โรคทันสมัย

 กัสสปะ โพชฌงค์เจ็ด เหล่านี้ ตถาคตกล่าวไว้ดีแล้ว อันบุคคลอบรม กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้พร้อม เพื่อพระนิพพาน  

แล้วอยู่ๆแขนขวาก็ยกไม่ขึ้น.....

ตอนแรกก็เดาสาเหตุไปสารพัดเป็นเพราะนอนหนุนแขนหรือเปล่า แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็นนอนหงาย เอามือวางไว้บนท้อง ตื่นเช้าขึ้นมามือทั้งสองชา ต้องค่อยๆกระดิกทีละนี้ว กว่าจะขยับมือได้...

ตอนเย็นจึงไปหาหมอจับเส้น ตอนนวดก็ดีอยู่หรอก แต่พอตื่นเช้าขึ้นมา มือจะอยู่ในลักลักษณะเดิม คือถ้านอนเหยียดมือ จะคู้แขนไม่ได้ต้องค่อยๆงอแขน ถ้านอนงอแขนตื่นเช้าจะยืดแขนไม่ออก ต้องค่อยๆเหยียด

เวลายืดแขนตรงๆจะรู้สึกร้าวในกระดูก ปวดมาก ปวดจนต้องหัวเราะ(อายุเยอะแล้วร้องไม่ออก)

เมื่อเห็นว่ารักษากับหมอจับเส้นไม่เป็นผล จึงไปหาหมอกระดูกที่คลีหนิก หมอบอกว่าเป็นพังผืดที่ไหล่ ต้องฉีดยาเพื่อละลายพังผืดแล้วให้ยาแก้ปวดและยาป้องกันกระเพาะอักเสพ และบอกว่า เจ็ดวันนี้ปวดมากหน่อย หลังจากนั้นจะดีขึ้น

เจ็ดวันที่แสนทรมาน เพราะต้องนอนหงายท่าเดียว ตะแคงซ้าย ตะแคงขวาก็ไม่ได้ ตะแคงซ้ายจะรู้สึกชา-ตะแคงขวาต้องหัวเราะ(เจ็บร้าวกระดูก

นึกถึงพระสูตรที่เป็นบทสวดสองสูตร พระสูตรแรกเรียกว่าสามภาณ (โพชฌงคสูตร)บทสวดที่สองเรียกว่า คิรามานันทสูตร ทั้งสองสูตรนี้ถือกันว่า ถ้าได้สวดสาธยายหรือนิมนต์พระมาส่วดสาธยายจะช่วยให้หายป่วย ยิ่งรู้ความหมายแล้วปฏิบัติตามคำสอนในพระสูตรยิ่งมีผลชงัดนัก 

สามภานแบ่งเป้นพระสูตรเล็กๆสามพระสูตร พระสูตรแรกของสามภาณเริ่มอารัมภบทว่า พระมหากัสสปะอาพาธหนัก(ป่วยหนัก) พระพุทธเจ้าเสด็จไปเยี่ยมแล้วตรัสถามว่า "กัสสปะ พออดทนทนได้มั้ย พอให้เป็นไปได้มั้ย(คิดว่าจะรอดหรือเปล่า) ทุกขเวทนาทุเลาลงบ้างหรือทรุดหนัก ความทุเลาปรากฏหรือความทรุดหนักปรากฏแก่ท่าน"

พระมหากัสสปะกราบทูลว่า "อดทนไม่ไหวพระพุทธเจ้าข้า คงจะไปไม่รอด ทุกขเวทนาหนักเหลือเกิน ไม่ทุเลาเลย ความทรุดหนักปรากฏแก่ข้าพระพุทธเจ้า ความทุเลาไม่ปรากฏเลย"

พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า "กัสสปะ โพชฌงค์เจ็ด เหล่านี้ ตถาคตกล่าวไว้ดีแล้ว อันบุคคลอบรม กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้พร้อม เพื่อพระนิพพาน คือ

สติสัมโพชฌงค์ ธัมมวิจยะสัมโพชฌงค์ วิริยะสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ สมาธิสัมโพชฌงค์ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ เมื่อพระพุทธเจ้าตร้สสาธยายจบ พระมหากัสสปะหายจากอาพาธ

อีกพระสูตรหนึ่งกล่าวถึงพระมหาโมคคัลลานะอาพาธหนัก พระพุทธเจ้าเสด็จไปเยี่ยม หลังจากตรัสถามถึงอาการแล้วตรัสโพชฌงค์เจ็ดเมื่อพระพุทธเจ้าตร้สสาธยายจบ พระมหาโมคคัลลานะหายจากอาพาธ

อีกพระสูตรหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงอาพาธหนัก(ประชวร) พระมหาจุนทะเข้าเฝ้า พระพุทธเจ้าตรัสให้พระมหาจุนทะสวดโพชฌงค์เจ็ด เมื่อพระมหาจุนทะสวดจบ พระพุทเจ้าหายจากอาพาธ

คิริมานันทสูตร กล่าวถึงพระคิริมานันท์อาพาธหนัก พระอานนท์จึงเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ทูลอาราธนาใก้พระองค์เสด็จไปเยี่ยมพระคิริมานันท์ เพื่ออนุเคราะห์แก่พระคิริมานันท์

พระพุทธเจ้าตรัสว่า อานนท์ ถ้าหากเธอเข้าไปหาพระคิริมานันท์แล้วพึงสวดสาธยายสัญญา ๑๐ ประการ การที่อาพาธนั้นของพระคิริมานันท์ จะพึงสงบระงับไป โดยฐานะ เพราะการสดับสัญญา ๑๐ เป็นฐานะที่จะมีได้แน่ แล้วพระองค์ก็ตรัสสัญญา ๑๐ คือ

อนิจจสัญญา อนัตตสัญญา อสุภสัญญา อาทีนวสัญญา ปหานสัญญา วิราคสัญญา สัพพโลเก อนภิรตสัญญา สัพพสังขาเรสุ อนิจจสัญญา อานาปานสติ

จากนั้นจึงมีพุทธาธิบายสัญญาทั้ง ๑๐ ประการ พระอานนท์จึงเรียนสัญญา ๑๐ แล้วไปสาธายายให้พระคิริมานันท์ฟัง  พระคิริมานันท์จึงหายจากอาพาธ

ผู้เขียนจึงสวดสาธยายพระสูตรทั้งสอง พร้อมทั้งปฏิบัติไปตามพระสูตรก็พอทุเลา...ต่อมาหมอให้ฝึกกายภาพ โดยให้หายางเส้นที่เด็กใช้เล่นกระโดดยาง นำมาร้อยเข้าประมาณหนึ่งวา นำไปผูกไว้กับที่ใดที่หนึ่งแล้วขมวกเส้นยางให้ตึง เอาศอกแนบกับลำตัว แล้วออกแรงดึงเข้าหาลำตัว

จากนั้นให้หมุนตัวกลับ แล้วทำเหมือเดิม เพียงแต่เปลี่ยนเป็นดึงแขนออกจากลำตัว ต้องทำทุกวันทั้งเช้าเย็น

ตอนนี้ โรคปวดไหล่ ไพล่มือกลับหลังไม่ได้ เป็นโรคที่ผู้คนเป็นกันมากหรือเรียกว่า โรคยอดนิยม โรคทันสมัย วันก่อนกลับไปเยี่ยมโยมแม่ที่บ้านเกิด โยมแม่ก็บ่นเรื่องปวดไหล่ให้ฟัง โยมพี่สาวก็เป็นมากถึงกับยกแขนไม่ขึ้น...

 ใครเป็นโรคนี้ ต้องรู้จักทำใจไม่ให้ป่วยไปตามร่างกาย ร่างกายนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอ เราเพียงปฏิบัติตามหมอแนะนำ แต่จิตใจเราต้องหาวิธีรักษาเอง ทำอย่างไรจึงไม่เครียดกับโรคที่เกิดขึ้น หรือจะปฏิบัติตามพระสูตรที่ผู้เขียนกล่าวไว้คร่าวๆก็ดี...ขอให้มีความสุขและสุขภาพดีทุกคน

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ: โรคทันสมัย 
 หมายเลขบันทึก: 109005
 เขียน:  
 ความเห็น: 42  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า

ความเห็น

Pannawadee
IP: xxx.200.255.162
เขียนเมื่อ Tue Jul 24 2007 09:01:19 GMT+0700 (ICT)

โรคนี้ถ้าคนมีความรู้จับเส้นแก้อาการเป็นถ้านวดครั้งแรกจะดีขึ้นทันตาสามารถยกแขนขึ้นในครั้งแรกและอาการปวดแขนจะหายไปเกือบหมด  สาเหตุเกิดจากเส้นจมที่สบักหลังทั้งซ้ายขวา  เป็นมากจะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนหลายอย่าง เช่น ปวดบ่า คอแข็ง ตาพร่า มึนศรีษะ  เจ็บหน้าอก แป๊บที่หัวใจ นอนหงายหายใจไม่สะดวกและแขนจะยกไม่ขึ้น จะมีอาการปวดร้าวต้นแขนด้านหลัง ถ้าปล่อยไว้เส้นจะจมมากจนแข็งกลายเป็นพังผืด และจะทำให้หลังแคบลงกระดูกสันหลังคดและเสื่อมได้     เป็นโรคที่เกิดจากการใช้แขนมาก ยกของหนัก ทำงานที่ใช้แขนนั่งไม่ถูกหลัก    ดิฉันเป็นผู้หนึ่งที่ทำงานรับราชการแต่ได้รับความรู้จากการจับเส้นแก้อาการต่างๆจากคุณแม่ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญนวดจับเส้น  ทั้งแขนยกไม่ขึ้น สบักจม ปวดเข่า เส้นตก เส้นพลิกเส้นแพลง ข้อเท้าติด และอาการปวดส้นเท้า ไมเกรน  ปวดเอว ปวดหลัง คุณแม่ถ่ายทอดให้หมด  และได้นวดรักษาให้แก่ผู้คนหลายร้อยคน  จึงขอบอกได้ว่า  โรคนี้รักษาง่ายมากสำหรับดิฉัน  ถ้าผู้ใดที่อ่านข้อความนี้  มีอาการดังกล่าวรักษาที่ไหนไม่หายจริงๆ  ดิฉันยินดีให้คำปรึกษาค่ะ

samran kan
เขียนเมื่อ Fri Jul 27 2007 19:44:06 GMT+0700 (ICT)

Pannawadee

เจริญพร

 

เลิศ
IP: xxx.9.68.47
เขียนเมื่อ Sat Dec 08 2007 14:50:57 GMT+0700 (ICT)

ผมมีอาการเจ็บตามที่คุณ Pannawadee จะแก้ไขได้อย่างไรครับ  ช่วยเมล์บอกด้วยครับ

ขอบคุณครับ

ปุ้ย
IP: xxx.120.118.115
เขียนเมื่อ Wed Feb 20 2008 12:04:25 GMT+0700 (ICT)

คุณ pannawadee นวดแก้ได้เหรอคะ ต้องติดต่อที่ไหนคะ เพราะตอนนี้ปวดไหล่มากๆค่ะบางทีทำให้ปวดหัวด้วยค่ะ รบกวนติดต่อกลับตามเมล์ที่โพสต์ไว้จะเป็นพระคุณมากค่ะ nprapasri@yahoo.com

บุผา
IP: xxx.26.122.54
เขียนเมื่อ Sat May 24 2008 19:52:08 GMT+0700 (ICT)

คุณ pannawadee ค่ะดิฉันเป็นตอนนี้คือปวดหัวไหล่ ปวดต้นคอร้าวไปหัวไหล่ทั้งสองข้าง เป็นได้เกือบเดือนแล้วค่ะ ติดต่อกลับด้วยนะค่ะ eed_489@hotmail.com

ทิพ
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Thu Aug 21 2008 08:10:26 GMT+0700 (ICT)

คุณpannawadee ค่ะ ดิฉันปวดที่แขนข้างซ้ายใต้ศอกลงมา มีอาการเหมือนแขนอักเสพ ยกของหนักสัก 0.5 - 1 กิโล ก็ปวดแล้ว มีอาการมาเป็นเดือนแล้ว ตอนนี้รู้สึกว่าอาการมากขึ้น คือเริ่มปวดข้างซ้าย แล้วแขนขาไม่มีกำลัง อยากขอคำแนะนำจะได้ให้หมอนวดที่ใกล้บ้านนวดให้ เพราะดิฉันอยู่ที่พิจิตร ค่ะ

ทิพ
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Thu Aug 21 2008 08:20:13 GMT+0700 (ICT)

คุณpannawadee ค่ะ ลืมบอกเมล์ที่ให้คุณช่วยตอบคำแนะนำ ช่วยตอบกลับที่ vera.tip2501@yahoo.com เพราะตอนนี้ปวดตลอดเวลา แม้แต่ตอนที่พิมพ์อยู่นี้ก็ปวดตลอด รู้สึกเหมือนจะจับไข้เลย

นภา
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Thu Sep 11 2008 08:04:11 GMT+0700 (ICT)

คุณPannnawadee คะ ดิฉันปวดที่สะบักซ้าย ลงไปที่เอว และถึงซ้นเท้า ไปหาหมอมาหลายที่แล้วค่ะ อยากจะขอคำปรึกษาค่ะ และติดต่อค่ะ รบกวนติดต่อกลับด้วยนะคะ

napaporn_tan@hotmail.com

สุภาวิณี
IP: xxx.157.141.176
เขียนเมื่อ Sun Feb 08 2009 10:33:45 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันเคยทำงานเกี่ยวกับการติดกระดาษทำที่แขวนโชว์ตามประตู หน้าต่าง ค้องนั่ง เวลานาน อยู่ในท่าเดิมๆทำอยู่สี่ปี จนเกิดอาการปวดหัวไหล่ ไล่ลงไปตามแขน และปวดไม่หาย ดิฉันไปหาหมอ หมอฉีดยาแก้ปวดให้ และเอกชเรดู แต่ไม่มีอาการอักเสบ และสิ่งผิดปรกติภายในแต่อย่างใด หมอจึงแนะนำให้ไปนวด ยิมนาสติกกับหมอที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ โดยนวดอาทิตย์ละสองวัน รวมหกครั้ง หมอได้นวดบริเวณเอ็นต้นคอไล่ลงมาถึงหัวไหล่ อาการดีขึ้นมาก และดิฉันจึงเลิกทำงาน ตอ่มาไม่นาน ดิฉันนอนคอตกหมอน ปวดมากขยับคอและหมุนคอไม่ได้เลยไปหาหมอ หมอให้ยามาทานและก็หายไป หลังจากนั้นคอของดิฉัน จะรู้สึกปวดขัดๆ พอสบัดหัวไปทางช้าย หรือขวา เสียงกระดูกคอจะดัง แกกๆ และอาการปวดก็จะหายไป ประมาณสักชั้วโมง ตอ่มาอาการปวดก็กลับมาอีก พอสบัดคออาการปวดก็หายไป เป็นอยู่อย่างนี้มาหลายปีแล้วคะ เวลายกของหนักก็จะปวดมากขึ้น ดิฉันไม่อยากกินยาแก้ปวดไม่ทราบว่า จะทำอย่างไรจึงจะหายขาด เสียที เวลานอนต้องพริกตัว พยายามหาท่านอนที่รู้สึกสบายที่สุด ดิฉันไม่เคยไปให้หมอนวดเลย เพราะกลัวว่าจะไปกันใหญ่ ขอให้คุณช่วยให้คำแนะนำด้วยคะ

ดวงจันทร์
IP: xxx.120.6.170
เขียนเมื่อ Thu Feb 19 2009 23:50:24 GMT+0700 (ICT)

ปวดสบักหลังด้านซ้าย และอาการปวดจากสบักหลังยาวขึ้นไปถึงไหล่ คอซีกซ้าย

ไปนวดแก้อาการกับหมอจับเส้นที่รักษาโรคนี้เฉพาะมาแล้ว แต่ทำไมไม่หาย กรุณาตอบด้วย

ทิพย์
IP: xxx.128.177.178
เขียนเมื่อ Thu Jun 25 2009 10:42:17 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณพรรณวดี

ดิฉันอยู่เชียงใหม่ อายุเกิน 60 แล้ว มีอาการเช่นคุณว่าทุกประการ สาเหตุเพราะไปฝึกโยคะมา ผู้ฝึกเร่งให้ทำหลายท่ามากเกินไป โดยที่เราเป็นมือใหม่ จึงเกิดอาการดังกล่าว ตอนนี้หยุดฝึกมาหลายเดือนแล้ว และทำการนวดโดยหมอนวดที่ผ่านการฝึกจากสาธารณสุข และเป็นรพ.ของเทศบาล นวดมาได้ประมาณ5 เดือนแล้ว แต่อาการดีขึ้นช้ามาก ยังปวดเป็นประจำ บางคืนจะปวดมาก

จึงใคร่ขอความกรุณาคุณพรรณวดี ให้ข้อมูลมากกว่านี้ถึงวิธีการนวด เพื่อจะได้นำไปให้หมอนวดอ่านค่ะ

เพื่อเป็นวิทยาทานนะคะ เพราะไม่ทราบว่าคุณพรรณวดีอยู่ที่ไหน จึงจะไปหาได้

ตุ๊กตา
IP: xxx.47.201.244
เขียนเมื่อ Thu Jun 25 2009 20:22:35 GMT+0700 (ICT)

ตีกตามีอาการเหมือนที่คุณบอก ปวดสบักมาก ๆ รักษามาเกือแบปีแล้ว ทรมาณมากนั่งรถเป็นเวลานาน ๆ ไม่ได้ทำอย่างไรถึงจะหายได้

ตุ๊กตา
IP: xxx.128.70.223
เขียนเมื่อ Fri Jun 26 2009 20:08:44 GMT+0700 (ICT)

อาการแบบนี้ดิฉันเป็นมาปีกว่าแล้ว หลังจากผ่าตัดกระคูสันหลัง รักษามาหลายวิธีแล้วยังไม่หาย ทรมารมาก หากใครมีประสบการณืในเรื่องการปวดสบักและปวดหลังรบกวนแนะนำด้วยค่ะ

นภาพร
IP: xxx.87.67.151
เขียนเมื่อ Sun Aug 02 2009 00:26:31 GMT+0700 (ICT)

คุณPannawadeeค่ะ ดิฉันมีอาการปวดที่สะบักและทั้งตัวซีกซ้ายพอจะรักษาได้ไหมคะรบกวนติดต่อที่ napaporn_tan@hotmail.com ด้วยคะ ขอขอบคุณล่วงหน้าคะ

ธิดารัตน์
IP: xxx.143.23.143
เขียนเมื่อ Tue Aug 04 2009 23:37:15 GMT+0700 (ICT)

คุณ Pannawadee คะ ดิฉันปวดตั้งแต่ต้นคอไปถึงสะบักทั้งสองข้าง เคยไปนวดหมอบอกว่าเส้นจม เป็นหนักมากค่ะ เกือบปีแล้ว ที่ไหนว่านวดดีก็ไปมาทุกที่ แต่ก็ยังไม่หาย ทรมานมาก ๆ ค่ะ รบกวนแนะนำด้วยนะคะ ที่ไหนรักษาหายบ้าง

ติดต่อที่ mouy_mk@hotmail.com นะคะ ขอบคุณค่ะ

รี
IP: xxx.8.38.15
เขียนเมื่อ Thu Aug 27 2009 13:24:33 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบว่าจะติดต่อคุณ Pannawadeeได้ที่ไหนดีค่ะรบกวนชวยบอกทีเพราะตอนนี้ปวดมากคะ

ree
IP: xxx.8.38.15
เขียนเมื่อ Thu Aug 27 2009 13:28:03 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบว่าจะติดต่อคุณ Pannawadeeได้ที่ไหนดีค่ะรบกวนชวยบอกทีเพราะตอนนี้ปวดมากคะ earnnaree@hotmail.com

พงศ์
IP: xxx.122.186.90
เขียนเมื่อ Mon Oct 26 2009 23:23:13 GMT+0700 (ICT)

ปวดสบักช้ายตอนนี้เริ่มชาที่นิ้ว มีวิธีรักษาอย่างไรรบกวน คุณpannawadeeแนะนำวิธีรักษาด้วยครับ

ดวงจันทร์
IP: xxx.120.21.158
เขียนเมื่อ Mon Nov 09 2009 16:49:31 GMT+0700 (ICT)

ไม่ทราบว่าคุณพรรณวดีมีตัวจริงหรือปล่าว เพราะไม่ได้รับการตอบกลับเลย

rew
IP: xxx.123.191.63
เขียนเมื่อ Fri Jan 08 2010 16:31:04 GMT+0700 (ICT)

ลองธรรมชาติบำบัดดูครับ

โดยการรับประทาน อาการดีขึ้นหลายคน ไม่ว่าเป็นผังผืดที่ไหนก็ได้

ตามสูตรนี้ครับ

นำโยเกริต รสธรรมชาติ ผสมกับ น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ

รับประทานวันละ 1 ครั้ง ทุกวันเป็นเวลา 15 วัน

อาการต่าง ๆ จะดีขึ้น ถ้าเ็ป็นมานานแล้ว ก็ต้องเพิ่มเวลา

รับประทาน แล้วแต่ว่าเป็นมาก หรือ น้อยครับ

ขอให้หายป่วยกันทุกคนนะครับ

เพ็ญนภา
IP: xxx.9.44.146
เขียนเมื่อ Thu Feb 11 2010 09:27:24 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันมีอาการเจ็บตามที่คุณ Pannawadee จะแก้ไขได้อย่างไรครับ ช่วยเมล์บอกด้วยครับ

รบกวนติดต่อกลับด้วยนะคะ ทรมานมาก

โม ณัชทกา แก้วเปี่ยม
IP: xxx.24.242.206
เขียนเมื่อ Mon Mar 15 2010 20:15:13 GMT+0700 (ICT)

คุณ Pannawadee ค่ะ

โมสนใจมากค่ะที่คุณสามารถแก้อาการยกแขนไม่ขึ้นได้ พอดีกว่าแฟนของโมเป็นอาการลักษณะอย่างนี้มานานพอสมควรจะหาหมอมานวดกี่คนก็ไม่หาย แถมตอนนี้เหมือนว่าจะเจ็บทรมานมาก โมเห็นแล้วสงสารแฟนมาก แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก แค่ได้ทายาแล้วก็นวดให้เขาบ้างเท่านั้นเอง คุณ Pannawadee พอจะมีวิธีรักษาบ้างหรือเปล่าค่ะ สงสารคนเจ็บค่ะ รบกวนติดต่อกลับด้วยนะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ โม 089-5292772 หรือส่งมาที่เมล์ก็ได้นะค่ะ ขอบคุณค่ะ

แมวน้อย
IP: xxx.121.173.16
เขียนเมื่อ Wed Mar 24 2010 11:24:09 GMT+0700 (ICT)

มีญาติของดิฉันเป็นโรคพังผืดค่ะ ไปฝ่าตัดมาก็ยังไม่หาย คุณpannawadee

มีวิธีที่ดีดีมากก็ช่วยเมลล์มาบอกด้วยนะคะ ดิฉันสงสารเขา

ตอนนี้เหมือนเขานอนรอวันตายอย่างเดียว สงสารไหมค่ะ

เห็นใจคนมีญาติที่เจ็บบ่วยด้วยนะคะ มันทรมานนะคะ สงสารด้วย

ตอบกลับด้วยนะคะ รออยู่นะคะ ขอบคุณค่ะ

อีฟ
IP: xxx.64.48.133
เขียนเมื่อ Tue May 25 2010 10:36:21 GMT+0700 (ICT)

เส้มจมที่สะบักหลัง เป็นหนักจนทำงานไม่ได้ อยากรักกษาหายขาดค่ะ ทรมานมาก ช่วยแนะนำทีค่ะ

kitsamak@hotmail.com

pannawadee
IP: xxx.200.43.3
เขียนเมื่อ Sun Jun 06 2010 09:39:43 GMT+0700 (ICT)

เรียนทุกท่าน ที่ติดต่อสอบถาม pannawadee

ดิฉันต้องขอโทษที่ไม่ได้เข้ามาอ่านเลยตั้งแต่โพสครั้งแรก เพิ่งเข้ามาวันนี้ทำให้ต้องรีบตอบเพราะท่านๆๆจะรอนานกันมามากหลายท่าน และดิฉันจะรีบตอบกลับทุกท่านต่อไป วันนี้ดิฉันลงเมลไว้แล้วยังไงก็มีปัญหาเกี่ยวกับโรคเส้นเมลมาถามได้ดิฉันจะให้ตอบให้คำแนะนำทุกท่านนะคะ และจะเข้ามาดูข้อความบ่อยๆๆนะคะ

ที่ทุกท่านสอบถามมาส่วนมากจะเป็นเส้นเอ็นจมบริเวณด้านหลัง สบักซ้ายและขวา แทบทั้งนั้น ซึ่งอาการนี้รักษาได้หายขาดแน่นอนถ้าท่านได้รับการจับเส้น ขึ้นจากการที่เส้นเอ็นจำนวนมากจมเข้าตามร่องสบักหลังและจมตามแนวบ่าทั้งสองข้าง เป็นมากจะทำให้มีอาการปวดเมื่อยร้าวบริเวณสบักที่เป็น และส่งผลให้แขนยกไม่ขึ้น ปลายนิ้วชาได้เนื่องจากเลือดเลี้ยงไม่พอ กล้ามเนื้อขาดออกซิเจนไปเลี้ยง พอเป็นหนักมากขึ้น ต้นคอจะแข็งตึงหันไม่สะดวกใครๆๆคิดว่านอนหัวตกหมอน และจะทำให้หน้ามืดง่ายและ ปวดศรีษะ หรือไม่ก็เป็นอาการไมเกรน เนื่องจากเลือดข้น เลือดเลี้ยงสมองไม่พอ บางทีปวดศรีษะร้าวเอียงไปทางไหนก็เสียวร้าวแป๊บๆ ตามตำรา คือ เส้นมีอาการจมตามบริเวณที่ดิฉันกล่าวมา จนเป็นพังผืด พอปวดมากไปหาหมอแพทย์ปัจจุบัน ก็จะบอกว่ากล้ามเนื้ออักเสบ มีพังผืดมาก ก็ฉีดยาคลายเส้นให้ ซึ่งดิฉันไม่แนะนำให้รักษาแบบนี้ไปนานๆ เพราะมีผลข้างเคียงหลายอย่าง ท่านต้องนวดจับเส้นขึ้นให้หมดทั่วบริเวณสบัก บ่าทั้งสองข้าง แล้วจึงนวดต้นคอและศรีษะ คลายเส้นขอดที่อุดตันตามศรีษะ เพื่อให้เลือดลมดี รับรองคอจะหันได้ทันทีถ้าคนที่นวดมีความชำนาญในการรักษาแบบนวดจับเส้น จริงๆๆ และห้ามเลี้ยงไข้ เพราะอาการจะดีขึ้นทันทีในการนวด แค่ เพียง ครึ่งขั่วโมง เป็นมากน้อยขึ้นอยู่กับการจมของเส้นเอ็น ดิฉันรับรองค่ะ ว่าการนวดจับเส้นออก ทำให้หายขาดจากโรคเส้นทุกประการ และร่างกายท่านก็จะแข็งแรง โรคภัยไข้เจ็บที่ว่าร้ายๆๆ ไม่มารบกวน ท่านแน่นอน ที่บอกมาทั้งหมดเป็นวิทยาทาน ตำรานวดแผนโบราณ นวดจับเส้น รักษาโรคเส้นได้ดีกว่ารักษาแบบอื่น ขอให้ทุกท่านเริ่มดูแลตัวเอง ถ้าเป็นมากไม่มีใครนวดให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ ก็ติดต่อมาทางเมลแล้วกันนะคะ ดิฉันจะให้คำแนะนำผู้ที่อยู่ไกลจากดิฉัน ดิฉันรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่วิจัย ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ ถ้าใกล้ก็มาหาได้นะแต่ต้องนัดกันล่วงหน้านะคะ เพราะดิฉันก็ทำงานเยอะมาก แต่ที่ทำงานอยู่เย็นได้ถึง 3 ทุ่ม ถ้าเป้นโรคเส้นแนะนำอย่าทำการผ่าตัด คอ หลัง เข่า หรืออื่นๆๆ นะคะ นวดดีกว่าค่ะ หายแน่นอน แค่นี้ก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ

Pannawadee
IP: xxx.200.43.3
เขียนเมื่อ Sun Jun 06 2010 09:57:35 GMT+0700 (ICT)

เรียนทุกท่าน

อีเมลของPannawadee ค่ะ ส่งเมลมาได้ที่ bbussayamas@hotmail.com เปิดอ่านทุกวัน และยินดีให้คำแนะนำทุกท่านเพื่อเป็นวิทยาทานค่ะ

Pannawadee
IP: xxx.200.43.3
เขียนเมื่อ Sun Jun 13 2010 10:11:05 GMT+0700 (ICT)

ค่ะจากที่ได้ติดต่อกลับไปและได้มีผู้ติดต่อกลับมาขอคำแนะนำหลายคน และได้ช่วยรักษาผู้ที่ติดต่อมาและอยู่ใกล้ๆๆ ได้หายปวดเมื่อยปวดคอไปหลายคน ถ้าท่านใดที่ต้องการสอบถามการรักษาอาการเส้นจม ก็ติดต่อมาได้ตลอดเวลาค่ะใกล้ไกลถามได้ยินดีให้คำปรึกษา เพื่อสุขภาพที่ดีและแข็งแรงมีอายุยืนทุกคนค่ะ

Pannawadee
IP: xxx.200.43.3
เขียนเมื่อ Mon Jul 12 2010 13:44:26 GMT+0700 (ICT)

วันนี้ว่างๆ ก็เข้ามาให้ความรู้เรื่องเส้นต่อ คนที่มีอาการปวดหลังโดยเฉพาะหลังด้านล่างปวดลงก้น และปวดร้าวบริเวณสะโพกลงขา นั้น สาเหตุเพราะเส้นท้องตึงนั่นเอง ถ้าท่านปวดหลังบริเวณดังกล่าว ท่านนวดที่หลังจุดที่ปวดบอกได้เลยไม่หายแน่นอน บางคนต้องไปผ่าตัด เนื่องจากหมอปัจจุบันบอกว่าหมอนรองกระดูกทับเส้น ดิฉันเจอผู้ป่วยสาเหตุนี้เป็นมากรองจากสบักหลังจม วิธีแก้และรักษาให้เบาและหายในเวลาต่อมาคือนวดเส้นที่จมและตึงบริเวณท้องและบริเวณอุ้งเชิงกราน การนวดใช้เวลามากน้อยบริเวณนี้แล้วแต่อาการเป็นมากน้อย ถ้าเป็นน้อย ปานกลาง ก็จะหายปวดทันทีในการนวดครั้งแรก ใช้เวลานวดเส้นท้องประมาณ ครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าเป็นมากจนเดินแล้วปวดด้านหลังบั้นเอวมากๆ นั่งก็ปวดยืนเดินก็ปวดนอนก็ปวด ต้องใช้เวลาในการนวดเส้นท้องและกดเส้นที่ตึงให้หย่อน ใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง อาการปวดจะเบาลงเห็นได้ชัด และควรรับการนวดติดต่อ 2-3 ครั้งจนไม่ปวด ถึงจะพักการรักษาโดยการนวดจับเส้นไปได้ ถ้ามีอาการปวดหลังก็ลองนวดเส้นท้องดูนะแล้วจะรู้ว่าอาการปวดเบาบางลงและดีขึ้นจริง พวกทำงานนั่งมาก ยกของหนัก มีน้ำหนักตัวมาก มีพุง จะมีอาการปวดเอวปวดหลังได้ง่าย เนื่องจากเส้นท้องตึงและรั้งหลังทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนได้ ที่บอกมาทั้งหมด รักษาหายได้โดยการนวดจับเส้นท้อง ท่านใดมีอาการก็พยายามหลี่กเลี่ยงการกระทำที่ก่อให้เกิดอาการปวดหลังปวดเอว บ้างนะคะ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ไม่เป็นโรคเส้นค่ะ

Pannawadee
IP: xxx.200.43.3
เขียนเมื่อ Mon Aug 30 2010 14:49:06 GMT+0700 (ICT)

วันนี้มีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากเส้นจม ที่ควรรู้ มาเล่าให้ฟัง มีเด็กอายุแค่ 18 เช้าวันหนึ่งนอนตื่นขึ้นมามีอาการปากเบี้ยวทางด้านขวา ยักคิ้วไม่ได้ทางด้านซ้ายและบริเวณใบหน้าตึงมากมีน้ำตาไหลตลอดเวลา เมื่อไปหาหมอแพทย์แผนปัจจุบัน แจ้งการรักษาว่าเป็นอัมพาตใบหน้า ให้ยารักษาเป็นยาพวกสเตียรอยด์ ให้กินประมาณ 2 อาทิตย์ และยาทาคลายกล้ามเนื้อบนใบหน้า แม่ของเด็กได้มาปรึกษาดิฉันดิฉันได้ให้พาเด็กมาและนวดเส้นตรวจอาการที่เกิด พบว่า สบักหลังจมและตึงอย่างมากบริเวณคอบ่าตึงมากโดยเฉพาะด้านบริเวณสบักหลังและบ่าด้านซ้าย พบว่าขากรรไกรตึงด้านซ้ายมาก เมื่อนวดจับเส้นสบักจมออกจนหมดลดความตึงของบริเวณหลังและบ่าคอ นวดบริเวณใต้ขากรรไกที่แข็งให้อ่อนจนไม่ตึง ใช้เวลานวดครั้งแรกเพื่อแก้อาการประมาณ ชั่วโมงครึ่ง หลังจากนั้นได้นัดเพื่อมานวดซ้ำอาทิตย์ละครั้ง พอผ่านครั้งที่สองอาการทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ คิ้วไม่ตึงยักคิ้วได้ หน้าไม่ตึง ปากไม่เบี้ยวกลับมาเป็นปกติ สุขภาพกลับมาเหมือนเดิมในสองอาทิตย์ที่เป็น จากการสอบถามเด็กทราบว่าเด็กชอบเล่นเกมคอมพิวเตอร์ วันละหลายๆชั่วโมง และชอบยกของหนักๆๆ สะพายเป้หนักๆ ทำให้สบักและบ่าจมมากปิดประตูลมของเส้นทำให้สมองขาดเลือดไปเลี้ยงได้ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต ได้ จากประสบการณ์ที่ได้รักษาคนที่เป็นโรคเส้นต่างๆๆ ความรู้ที่ให้นี้ผู้อ่านจะได้นำไประมัดระวังอย่าให้เส้นจมได้เพราะอาการของเส้นจม เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคต่างๆแทรกซ้อนหลายโรค ที่เขียนทั้งหมดเป็นวิทยาทาน และเป็นประสบการณ์นำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อการระวังและป้องกัน การไม่เป็นโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ขอให้รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงนะคะ อย่าปล่อยเมื่อมีอาการ ควรได้รับการรักษาเนิ่นๆ จะได้ไม่เป็นมาก แค่นี้สำหรับวันนี้ว่างๆจะเข้ามาเล่าประสบการณ์ดีดี ต่อไปนะคะ

pannawadee
IP: xxx.200.43.3
เขียนเมื่อ Thu Sep 09 2010 14:36:41 GMT+0700 (ICT)

กล้ามเนื้อแขนขาไม่มีแรงอีกหนึ่งสาเหตุจากเส้นเอ็นจม ณ ปัจจุบันคนเป็นโรคกล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรงกันเพิ่มมากขึ้น จากการได้พบผู้ป่วยที่มีอาการแขนขาไม่มีแรงถ้าแขนไม่มีแรง หยิบจับอะไรก็ดูเหมือนแรงหมด หยิบไม่ได้หยิบไม่ขึ้น แขนจะยกไม่ค่อยขึ้น เป็นมาก ต้องพยุงแขนทำกายภาพบำบัดกันทีเดียว ถ้าไม่รีบแก้ไขแชนก็จะลีบเล็กลง บางคนมีอาการที่ขา กล้ามเนื้อขาไม่มีแรงเมื่อยล้า ลุกหรือเดินไม่ได้บางคนเดินไม่ได้แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ไปพบแพทย์แผนปัจจุบันก็วินิจฉัยว่าเป็นอัมพาตเฉียบพลันที่ขา บางคนมีอาการหายใจลำบาก จุกที่ลิ้นปี่ บ่อยๆ บางคนคิดว่าเป็นโรคหัวใจ กินยาบำรุงหัวใจมาหลายปีก็ไม่หาย แต่ถ้าเกิดเป็นกล้ามเนื้อแขนขาหรือส่วนต่างๆของร่างกายไม่มีแรง เช่นใบหน้าไม่มีแรงคิ้วตกยักคิ้วไม่ได้ปากเบี้ยวน้ำลายไหลตลอดเวลา สาเหตุหนึ่งที่พบคือเส้นเอ็นจมและตึงตามบริเวณที่สำคัญ ดังนี้ การจมตัวของเส้นเอ็นตามสะบักหลังแนวกระดูกสันหลังเส้นเอ็นจมเป็นพังผืดบริเวณบ่าไหล่ เส้นเอ็นจมตึงตามบริเวณน่องขา ต้นขา หัวเข่า เส้นเอ็นหัวเข่าตึงตัว เส้นท้องตึงเนื่องจากเส้นจมบริเวณท้องและแนวเส้นอุ้งเชิงกราน ทุกส่วนที่กล่าวมาเมื่อเป็นในบริเวณหลายส่วนพร้อมๆกัน เลือดจะไปเลี้ยงสมองและกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ไม่เพียงพอ จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงตามร่างกายเช่น แขน ขา ใบหน้า และส่วนอื่นๆอ่อนแรงได้ วิธีแก้ไข ต้องนวดจับเส้นที่จมและกดเส้นที่ตึงทุกส่วนของร่างกายออกให้หมดปิดและเปิดประตูลมให้เลือดเดินสะดวก ถ้าเป็นน้อยๆ ก็จะหายจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ในการนวดจับเส้น 1-2 ครั้งเท่านั้น บางคนเป็นมากเช่นอัมพาตเฉียบพลันที่ขา ทำให้กล้ามเนื้อขาอ่อนแรงเดินไม่ได้ต้องมีคนช่วยพยุง ถือว่าเป็นมาก จะต้องรีบทำการนวดจับเส้นรักษาทั้งตัว วันเว้น 2 วัน หรือวันเว้นวัน เลยทีเดียวประมาณ 8-10 ครั้งอาการจะดีขึ้นสามารถเดินได้ตามปกติกล้ามเนื้อมีกำลังเพิ่มขึ้นจนปกติ

การป้องกัน ควรดูแลเอาใจใส่สุขภาพร่างกาย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการทำงานหนัก พักผ่อนให้เพียงพอ ถ้ามีอาการควรรีบแก้ไขรักษาแต่เนิ่นๆ ร่างกายก็จะแข็งแรงมีอายุยืนนานค่ะ

pannawadee
IP: xxx.200.43.115
เขียนเมื่อ Sun Oct 03 2010 13:37:15 GMT+0700 (ICT)

วันนี้มาให้ความรู้กันเรื่อง “อัมพาตหน้า” ที่เกิดจากเส้นจมบริเวณสะบักหลังกันต่อ ในเคส ผู้ป่วยรายหนี่งเพื่อนำมาเป็นแนวทางป้องกันและการรักษานะคะ ผู้ป่วยรายนี้มีอาการปวดสะบักหลังมาเป็นเวลานานนับสิบปี ทำงานบริษัทเอกชน ทำงานอยู่กับคอมพิวเตอร์ทุกวัน ใช้มือใช้แขนใช้สายตาค่อนข้างมาก เมื่อมีอาการปวดหลังปวดสะบักหลังมากๆ และตาพร่ามัว ก็ได้ไปนวดคลายเส้น มาตลอด แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น จนมีอาการคิ้วตกข้างซ้าย ตาข้างซ้ายกระตุก เป็นระยะ ตลอดทั้งวัน และใบหน้ามีอาการเกร็งและตึงตลอดเวลา ต่อมาตาข้างซ้ายดูตกและดูเล็กลงไม่เท่ากับตาข้างขวา ซึ่งยังไม่มีอาการกระตุก ต่อมาปากเริ่มมีอาการเบี้ยวเห็นได้ชัด กล้ามเนื้อริมฝีปากด้านซ้ายกระตุกบ่อยครั้ง ตลอดทั้งวัน ผู้ป่วยได้ทำการเข้ารักษาอาการที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งมาเป็นเวลา เกือบ 1 ปี เต็ม แพทย์ได้วินิจฉัยเกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า ผู้ป่วยได้รับการฉีด botox ประเภทที่ใช้แก้อาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าข้างซ้าย เป็นระยะ รวม 3 ครั้ง แต่อาการกระตุกตาข้างซ้ายและอาการเกร็งบนใบหน้าข้างซ้ายยังไม่ดีขึ้น ปากเบี้ยวมากขึ้น และมีอาการปวดศรีษะ ปวดหลัง ปวดคอ เป็นประจำ เมื่อได้มาปรึกษาดิฉัน ดิฉันได้ตรวจสภาพร่างกายที่เป็นพบว่าสะบักหลังข้างซ้ายจมเข้าไปในปีกสะบักเป็นอย่างมากจนเป็นก้อนพังผืด ส่วนข้างขวาก็เป็นมากเช่นกัน บริเวณแนวเส้นบ่าไหล่ตึงมากเส้นเอ็นเกาะจับตัวเป็นพังผืดจำนวนมาก ทำให้ มีอาการเส้นคอแข็งตึงและเจ็บหันคอซ้ายขวาไม่สะดวกมีอาการเจ็บต้นคอเวลาหันคอ สภาพด้านหลังตึงเกร็งและทำให้หลังหดแคบลงเห็นได้ชัด บริเวณด้านล่างขากรรไกรตึงแข็งเกิดจากการหดรั้งของเส้นเอ็นและตาข้างซ้ายมีอาการกระตุกรอบดวงตา 2-3 นาทีกระตุกถี่ถี่ ใบหน้าตึงเกร็งและสอบถามพบว่าปลายนิ้วและแขนชาแขนไม่มีแรงยกแขนไม่ค่อยขึ้น เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงบริเวณมือและแขนไม่เพียงพอ สรุปโดยรวม ต้องแก้ที่สาเหตุทั้งหมดก่อนคือ นวดจับเส้นขึ้นให้หมดบริเวณที่จมทั่วไปบริเวณสะบักหลัง ใต้ปีกสะบัก บ่า ไหล่คอ และนวดบริเวนเส้นแนวขากรรไกร และนวดบริเวณใบหน้าทั้งหมด นวดตากดจุดบนใบหน้าเพื่อลดความเกร็งทุกส่วน ของใบหน้า การนวดครั้งแรกใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงครึ่ง เส้นที่จมออกเกือบหมด พบว่ามีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อาการเกร็งลดลงในการนวดครั้งแรก ดิฉันได้สอนการนวดใบหน้าทุกวันเพื่อลดอาการเกร็งและกระตุก และห้ามฉีด botox เพราะมีผลต่อการรักษาการนวดจับเส้น เพราะสามารถทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและอาการเรื้อรังมากขึ้น และได้นัดมานวดอีกครั้งหลังจากนวดครั้งแรกไปประมาณ 4 วัน ทำการนวดจับเส้นทั้งตัวนวดจับเส้นสะบักที่จมต่อนวดแนวบ่าไหล่ นวดขากรรไกร นวดใบหน้า นวดตา นวดคอ นวดศรีษะ กดเส้นท้อง และเปิดปิดประตูลมเพื่อให้เลือดลมเดินสะดวกขึ้น การนวดใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงครึ่งอาการที่เป็นโดยรวมดีขึ้น ปากไม่เบี้ยว อาการเกร็งลดน้อยลงจนเกือบปกติ และตาข้างซ้ายกระตุกน้อยลงมากและตาข้างซ้ายโตเท่าข้างขวาแลดูปกติ กล้ามเนื้อบริเวณริมฝีปากลดการกระตุก และได้ทำการนัดมานวดซ้ำอีกครั้งการนวดเหมือนเดิมอาการโดยรวมกลับมาเป็นปกติ หายขาดจากโรคอัฒพาตหน้า ในการนวดจับเส้น ใช้เวลาจริงๆ แค่ 2-3 ครั้งเท่านั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า เส้นจมสะบักด้านหลังมีผลต่อโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต จริงๆ เป็นสาเหตุ สำคัญทำให้เกิดโรคที่มีผลต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ถ้าเป็นแล้วต้องรีบรักษาและแก้อาการที่เป็นอย่างรีบด่วน อย่าปล่อยให้มีอาการมาก และข้อสำคัญ รักษาโดยการนวดจับเส้นออกจะเห็นผลได้ดีเพราะสาเหตุเกิดจากเส้นจมนั่นเองค่ะและเส้นจมเป็นสาเหตุที่ทำให้เส้นประสาทมีปัญหา ฉนั้นควรแก้ที่สาเหตุคือเส้นจมก็นวดจับเส้นออกให้หมด

วิธีป้องกัน พยายามทำงานใช้มือใช้แขนให้มีการพัก และออกกำลังกายเบาๆเป็นประจำ เมื่อมีอาการปวดสะบักหลังควรรีบนวดจับเส้นออก เพื่อไม่ให้กลายเป็นพังผืดติดแน่นและปิดทางเดินของเลือดไปเลี้ยงสมอง เลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกาย เพราะจะทำให้มีอาการดังที่กล่าวมา และมีโรคแทรกซ้อนได้ง่าย ดูแลสุขภาพร่างกายเพื่อสุขภาพที่ดีไม่เป็นโรคกันนะคะ

ด้วยรักและห่วงใยค่ะ

ปูเป้
IP: xxx.122.130.31
เขียนเมื่อ Mon Feb 28 2011 14:42:08 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันมีอาการตามที่คุณPannawadee บอกทุกอย่างคะ แล้วตอนนี้ก็มีอาการปวดไปที่หลังและสะโพกก้นด้วยคะ เวลานั่งยองแล้วมีอาการเหมือนเอวจะหลุด ปวดมากคะ อยากทราบวิธีรักษา และให้อยากติดต่อกลับด้วยนะคะ

ณัฐธิดา
IP: xxx.174.31.132
เขียนเมื่อ Fri May 25 2012 10:40:27 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณ Pannawadee

แม่ดิฉันมีอาการเส้นท้องตึงกินข้าวไม่ได้ ตอนนี้ผอมมากเหลือแต่กระดูก และมีอาการปวดสะบักหลังยกแขนแล้วปวด ชา อยากให้คุณพี่ช่วยน่ะค่ะ nuttida.ch@cdg.co.th

Praewa
IP: xxx.97.173.17
เขียนเมื่อ Sat Jul 07 2012 22:48:33 GMT+0700 (ICT)

คุณPannawadee ดิฉันปวดสะบักหลังตึงมาถึงคอเวลาอ่านหนังสือ ตาพร่า ปวดหัว อ่านไม่รู้เรื่งเลย อยากหาย ที่ไหนนวด แก้ได้บ้างไหมค่ะ เมล Sign-in2010@hotmail.com

ืNongnapat
IP: xxx.168.176.113
เขียนเมื่อ Tue Oct 02 2012 16:21:45 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณ Pannawadee

ดิฉันเป็นอีกหนึ่งในการเจ็บแขนซ้าย สาเหตุมาจากเอี้ยวทายาข้างหลัง เวลายีดแขนขี้นจะรู้สึกเส้นตึงยืดแขนไม่ตรงและจะปวด พยายามออกกำลังแขนและพยายามยีดแขนให้สุดพร้อมทั้งใช้ยานวดตรงที่ตึง-ปวด นวดจนถึงบ่าและต้นคอ ตอนนี้ยีดออกได้บ้างแต่ยังเจ็บที่ต้นแขนอยู่ หยิบของข้างหลังจะเสียวแปลบ อาการนี้เป็นมาร่วม2 เดือน แล้วอีกหนึ่งอาการเป็นมาก่อนมือซ้ายปวด ขาซ้ายมีอาการชาเป็นมาร่วมปีกว่าแล้วค่ะ ครั้งแรกเริ่มจากหลังเท้าแล้วลามขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงก้นเป็นข้างซ้ายข้างเดียว เคยไปฝังเข็มมาหนึ่งครั้ง แล้วไม่ได้ไปอีกเพราะไม่สะดวก ใช้วิธีออกกำลังขาและนวดร่วมด้วยเช่นกันจนขณะนี้่มีอาการชามีแค่ปลายขาและหลังเท้าเท่านั้นค่ะ จึงอยากทราบวิธีการนวดรักษา ให้หายขาดจีงขอรบกวนคุณ Pannawadee ช่วยส่งคำตอบมาที่ nongnapat_14@sanook.com ขอขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

 

pannawadee
IP: xxx.200.77.174
เขียนเมื่อ Sat May 04 2013 13:21:45 GMT+0700 (ICT)

แก้อาการเข่าเจ็บ ปวดเข่า  (โดยวิธีการนวดจับเส้นเอ็น)   (เป็นวิทยาทานค่ะ)

สาเหตุ  การออกกำลังกายโดยการเล่นกีฬาบางประเภท ที่ใช้กล้ามเนื้อขาและข้อเข่า เป็นประจำ  เช่น ฟุตบอล วิ่ง  รักบี้ เทนนิส แบดบินตัน ถีบจักรยาน เป็นต้น  ซึ่งต้องใช้ขาในการเคลื่อนไหวเป็นหลักทำให้ขาและข้อเข่าใช้งานบ่อยๆ  และการที่คนเรามีน้ำหนักหนักตัวมากเกินไป การนั่งการเดินน้ำหนักตัวก็กดทับขาและข้อเข่าทำให้เส้นเอ็นที่ยึดกล้ามเนื้อขาและเข่าเกิดการตึงแข็งเป็นลำ  นานเข้าอาการปวดเข่าก็เกิดขึ้นแน่นอน  การใส่รองเท้าส้นสูง  ทำให้การเดินเกิดการเกร็งเส้นเอ็นขาและน้ำหนักตัวลงที่ส้นเท้าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เข่าเจ็บและปวดเข่าได้เช่นกันโดยเฉพาะสาวๆที่ใสรองเท้าส้นสูงเป็นประจำ  การขับรถระยะทางไกลๆ ใช้ขาเหยียบเบรก  เหยียบคันเร่ง เส้นเอ็นที่ขาและเข่าก็ตึงตัวและทำให้ปวดขาและปวดเข่าได้เช่นกัน

สังเกตอาการ  เส้นเอ็นเข่าด้านซ้ายและขวาซึ่งยึดลูกสะบ้าเข่าด้านบนต้นขามีการตึงตัวแข็งทำให้เส้นเอ็นดึงรั้งลูกสะบ้าเข่าทำให้ลูกสะบ้าเข่าขยับเคลื่อนกดทับหัวเข่าและเกิดช่องว่างเส้นเอ็นที่ยึดข้อต่อกระดูกของลูกสะบ้าเพิ่มมากขึ้นสังเกตุบริเวณหัวเข่ามีร่องรอยยุบตัวของลูกสะบ้ารอบหัวเข่าเวลาขยับเท้าเดินหรืองอขายืดขาดูจะได้เสียงดังกึกกักๆเหมือนเสียงกระดูกลั่นและเส้นตะคริวที่น่องจะแข็งมากเป็นมากข้อพับด้านหลังเข่าจะเกิดอาการเจ็บเดินหรืองอเข่าจะปวดจี๊ดที่ข้อพับเข่าด้านหลัง และถ้าสะสมอาการและปล่อยให้เกิดอาการเรื้อรังไปเรื่อยๆ ลูกสะบ้าเข่าจะโดนกดทับโดยเส้นเอ็นเข่าซึ่งมีขนาดเล็กเท่าเส้นด้ายเป็นจำนวนมากและลูกสะบ้าจะเคลื่อนที่ไม่ปกติมากขึ้น จะทำให้ขาทั้งสองข้างเวลานอนหรือเดินเริ่มไม่เท่ากันและนอนเข่าจะไม่ชิดพื้นและขาจะกางออกไปเรื่อยๆ มีผลต่อการเดินการลุกขึ้น การนั่ง ซึ่งมีผลต่อสุขภาพร่างกายต่อไปในระยะยาวแน่นอนบางคนเป็นโรคปวดเข่าบางคนไม่รีบรักษาอาจถึงปวดเข่าเรื้อรังขั้นรุนแรงถึงขั้นเดินไม่ได้ก็มีจำนวนมาก ถ้าพบหมอปัจจุบัน ก็จะได้ยินคำวินิจฉัยอาการว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม  น้ำหล่อลื่นในเข่ามีน้อย ส่วนมากจะรักษาโดยการฉีดยาสเตียรอยด์เพื่อลดอาการปวดเข่า บางคนต้องผ่าตัดเอาลูกสะบ้าเข่าออกและใส่ลูกสะบ้าเทียมแทน ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเป็นแสน (ทั้งๆที่สาเหตุหลักเกิดจากเส้นเอ็นที่ยึดขาและเข่า)

วิธีแก้ (นวดจับเส้นเอ็น) 

1.  ใช้นิ้วหัวแม่มือที่ถนัดกดนวดน้ำหนักมือพอประมาณไม่ลงน้ำหนักมากที่เส้นเอ็นเข่าที่ยึดลูกสะบ้าด้านบนต้นขาทั้งซ้ายและขวา ให้คลายจากความตึง (เวลานวดเส้นตึงจะเจ็บพอเส้นหย่อนจะไม่เจ็บ) จนเส้นเอ็นนิ่มและต้นขาไม่ตึง (ถ้าเส้นตึงพอใช้นิ้วมือกดจะได้เสียงดังกึกกักพอนวดเส้นเอ็นหย่อนเสียงจะหายไป)

  2. ใช้นิ้วมือทั้ง 5 นิ้ว (มือที่ถนัด) กดนวดเบาๆ ทั่วลูกสะบ้าเข่า เพื่อให้เส้นเอ็นที่อยู่บนพื้นผิวหัวเข่าซึ่งมีขนาดเล็กเท่าเส้นด้ายและมีจำนวนมาก ให้คลายความตึงตัวและลดอาการการจับตัวเป็นพังผืดติดภายในหัวเข่านวดไล่ให้ทั่วตรงใหนเจ็บแสดงว่าเส้นเอ็นอักเสบจับตัวกันทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก ด้านล่างใต้หัวเข่ากดไล่เส้นเอ็นขึ้นมาบนหัวเข่าทำประมาณ 10-20 นาทีและลองยืดเข่าและงอเข่าดูถ้ามีเสียงเข่าดังกึกๆกักๆ ก็นวดต่อไปเรื่อยๆ ลองยืดเข่างอเข่าเป็นระยะจนไม่มีเสียง แสดงลูกสะบ้าเข่ากลับเข้าที่และเส้นเอ็นบริเวณเข่าไม่ติดไม่จมและไม่ตึงตัวเข่าจะคลายความปวด นวดจับเส้นเข่าเป็นประจำ จะทำให้เข่าไม่ปวดและหายปวดเข่าในที่สุด  (เวลานวดจะใช้ควบกับยาหม่องไพลสดหรือน้ำมันนวดสมุนไพรก็ได้เพื่อลดความปวดลดการอักเสบ) 

ลองทำดูรับรองแก้ปัญหาเรื่องปวดเข่าทำให้หายปวดแน่นอน เพราะเป็นประสบการณ์ที่ช่วยนวดจับเส้นเอ็นคนที่มีอาการปวดเข่ามานานควรนวดแก้ที่เส้นเอ็นตามที่บอกนะคะ 

ศรัณยา ส่งเสริม
IP: xxx.205.66.58
เขียนเมื่อ Sat Jun 08 2013 17:05:31 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณ Pannawadee 

ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นสะบักจม พยายามรักษามาตลอดแต่ก็ไม่หายขาดแค่ช่วยให้อาการทุเลาลงมาได้ชั่วคราว พอเริ่มมีการใช้แขนหยิบจับโดยเฉพาะเขียนหนังสือก็จะมีอาการปวดจนไม่มีแรงเขียน พอปวดมากๆมันก็จะเริ่มปวดคอปวดหัวทำให้รู้สึกตื้อๆอยากนอน เหนื่อยๆเพลียๆเหมือนคนขี้เกียจ คอก็จะหันไม่ได้เหมือนคนนอนตกหมอน แล้วก็จะเริ่มปวดไล่มาที่หลังเอวและขา ทั้งซีกขวาเลย ทรมานและหงุดหงิดมากๆ พยายามรักษาทุกวิธีที่เค้าว่าหายว่าดีทั้งเหยียบไฟ ฝั่งเข็ม ยาหม้อยาต้ม เรื่องนวดนี่นวดตลอดปวดเป็นประจำมันก็แค่บรรเทาอาการปวดได้หน่อยเดี๋ยวก็เป็นขึ้นมาอีก หากคุณมีวีธีรักษากรุณาช่วยบอกด้วย


Pannawadee
IP: xxx.200.77.201
เขียนเมื่อ Sat Jun 08 2013 23:01:03 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณศรัณยา ส่งเสริม

  การนวดแก้อาการเส้นสะบักจมนั้น ครูบาอาจารย์แต่ละท่านสอนแตกต่างกันไป อาการของคุณแก้ได้ต้องนวดเอาเส้นเอ็นที่จมใต้สะบัก ตามแนวหลัง บ่าไหล่ให้หมดค่ะ ถึงจะหายจากอาการแทรกซ้อนต่างๆที่คุณเป็นอยู่ ถ้าคุณรักษา ที่ใดไม่หายก็ติดต่อเพื่อมารับการนวดเป็นวิทยาทานจากดิฉันได้ และดิฉันก็รับคุณเป็นเพื่อนแล้วในเฟสบุ๊คที่คุณติดต่อมายังไงว่างวันไหนก็นัดมาแล้วกันดิฉันจะนวดให้ในที่ทำงานตอนเย็นหรือไม่ก็ตอนเที่ยงวัน ไม่ต้องกังวลนะคะ แล้วคุณจะดีขึ้นแน่นอน

ศรัณยา ส่งเสริม
IP: xxx.205.66.58
เขียนเมื่อ Sat Jun 08 2013 23:44:47 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากๆค่ะ

นาเดีย
IP: xxx.7.138.95
เขียนเมื่อ Sat Sep 28 2013 21:48:39 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันมีปัญหาปวดสะบักมานานหลายเดือนแล้ว ไม่คิดว่าจะทำให้ มีอาการตามมาอีกหลายอย่าง เช่น ปวดคอ ปวดขากรรไกร ลามไปถึงหัว เจ็บหน้าอก ชาเล็กน้อยตามแขน-มือ เคยนวด ฝั่งเข็ม กินยาจีน ยาฝรั่ง ก็ไม่หาย เครียดมาก กลัวด้วย ไมเกรนขึ้นเลยค่ะ มึวิธีรักษาให้หายมั้ยค่ะ จะเป็นพระคุณมากเลยค่ะ nadia_pme@hotmail.com

Pannawadee
IP: xxx.49.251.218
เขียนเมื่อ Wed Jan 15 2014 06:15:29 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณนาเดีย

ต้องรีบแก้ไขนวดจับเส้นเอ็นที่เป็นพังผืดบริเวณแนวสะบักและแนวบ่าไหล่ต้นคอออกให้หมดอาการอื่นๆก็จะหายไปค่ะ โรคเส้นเอ็นจมรักษาหายแน่นอนค่ะ ถ้าเป็นน้อยก็นวดแค่ ครั้งสองครั้งอาการก็ดีขึ้น แต่ถ้าเป็นมากก็นวดจับเส้นออกจนหมดก็หลายครั้งแต่การนวดแม้เพียงครั้งเดียวอาการโดยรวมจะดีขึ้นแน่นอนค่ะ

ภาริตา
IP: xxx.97.88.104
เขียนเมื่อ Thu Jul 24 2014 00:44:23 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณPannawadee

คุณแม่ดิชั้นอายุ 70ปีค่ะ ท่านมีอาการสะบักจม,ปวดหลัง ร้าวขึ้นมาที่ท้ายทอย บางครั้งก็เจ็บแปล๊บที่หน้าอกสลับกับหน้าแขน เป็นอาการตามที่คุณ Pannawadee กล่าวมาทั้งหมดท่านเป็นมาหลายเดือนแล้วค่ะ ดิชั้นจึงพาท่านไปหาแพทย์แผนปัจจุบัน ทั้งฉีดยาเข้าเส้นที่หัวไหล่ ทั้งทานยาคลายเส้นก็ไม่หาย จึงพาท่านไปฝังเข็มกับแพทย์แผนจีน รักษาอาทิตย์ละ 3 ครั้ง อาการจะดีขึ้นทันทีแต่ดีขึ้นเพียงวันเดียวเท่านั้น ฝังเข็มไปเกือบ 10 ครั้งก็ยังไม่หาย จึงเลิกไป บางครั้งดิชั้นก็ใช้ยานวดให้ท่าน แต่ก็นวดไม่เป็นค่ะ ดิชั้นสงสารท่านมากเพราะท่านใช้นิ้วกดในจุดที่ท่านกดได้ทั้งวัน จนเขียวช้ำไปหมด ดิชั้นเกรงว่ายิ่งกดเส้นก็ยิ่งจม แล้วท่านจะยิ่งทรมาน กลัวว่าจะมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆตามมาด้วยค่ะ คุณแม่ท่านเพิ่งหายจากโรคงูสวัด เนื่องจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ดิชั้นเข้าใจว่าน่าจะเกิดจากอาการสะบักจม เพราะท่านนอนหลับๆตื่นๆตลอด จนภูมิต่ำเกินมาตรฐาน  ช่วงที่เป็นงูสวัด อาการสะบักจมหายไป หรืออาจจะเป็นเพราะ อาการของโรคงูสวัด ทรมานกว่า ดีที่พาท่านพบแพทย์ทันทีที่ทราบว่าคุณแม่มีอาการจากโรคนี้ ท่านจึงได้รับยาต้านไวรัส พร้อมทั้งรักษาตามแพทย์แผนโบราณจึงหาย แต่อาการสะบักจมก็กลับมาเป็นอีกค่ะ ดิชั้นจึงจะขอรบกวนเวลาคุณ Pannawadee ช่วยดูอาการคุณแม่และรักษาท่านให้ได้มั้ยคะ คุณ Pannawadee ติดต่อกลับมาที่ parithia.s@gmail.com นะคะ ดิชั้นขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ 

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์