ทำขวัญนาค ตอนพิเศษ 7 (หมอทำขวัญกับพระเทศน์สอนนาค)

 บุคคลเช่นไร จึงจะมีความเหมาะสม ที่จะเป็นผู้ประกอบพิธี 

 

ทำขวัญนาค

ตอนที่ 7

หมอทำขวัญนาคกับพระเทศน์สอนนาค 

         ก่อนที่ถึงวันบวชพระ บิดา มารดาของผู้ที่จะบวช จะได้จัดหาผู้ที่เคารพ นับถือในละแวกบ้านมา มาทำพิธีสอนนาค แนะนำให้นาค (ผู้ที่จะบวช) ได้ร่วงรู้ในหน้าที่ และความ สำคัญของการบวช ในช่วงเวลาหนึ่ง ความนิยมโดยการเชิญพ่อหมอมาประกอบพิธีทำขวัญนาค มีขั้นตอน มีเรื่องราวที่หมอจะนำมากล่าวก่อนที่จะประกอบพิธีเบิกบายศรีและเวียนเทียนหลายเรื่อง ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดี มีประโยชน์ต่อผู้ที่จะบวช  ในช่วงเวลาต่อมา มีความนิยมที่เปลี่ยนไปบ้างโดยมีการนิมนต์พระคุณเจ้า ซึ่งเป็นเจ้าอาวาส เป็นพระผู้ใหญ่ มีชื่อเสียงมาเทศนาสอนนาค ให้ได้รับรู้คุณค่าความสำคัญของการบวช แทนการทำขวัญ จนมาถึงในยุคปัจจุบัน บางที่ไม่มีทั้งหมอทำขวัญ และไม่มีพระมาสอนนาคเสียด้วยซ้ำ กลับเป็นว่าเมื่อถึงเวลารับประทานอาหารโดยมีการจัดโต๊ะจีน เชิญแขกเหรื่อมาเป็นจำนวนมาก  มีพิธีกรบนเวทีเชิญผู้ใหญ่หรือท่านผู้มีเกียรติมาสอนนาคกันบนเวทีดนตรี หรือที่หน้าโต๊ะทานเลี้ยงนั่นเอง 

        ในตอนที่ 7 นี้ ผมขอเล่าถึงพิธีการ หรือความสำคัญของการสอนนาคโดยหมอทำขวัญนาคกับพระสงฆ์ผู้สอนนาค

         หมอทำขวัญ  เป็นผู้ประกอบพิธีทำขวัญนาคซึ่งมีมานานกว่า 100 ปี บางท่านกล่าวว่ามีมานานกว่า 150 ปีเสียด้วยซ้ำ แต่ว่าจะมีมานานแค่ไหนไม่ใช่สิ่งที่ผมจะยกเอามาให้เห็นความสำคัญ เพราะความสำคัญของการทำขวัญนาค อยู่ที่พิธีการกับคำสอนที่พ่อหมอให้กับนาค ให้ได้รับรู้ถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์ เป็นลูกที่จะต้องเคารพบูชาผู้ที่ให้กำเนิด และทดแทนคุณท่านในบั้นปลายชีวิต เนื้อหาใจความของการทำขวัญกล่าวโดยรวม ๆ คือ

       1.     เคารพคุณของพระศาสดา (เคารพคุณ) ขอพรให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองเจ้านาค

       2.     การกำเนิดเกิดมาของคนเรา (ปฏิสนธิ) และการดูแลเลี้ยงดูจนเติบใหญ่

       3.     นามนาค (ตำนานที่พญานาคหนีมาบวชและถูกขับไล่ออกจากวัดไป)

       4.     สอนนาค (เป็นคำแนะนำสิ่งที่ผู้บวชจะต้องปฏิบัติตน ปฏิบัติกิจของสงฆ์)

       5.     เรียกขวัญ หรือเชิญขวัญนาค (เป็นการปลอบใจให้คลายความคิดถึงผู้ที่ใกล้ชิด)

        เฉพาะในตอน ปฏิสนธิ เป็นตอนที่น่ารับฟังมากตอนหนึ่ง ซึ่งพ่อหมอจะกล่าวตั้งแต่เริ่มมีการจุติในครรภ์ของมารดา ความเอาใจใส่ดูแลของบิดามาจนถึงวันคลอด ได้รับการเลี้ยงดูรักษาเป็นอย่างดี ป้อนข้าว ป้อนน้ำ ดื่มนมจากอกของแม่ ขับกล่อมให้นอนหลับ พาไปส่งให้ได้ร่ำเรียนศึกษามาจวบจนเจริญวัยถึงวันนี้ โดยร้องเป็นทำนองเสนาะ ทำนองแหล่ รานิเกลิง เพลงร้องส่งมีดนตรีรับ รวมทั้งเพลงอื่น ๆ น่ารับฟังตลอดพิธีการ

        พระเทศน์สอนนาค ในเนื้อหาก็จะคล้าย ๆ กันเพียงแต่ว่า พระท่านจะใช้การพูดเอา ไม่มีการ้องเป็นทำนองอย่างหมอขวัญ (ในปัจจุบันพระท่านก็ปรับมาเป็นร้องแหล่ และอื่น ๆ บ้างแล้ว) ผมไม่แน่ใจว่าถูกต้อง เหมาะสมอย่างไรหรือไม่  สาระที่สำคัญ ได้แก่

        1.     อธิบายคำว่า การบวช (อุปสมบท) สิ่งที่จะต้องจัดเตรียมเครื่องอัฏฐะบริขาร 8 อย่าง

        2.     กิจโฉ มนุษย์สัปกิลาโก  (การที่จะได้เกิดมา) แก้ไข เป็น กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ การได้อัตตภาพเป็นมนุษย์นั้นยาก

        3.     กิจฉัง มัจจานะชีวิตตัง (เกิดมาแล้วจะรักษาชีวิตให้รอดได้อย่างไร)

        4.     กิจโฉ พุทธานะมุปปาโท (การบำเพ็ญพระบารมีของพระศาสดา)

        5.     กิจฉัง สัทธัมมะ สัสะวะนัง (พระธรรม คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า)

        6.     โย ปุคคะโล (บุคคลผู้ที่ได้บวช ได้เป็นทายาทกับพระศาสนา)

        นอกจากนั้น พระคุณเจ้าจะนำเอาเกร็ดชีวิต ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา มาเล่าขานให้นาคได้ฟังเรื่องราวความหลังเป็นการย้ำเตือนให้ได้รับรู้ถึงพระคุณของผู้ให้กำเนิด  และในช่วงสุดท้ายท่านจะแนะนำการปฏิบัติตนเมื่อได้ห่มผ้าเหลือง เป็นภิกษุสงฆ์แล้วว่า สิ่งใดควร สิ่งใดมิบังควร และสอนให้ยึดปฏิบัติตามวิธีของสงฆ์ 

        ทั้ง 2 วิธีการ จะมีเนื้อหาหลัก ๆ คล้าย ๆ กัน เพียงแต่ว่า การทำขวัญนาคมีความสนุกสนาน มีความตื่นเต้น โศกเศร้าบ้างเล็กน้อยเข้ามาเจือปนในพิธี และดูจะเป็นกึ่งการแสดงอย่างมหรสพบ้าง และมีพิธีเวียนเทียนเบิกบายศรี หลังจากเชิญขวัญนาคแล้ว ผู้เฒ่าผู้แก่ได้มาอโหสิกรรม และอวยชัยให้พรแก่เจ้านาค 

         ส่วนเทศน์สอนนาคจะเป็นพิธีเรียบ ๆ ไม่มีเสียงร้องส่ง ไม่มีเสียงดนตรีบรรเลงประกอบ การเทศนา ไม่มีความสนุกสนาน มีแต่สิ่งที่ชวนให้คิด หรือเนื้อหาล้วน ๆ และไม่มีเชิญขวัญ ไม่มีพิธีเวียนเทียนเบิกบายศรี (ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในบางอย่าง)

        ก็แล้วแต่ความนิยมชมชอบ ในส่วนตัวของผู้เล่า  ผมว่า เป็นสิ่งที่ดีทั้ง 2 อย่าง ส่วนท่านผู้เจริญจะเลือกวิธีใด หรือไม่เลือกก็สุดแล้วแต่ ความเชื่อและศรัทธาที่ท่านมีต่อบุคคลและขนบประเพณี ครับ  มาถึงวันนี้ บางบ้านยึดทั้ง 2 อย่างร่วมกันไปเลยก็มี และนับวันจะมากขึ้นด้วย  ล่าสุดผมได้รับเชิญไปเป็นโหรา ประกอบพิธี  งานหนึ่ง เจ้าภาพให้ผมสอนนาค  เชิญขวัญและเบิกบายศรีต่อจากพระเทศน์สอนนาคจบลง ก็จะมีพิธีเวียนเทียนต่อจากเชิญขวัญ  และอีกงานหนึ่ง เจ้าภาพท่านนิมนต์พระมาสวดมนต์ก่อน ต่อจากนั้น พระคุณเจ้าก็เทศนาให้สติแก่นาค ขั่วครู่หนึ่ง พระท่านก็ให้พร ยะถา สัพพี เจ้าภาพจัดให้มีการทำขวัญนาคต่อ แต่เป็นแบบฉบับย่อ  เพราะพิธีทำขวัญนาคฉบับเต็ม อาจต้องใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง (เจ้าภาพจัดเวลาให้หมอขวัญ 1-1.30 ชั่วโมง) ส่วนพระเทศน์สอนนาค ท่านจะใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ครับ 

         ที่สุดแห่งความสำคัญในตอนนี้ สิ่งที่ผมอยากฝากความเห็นเอาไว้ก็คือ  บุคคลเช่นไรจึงจะมีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้ประกอบพิธีทำขวัญนาค/สอนนาค ซึ่งงานที่จัดขึ้น เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต เพื่อประดับสติปัญญาแห่งตนในโอกาสอันควร ดังนั้นบุคคลที่มาทำหน้าที่เป็นเจ้าพิธี (โหรา) ควรที่จะมีคุณสมบัติ ดังนี้

         1.     ควรมีอายุล่วงเข้าปัจฉิมวัย

         2.    มีความประพฤติที่ดี อยู่ในศีลในธรรม เป็นผู้ถือศีลกินเพลได้ยิ่งดี

         3.    เป็นผู้ที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือ

         4.    เป็นผู้ที่มีความสำรวมทั้งกาย ทั้งวาจาและจิตใจ

         5.    มีความรอบรู้ในวิชาไตรเทพและพุทธมนต์อย่างช่ำชองมีพลังจิตด้านสมาธิที่แข็งพอ

(อาจารย์เฒ่า. ทำขวัญนาคแบบครู. 2520 : 47)

ชำเลือง มณีวงษ์ / ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม รางวัลราชมงคลสรรเสริญ ปี พ.ศ.2547

 email : cmaneewong@yahoo.co.th

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 108979
 เขียน:  
 ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

โก๊ะจิจัง แซ่เฮ
เขียนเมื่อ Fri Jul 06 2007 13:11:04 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ อาจารย์ชำเลือง

            อยากร้องเพลงเก่งเหมือนอาจารย์ค่ะ บอกเคล็ดลับกันบ้างสิค่ะ ---------------> น้องจิ

ชำเลือง
เขียนเมื่อ Fri Jul 06 2007 21:40:10 GMT+0700 (ICT)

 

  • อยากร้องเพลงเก่งเหมือนอาจารย์  ไม่มีเคล็ดลับหรอกนะ (ครูก็ไม่เก่ง) น้องจิ
  • เพียงแต่ฝึกฝนมาก ๆ และก็หมั่นประเมินตนเอง
  • เทียบเคียงกับคนที่เรายึดเป็นต้นแบบ พัฒนาไปสู่จุดนั้นได้  นานแค่ไหนหนูก็ต้องอดทน
  • จงพยายามต่อไป วันนี้หนูเป็นคนเก่งแล้ว ต่อไปคงจะเก่งยิ่งขึ้น ขอสนับสนุนตลอดไป
พิสูจน์
เขียนเมื่อ Sun Jul 08 2007 18:19:59 GMT+0700 (ICT)
  • ฟังพระเทศน์ สอนนาค มากสาระ
  • ฟังหมอขวัญ มันจริงนะ ได้สีสัน
  • ฟังพระเทศน์ สัจจะธรรม เรื่องสำคัญ
  • ฟังหมอขวัญ ได้คุณค่า ปัญญาไทย
  • ฟังพระเทศน์ นั่งนิ่ง ฟังสิ่งสอน
  • ฟังหมอขวัญ ร้องกลอน เสียงสดใส
  • ฟังพระเทศน์ ต้องฟัง อย่างตั้งใจ
  • ฟังหมอขวัญ ฟังไป ได้ลีลา
  • ก็แล้วแต่ แง่คิด ถูกจิตไหน
  • ธรรมเนียมไทย อนุรักษ์ ประจักษ์ค่า
  • เจ้าภาพชอบ แนวไหน ไปจัดมา
  • ขอเพียงว่า นาคมุ่งมั่น บรรพชา
ชำเลือง
เขียนเมื่อ Sun Jul 22 2007 19:15:50 GMT+0700 (ICT)

อาจารย์ พิสูจน์  (คนเก่งแห่งบ้านสองพี่น้อง)

  • ขอขอบคุณที่วิเคาระห์  จงเจาะให้
  • ความเข้าใจแล่นมา      ดังตาเห็น
  • มองดูภาพสว่างไสว     ให้ร่มเย็น
  • บวชคนเป็นพระ  สูงลิบ สู่นิพพาน (ความเย็น)

                                     อามะภันเต 

 

สุเมโธ
IP: xxx.67.90.27
เขียนเมื่อ Sun Jul 05 2009 19:53:01 GMT+0700 (ICT)

กรุณาแก้ไข พุทธสุภาษิต ให้ถูกต้องด้วยเน้อ เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญและสูงค่า ที่เป็นพุทธวจนะ ไม่ใช่ปล่อยเลยเถิด เดี๋ยวจะมีผลทำให้อีกหลายอย่างผิดไปด้วย

(2.กิจโฉ มนุษย์สัปกิลาโก (การที่จะได้เกิดมา))

เป็น กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ การได้อัตตภาพเป็นมนุษย์นั้นยาก

ชำเลือง
เขียนเมื่อ Sun Jul 05 2009 21:39:37 GMT+0700 (ICT)

ตอบความเห็นที่ 5

  • ได้ปรับแก้ไขข้อความตามที่ท่านได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแล้ว ขอขอบพระคุณท่านมาก ครับ
  • จาก กิจโฉ มนุษย์สัปกิลาโก (การที่จะได้เกิดมา)

    เป็น กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ การได้อัตตภาพเป็นมนุษย์นั้นยา

  • เนื่องจากข้อความที่ได้ มาจากการคัดลอกด้วยลายมือต่อ ๆ กันมา มิใช่เป็นเอกสารที่มาจากโรงพิมพ์

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
>