขนุนมีรสฝาดจะช่วยในการสมานลำไส้รักษาอาหารท้องเสียได้ โดยปกติอาหารที่มีรสเผ็ดจะช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหาร แต่ไม่ควรรับประทานเผ็ดมากจนเกินไป
เกษม ชัยมหาวรรณ์
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Mon Aug 27 2007 13:32:38 GMT+0700 (ICT)
การรับประทานแกงแค จะได้ประโยชน์จาผักพื้นบ้านหลายๆ ชนิดซึ่งแต่ละชนิดมีคุณค่าทางยาสมุนไพรแตกต่างกัน ผักที่นำมาปรุงแกงแคมีทังผักรสเย็น รสเผ็ด รสร้อน รสมัน คนโบราณมักรับประทานแกงแคในช่วงเปลี่ยนฤดูเพราะเป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยน ร่างกายต้องปรับตัว บางคนมักเป็นหวัดเจ็บไข้ไม่สบายได้ง่าย แกงแคจะเป็นอาหารปรับธาตุในร่างกายให้สามารถปรับตัวเข้ากรับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้
สวัสดิ์ ขัติกุล
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Mon Aug 27 2007 13:35:24 GMT+0700 (ICT)
เมี่ยงคำเป็นอาหาร ช่วยบำรุงธาตุ ปรับธาตุชั้นหนึ่งในเครื่องเมียงคำที่ประกอบด้วยใบชะพลู มะนาว บำรุงธาตุน้ำ พริก หอม บำรุงธาตุลม ขิงและเปลือกมะนาว บำรุงธาตุไฟ มะพร้าว ถั่วลิสง น้ำตาล กุ้งแห้ง บำรุงธาตุดิน เมื่อทำเมี่ยงคำเป็นอาหารว่าง ผู้รับประทานสามารถปรุงตามสัดส่วนที่สอดคล้องกับธาตุเจ้าเรือนของตนได้ หรือปรุงสัดส่วนตามอาการที่ไม่สบายได้อย่างเหมาะสม
รุ่งรัตน์ สุขเสาร์
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Thu Aug 30 2007 15:55:40 GMT+0700 (ICT)

วันนี้มากิ๋นแก๋งบ่าฝักหม่นใส่ไก่เมืองกั๋นดีกว่าเน้อเจ้า วัตถุดิบที่เตียมเอาไว้แก๋ง คือ

1.บ่าฝักหม่น

2.ไก่เมือง ครึ่งตั๋ว

3.พริกแดง 7-8 แก่น(ถ้าพริกมีรสเผ็ด)

4.จักใคร่(ตระไคร้) ข้าวมิ้น(ขมิ้น)

5.เกลือ+กำปิ(กะปิ)

6.หอมแดง+หอมเตียม(กระเทียม)

วิธีทำ ตำพริกพร้อมกับเอาวัตถุดิบหรือเครื่องปรุงที่เตียมไว้ตำให้ละเอียด เอาไก่มาล้างน้ำแล้วหั่นเป็นชี้นพอประมาณบ่าฝักหม่นเอามาปอกเปลือกออกแล้วหั่นเป็นกลีบหน้อยๆ(พอประมาณ) เอาหม้อแก๋งตั้งไฟพอฮ้อนก็นำน้ำมันหมูหรือน้ำมันพืชใส่ลงไปพอฮ้อนก็นำน้ำพริกที่ตำไว้เอาลงไปคั่วกับเนื้อไก่ฮื่อมีกลีนหอมเอาน้ำใส่ลงไปในหม้อแก๋งพอประมาณตั้งไฟไว้พอไก่สุกก็เอาบ่าฝักหม่นใส่ลงไปตั้งไฟจนบ่าฝักสุก ถ้าจะให้อร่อยหอมหวานเอาใบหวานข้าวใหม่ใส่(ใบเตยหอม)เพื่อเพิ่มรสชาติให้หอมอร่อยยิ่งขึ้น พอแก๋งสุกก็ยกลงจากเตาไฟนำเอาผักป้อมใบหอมที่หั่นไว้ใส่ลงไปทำหือน่ากิ๋นยิ่งขึ้น อาหารปื้นเมืองอย่างอี้เฮายังได้กิ๋นพืชสมุนไพรที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพต๋วยเน้อเจ้า

นายดำรง เล็กดี
IP: xxx.246.178.51
เขียนเมื่อ Fri Aug 31 2007 14:40:49 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับท่านสมาชิกร้องวัวแดง1

ผมเจ้าเก่าครับ

ผมจะนำตำน้ำพริกน้ำผักลำๆสูตรแม่หล้ามาฮื่นได้จิ๋มกัน  ครับผม

ก่อนที่จะกิ๋นน้ำพริกน้ำผักของกิ๋นปื้นเมือง

สูตรเด็ดเคล็ดลับ

1.เอาต้นผักกาดที่แก่จัด(ไม่ต้องเอาไปทิ้งนะครับ) ตัดต้นที่แก่จัดนำไปดองไว้ประมาณ 2 คืน

2.นำเอาผักกาดที่ดองไว้เอาออกมาตำให้เอากากทิ้งให้หมดก็จะเหลือแต่น้ำผัก เราก็นำน้ำผักไปตั้งไฟต้มด้วยไฟอ่อนๆจนให้แห้งก็จะได้น้ำผักที่มีรสชาติที่เปรี้ยวนิดๆก่อนที่เอามาตำเป็นน้ำพริกก็จะต้องมีเครื่องปรุงดังนี้

1 พริกแห้ง

2.กระเทียม

3.เกลือ,ผงชูรส

4.น้ำผัก

วิธีทำ  เอาพริกแห้งที่เตรียมไว้นำไปพิงไฟให้พริกมีกลีนหอมแล้วก็นำไปโครกกับเครื่องปรุงที่เตรียมไว้ให้เข้ากันแล้วชิมดูว่ามีรสชาติอร่อยแค่ใหน แค่นี้ก็ได้น้ำพริกน้ำผักถ้วยโปรดแล้ว ถ้าจะกินน้ำพริกน้ำผักให้อร่อยก็ต้องมีผักจิ้ม เช่นมะเขื่อเปราะ,ผักกระถินสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็ต้องมีแคบควายด้วยอร่อนเหาะไปเลยครับ

หมายเหตุ อย่าลือใส่บ่าข่วงด้วยนะครับ

 

 

หากรักจะอร่อยต้องลืมคำว่าอ้วน..สโลแกนนี้จำไว้ใช้แก้ตัวเวลาเห็นขนมอร่อย ๆ แล้วรู้สึกทนไม่ได้ ขอชิมหน่อย สุดท้ายชิมไปหลายชิ้นจนอิ่มท้อง..

ทนัน ภิวงศ์งาม
เขียนเมื่อ Mon Sep 17 2007 09:14:32 GMT+0700 (ICT)
  • หากรักจะอร่อยต้องลืมคำว่าอ้วน
  • ถึงว่า กลุ่ม P ไม่มีใครผอมเลย
  • ของเปิ้นบ่มัก บ่จ่างขับจ๊ำ ของกิ๋นบ่ลำ บ่จ่างก๋ำป้อน
ไกรสร สุรินทร์
IP: xxx.246.178.51
เขียนเมื่อ Wed Sep 26 2007 10:26:27 GMT+0700 (ICT)
ดร.คริสตอฟ มีข้อแนะนำสำหรับการเริ่มต้นสู่วัยชราอย่างมีคุณภาพว่า “คนในวัยนี้ต้องกินอาหารให้น้อยลง และออกกำลังกายให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้น้ำหนักเกินมาตรฐาน
สำหรับผู้ชายวัย 40 ปีขึ้นไป โรคที่ควรระวังคือมะเร็งต่อมลูกหมากและโรคหัวใจ
ส่วนผู้หญิงวัยเดียวกัน ควรระวังมะเร็งเต้านมและโรคกระดูกพรุน อีกโรคที่ควรระวังทั้งหญิงและชาย เมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไปแล้ว คือ มะเร็งลำไส้

“ถ้าดูแลตัวเองเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเรื่องอาหารการกินและการออกกำลังกาย เชื่อว่าทุกคนจะเป็นคนแก่ที่มีคุณภาพอย่างแน่นอน” 
 
ทนัน ภิวงศ์งาม
เขียนเมื่อ Sun Sep 30 2007 17:22:06 GMT+0700 (ICT)
  • เห็นด้วยกับคุณไกสร สุรินทร์
  • เตรียมตัวก่อนถึงวัยชรา เป็นสิ่งที่ควรคำนึงและควรทำอย่างยิ่ง
สะ-มะ-นึก
เขียนเมื่อ Sun Sep 30 2007 17:32:58 GMT+0700 (ICT)

 สวัสดีครับ

  • ฝากถึงอาจารย์ผู้ดูแลนักศึกษาโครงการนี้ด้วยครับ
  • การบันทึกของนักศึกษาน่าจะเก่งเรื่อง IT มากกว่าบล็อกเกอร์เราๆนะครับ
  • ขั้นตอนต่างๆของการบันทึกบอกเล่าประสบการณ์ มีตัวอย่างให้ดูจากบันทึกของบล็อกเกอร์หลายๆท่าน
  • รู้สึกว่านักศึกษายังเข้าใจผิดกับ G2K เรื่องการ Comment อยู่ ติดตามดูจากบันทึกของหลายๆกลุ่มครับ
  • รูปภาพประกอบการบรรยายน่าจะมี เพื่อความสมบูรณ์ของบันทึก
  • สงสัยหรือต้องการคำแนะนำสอบถามได้ครับ
  • ภาษาน่าจะเป็นภาษากลางหรือถ้าเป็นท้องถิ่นต้องช่วยอธิบายด้วยครับ

ขอบคุณครับ

 

ครูแอน
เขียนเมื่อ Sun Sep 30 2007 17:36:40 GMT+0700 (ICT)

มาทักทายค่ะ...แอปอีฮวกท่าทางจะอร่อย

มาเที่ยวเมืองเชียงใหม่ทั้งทีที่ขาดไม่ได้เลยคือการหาอาหารแบบพื้นเมืองกินค่ะ อาหารพื้นเมืองก็พวกไส้อั่ว ข้าวเหนียว ส้มตำ ข้าวซอย และวันนี้จะขออวด

แกงโฮะ

     ในสมัยก่อนเวลาทำบุญบ้านหรืองานบุญต่างๆ มักจะเตรียมของที่ทำอาหารไว้จำนวนมาก ในสมัยก่อนการนำเอาแกงต่างๆ ที่เหลืออยู่ในหม้อ (หลังจากที่ตักรับประทานอิ่มแล้ว) รวมทั้งผักและเนื้อสัตว์ต่างๆ ที่เหลือจากการเตรียมมาทำแกงโฮะ ซึ่ง “โฮะ” เป็นภาษาเหนือ หมายถึง เอามารวมกัน

     คนไทยในแต่ละภาคมีวิธีการรับประทานผักอย่างหลากหลายแล้วแต่จะดัดแปลงกรรมวิธีอย่างไร แกงโฮะก็เป็นอาหารที่ปรุงจากผักหลายชนิดคล้ายกับอาหารหลายๆ อย่างของคนไทยภาคอื่นๆ ถ้าหากนึกถึงแกงก็มักจะนึกภาพแกงที่มีน้ำแกง จะมากน้อยหรือขลุกขลิกก็แล้วแต่ ส่วนแกงโฮะจะเป็นแกงที่แห้งๆ คล้ายผัด ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของแกงโฮะ

อาหารพื้นเมืองชวนให้น้ำลายไหลกันถ้วนหน้า...หิวอีกแล้วเรา...

   

วันนี้ขอแนะนำอาหารพื้นเมือง"แกงโฮะ " เป็นอาหารเหนือที่มีความเป็นมา...คือ ในสมัยก่อนเวลาทำบุญบ้านหรืองานบุญต่าง ๆ มักจะเตรียมของที่ทำอาหารไว้จำนวนมาก ในสมัยก่อนการนำเอาแกงต่าง ๆ ที่เหลืออยู่ในหม้อ(หลังจากที่ตักรับประทานอิ่มแล้ว) รวมทั้งผักและเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ที่เหลือจากการเตรียมมาทำแกงโฮะ

ซึ่ง"โฮะ" เป็นภาษาเหนือ หมายถึง เอามารวมกัน

 

          คนไทยในแต่ละภาคมีวิธีการรับประทานผักอย่างหลากหลายแล้วแต่จะดัดแปลงกรรมวิธีอย่างไร แกงโฮะก็เป็นอาหารที่ปรุงจากผักหลายชนิดคล้ายกับอาหารหลายๆ อย่างของคนไทยภาคอื่นๆ ถ้าหากนึกถึงแกงก็มักจะนึกภาพแกงที่มีน้ำแกง จะมากน้อยหรือขลุกขลิกก็แล้วแต่ ส่วนแกงโฮะจะเป็นแกงที่แห้งๆ คล้ายผัด ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของแกงโฮะ
ศรร.แม่ออน จังหวัดเชียงใหม่
เขียนเมื่อ Fri Oct 12 2007 10:38:56 GMT+0700 (ICT)

น้ำพริกจะเป็นกับข้าวพื้นฐานของคนไทย ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางของสำรับ ซึ่งมีกับข้าวอื่น ๆ อีกหลายชนิด และรสที่เรียกได้ว่าเป็นพื้นฐานของน้ำพริกคือรสเผ็ดและเค็ม แต่ถ้าเป็นภาคกลางมักนิยมเพิ่มรสเปรี้ยวและหวานลงไปด้วย นอกจากนี้น้ำพริกยังเป็นวัฒนธรรมไทยที่คนไทยต้องรู้จักเลือกสรรว่า น้ำพริกแต่ละชนิด คนจะรับประทานกับผักชนิดใด เช่น น้ำพริกมะขามสด ซึ่งมะขามเป็นไม้พื้นเมืองที่คนไทยคุ้นเคย เนื่องจากมีประโยชน์มากและยังเป็นไม้มงคล โดยเฉพาะการนำมะขามอ่อน (ฟัก) มาทำน้ำพริกนั้น คนภาคกลางนิยมรับประทานร่วมกับผักสด เช่น แตงกวา มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ผักกาดขาว เป็นต้น ซึ่งสำหรับคนไทยแล้วน้ำพริกเป็นสิ่งที่ช่วยให้รับประทานผักได้มากขึ้น จึงนับว่ามีประโยชน์ยิ่งนัก

โดย..ไกรสร สุรินทร์ ศรร.แม่ออน

ศรร.แม่ออน จังหวัดเชียงใหม่
เขียนเมื่อ Fri Oct 12 2007 11:16:49 GMT+0700 (ICT)
" แกงส้มดอกแค แก้ไข้หัวลม " มักจะเป็นคำพูดติดปากที่ได้ยินคุ้นหูกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งจริง ๆ แล้วแกงส้มนั้นสามารถใช้ผักต่าง ๆ ได้หลากหลายชนิด เช่น แกงส้มผักกระเฉด แกงส้มผักบุ้ง แกงส้มถั่วฝักยาว เป็นต้น และแกงส้มยังมีคุณค่าด้านเป็นยาปรับสมดุลของร่างกายได้ตามหลักของการแพทย์แผนไทย
ร้องวัวแดง 1 เชียงใหม่
เขียนเมื่อ Fri Oct 12 2007 11:36:45 GMT+0700 (ICT)

พูดถึงอาหารอะไร ๆ ก็อร่อยทั้งนั้น แต่กินแล้วต้องมีประโยชน์ โดยเฉพาะการกินผัก กินได้มากเท่าไหร่ยิ่งดีต่อร่างกาย เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ แต่แถวเชียงใหม่ เชียงรายจะพบว่าบางบ้านจะปลูก"นางแลว"หรือ"เอื้องแลง" ไว้หลังบ้าน เพื่อเด็ดดอกไปทำเป็นอาหาร บางคนนำไปลวกจิ้มน้ำพรักหรือนำไปแกงรวมกับยอดชะอมเรียกว่า"แกงผักละ"เป็นอาหารพื้นเมือง ใส่กระเทียม หัวหอมแดง กะปิ และพริก เป็นต้น หรือจะรวมกับผักชนิดอื่นนำไปแกงแคก็ได้รสชาติอร่อยจะออกหวาน

โดย..ประสาน แซ่เยื้อง กลุ่มร้องวัวแดง1 ศรร.แม่ออน

การรณรงค์อย่างหนักให้ประชาชนรับประทานผักหรือผลไม้ทุกวัน เพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจและมะเร็ง ซึ่งมีอัตราการเป็นโรคสูงในประเทศดังกล่าว สำหรับประเทศไทยนั้นอัตราการเป็นโรคจะสูงขึ้น หากเรายังยึดวัฒนธรรมการบริโภคเนื้อสัตว์ดังประเทศซีกโลกตะวันตก ทั้ง ๆ ที่เรามีอาหารประจำท้องถิ่นหลากหลายชนิดที่มีผักเป็นส่วนประกอบหลัก เช่น แกงเลียง แกงส้มของชาวภาคกลาง แกงอ่อม แกงส้มของชาวอีสาน แกงแค แกงผักพื้นเมืองต่าง ๆ ของชาวเหนือ หรือแกงไตปลา แกงส้มของชาวใต้

ประเทศไทยมีผักพื้นบ้านเป็นร้อย ๆ ชนิด บริโภคทั้งแบบสด นึ่ง ลวก ต้น หรือผัด หลากหลายกรรมวิธีและรสชาดที่บรรพบุรุษคิดค้นไว้ อีกทั้งให้ความรู้ในทางยาของผักบางตัวที่เรียกกันว่า สมุนไพร เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้เผยแพร่สู่สาธารณชนแล้ว และขณะนี้ทางสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ได้ทำการวิจัยถึงศักยภาพของผักพื้นบ้านไทย ที่มีฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระและต้านสารก่อกลายพันธุ์ ซึ่งผลงานวิจัยน่าจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภคทั้งประเทศ
โดย..เกษม ชัยมหาวรรณ์

ณ วันนี้ มีการให้ความสนใจ เกี่ยวกับผักพื้นบ้านกันมากขึ้น ในภูมิภาคของประเทศไทย ประชากรได้พึ่งพิงประโยชน์ จากผักที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มีการนำมาใช้ประโยชน์ ทั้งเป็นอาหาร และเป็นยา ในสายตาของประชากร ความสัมพันธ์ระหว่างคน กับธรรมชาติ ถูกจัดวางไว้อย่างเข้ากัน แบบเหมาะสม อาทิ ชาวเหนือมีความเคารพต่อเจ้าป่าขุนเขา และป่าต้นน้ำ คนอีสานในอดีต มีความเคารพป่า จึงช่วยกันดูแล คุ้มครองป่า (ปัจจุบัน คนมีค่านิยมที่ตรงกันข้าม ป่าจึงกลายเป็นป่าหัวโล้นเป็นแถว ในแถบอีสานนั่นแหล่ะ) ทำให้แหล่งอาหารธรรมชาติ ดำรงอยู่ ชาวบ้านได้พึ่งพาอาศัย และการตั้งหมู่บ้านในภาคอีสาน ซึ่งมีจุดเด่นประการหนึ่ง คือ มักจะตั้งอยู่ใกล้โคก (เนินดิน) ที่อุดมไปด้วยป่าไม้ ทั้งที่จะเป็นแหล่งยา และแหล่งอาหาร เมื่อเป็นเช่นนี้ หากจะกล่าวว่า พืชผักพื้นบ้าน โดยตัวของมันเอง มีคุณค่าในการสร้างภูมิคุ้มกัน สำหรับชาวบ้าน ที่สอดคล้องกับสภาพธรรมชาติ ก็คงไม่ผิดเพี้ยนไป จากความเป็นจริงนัก

โดย...วาสนา ศรียาบ 

ทนัน ภิวงศ์งาม
เขียนเมื่อ Fri Oct 12 2007 17:34:58 GMT+0700 (ICT)
  • อ่านทุกความคิดแล้วเห็นว่า เป็นอาหารที่มีประโยชน์ทั้งสารอาหารและสมุนไพร ทั้งในเนื้อและในผัก จึงขอฝากค่าวไว้ซักบท น่าจะดี
    งัวควายจ๊างม้า กิ๋นหญ้ายอดปล๋าย ล้วนสมุนไพร เลี้ยงใหญ่จ๋นเฒ่า
    จ๋ากำสุด ขี้อยู่ในเบ้า อันตี้หมู่เฮา ว่าเพี๊ย
    ยิ่งติดเหง้าดี สีเหลืองเอี๊ยะเตี๊ย เยี๊ยะกิ๋นว่าอั้น ขมดี
    สูนในลาบจิ๊น ขมลิ้นดีหลี ไส้เพี๊ยหัวดี จี่กับข้าวนึ่ง จี่กับข้าวนึ่ง
  • น่าจะเรียกว่า กินยาสมุนไพร(ทางอ้อม)ได้ไหมเนี้ยะ

อาหารทุกอย่างไม่ว่าเนื้อ ผัก ทุกชนิดต่างก็มีประโยชน์ทั้งนั้นสำหรับร่างกาย แต่ควรกินให้พอดีๆในแต่ละมื้อ และที่ลืมไม่ได้คือการออกกำลังกายทุกวันๆละ30นาทีจะทำให้ร่างกายแข็งแรงปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ ลองดูนะครับ

วันนี้เพื่อน ๆ ร่วมงานได้ชวนกันรับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้าน "เฮือนใจ๋ยอง" เป็นร้านอาหารพื้นเมือง เช่น แกงผักเชียงดา แกงขนุน น้ำพริกอ่องผักลวก ฯลฯ อร่อยมาก ๆๆๆ และล้วนแต่เป็นอาหารที่มีประโยชน์ทั้งนั้น วันนี้ตอนเย็นกลับบ้านไปจะแกงผักกาดจอ คงจะอร่อยน่าดู..หิวอีกแล้วเดี๋ยวกลับมาใหม่เน้อ

จากการที่ได้เรียนวิชา การจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยื่น และได้มีโอกาสใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้าเว็บ GoToKnow เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้พัฒนาตนเองและได้เรียนรู้เทคนิคการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์  ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีภูมิปัญญาทำให้เกิดประโยชน์ในโลกของการแข่งขัน ส่วนปัญหาอุปสรรค ก็มีบ้างเช่น บางคนไม่มีความรู้พื้นฐานการใช้งานคอมพิวเตอร์ จึงทำให้มีความยากในการใช้คอมพิวเตอร์ หรือเขียนไม่คล่องเพราะไม่ได้ทำทุกวัน แต่ก็โชคดีที่มีเพื่อน ๆ ในกลุ่มคอยให้คำแนะนำอยู่เสมอ ขอบคุณอาจารย์ผู้สอนทุกท่าน ขอบคุณผู้จัดทำข้อมูล ฯลฯ ที่ได้ให้ความสำคัญต่อการศึกษา กลุ่มนักศึกษาร้องวัวแดง 1 ได้รับความร่วมมือระหว่างเพื่อน ๆ ทุกคน และอาจารย์ทุกท่านที่ได้บูรณาการความรู้ต่าง ๆ ลงเว็บเป็นอย่างดี หลังจากจบวิชานี้แล้วจะหมั่นเข้ามาศึกษาต่อไปเรื่อย ๆ ค่ะ

โดย...วาสนา ศรียาบ กลุ่มร้องวัวแดง 1 ศรร.แม่ออน

พ้าเร
IP: xxx.205.46.102
เขียนเมื่อ Fri Nov 05 2010 10:26:49 GMT+0700 (ICT)

ควย

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า