สมาชิก
แลกเปลี่ยน

วิธีแก้ "สมาธิสั้น"

 คนสมาธิสั้นหมายถึง คนที่ทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้นาน 

   ได้ดูรายการธรรมมะตอนเช้ามืด มีการพูดถึง "สมาธิสั้น" เพราะว่าเดี๋ยวนี้เด็กที่มีสมาธิสั้นมีเพิ่มขึ้น (เพราะประชากรเพิ่มขึ้น)  นักเรียนห้องหนึ่งมีเด็กสมาธิสั้นหลายคน

   คนสมาธิสั้นหมายถึง คนที่ทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้นาน ทำอย่างนี้ แล้วเดี๋ยวเปลี่ยนไปทำอย่างนั้น นั่งฟังครูอาจารย์สอนประเดี๋ยวเดียวก็ไม่อยากฟังแล้ว นี่อาจเป็นปัญหาส่วนหนึ่งที่ทำให้เรียนหนังสือไม่ได้ (เพราะว่าไปเรียนหนังสือไม่ได้เรียนความรู้)

   วิธีแก้ก็คือหาสิ่งที่เด็กหรือคนที่มีสมาธิสั้นทำ (พูดง่ายแต่ทำยาก) คือต้องหาว่าเขาชอบอะไร ตัวอย่างที่เห็น (รายการ VIP ช่อง 9) คือ ในโรงเรียนหนึ่ง พบว่านักเรียนมีสมาธิสั้น ไม่ค่อยชอบเรียนหนังสือ มาโรงเรียนก็มาสาย คุณครูเลยตั้ง "วงดนตรีโปงลางเด็ก" มีนักเรียนชายเป็นนักดนตรีประมาณ 10 กว่าคน และมีนักเรียนหญิงเป็นนางรำ 7 คน ผลปรากฏว่า นักเรียนเล่นดนตรีได้ดี (รำดีด้วย) และนักเรียนก็ชอบ มาโรงเรียนเช้าขึ้น เพราะอยากซ้อมดนตรี และซ้อมหรือเล่นดนตรีได้นานขึ้น (ชอบ) นอกจากนั้น ผลการเรียนก็ดีขึ้น ตั้งใจเรียนมากขึ้นด้วย

   ตามความเห็นของผม การที่นักเรียนได้ทำอะไรเป็นทีมนี่มันสนุกกว่าทำคนเดียวครับ เมื่อสนุกหรือชอบเสียแล้ว การทำอะไรก็ทำได้นานๆ ครับ.....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: แลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิธีสอน เก็บมาเล่า สมาธิสั้น 
· หมายเลขบันทึก: 10824 · เขียน:  
· ดอกไม้:
1
 · ความเห็น:
91
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
ครูอ้อย แซ่เฮ
เขียนเมื่อ Mon Sep 11 2006 18:45:48 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณ beeman  คะ

เป็นจริงมากค่ะที่เด็กสมัยนี้สมาธิสั้น  ดิฉันใช้หลายๆวิธีประกอบกัน  ส่วนใหญ่จะใช้จิตวิทยาเด็ก  และศึกษาความสนใจของเด็ก

หลายๆบันทึกที่ดิฉันใช้ในการสอนที่ประสบกับความสำเร็จ  อาทิ

เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา

 

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Tue Sep 12 2006 23:00:48 GMT+0700 (ICT)
  • ขอขอบคุณ คุณสิริพรครับ ที่เข้ามาร่วมลปรร.ครับ
  • กว่าจะมีข้อคิดเห็นสัก 1 คน ก็ใช้เวลา 9 เดือนครับ
  • ทั้งๆ ที่บันทึกนี้มีคนเข้ามาอ่านมากเหมือนกัน 3 เดือนมีคนอ่าน 274 ครั้ง
ด.ญ.กชพร ทองคำดี อ. 3/4 อายุ 5/11 ขวบ
IP: xxx.120.101.176
เขียนเมื่อ Sat Dec 09 2006 13:25:48 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะ  ที่ให้ความรู้

ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ Max-Skills
IP: xxx.9.146.49
เขียนเมื่อ Sat Dec 09 2006 16:02:18 GMT+0700 (ICT)
สำหรับผู้ปกครองที่มีบุตร หลานเป็นเด็กพิเศษ สามารถติดต่อ ศูนย์พัฒนาทักษะในเด็กพิเศษ Max-Skills ถ. จรัญสนิทวงศ์ 51 เพื่อขอรับคำแนะนำ และประเมินความสามารถของเด็กได้ โดยเราได้แบ่งความสามารถของเด็กไว้หลายระดับเพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กได้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะ เด็กออทิสติก เด็กสมาธิสั้น พัฒนาการช้า และเด็กมีปัญหาการเรียนรู้ และพฤติกรรม ติดต่อ 04-1739639 หรือ 01-8208188 หรือ
www.geocities.com/maxskillsthailand เพื่อศึกษาแนวทางให้บริการ
แม่เสรี
IP: xxx.120.146.3
เขียนเมื่อ Sat Jan 20 2007 17:14:39 GMT+0700 (ICT)
ขอบคุณค่ะที่ให้ความรู้ ไม่ทราบว่าพอจะมีความรู้เรื่องการแก้ไขความบกพร่อง หรือ ความไม่รอบคอบในการทำแบบฝึกหัดของลูก หรือปล่าวค่ะ
แม่น้อง
IP: xxx.113.45.37
เขียนเมื่อ Sun Feb 25 2007 13:32:03 GMT+0700 (ICT)
ดิฉันก็เป็นหนึ่งคนที่สงสัยว่าลูกจะเป็นสมาธิสั้นหรือเปล่า ด้วยความที่ซนมากเมื่ออยู่ในที่โล่งกว้าง และวัย 3 ปี ของน้องน่าจะสามารถพูดตอบกับพ่อแม่ได้แล้ว ก็แค่ตอบเป็นคำ ๆ เท่านั้น หากท่านใดมีความรู้ดี ดี แนะนำบ้างนะคะ ขอบคุณค่ะ
เด็กหญิงอัญชลี อินใจ
IP: xxx.113.17.174
เขียนเมื่อ Wed Apr 18 2007 14:55:03 GMT+0700 (ICT)
หนูสมาธิสั้นตั้งแต่ 6 ขวบแล้วค่ะ ตอนนี้หนูอายุ14แล้ว ขอขอบคุณคำแนะนำค่ะ
wanan
IP: xxx.157.221.40
เขียนเมื่อ Fri May 04 2007 04:25:36 GMT+0700 (ICT)
ดิฉันมีลูกสมาธิสั้น ขณะนี้อายุ 12 ปี เป็นออทิสติกด้วย (กลุ่มแอสเพอร์เกอร์) แต่ไม่รุนแรงมากนัก ส่วนใหญ่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ระดับหนึ่ง ที่ค่อนข้างมีปัญหาคือเรื่องการกินอาหาร (ช้าเป็นชั่วโมงและต้องดื่มน้ำเป็นกระบอกๆ จึงจะสามารถกินข้าวได้หมดจาน) ตอนนี้มีอีกปัญญาหนึ่ง....คือติดเกม  พยายามเบี่ยงเบนให้ทำกิจกรรมอื่น / ตั้งเงื่อนไขให้ทำกิจวัตรประจำวัน เช่น อาบน้ำ กินข้าวก่อน หรือให้ช่วยงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ หรืออ่านหนังสือ ก่อนจึงจะเล่นได้ แต่ก็ได้ผลไม่มากนัก บางครั้งเค้าจะรู้สึกว่าถูกบังคับ มีโยเยเสียอกเสียใจ บางครั้งก็ฉุนเฉียวเรา จะแก้อย่างไรดีคะ  ....เคยขู่ว่าจะยึดคอมฯ กลับหรือ ลบเกมออกให้หมดก็แล้ว มักจะได้ผลแค่แป๊บเดียว เดี๋ยวสักพักเขาก็เป็นอีก ใครมีวิธีแก้แนะนำมาจะขอบคุณมากค่ะ 
beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Tue May 08 2007 09:59:10 GMT+0700 (ICT)
  • ไม่ได้แวะเข้ามาบันทึกนี้นาน
  • มีคนให้ความสนใจมากขึ้นครับ
  • แสดงว่าเด็กสมาธิสั้นบ้านเรามีมาก
  • สำหรับท่านที่มีปัญหา ลองติดต่อที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการฯ ดูนะครับ.. คิดว่าคงมีค่าบริการบ้างตามสมควร
  • ขอบคุณทุกท่านครับ
แม่เจ คุณแม่น้องตะวัน
IP: xxx.157.196.218
เขียนเมื่อ Tue May 29 2007 20:50:31 GMT+0700 (ICT)
เพิ่งพาลูกไปตรวจค่ะ คุณหมอบอกสมาธิสั้น ก็กังวลเล็กน้อย เรื่องการเข้าสังคม และการเรียนรู้ของเค้าค่ะ  แต่โดยทั่วไปที่สังเกตุ เค้าเป้นเด็กฉลาดพอตัวทีเดียวค่ะ  แต่เมื่อมีอาการสมาธิสั้น อาจจะทำให้การเรียนรู้เค้าสะดุด   ตอนนี้ทานยาอยู่  แต่สงสารลูกค่ะ ทานยาทุกวันเลย
beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Tue May 29 2007 21:48:37 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณ คุณแม่เจ คุณแม่น้องตะวัน ครับ
  • ที่แวะมาให้ข้อมูล ลปรร. ครับ
เจ
IP: xxx.26.123.172
เขียนเมื่อ Fri Jul 06 2007 21:21:14 GMT+0700 (ICT)

ขอคำแนะนำเกี่ยวกับสถานที่บำบัดหรือพัฒนาทักษะเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นด้วยค่ะ พอดีหลานเป็นโรคนี้อยู่ แต่ได้ปรึกษาคุณหมอแล้วโดยคุณหมอให้ยามาทาน ตอนนี้อยู่ม.3แล้วค่ะและมีปัญหาด้านการเรียนด้วย เลยต้องการหาสถานที่พัฒนาทักษะเพื่อจะช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก (ถ้ามีศูนย์ฯทางภาคอีสานจะดีมากค่ะ เพราะอยู่ขอนแก่น)

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Mon Jul 09 2007 02:01:12 GMT+0700 (ICT)
  • ผมไม่มีข้อมูลอยู่ในมือเลยครับ
  • ใครมีข้อมูลช่วยคุณเจด้วย
แม่คนหนึ่ง
IP: xxx.91.233.129
เขียนเมื่อ Fri Jul 20 2007 14:48:20 GMT+0700 (ICT)
ลูกดิฉันก็เป็นโรคสมาธิสั้น ตอนแรกที่คุณครูบอกก็ไม่เชื่อ จึงเริ่มพาไปรักษาอย่างจริงจังเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว เมื่อคุณหมอบอกว่าเป็นจริง ๆ ก็ทำใจไม่ค่อยได้ สงสารลูก กลัวเขาจะอยู่ร่วมกับคนอื่นลำบาก ยิ่งตอนนี้ลูกยิ่งก้าวร้าว พูดคำหยาบ ดื้อ ซน ไม่เชื่อฟังมากยิ่งขึ้น (ทำให้แม่เสียใจเกือบทุกวัน) แต่เขาก็รักแม่มาก ๆ ด้วย อยากให้เขาหายอย่างเด็ดขาดจังเลย ใครช่วยได้บ้าง กลุ้มใจจัง
beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Fri Jul 20 2007 17:03:52 GMT+0700 (ICT)
  • ลองหาหนังสือของ ดร.อาจอง ชุมสาย ซึ่งจัดพิมพ์โดย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา มาอ่านดูครับ
  • อาจมีวิธีการดีๆ พอช่วยได้บ้าง
สายใจ
IP: xxx.19.52.58
เขียนเมื่อ Fri Jul 27 2007 09:49:55 GMT+0700 (ICT)

  เรียน ท่านอาจารย์

           ดิฉันเป็นคุณแม่ที่เจอปัญหา ลูกพูดช้า และไม่ชัด พัฒนาการด้านการอ่าน เขียน และการคำนวณช้า ทำงานต่าง ๆ เสร็จช้า  และเล่าเรื่องต่าง ๆ ได้ไม่ติดต่อกัน อารมณ์โกรธง่าย ขี้น้อยใจ  และได้หาความรู้จากอินเตอร์เนท จึงวินิจฉันเองว่าลูกจะเป็นแอลดี แต่เมื่อไปพบนักจิตวิทยา และแพทย์ ที่โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จ.สุราษฎร์ธานีเมื่อ 24 ก.ค. 50 ผลการวัดไอคิว ได้ 97 และผลการวินิจฉัยของแพทย์บอกว่าลูกสาว(8ขวบ)เป็นโรคสมาธิสั้นชนิดไม่ซน ขอเรียนถามอาจารย์ว่าอาการเหล่านี้จะหายได้หรือไม่ และขอความกรุณาช่วยบอกวิธิการปฏิบัติตัวของคุณพ่อคุณแม่ให้ด้วยนะคะ/ กราบขอบพระคุณค่ะ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Sat Jul 28 2007 04:56:35 GMT+0700 (ICT)

คุณแม่สายใจครับ

  • เล่าเรื่องได้ละเอียดดีครับ
  • เราได้ทราบสาเหตุ ของปัญหาของ "ลูกสาว" คุณแม่สายใจ ครับ
  • เนื่องจากผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง "สมาธิสั้น" แต่ผมขอตอบตามความเชื่อนะครับ
  • ถ้าผม เป็นพ่อ-เป็นแม่ สิ่งแรกที่จะต้องทำคือ "ทำใจ" ยอมรับสภาพของลูกครับ และพยายามเข้าใจลูก ให้กำลังใจลูก ให้ความรักและความอบอุ่นครับ
  • ต่อมา ผมจะลองให้ลูกทำสิ่งต่างๆ แล้วสังเกตว่าลูกชอบเรื่องใด หรือสนใจเรื่องใดนานๆ
  • ผมมีความเชื่อว่า "เสียงเพลง" จะช่วยลูกได้
  • ลองหาเพลงบรรเลง ชุด "นิพพาน" ไปเปิดให้ลูกฟัง เผื่อจะช่วยได้บ้าง
  • และการส่งลูกเข้าโรงเรียน ถ้าเป็นโรงเรียนแบบทั่วๆ ไป คุณแม่ต้องไปอธิบายให้คุณครูประจำชั้นฟัง ถึงข้อมูลของลูกที่คุณหมอได้วินิจฉัยแล้ว ให้คุณครูท่านช่วยอีกแรงหนึ่งครับ
  • ขอบคุณครับ
คุณแม่ JJ
IP: xxx.118.110.36
เขียนเมื่อ Wed Aug 15 2007 22:03:15 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบว่าลูกเข้าข่ายโรคสมาธิสั้น หรือเปล่า คือเวลาเรียนหนังสือชอบเหม่อลอย ครูอธิบายไม่ตั้งใจฟัง ดูทีวีชอบกลิ้งตัวไปบ่อยครั้ง เวลายืนเข้าแถวยืนบิดตัวไปมา

น้องเปงห่วงพี่
IP: xxx.25.1.44
เขียนเมื่อ Thu Nov 01 2007 19:09:24 GMT+0700 (ICT)

ร.ร.ที่พี่เรียนอยู่พี่บอกว่ากฏเข้มมากการบ้านก็เยอะและทุกครั้งเวลาที่พี่ทำการบ้านจะอารมณ์เสียอยู่เรื่อยเลยทำยังไงดีค่ะ

น้องเปงห่วงพี่
IP: xxx.25.1.44
เขียนเมื่อ Thu Nov 01 2007 19:11:39 GMT+0700 (ICT)

สมควรที่จะย้ายร.ร.ดีไหมคะ

แม่น้องแก้ว
IP: xxx.8.38.138
เขียนเมื่อ Sun Jan 13 2008 16:35:34 GMT+0700 (ICT)

เรียน  คุณ beeman ค่ะ

ดิฉันสงสัยว่าลูกชายของดิฉันอาจจะเป้นเด็กสมาธิสั้นเช่นกันค่ะเขามีอาการดังนี้ค่ะ ซนมากๆไม่อยู่นิ่ง รอคอยอะไรไม่ได้เลย หงุดหงิดขี้โมโห ทำอะไรเดี๋ยวเดียวก็ไม่ทำแล้ว ทำการบ้านก็ครึ่งๆกลางๆ ไม่อยากไปโรงเรียน เวลาครูสอนก็ไม่เคยสนใจ คุยแต่เรื่องที่ทำใหเค้าสนุก เรื่องโลดโผน ตอนนี้เค้าคิดเกมส์มากเลยค่ะ ถ้าไม่ให้เค้าเล่นเกมส์เค้าจะอาละวาดทุบข้าวของพังหมด เตะต่อยแม่ เค้าอายุ 7 ขวบค่ะ ดิฉันเกรงว่านิสัยก้าวร้าวแบบนี้จะติดตัวเค้าไปจนโตและอาจจะเป็นภัยต่อสังคม เดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ดิฉันจะส่งเค้าไปอยู่กับหลวงตาที่วัดป่าเพราะดิฉันไม่สามารถที่จะอบรมเค้าได้แล้ว ใจหนึ่งก็เป็นห่วงเค้าไม่อยากให้เค้าไปอยู่ไกลขนาดนั้นและอีกอย่างเรื่องการเรียนการสอนที่นั่นก็ไม่ค่อยทันสมัยเหมือนกรุงเทพฯ แต่ดิฉันก็ต้องตัดใจเนื่องจากกลัวว่าเมื่อเค้าโตขึ้นเค้าจะอยู่ในสังคมลำบากเนื่องจากเข้ากับคนอื่นไม่ได้

รบกวนขอคำชี้แนะจากคุณด้วยเถอะค่ะตอนนี้ดิฉันมืดมนไปหมดแล้วเรามีกันแค่ 2 คนแม่ลูก และดิฉันก็กลัวว่าการตัดสินใจที่ผิดพลาดของดิฉันจะเป็นการทำร้ายเค้า ทำลายชีวิตของเค้าทั้งชีวิต ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Mon Jan 14 2008 11:27:30 GMT+0700 (ICT)
  • ไปอยู่กับหลวงตาดีแล้ว เด็กได้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ต้องฝึกปฏิบัติให้จิตใจสงบ...
  • อยู่ใกล้พระดีแน่นอน ส่วนความเป็นห่วงก็ต้องตัดใจบ้าง
  • ควรไปเยี่ยมลูกทุก ๑ เดือน และไม่พากลับบ้าน
  • ควรปรึกษาจิตแพทย์ด้วยครับ

 

บี2
IP: xxx.113.50.15
เขียนเมื่อ Sat Feb 02 2008 22:58:00 GMT+0700 (ICT)
ผมเป็นเด็กคนหนึ่งนะครับที่ขาดว่าอาจจะสมาธิสั้น คือว่าผมเป็นคนที่ไม่มีสมาธิในเวลาเรียน พยายามแล้วคับที่จะตั้งใจฟังแต่เดี๋ยวมันก็ว๊อกแว๊กอันโนมัติทําให้เวลาครูสอนไม่รุ้เรื่อง อีกอย่างคือผมพุดน้อยไม่สามารถเข้ากับหมู่เพื่อนๆได้ เวลาการพุดก็จะวกไปวนมา จับประเด็นไม่ค่อยจะถุก เหมือนจะพัฒนาการช้ากว่าอื่น พูด อ่าน และไม่มีความกล้าแสดงออก กลัวมากครับกับคําตําหนิเวลาทําอะไรผิด อยากทราบว่าผมควรจะทํายังไงดีครับถึงจะหายเป็นโรคสมาธิสั้น/ขอบคุณล่วงหน้าครับสําหรับคําแนะนํา
beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Mon Feb 04 2008 10:43:06 GMT+0700 (ICT)
  • น้องบี...ต้องหาคนรู้ใจปรึกษาเรื่องเหล่านี้ครับ
  • อาจเป็นคุณพ่อ, คุณแม่
  • ครูประจำชั้น ครูแนะแนว..ครับ
  • ทำตัวให้กล้าเผชิญความจริงครับ
  • และค้นหาตัวเองว่าเราชอบอะไร...
  • เคยพบเห็นครูอาวุโสหลายท่าน...ท่านเป็นห่วงเด็กๆ ที่เป็นลูกศิษย์ของท่านครับ...
  • หมั่นพบปะ เล่าปัญหาของเราให้คนอื่นฟังบ้างนะครับ...
อนุรักษ์
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Wed Aug 06 2008 16:05:17 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบว่าผมเป็นคนที่จำอะไรไม่ค่อยจะได้เลย เวลาเรียนก็ลอกแลหกสนใจบ้างไม่สนใจบ้างถ้าครูสอนก็จะทักว่าเธอเนี่ยสมาธิสั้น ซึ่งผมต้องการวิธีแก้ไข เพราะผมคิดมากในเรื่องนี้มาก จะมีทางแก้ไขไหมครับ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Wed Aug 06 2008 19:04:32 GMT+0700 (ICT)
  • ลองใช้วิธีการฝึกสมาธิ น่าจะดีขึ้นครับ
agatas03
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Tue Aug 26 2008 09:16:40 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ

ผมมีลูกชายที่คิดว่าน่าจะเป็นสมาธิสั้น แต่ประเภทไหนผมไม่รู้

ผมพาไปหาหมอ หมอเค๊าก็บอกว่าต้องไปฝึกพัฒนาการเพราะพัฒนาการช้า

แต่เวลาปกติเค๊าก๊อจะดูเหมือนเด็กทั่วไป ผมสับสนมากคับ

แกจะร่าเริง แต่ขี้โมโห แล้วชอบโมโหแบบกลั้นๆ แล้วจะงอนรอให้คนมาง้อ

ไม่เข้าใจคำถาม เช่นถามว่าเมื่อเช้ากินข้าวกับอะไร แกก็จะตอบว่า เมื่อเช้ากินข้าวกับอะไร ไม่รู้จักการรอคอย ไม่อยู่นิ่งเวลาให้รอ ต้องเดินไปโน่นไปนี่ตลอด เวลาพาไปไหนก็จะต้องคอยระวัง เพราะแกหลงแล้วจะหลงเลย ไม่ร้องไห้เวลาหลงผมเคยแอบดูแกเวลาหลง แกก็จะเดินไปเรื่อยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่มีบ้างที่มองหา แต่ก็ไม่เดิอดร้อนอะไร จนผมต้องเข้าไปหาแกเอง แกก็ทำปกติ เหมือนกับว่า ผมเองที่หลง..ประมาณว่า..มาแล้วเหรอ ไปไหนให้คอยซะนาน..เป็นอย่างงี้แหละคับ

รบกวนช่วยบอกหน่อยเถอะคับ ว่าลูกผมเป็นประเภทไหน รุนแรงมากหรือเปล่า

แต่ผมไม่ซีเรียสนะครับ เพราะแกใช่ชีวิตประจำวันเหมือนคนปกติทั่วไป

ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Thu Aug 28 2008 05:56:26 GMT+0700 (ICT)
  • เท่าที่เล่ามา ก็ดูไม่รุนแรงอะไรนะครับ
  • เราต้องให้ความรัก ความอบอุ่นเพิ่มขึ้น
  • หาโอกาสกอดแกบ้าง (เพื่อแสดงความรัก)
  • เปิดดนตรีสนุกๆ ให้ฟัง และเล่นกับลูกบ้าง
  • หาโอกาสคุยกันสบายๆ ถามความเห็นแกบ้าง
  • ถามแบบอ้อมๆ ไม่สอนแกโดยตรง เช่น ถามว่า ถ้าพ่อหายไป..ลูกจะไปตามหาพ่อไหม จะไปหาที่ไหน และทำไมคิดว่าจะไปหาพ่อที่นั่น (คือเราสอนแบบไม่สอนให้รู้ว่าเราห่วงเขา)
  • ไม่ทราบว่าข้อแนะนำพอช่วยอะไรได้บ้างหรือเปล่า
  • ต้องขอบคุณนะครับ ที่มาขอรับบริการ
agatas03
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Fri Aug 29 2008 14:31:08 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับ

พักนี้แกชอบเลียนแบบเพื่อนที่โรงเรียนมาก..ก

เวลาแกทำผมไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนกับแก

เช่น ชอบแลบลิ้นหลอก พ่นน้ำลายใส่ เวลาไม่พอใจ ที่ผมบอกว่าเลียนแบบเพื่อน

เพราะผมมั่นใจว่าที่บ้านไม่มีใครทำ รบกวนอาจารย์ช่วยแนะนำหน่อยครับ

ผมลืมบอกไปว่าแกมีพี่ที่อายุห่างกับแกหนึ่งปี กับสิบปี สองคน

ด้วยความเคารพอย่างสูง

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Mon Sep 01 2008 02:02:18 GMT+0700 (ICT)
  • ผมว่าลองดูนะครับ..แบบ Reflection
  • ถ้าแกแลบลิ้นหลอก เราก็บอกน่ารักดี ลองทำใหม่..ให้แกทำจนเบื่อ...ระหว่างนั้นอาจพบไปที่กระจก...ลองถามความเห็นแกเวลาทำให้กระจกดูว่าน่ารักไหม
  • ถ้าพ่นน้ำลายใส่ ลองให้แกแหงนหน้าขึ้น ลองพ่นใส่ตัวเองจะชอบใจไหม
  • ไม่ทราบว่าพอจะใช้ได้ผลไหม
  • พี่หนึ่งปี กับ ๑๐ ปี ลองให้มาช่วยออกความเห็นเรื่องพฤติกรรมของน้อง แบบพูดคุยกัน แล้วถ้าเขาอยากช่วยเหลืออย่างไร เราให้โอกาสเขาลองแบบกระบวนการมีส่วนร่วม
  • ทุกอย่างต้องทำด้วยใจปรารถนาที่ดีต่อน้องครับ
  • แบบใช้ใจนำ ความรู้ตาม
agatas03
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Mon Sep 01 2008 19:28:11 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับ

ผมจะลองนำไปปฏิบัติดูว่าจะได้ผลเป็นยังไง

ไว้จะมารายงานผลนะครับ...

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำอีกครั้งครับ

ด้วยความเคารพ

ร่มไม้ใหญ่ใกล้ทาง
เขียนเมื่อ Mon Sep 01 2008 19:53:35 GMT+0700 (ICT)

       สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กสมาธิสั้นเนื่องมาจากตั้งแต่แรกเกิดผู้ปกครองให้เด็กนอนดูทีวี เอาทีวีเป็นเพื่อนเด็กตั้งแต่แบเบาะจนกระทั่ง1ขวบ 2ขวบ 3ขวบ เรื่อยมา โดยมิได้อยู่เป็นเพื่อน พูดคุยกับเด็ก เด็กไม่สามารถทำปากและออกเสียงเลียนแบบผู้ปกครองได้ ได้ยินแต่เสียงอะไรก็ไม่รู้ที่ได้ยินจากทีวี วีซีดี เด็กพยายามจะออกเสียงแต่ไม่เป็นภาษา

       และภาพที่เห็นในทีวีในหนึ่งนาทีเปลี่ยนภาพไปเร็วมากโดยเฉพาะโฆษณา ท่านลองเปิดทีวีดูโฆษณาแต่ให้ปิดเสียงโดยดูแต่ภาพอย่างเดียว ภาพจะเปลี่ยนเร็วมาก โดยเฉลี่ย 1 โฆษณา ใช้เวลาประมาณ 20 วินาที เปลี่ยนภาพเปลี่ยนฉาก ประมาณ 20 - 22 ครั้ง ซึ่งเป็นการจำลองสถานการณ์ว่าเราเป็นเด็กเห็นภาพเปลี่ยนฉากบ่อยๆ ซึ่งจากสาเหตุนี้กระผมจึงคิดว่าเป็นสาเหตุทำให้เด็กโตขึ้นมาพร้อมกับอาการที่มีสมาธิสั้น...ครับ

       วิธีแก้ไขก็คือหลีกเลี่ยงมิให้เด็กที่เกิดใหม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวมานี้ และในส่วนที่เด็กเป็นแล้ว ควรจัดสรรเวลาในการดูทีวี ซีดี เกมส์วีดีโอ เกมส์คอมพิวเตอร์ และการใช้อินเตอร์เนตให้เหมาะสม และบำบัดโดยการอยู่กับธรรมชาติที่มีความนิ่ง เช่น ท้องฟ้า ผืนน้ำ แผ่นดิน ป่าเขา เป็นต้น

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Tue Sep 02 2008 08:05:14 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณ agatas03 ครับ
  • การให้ความรักความอบอุ่นจะช่วยได้ครับ
  • ได้ผลอย่างไร มาเล่าสู่กันฟังบ้างครับ
beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Tue Sep 02 2008 08:07:21 GMT+0700 (ICT)

P

  • เหตุผลที่เลี้ยงลูกด้วยการให้ดูทีวี หรือเทคโนโลยีอื่นๆ เป็นไปได้มากทีเดียว ในการทำให้สมาธิสั้น
  • การให้ความรักความอบอุ่นและพาสัมผัสธรรมชาติ จะช่วยได้มากทีเดียว..
  • ขอบคุณที่เข้ามา Share กันนะครับ
เป็นเองอ่ะทำไงดี
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Sat Sep 13 2008 14:44:00 GMT+0700 (ICT)

เอ่อคือ...พบว่าตัวเราสมาธิสั้น

ตอนนี้อายุ 23 ปีแล้ว เพิ่งค้นพบว่าตัวเองมีสมาธิสั้นค่ะ

เนื่องจากเพื่อนคนหนึ่งสังเกตพฤติกรรมและพบว่าทำอะไรจะทำไม่เสร็จ ทำๆอยู่ก็จะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบ่อยมากๆๆๆๆๆๆๆ เพื่อนคนนี้เค้าได้สังเกตแบบนี้มาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว เฮ้อ ทำไงดีเนี่ย นั่งสมาธิก็ไม่มีสมาธิด้วย มีวิธีอะไรทำให้มีสมาธิได้ยาวๆๆไหมค่ะ

ทำไงดีเนี่ย กลุ้ม!!!!

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Sat Sep 13 2008 18:27:16 GMT+0700 (ICT)
  • คนโบราณว่า "กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง"
  • คิดว่า ตอนตื่นขึ้นมา ต้องคิดว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง แล้วเขียนเป็นข้อๆ
  • หากทำเสร็จก็ ติ๊กเอาไว้ว่าทำเสร็จแล้ว ทำเป็นอย่างๆ ไป แต่อย่าให้มากนะครับ...
  • ไม่ทราบว่าคำแนะนำจะมีประโยชน์บ้างไหม
agatas03
IP: xxx.47.69.136
เขียนเมื่อ Mon Oct 06 2008 17:32:25 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ

มารายงานผลครับผม

คือผมได้พาลูกชายไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลมาคับ

คุณหมอก๊อได้แนะนำให้ไปฝึกกับครูที่ห้องกายภาพ

เพิ่งไปได้สองสามครั้งเองครับ

เลยยังไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่

แต่ผมเริ่มจับจุดได้อย่างหนึ่งครับ

คือ..เวลาเราจะห้ามอะไร ถ้าไปห้ามแกตรงๆ แกจะโกรธและ ต่อต้าน

ผมจะใช้วิธี ค่อยๆชมไปล่วงหน้าอ่ะคับ..

เช่นผมไม่อยากให้แกเปิดไฟฉุกเฉินเวลานั่งรถ

ผมก๊อจะบอกว่า น้องเก่งจังปิดไฟให้พ่อด้วย โหย..เก่งมากๆเลยคับ

ได้ผลครับ..แกจะรีบปิดทันที แล้วทำท่าแบบว่าภูมิใจที่ทำให้พ่อได้

ตอนนี้เลยใช้วิธีนี้..ชมไปซะทุกเรื่องเลยครับ

ว่าถ้าไม่ได้ผล..ก๊อจะลองวิธีใหม่

ไม่ทราบว่าวิธีนี้จะใช้ได้หรือเปล่าครับ

รบกวนด้วยนะครับ

อ้อ..พักนี้อากาศเปลี่ยนแปลง ระวังรักษาสุขภาพด้วยนะครับ

ด้วยความเคารพ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Mon Oct 06 2008 21:40:13 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับท่าน agatas03

  • ที่เล่ามานั้น (วิธีการชม) เป็นวิธีการที่ดีครับ...เพราะทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจ
  • แต่ไม่ควรชมไปทุกเรื่องนะครับ ต้องเลือกชมเป็นบางเรื่อง..
  • บางเรื่องก็อาจใช้วิธีการให้รางวัล เช่น ถ้าทำอย่างนี้....ดีมาก เดี๋ยวพาไปกินไอศครีม (ของที่แกชอบ)...แต่ว่าถ้าสัญญาอะไรต้องเป็นสัญญาครับ...
  • ผมว่าดีน่ะครับ ที่เป็นคุณพ่อที่ใส่ใจในลูก..ให้ความรักความอบอุ่น (แบบจริงใจ..นะครับ) แกก็จะเปลี่ยนแปลงได้
  • ลองเอานิทานไปเล่า ตอนใดตอนหนึ่งของวัน (วันละ 1 เรื่อง)อย่างสม่ำเสมอ...ตัวอย่างของนิทาน คลิกที่นี่ครับ (โรงเรียนผู้ปกครอง)
  • แรกๆ ดูไม่ค่อยมีอะไร แต่ผมคิดว่าจะช่วยให้พฤติกรรมแกเปลี่ยนไปในทางที่ดีได้ครับ

 

agatas03
IP: xxx.128.37.208
เขียนเมื่อ Sun Oct 12 2008 21:56:49 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์

เหนื่อยครับ เหนื่อยมากๆเลยครับ

แต่ผมยินดีเหนื่อยครับ

ทำไงได้..เพื่อลูกครับ

สู้ๆ..

ด้วยความเคารพ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Mon Oct 13 2008 06:55:53 GMT+0700 (ICT)
  • ท่าน agatas03 เป็นคุณพ่อที่ยอดเยี่ยมมากครับ
  • เราเป็นพ่อ-เป็นแม่ ต้องมีหน้าที่สงเคราะห์บุตรครับ
  • ถึงเหนื่อยอย่างไร เราก็ทนได้ครับ..
สารัช
IP: xxx.173.109.94
เขียนเมื่อ Wed Oct 22 2008 16:20:36 GMT+0700 (ICT)

ผมเป็นเด็กสมาธิสั้นครบ ผมชอบทำหน้าลิงใส่เเม่ แต่แม่ผมบอกว่าผมไม่น่ารัก ผมควรทำอย่างไรดีครับ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Thu Oct 23 2008 06:56:54 GMT+0700 (ICT)

น้องสารัช

  • ปัญหาในโลกนี้ ส่วนใหญ่มักเกิดจากตัวเอง
  • ด้งนั้น เราควรปรับเปลี่ยนตัวเองครับ
  • หากคุณแม่บอกว่า ไม่ชอบที่เราทำหน้าลิงใส่ เราก็ต้องลดละเลิกพฤติกรรมเหล่านี้ครับ..
  • อาจจะทำยาก แต่ต้องพยายามและอดทน..
agatas03
IP: xxx.47.39.153
เขียนเมื่อ Wed Oct 29 2008 15:49:40 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์

ผมพาลูกชายไปฝึกมาได้เกือบเดือนแล้วครับ ฝึกอาทิตย์ละครั้ง

รวมทั้งฝึกเองที่บ้านด้วย ได้ผลเป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่งครับ

คือแกรู้จักที่จะยอมรอคอยมากขึ้น

เกเรพี่ชายน้อยลง (ปกติแกชอบเล่นต่อสู้กับพี่ชาย แต่พี่ชายยอมน้องเสมอครับ เพราะผมสอนให้แกสงสารน้อง น้องควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้) แต่ก็มีบางครั้งที่พี่ชายเองก็โมโหอยู่เหมือนกัน อันนี้ผมสงสารแกมากครับ แต่แกก็ยินดีครับ มีเหมือนกันที่แกโดนน้องรังแกแล้วแกก็จะหันมากอดผม ผมก็ห้ามน้อง บอกว่าอย่าทำพี่ แกก็โมโห

ผมก็ปล่อยให้แกโมโหไป บอกว่าไปสงบสติอารมณ์ก่อนแล้วค่อยมาพูดกัน ซักพักแกก็ลืม มาเล่นต่อ...เป็นซะอย่างนี้

แกเลิกพ่นน้ำลายแล้วครับ แกกลัวเทวดามาตัดลิ้นตอนกลางคืน (ผมบอกแกเองครับ)

พอแกพ่น ผมก็จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทำท่าโทร..บอกเทวดามาได้เลย คืนนี้มีเด็กพ่นน้ำลาย ได้ผลครับ แกจะบอก ไม่เอา ไม่โทร แล้วแกก็หยุดพ่น (ไม่ได้ด้วยเล่ห์ต้องเอาด้วยกลครับ)

ตอนนี้ที่เป็นปัญหาอีกอย่างก็คือ แกไม่ค่อยจะยอมพูดบอกความต้องการของตัวเอง

เหมือนกับว่า แค่มองตาผมก็รู็ใจแกก็เลยไม่ยอมพูดครับ ทีนี้เวลาไปโรงเรียนแล้วมันเป็นปัญหา เพราะแกไม่ยอมนั่งเรียน วิชาไหนแกพอใจก็จะยอมออกมาเรียน วิชาไหนไม่ชอบก็จะนั่งอยู่ในมุมของแก อันนี้คุณครูเขาบอกมาครับ แต่เวลาแกอยู่โรงเรียนแกจะเป็นที่รักของคุณครูนะครับ แกจะว่าง่าย เชื่อฟัง ยิ้มได้ทั้งวัน โอว...พระเจ้ามันช่างต่างกับที่บ้านลิบลับเลยครับ กระทั่งตัดผม ผมพาไปตัดแกจะร้องไห้งอแงจนช่างตัดไม่ได้

แต่ให้ครูพาไป แกจะขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ตัด อย่างว่าง่าย ทั้งๆที่แกก็ไม่ได้กลัวอะไรครูเลยแถมตัดเสร็จยังหันมาถามอีกว่า หล่อเปล่า

ผมไม่รู้ว่าลูกผมเป็นสมาธิสั้นระดับไหน

อาจารย์ช่วยวิเคราะห์หน่อยนะครับ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Wed Oct 29 2008 20:08:01 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับท่าน agatas03

  • ผมคิดว่า เรามาถูกทางแล้วครับ..คุณพ่อรู้ดีที่สุด และก็มีพี่ๆ ช่วยกัน
  • ผมกลับไปอ่านข้อมูลเดิมทั้งหมด ไม่ทราบว่าน้อง..เรียนชั้นไหนครับ และการเรียนรู้เป็นอย่างไร มีการสอบหรือไม่ เรียนในชั้นเรียนปกติ หรือชั้นเรียนพิเศษ
  • เท่าที่วิเคราะห์ดู ไม่แน่ใจว่า เป็นสมาธิสั้นหรือไม่
  • แต่ตามที่คุณหมอบอกว่า พัฒนาการช้า..คงใช่
  • และอีกอย่างหนึ่ง แกมีพฤติกรรมต่อต้านผู้ปกครอง ผมคิดว่าเป็นพฤติกรรมอย่างหนึ่งของเด็ก..ซึ่งโดยปกติจะแสดงความมีอำนาจเหนือผู้ปกครอง..หรือเรียกร้องความสนใจ
  • แต่แกจะแสดงบทบาทให้คุณครูรัก ซึ่งจะตรงกันข้ามกับที่บ้าน
  • พอวิเคราะห์มาถึงตรงนี้ เริ่มจะเชื่อว่าไม่ใช่สมาธิสั้น แต่เป็นเรื่องการพัฒนาการของจิตใจมากกว่า..
  • คุณพ่อต้องหมั่นสังเกต และจดบันทึกพัฒนาการของแกด้วยครับ..
  • เป็นกำลังใจให้คุณพ่อ เพื่อลูกรักครับ
agatas03
IP: xxx.47.241.66
เขียนเมื่อ Thu Oct 30 2008 23:34:25 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์

  • ผมมีลูกสามคนครับ  คนโตเป็นผู้หญิงอายุ  15  ขวบ  คนกลาง(ที่เป็นคู่กัด)ผู้ชายอายุ  5 ขวบ  ส่วนน้องคนเล็ก(เจ้าปัญหา)อายุ  4 ขวบครับ
  • น้องเรียนอยู่อนุบาลหนึ่ง ส่วนพี่ชายอยู่อนุบาลสองครับ
  • การเรียนที่โรงเรียนยังไม่มีการสอนเขียนอ่านครับ  คงเป็นการฝึกพัฒนากล้าเนื้อเล็ก ใหญ่  การเตรียมความพร้อมมากกว่า
  • แต่เวลาแกกลับมาผมถามว่าเรียนอะไรมาบ้าง แกก็จะตอบแบบย้อนคำถามว่า เรียนอะไรมาบ้าง  ไม่ได้กวนนะครับแต่แกตอบตามที่แกเข้าใจคำถามจริงๆ
  • แต่พอเผลอๆ แกจะท่องเลขหนึ่งถึงยี่สิบได้ ท่องเอ บี ซี ถึงแซดเป็นเพลงที่ครูสอนมาได้  แต่พอผมหันไปชมว่าน้องเก่งจังท่องให้พ่อฟังอีกสิ  แกก็จะอายบอกว่า ท่องไม่ได้
  • ผมกำลังคิดว่าแกมีปัญหาอีกเรื่องคือ ความขี้อายไม่ชอบแสดงออกของแกอีกเรื่องครับ
  • คือเวลาพี่ชายแกทำอะไรได้แล้วพูดอวด ผมจะชมว่าเก่งแกจะมองดูเฉยๆ แล้วพอวันหลังแกก็จะทำแบบที่พี่ชายแกทำบ้างพอผมชมแก  แกก็จะบอกว่า เปล่าๆ ไม่มีอะไรๆ อายๆ ครับ
  • เป็นเด็กที่ปรับเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วมากๆ ร้องไห้อยู่แหม็บๆ พอชวนให้ดูอะไรแปลกๆ หัวเราะได้แล้ว 
  • รบกวนอาจารย์ช่วยวิเคราะห์ให้หน่อยนะครับ

ด้วยความเคารพ

agatas03
IP: xxx.47.241.66
เขียนเมื่อ Thu Oct 30 2008 23:36:09 GMT+0700 (ICT)

ผมลืมบอกอาจารย์ไปว่า ลูกชายผมเรียนในชั้นปกติครับ แต่ก็มีเด็กแบบลูกชายผมอยู่สองสามคน

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 07:22:00 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับท่าน agatas03

  • ก่อนอื่นต้องขอออกตัวว่า ผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญใดๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาเด็กนะครับ...แต่ผมชอบคิดวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ
  • เท่าที่อ่านข้อมูลมา ค่อนข้างเชื่อว่าน้องไม่ได้สมาธิสั้น แต่มีพัฒนาการบางอย่างช้า..อาจมีสารสื่อประสาทบางตัวบกพร่อง ซึ่งต้องใช้บริการทางการแพทย์
  • แต่การให้ความรักความอบอุ่นก็ช่วยได้มากทีเดียว
  • เดี๋ยวนี้เราลืมนึกไปว่า สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา โดยเฉพาะอาหารการกิน มันปนเปื้อนด้วยสารเคมี ซึ่งผลกระทบอาจถ่ายทอดไปสู่เด็กๆ ได้ ครับ
  • ให้เราคิดด้านบวก (Positive thinking) ว่าน้องไม่ได้เป็นคนเจ้าปัญหา แต่ว่าเขาเกิดมาเพื่อสอนให้เราเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือเขา ให้ความรักความอบอุ่น สอนให้เขาสามารถพึ่งพาตนเองได้
  • ผมคิดว่าเขาคงไม่มีปัญหาด้านการดำรงชีวิต แต่งตัวทานข้าวเองได้ แต่อาจมีปัญหาด้านการเรียนรู้ และแสดงพฤติกรรมบางอย่างไม่เหมือนเด็กปกติทั่วไป
  • อย่างที่ผมวิเคราะห์ไปครั้งที่แล้วว่า เด็กมีพฤติกรรมต่อต้านผู้ปกครอง (เป็นบางครั้ง) ดังนั้นเราจะสอนเขาแบบปกติไม่ได้ จะต้องสอนแบบไม่สอน คือไม่ได้ตั้งใจสอน แต่สอนแบบไม่ตั้งใจ เช่นไม่สอนเขาตรงๆ แต่จะหันไปสอนพี่ชายแทน
  • ที่จับประเด็นได้อย่างหนึ่งคือ เขาจะมีพฤติกรรมเลียนแบบพี่ชาย ดังนั้นการสอนเขา ต้องสอนผ่านพี่ชาย เมื่อพี่ชายทำสิ่งที่สอนออกมาในลักษณะ "ทำให้ดู" เขาก็จะเกิดการเรียนรู้ครับ
  • นิสัยขี้อาย คงมีแน่ๆ ดังนั้นเราต้องหากิจกรรมที่ทำให้เขาแสดงออกบ่อยๆ เช่น พาเข้าร่วมกิจกรรมเด็ก ในงานต่างๆ ที่ทางภาครัฐและเอกชนเขาจัด ให้เขาได้มีอิสระในการเล่น และคิดวิธีการเล่นด้วยตัวเองบ้าง...
  • การเล่านิทานให้เด็กฟัง ช่วยได้มากทีเดียว.. คือเล่าให้พี่ฟัง แล้วน้องก็อยากฟังด้วย.. วิธีการไปหาซื้อหนังสือนิทานดีๆ มาสักเล่มหนึ่ง คุณพ่ออ่านให้เขาใจ และเวลาเล่าอาจเปิดหนังสือให้ดูภาพ แต่จะต้องไม่ใช้วิธีการอ่านให้ฟัง แต่ใช้วิธีเล่าให้ฟังครับ..ควรเล่าต่อเนื่องวันละ ๑ เรื่อง สัปดาห์หนึ่งอาจเล่า ๕ วัน
  • พอเล่าหลายๆ เรื่องแล้ว ให้พี่ชายเล่านิทานให้พ่อฟังบ้าง เป็นการแลกเปลี่ยนกัน แล้วน้องคงอยากเล่าบ้าง เราก็ให้โอกาสเขาเล่า ให้โอกาสเขาแสดงออก พฤติกรรมขี้อายน่าจะลดลงไปได้บ้าง
  • อีกอย่างนิทาน (ดีๆ) จะทำให้เขาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น โดยที่เราไม่คาดคิด
  • ลองทำดูครับ..ได้ผลอย่างไรมาเล่าสู่กันอ่าน
  • ขอบคุณครับ
agatas03
IP: xxx.27.174.26
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 14:02:47 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์

ขอบพระคุณมากครับสำหรับคำแนะนำดีๆ มีประโยชน์

ผมจะนำมาใช้ครับ

แล้วจะมาเล่าความคืบหน้าให้อ่านครับ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Mon Nov 03 2008 13:45:53 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณครับ
  • รอเรื่องเล่าความคืบหน้าต่อไป
แชมป์
IP: xxx.64.73.189
เขียนเมื่อ Thu Nov 13 2008 02:01:55 GMT+0700 (ICT)

สิ่งที่ผมพิมพืนี้อาจจะมีประโยชน์บางไม่มากก็น้อยนะครับ

เริ่มกันเลย ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นโรคสมาธิสั้น ผมเลยอยากเสนอ

1.ถ้ารู้ว่าลูกเป็นอย่าพยายามเปรียบเทียบกับคนอื่น เพราะอาจจะทำให้เด็กเกิดปมด้อย

อาจจะเป็นจนถึงขั้นไม่อยากเรียน

2.บางเรื่องก็อาจใช้วิธีการให้รางวัล อันนี้เห็นด้วยครับ แต่การตั้งเงื่อนไขในการให้รางวัล

ไม่ควรสูงมากเกินไป ยกตัวอย่างง่ายๆคือ การเรียนสมมุติว่าเราให้เงื่อนไข คือ การสอบย่อย

ครั้งนี้ถ้าลูกทำคะแนนได้ระดับนี้จะซื้อของให้ ซึ่งระดับคะแนนไม่ควรสูงมากประมาณว่า

ทุกครั้งสอบได้ไม่เกิน 3 เต็ม 10 ก็ควรตั้งเงื่อนไขเป็น 5 หรือ 6 เต็ม 10 แล้วจะซื้อให้

ถ้าเขาทำไม่ได้อย่าไปว่าเขาควรให้กำลังใจเขาให้พยายามใหม่ ถ้าเขาเริ่มทำได้เราก็ควร

เพิ่มความกว้างของระยะเวลาเงื่อนไข เช่น จากการสอบย่อย กลายเป็นสอบกลางภาค และ

เป็นลำดับที่ในการจัดลำดับคะแนน(ถ้ามี) แต่ของรางวัลก็ควรมีค่าตามระยะเวลาของ

เงื่อนไข เพื่อให้เด็กมีเป้าหมายที่จะต้องทำให้สำเร็จ และถ้าเขาทำสำเร็จเราควรสอนเขา

ด้วยว่าเพราะลูกทำได้อย่างงี้(ตามเงื่อนไขของเรา)ลูกจึงได้รางวัลและควรชมด้วยเพื่อ

ให้เขาภาคภูมิใจและให้เขามีความคิดเชิงเหตุและผล

3.เด็กกลุ่มนี้ส่วนมากจะมีพรสวรรค์พิเศษอยู่เราควรสังเกตดีๆ และส่งเสริมเขา

อันนี้เป็นกำลังใจสำหรับ คุณพ่อ-คุณแม่ นะครับ

http://www.vcharkarn.com/vblog/33528/4

ลองไปดูนะครับ ส่วนตัวของผมเมื่อก่อนสอบทีไรก็ได้อันดับไม่เกิน 10 นับจากท้าย

ห้องขึ้นมาตั้งแต่ ป.1-ป.6 ปัจจุบันผม(อายุ 22)จบคณะวิศวกรรมศาสตร์แล้วครับ

สำหรับคนที่โตแล้วผมขอแนะนำว่าให้ฝึกนั่งสมาธิช่วงแรกๆอาจจะนั่งไม่ได้ไม่ต้องรีบ

ร้อนนะครับ เวลานั่งควรเอาสติคุมจิตใจ เช่น ตอนนั่งอยู่ถ้ามีเสียงอะไรดังถ้าไม่เสียง

อะไรที่สำคัญควรนั่งอยู่ตรงนั้นโดยใช้สติคุมแม้จิตใจจะคิดว่าเสียงอะไรอยากไปดู

เราจึงต้องใช้สติคุมร่างกายไม่ให้ไปตามจิตใจ

พิมพ์ซะยาวเลยขอบคุณที่อ่านครับถ้าขาดตกบกพร่องอะไรหรือจะติชมอะไรก็พูดได้

เลยนะครับ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Thu Nov 13 2008 13:16:28 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีน้องแชมป์

  • เป็นข้อคิดเห็นที่มีประโยชน์มากครับ
  • ขอบคุณมากที่แนะนำ
  • ผมคิดว่า..ถ้าใครที่มีปัญหาเรื่องนี้ และได้มาอ่านแล้ว ควรต้องนำกลับไปประยุกต์ใช้หรือปรับใช้ครับ
  • สำหรับ web http://www.vcharkarn.com/vblog/33528/4
  • ได้เข้าไปอ่านแล้ว ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลยครับ..อิอิ
agatas03
IP: xxx.27.173.221
เขียนเมื่อ Thu Dec 04 2008 12:59:00 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์

มารายงานตัวครับผม ที่ผ่านมาผมเพิ่งรู้ตัวว่า ตัวเองคิดผิดมาตลอด

บางครั้งที่เห็นลูกชายผมทำเป็นไม่สนใจ ผมก็จะคิดไปเองว่าน้องเค๊าคงไม่รู้เรื่อง หรือถ้ารู้ก็คงไม่เข้าใจอะไร เพราะความที่ผมนึกอยู่ตลอดเวลาว่าแกสมาธิสั้น แกเข้าใจอะไรยากแต่..ผิดครับ พอเวลาผ่านไป น้องเค๊าแสดงให้ผมรู้เลยว่า แกสามารถรู้ และเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างที่ผมมองข้ามไป หลังจากที่แกได้ไปฝึกพัฒนาการมาพอสมควร ทำให้แกได้เรียนรู้การพูดเป็นประโยค การเรียบเรียงคำพูด การรู้จักสื่อสารกับคนอื่น นั่นแหละครับ ทำให้ผมได้รู้ว่า แกรู้ และเข้าใจอะไรมากกว่าที่ผมคิด บางครั้งที่ผ่านมากแกจะแสดงออกด้วยการมองเฉยๆ (เพราะแกยังเรียบเรียงคำพูดเป็นประโยคสื่อสารไม่ได้)แต่วันนี้...ลูกชายผม สามารถพูดอย่างที่รู้สึก พูดอย่างที่แกนึก แกคิด แกอยากจะบอกได้ครับ ผมปลื้มใจมากเลยครับ..ย้ำ ปลื้มมั่ก มาก ครับ....แม้โดยรวมแกจะยังปรับสภาพได้ไม่ค่อยเหมือนเด็กปกติ แต่แกค่อยๆ ดีขึ้นแล้วครับ อารมณ์รุนแรงน้อยลง นิ่งขึ้น ไม่ตีโพย ตีพาย รู้จักรอคอย รับฟังเหตุผล..มากขึ้น หลายครั้งที่แกพูดโต้ตอบกับผมด้วยคำพูดที่ผมนึกไม่ถึงว่าแกจะพูด เพราะปกติแกจะไม่เข้าใจ ยกตัวอย่างเช่น

..ผมไปส่งแกกับพี่ๆ ที่โรงเรียน ผมส่งหมดสองคน เหลือแกอีกคนเดียว แกก็จะถามว่าพี่ๆ เขาไปไหนกันหมด ผมก็บอกว่า ไปโรงเรียนกันหมดแล้ว เหลือน้องอยู่คนเดียว ถ้าเป็นปกติ แกก็จะพยักหน้ารับคำผมแล้วก็นิ่งๆ แต่วันนี้...ไม่ครับ แกบอกผมว่า "อ้าว!เหลือน้องคนเดียวแล้วเหรอ ว้า(ทำคอตก)เร็วๆ เข้าไปโรงเรียน เดี๋ยวน้องโดยครูว่า" คนที่มีลูกเป็นปกติเขาอาจจะเฉยๆ แต่สำหรับผม มันเป็นการเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่มากเลยครับ ทีลูกผมสามารถรับรู้ และเข้าใจเรื่องราวในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น ไม่ใช่แค่ฟังแล้วผ่านเลย หรือนิ่งเงียบ

อยากจะฝากบอกคุณพ่อ คุณแม่ที่มีลูกสมาธิสั้นนะครับ อย่าท้อ สู้ครับ หมั่นฝึกฝนกระตุ้นพัฒนาการของแก แล้วทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้น ไม่ใช่วันนี้พรุ่งนี้ แต่จะค่อยเป็นค่อยไป ..กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียวครับ ที่สำคัญ หมั่นเติมความรัก ความห่วงใยให้แกได้รู้สึกถึงความอบอุ่น ให้รู้ว่า..เราจะกุมมือแล้วก้าวไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าแกจะเดินหน้า ถอยหลัง หรือแม้แต่หกล้ม ก็จะยังมีมือของเราผู้เป็นพ่อและแม่ เกาะกุมมือแกเอาไว้ พร้อมจะให้แกได้ยึดเหนี่ยว ไม่หนีหายไปไหน ...เป็นกำลังใจให้ครับ

ครับ....ผมมารายงานผลแค่นี้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวจะเบื่อกันไปซะก่อน ได้ผมคืบหน้ายังไง จะมาอีกเป็นระยะๆ ครับผม

ด้วยความเคารพ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Mon Dec 08 2008 16:22:52 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับท่าน agatas03

  • (ลูกสาวคนโตผมก็อายุ 15 ปี ครับ)
  • เท่าที่เล่ามานี่ ก็แสดงว่า คุณพ่อเราจับทางถูกแล้ว
  • และก็เริ่มเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับ คุณลูก (อีกหน่อยต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญแน่ๆ เลย
  • ดีแล้วครับที่เขียนเล่ามาเป็นระยะ เพราะเท่ากับ Share ให้คนอื่นๆ ที่มีปัญหาคล้ายๆ กันได้อ่านด้วย...เป็นอานิสงค์ที่จะช่วยให้ลูกของเรามีพัฒนาการได้ใกล้เคียงกับคนปกติครับ
  • ขอให้กำลังใจสู้ต่อไปครับ
  • และชอบใจมากที่ คุณ agatas03 ให้กำลังใจคนอื่นๆ ด้วย
  • ด้วยความขอบคุณ
กิ๊กซ่า
IP: xxx.24.131.117
เขียนเมื่อ Tue Dec 09 2008 19:20:02 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับ -------

เดี๋ยว เอา ไป ลอง ทำ ดู

บาย บาย บาย บาย บาย

คนขี้ลืม
IP: xxx.174.96.129
เขียนเมื่อ Tue Dec 09 2008 21:51:07 GMT+0700 (ICT)

ถึงคุณ beeman ครับ

ผมเองอายุ 29 ปี มีพี่น้อง 4 คน ผมเป็นคนสุดท้อง ตั้งแต่เด็กผมเองก็ไม่รู้เป็นอะไรครับ ลืมง่าย จำยาก อยู่ไม่สุข มีอาการลุกลีลุกลน พ่อผมเองก็ว่าผมโง่ การเรียนผมอยู่ในระดับกลาง เพราะเขาเองก็คงไม่รู้ว่าผมเป็นอะไร แต่ก็แปลกครับ เวลาผมทำในสิ่งที่อยากก็มักทำได้ดีครับ ผมเองพึ่งจะทราบมาไม่กี่ปี ว่าอาการที่ผมเป็นตั้งแต่เด็กๆ คืออาการของสมาธิสั้น ถึงปัจจุบันผมเองก็ยังมีอาการอยู่ โดยเฉพาะอาการหลงๆลืมๆ ผมเองทำงานเกี่ยวกับช่างสิบหมู่ครับ ต้องใช้เวลานั่งทำงานนานเป็นชั่วโมงเลยครับเหมือนเป็นการฝึกให้ใจเย็นไปในตัว บางครั้งยังมีวอกแวกบ้างครับ เด็กรุ่นผมน่าสงสารครับที่โรคนี้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก มารู้เอาไม่กี่ปีนี้เอง เฮ้อ.....

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Wed Dec 10 2008 07:13:12 GMT+0700 (ICT)

เรียน คนขี้ลืม

  • เรื่องที่เล่ามามีประโยชน์มากครับ
  • ถ้าเราทำสิ่งที่ชอบจะทำได้ดี เช่น การเป็นช่างสิบหมู่
  • เรื่องของช่างสิบหมู่น่าจะไปเรียนรู้นะครับ...มีเบอร์ติดต่อหรือเปล่าครับ
agatas03
IP: xxx.27.179.125
เขียนเมื่อ Fri Jan 02 2009 09:42:08 GMT+0700 (ICT)

<br/><img border="0" src="http://glitter.postjung.com/data2/2009010209/495d7e2ecf6e9.gif" alt="สวัสดีปีใหม่ 2552 มีความสุข ไร้โรคภัย สบายกายและสบายใจ ทั้งครอบครัวนะครับ"/><br/>

หยั่งราก ฝากใบ
เขียนเมื่อ Fri Jan 02 2009 09:44:31 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีปีใหม่ 2552 ค่ะ

ขอให้อาจารย์มีความสุขตลอดปีนะคะ

(^__^)

seen
IP: xxx.120.64.124
เขียนเมื่อ Fri Jan 02 2009 09:50:46 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีปีใหม่ 2552 ฮะ   พี่ อาจารย์ beeman 吴联乐

ขอให้ มีความสุขมากมาย ทุกวินาที นะฮะ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Tue Jan 06 2009 09:53:22 GMT+0700 (ICT)
  1. ขอบคุณท่าน agatas03 ครับ ขอให้มีความสุขมากๆ ในปีใหม่เช่นกัน แล้วอย่าลืมเข้ามาเล่าเรื่องน้องอีกครับ..เป็นประโยชน์มากทีเดียวแล้วผมได้เรียนรู้เรื่องนี้เพิ่มขึ้นด้วย
  2. ขอบคุณ คนไม่มีราก... ผมได้ข้อแนะนำดีๆ จากคนไม่มีรากเสมอ..อิอิ
  3. ขอบคุณน้อง seen สำหรับพรปีใหม่.. น้อง seen น่ารักเสมอ
agatas03
IP: xxx.27.173.13
เขียนเมื่อ Wed Jan 07 2009 09:41:10 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์

มารายงานตัวเริ่มต้นปีใหม่ครับ ปีใหม่ผมไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยครับ เพราะลูกๆผมไม่ชอบเที่ยวกัน มีแต่เจ้าตัวเล็ก(พุงใหญ่)ที่ชอบท่องเทียว พี่เขาสองคนติดบ้านครับ ไปไหนไม่ได้นาน เดี๋ยวเดียวร้องกลับบ้านแล้ว อย่างเช่นพาไปเลี้ยงเต่า พอไปถึงให้อาหารเต่าเสร็จ ก๊อจะชวนพ่อกลับบ้านเลย ประมาณว่า..ภารกิจเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยครับ

แต่เจ้าตัวเล็กเจ้าปัญหาที่ว่า ไม่ยอมกลับครับ เดี๋ยวนี้มีคำพูดเก๋ๆ "พ่อไปไหนเหรอ อ้าวกลับบ้านทำไมอ่า น้องไม่อยากกลับบ้าน" เนี่ยะครับ ขัดใจกันประจำ แกอยากเที่ยวครับ ไม่รู้ว่าผมคิดถูกหรือเปล่า แต่ผมคิดว่าถ้าจะเที่ยว ผมควรมีเวลาให้กับแกแบบเต็มๆ คือพาแกไปคนเดียวครับ ไม่ต้องเอาพี่ชายไป เพราะเวลาแกไปไหนกับพี่ๆ ผมสังเกตแกมักจะตีตัวออกห่าง ทำนองว่า ..ข้ามาคนเดียว แต่เวลาไปไหนกับผมสองคนแกดูร่าเริง มีความสุข เหมือนกับว่า พ่อเป็นของข้าคนเดียว จริงๆ ผมก๊อรู้ว่ามันไม่ค่อยจะถูกนัก แต่สงสารแกครับ มาตอนหลังผมเลยเปลี่ยนใหม่ คือไปไหนด้วยกัน แต่จะแบ่งหน้าที่ดูแลกันไปเลย พ่อคน แม่คน ดูท่าจะไปได้ดีครับ ทุกวันนี้ผมต้องคอยบอกพี่ชายแกเป็นประจำ สม่ำเสมอว่า ..ให้สงสารน้อง คอยดูแลน้อง เพราะน้องมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ น้องสมาธิสั้น ..บางครั้งแกก๊อดูเหมือนจะเข้าใจ แต่สรุป..แกไปบอกคนอื่นว่าอย่าไปถือสาน้อง "น้องสติไม่ดี" แป่ว.....เป็นงั้นไป ผมต้องอธิบายอยู่นานกับคำสองคำ สติไม่ดี กับ สมาธิสั้น แต่น้องเค๊าก๊อรู้นะครับว่าคำว่าสติไม่ดีเนี่ยะว่าเขา พอได้ยินเขาก๊อจะไม่พอใจ บอกว่า"น้องไม่สติไม่ดี" บอกว่าพี่ชายเขาไม่ต้องมาพูดเลย แต่โดยรวมแล้ว น้องเขามีพัฒนาการที่ดีขึ้นมากนะครับ เล่ามาซะเยอะมีแต่น้ำทั้งนั้นเนื้อไม่ค่อยมีเลย ไม่ว่ากันนะครับ ฝากถึงผู้ปกครองท่านอื่นครับ อย่ากักตัวลูกไว้กับตัวเองเพราะคิดไปเองว่าลูกเราเข้ากับคนอื่นไม่ได้ พยายามให้ลูกได้เข้ากลุ่มกับเพื่อนๆ ให้ลูกได้มีโอกาสแสดงออก นำเสนอสิ่งที่เขาสนใจ และทำได้ ให้เขามีความภาคภูมิใจในตัวเอง ผมว่ามันเป็นยาและการรักษาที่ดีที่สุดครับ

ด้วยความเคารพครับ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Wed Jan 07 2009 14:51:57 GMT+0700 (ICT)
  1. เล่าเรื่องแบบนี้ดีครับ เป็นธรรมชาติดี และผมสามารถสกัดความรู้จากเรื่องเล่าได้..เรื่องแบบน้ำๆ นี้ มีเนื้อซ่อนอยู่ครับ ต้องขอขอบคุณมากสำหรับความรู้นี้
  2. ส่วนนี้ดีมากครับ เผื่อแผ่ไปให้ท่านผู้อื่น "ฝากถึงผู้ปกครองท่านอื่นครับ อย่ากักตัวลูกไว้กับตัวเองเพราะคิดไปเองว่าลูกเราเข้ากับคนอื่นไม่ได้ พยายามให้ลูกได้เข้ากลุ่มกับเพื่อนๆ ให้ลูกได้มีโอกาสแสดงออก นำเสนอสิ่งที่เขาสนใจ และทำได้ ให้เขามีความภาคภูมิใจในตัวเอง ผมว่ามันเป็นยาและการรักษาที่ดีที่สุดครับ"
agatas03
IP: xxx.27.174.172
เขียนเมื่อ Tue Feb 03 2009 12:56:28 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์ มีเรื่องมาเล่าให้ฟังอีกแล้วครับ...

เรื่องคือว่า ตอนเช้าเจ้าตัวเล็ก (พุงใหญ่) ของผมจะต้องไปซื้อหมูทอดไปทานที่โรงเรียนทุกวัน  ระหว่างจอดรออยู่ ก๊อมีผู้หญิงขับมอเตอร์ไซด์แล้วมีหมาพุดเดิ้ลตัวขนาดกลางๆ (ผมว่ามันไม่น่ารักอ่ะครับ) นั่งมาด้วย  เจ้าลูกชายผมเค๊าเป็นคนกลัวหมา แมว มากๆ (แต่ของตัวเองที่บ้านไม่กลัว) เค๊าก๊อบอกให้ผมเขยิบรถออกมา บอกว่า "หมาน่ากลัว"  ทีนี้พี่สาวเขาที่นั่งมาด้วยบอกว่า น้องพูดผิด เพราะปกติเค๊าจะบอกว่า "หมาน่ารัก"  เจ้าลูกชายผมก๊อรีบพูดเลยว่า "น้องไม่ได้พูดผิด  หมาน่ากลัวตะหาก"  เป็นอันจบ  พอขับมาซักพัก ก๊อมีหมาพันธุ์เชาเชา นอนขวางถนนอยู่ พี่สาวเขาก๊อเอาเลย  "น้องๆ ดูหมาน่ากลัวดิ"  เจ้าตัวเล็กของผม รีบตอบเลย "ไม่ใช่ๆ หมาอ้วนตะหาก" ...แป่ว.....พี่สาวบอกว่ามันน่าเตะจริงๆ  พอขับมาอีกพี่สาวเขาก๊อถามอีกว่า นี่หมาอะไร เค๊าก๊อบอกว่า "หมานอน" คือหมามันนอนอยู่ครับ  เป็นไงครับ พี่สาวเจอมุขสมาธิสั้นเข้าไป ซึมไปเลย 

คือพี่สาวเขาชอบคิดเสมอครับ ว่าน้องไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไร ยังเด็กๆ แถม สติไม่ดี (อย่างที่พี่ชายเขาบอกคนอื่นๆ) เจอคำตอบน้องเข้าไปถึงกับอึ้งเลยครับ  ส่วนผมได้แต่หัวเราะดังๆๆๆๆๆ ชอบใจมากครับ  เจ้าตัวเล็กของผมมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมากเลยครับ  พูดเก่ง จนบางครั้งต้องบอกให้หยุดพูดบ้างเถอะ แต่พูดเก่งนี่ไม่ได้พูดอย่างเรื่อยเปื่อยนะครับ เค๊าจะพูดแบบมีเหตุผลของเขา  ซับซ้อนซ่อนเงื่อนแบบที่เราเองนึกไม่ถึงว่าแกจะพูดได้ 

ผู้ปกครองท่านอื่นก๊อพยายามรับฟังสิ่งที่เด็กอย่างเขาพูดเถอะครับ อย่าไปคิดว่าแกพูดจาไม่รู้เรื่อง พูดเรื่อยเปื่อย  ทุกสิ่งที่แกพูดแกย่อมมีเหตุผลของแก  ถ้าเราไม่รับฟัง ไม่สนใจแก วันหลังแกจะคิดว่าพูดไปก๊อไม่มีคนสนใจ ไม่มีใครฟัง ทำให้แกไม่กล้าแสดงออก เก็บกดอารมณ์ตัวเองไป อย่างลูกผม..เวลาแกพูดไม่ว่าผมจะทำอะไรอยู่ก๊อตาม ผมจะหันมาฟังแกครับ  เน้นว่า ฟังแล้วมองตาแกด้วยทำให้แกรู้ว่าเราสนใจที่แกพูด ให้ความสำคัญกับแกครับ  จนบางครั้งผมจะรับคำแกเฉยๆ  แกจะบอกว่า "พ่อมองหน้าน้องด้วย พ่อพูดกับน้องสิ"

โห..ว่าจะเล่านิดเดียวนะครับ แต่เผลอเขียนไปซะยาวเชียว ไม่ว่ากันนะครับ  คนกำลังเห่อว่าลูกดีขึ้นก๊ออย่างนี้แหละครับ..หุหุ

ด้วยความเคารพ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Tue Feb 03 2009 17:39:27 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณ agatas03

  1. เป็นเรื่องเล่าที่สนุกมากครับ..ผมอ่านด้วยใจจดใจจ่อ..ในเรื่องเล่านี้ คุณน้องแกเป็นพระเอกเลยครับ
  2. ในเรื่องนี้มี "หมา" เป็นตัวชูโรง แต่ว่า เป็นการชิงไหวชิงพริบกัน ระหว่าง "คุณน้อง" กับ "คุณพี่"
  3. คำตอบอันยียวนของ "คุณน้อง" ทำให้ผมเห็นว่ามีเขามีพัฒนาการที่ดีขึ้นจริงๆ
  4. ผมตั้งคำถามว่า "ที่เขาพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด" นี้ ผู้ที่มีส่วนสำคัญมากที่สุดคือใคร ระหว่าง "คุณหมอ" กับ "คุณพ่อ"
  5. ผมฟันธงแบบไม่รอคำตอบนะครับ...ผมว่า "ความรักความเข้าใจ" + "ความมุ่งมั่น" ที่จะแก้ปัญหา ของคุณพ่อนั่นเองเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดความสำเร็จในด้านพัฒนาการของ "คุณน้อง" (อันที่จริงผมว่า ความอบอุ่นของครอบครัวก็มีส่วนด้วยครับ-คือคุณแม่และพี่ทั้งสองคนก็มีส่วนช่วยมากด้วย)
  6. คุณพ่อมาถูกทางแล้วครับ..ขอให้กำลังใจ และรออ่านเรื่องเล่าครั้งต่อไป..อิอิ
นางพิมพ์อนันต์
เขียนเมื่อ Mon Feb 09 2009 17:45:51 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์

มีปัญหากลุ้มใจเกี่ยวกับลูกชายค่ะ อายุตอนนี้ 12ย่างเข้า13แล้วค่ะ อยู่ชั้น ม.1จะขอรบกวนอาจารย์ถามว่าลูกชายของดิฉันมีอาการเกี่ยวกับโรคสมาธิสั้นใช่หรือไม่ค่ะ คืออาการจะไม่อยู่นิ่ง เดี๋ยวก็วิ่งจู๊ดไปนู่นไปนี่ไม่เคยอยู่เฉยๆได้เกิน 2-3 นาที ยิ่งเรื่องการเรียนไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ การเรียนแย่มาก ผลการเรียนอยู่ที่สุดท้ายตลอดค่ะอาจารย์ ดิฉันจะทำอย่างไรดีค่ะ จะลงโทษด้วยการตีเค้าก็บอกไม่ดี จะไม่ว่าก็น่าจะหนักขึ้นไปเรื่อยๆนะค่ะ การพูดจาของเค้านี่ก็ออกจะกวนๆด้วยค่ะ ออกจะแนวๆโกหกเก่งด้วยค่ะ สร้างเรื่องเก่ง(ฉลาดแกมโกงนี่เก่งค่ะ) ทำอย่างไรดีค่ะอาจารย์ รบกวนอาจารย์แนะนำด้วยค่ะ

ช่วยด้วยนะค่ะอาจารย์ จะรอคำตอบด้วยความหวังค่ะ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Tue Feb 10 2009 16:39:11 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณพิมพ์อนันต์

  • ก่อนอื่นผมต้องขอเรียนว่าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญใดๆ เกี่ยวกับเด็กสมาธิสั้นครับ...
  • แต่เมื่อถามมาก็ตอบไปครับ
  • คือการที่จะบอกว่าเด็กเป็นสมาธิสั้นหรือไม่ต้องพาไปพบจิตแพทย์ครับหรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ครับ
  • ความเห็นเพิ่มเติมคือ ไม่ว่าเด็กจะสมาธิสั้นหรือไม่ อย่างแรกที่ต้องทำคือ "ความรัก/ความเมตตา" ครับ ดังนั้นไม่ควรลงโทษเด็กด้วยการใช้กำลังหรือตี
  • ไม่ควรคาดหวังเรื่องผลการเรียนของแก
  • ควรสังเกตว่าแกชอบอะไร ให้แกทำในสิ่งที่ชอบแล้วจะทำได้ดี
  • ปิดเทอม ควรให้คุณพ่อพาไปเข้าค่ายธรรมะ (คุณพ่ออยู่ด้วย) เพื่อฝึกเรื่องสติและสมาธิ ตามวัดต่างๆ ที่จัดกิจกรรมแบบนี้
  • ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ
แสงอรุณ
IP: xxx.47.141.11
เขียนเมื่อ Sat Mar 07 2009 21:43:33 GMT+0700 (ICT)

ขอปรึกษานะคะ และหวังว่าจะได้รับคำตอบ

คือรู้สึกว่าตัวเองสมาธิสั้น ไม่มีความจำเลย มันเป็นปัญหาในการทำงานอย่างฟังอะไรแล้วย้อนกลับไปถามคือตอบไม่ได้ เพราะไม่เหลือความจำเลย นับเลขคือความไม่มั่นใจจำไม่ได้ทำอย่างไรดีคะ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Tue Mar 10 2009 11:52:14 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณแสงอรุณ

  • คุณแสงอรุณคาดหวังจะได้รับคำตอบจากผม ซึ่งไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญใดๆ เกี่ยวกับสมาธิสั้นเลย แต่ถามมาก็ต้องตอบไปเพื่อความสบายใจ
  • ข้อมูลที่ให้มาน้อยมากครับ...เป็นความรู้สึกที่คิดว่าตัวเองสมาธิสั้น ไม่มีความจำเลย...ถ้าหากเรารู้ตัวอย่างนี้ เราก็ต้องหาสมุดโน๊ตส่วนตัวไปจดใจความสำคัญ..ในการทำงานครับ และหากเราคิดอะไรได้ เราก็ต้องรีบจดความคิดของเราลงไป
  • บางครั้ง เราต้องมาเขียนวิธีการทำงานของเราในเรื่องหนึ่งๆ เอาไว้ เพราะว่าเราอาจจะลืมได้
  • หากจัดเวลาได้ ควรเข้าวัด/สถานธรรม เพื่อฝึกเรื่อง "สติ" หรือ "สมาธิ" แล้วแต่กรณีครับ..
IP: xxx.47.37.206
เขียนเมื่อ Thu Apr 09 2009 21:35:19 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ

มีเรื่องมาเล่าอีกแล้วครับ ปิดเทอมแต่ละครั้งทำเอาผมเหนื่อยเป็นที่สุดเลยครับ

ก๊อเจ้าตัวจุ้นทั้งสองหน่อน่ะสิครับ อยู่บ้านกันครบ ทะเลาะกันทั้งวันเลยครับ

แต่เจ้าตัวเล็ก(พุงโต)นี่สิ..อยากบอกว่า "น้องคนเล็กเนี่ยะ..ร้ายนัก" ตอนเล็กๆ ก๊อดูเป็นคนเฉยๆ ไม่เอาเรื่องเอาราวอะไรก่ะใคร แต่พอเริ่มโตขึ้น เรียนรู้โลกภายนอกมากขึ้น พร้อมๆ กับดูทีวีได้รู้เรื่องมากขึ้น โอ้โห..มารยาสาไธย ยี่งกว่าผู้หญิงซะอีก เรียกว่ามีกี่ร้อย กี่พันเล่มเกวียนก๊อขนมากันไม่หมด บอกใครว่าน้องสมาธิสั้นเนี่ยะ..ทุกคนส่ายหัวดิกเลยครับ ไม่มีใครเชื่อซักคน เพราะแกรู้มาก รู้เกินเด็ก รู้จังหวะ..รู้ว่าเวลาไหนควรอ้อน เวลาไหนควรเงียบ อย่างเวลาผมเอ็ดพี่เค๊าว่าให้นอนได้แล้ว เดี๋ยวตื่นสาย น้องเค๊าก๊อจะทำเป็นหลับตา บอกว่า "น้องง่วงแล้ว น้องลืมตาไม่ไหว อย่าเสียงดัง น้องจะนอน" เอาก่ะเค๊าดิ อย่างวันนี้ผมพาพี่เค๊าไปตัดผม ปกติแล้วเรื่องตัดผมเนี่ยะ..เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะเอาเค๊าสองคนไปตัดได้ จะร้องไห้โยเยกันมาตั้งแต่เด็กเลย ผมพาพี่ไปก่อน แล้วพี่ก๊อร้องไห้กลับมา ผมก๊อเอ็ดว่าถ้าร้องไห้อย่างนี้ ครั้งต่อไปพ่อจะตีแล้วนะ เพราะโตจนขึ้น ปอหนึ่ง แล้ว ยังร้องอีก น้องเค๊าก๊อจะรีบผลุนผลันใส่รองเท้าเลยแล้วบอกว่า "พ่อน้องจะไปตัดผม น้องไม่เจ็บหรอก ตัดผมไม่เจ็บ" ผมอึ้งเลยครับ ทำไมเหรอครับ..เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมจะพาแกไปตัดผมเองได้โดยไม่ต้องมีครูแกไปด้วย (ปกติเวลาน้องตัดผม ผมจะนัดกับครูที่เลี้ยงแกมาตอนเด็กให้มาเจอกันที่ร้าน แล้วผมก๊อจะแว๊บไป แกก๊อจะตัดผมแบบง่ายๆ แต่ถ้ามีผมอยู่ด้วย แกจะร้องชักดิ้นชักงอ ไม่ยอมตัด ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร) พอผมพาแกไปที่ร้าน แกก๊อขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้รอช่างมาตัดอย่างดี แถมตัดไปยิ้มไป ทำหน้าทะเล้นอีกตะหาก เรียกว่า..เป็นครั้งแรกที่แกยอมให้ผมพามาโดยไม่ต้องหลอกล่อ บอกกันไปตามตรงเลยว่า "ไปตัดผม" จะว่าเป็นเพราะแกกลัวผมจะตีเหมือนที่ผมบอกพี่แกไว้ หรือว่า แกเริ่มโตขึ้น แล้วก๊อเข้าใจว่า การตัดผมเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ไปตัดอะไรให้แกเจ็บผมก๊อไม่ทราบนะครับ เวลาแกจะขอร้องให้ทำอะไรให้ แกจะจำคำพูดของผู้ใหญ่มาพูดครับแกจะบอกว่า " ไปเอานมให้น้องหน่อย เอาเถอะน่า..ไม่ต้องเกรงใจ" ดูดู๊..ใช้เขาแล้วบอกว่าไม่ต้องเกรงใจ อย่างตอนนี้เขากำลังฮิตเล่น การ์ดยูกิมาก เขาจะเอาการ์ดมาดูเอล กับพี่ชาย เวลาเล่นเขาจะพูด "ส่ง..เข้าสนาม หมอบการ์ด...ไว้ แล้วจบเทิร์น" การ์ดใบไหนๆ เขาจำของเขาได้ พูดได้ถูกหมด แต่ไม่ชัดนะครับ แต่ถูกหมดจริงๆ เพราะพอผมไปดูการ์ดที่เขาพูด มันก๊อใช่จริงๆ ด้วย แล้วเขาจะมีกล่องไดโนเสาร์ของเขาไปไหนก๊อเอาไปด้วย เขาจะมีแยกนะครับ ตัวไหนตัวโปรด ตัวไหนตัวเก่ง ถามว่าตัวไหนชื่ออะไร เขาก๊อจะประมาณว่า ถ้าตัวที่ท่าทางดุดุ จะเรียก "ทีเร็กซ์" ตัวไหนคอยาวๆ ก๊อจะเรียก "สเตโกซอรัส" ตัวไหนมีหนาม ก๊อ "ไทเซอราท็อป" ถ้ามีปีก ก๊อ "ไดโคเร็ฟเตอร์" เนี่ยะ..แยกประเภทอยู่แค่เนี๊ยะ...อ้อ..ปกติเขาชอบดูหนังไดโนเสาร์ครับ แล้วจะจำว่าตัวไหนชื่ออะไร..เจ้าตัวเล็กของผมเค๊าจะมีโลกส่วนตัวของเขาที่ "สูงมั่กมาก" ครับ แกจะชอบเล่นสมมุติอยู่คนเดียว เช่น เอาไดโนเสาร์มาตั้ง แล้ว พูดอะไรๆ ไปตามประสา บางทีแกก๊อชอบทำอะไรตามอย่าง "มิสเตอร์บีน" หนังอีกเรื่องที่แกชื่นชอบ ( แต่ต้องเลือกตอนหน่อยนะครับ) แต่ที่ชอบมากๆ ก๊อคือเอาตุ๊กตามาทำเป็นน้อง เดี๋ยวตัวร้อน เอาผ้ามาห่มให้ เดี๋ยวก๊อบอก ไม่ต้องร้อง..เดี๋ยวจะดุให้..อะไรประมาณนี้ล่ะครับ แต่พอผมเข้าไปทักว่าทำอะไรลูก แกจะอาย แล้วก๊อเลิกเล่น ทำเป็นเสไปเล่นอย่างอื่นแทน ผมไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร เวลาที่แกร้องเพลง เอ บี ซี ที่ครูสอน ร้องได้จนจบ แต่พอผมบอกให้ร้องให้ฟังอีกที่สิครับ แกก๊อจะบอกว่า "น้องร้องไม่ได้" แล้วก๊อไม่ยอมร้องเลย แกจะ 5 ขวบเดือนพฤษภาคมเนี่ยะครับ แต่เรื่องแก่แดดเนี่ยะ..สุดยอด แกจะไม่ยอมฉี่ข้างทางแบบเด็กผู้ชายทั่วไปนะครับ เรียกว่า ถ้าจะฉี่ ต้องมีมุมมิดชิด ไม่มีคนเห็น ไม่งั้นไม่ฉี่ ถอดเสื้อต่อหน้าคนอื่นนี่ไม่ได้เลย อายมาก...ไม่เข้าใจจริงๆ ครับ อีกเรื่องก๊อคือ อารมณ์ครับ แกจะอารมณ์ร้อน โมโหร้าย (แบบเก็บๆ นะครับ) แต่ผมคิดว่า ดีขึ้นบ้างแล้วนะครับ นี่คุณหมอก๊อนัดประเมินผมเดือนกรกฎาคมครับ ไม่รู้ว่าจะต้องใช้ยาหรือเปล่า แต่เท่าที่คุยๆ ก่ะคุณหมอดู ก๊อบอกว่าน่าจะเป็นพัฒนาการทางด้านร่างกายช้ามากกว่า (คุณหมอเป็นคุณแม่ของเพื่อนพี่เขาครับ) ไม่น่าจะต้องกินยา ผมก๊อหวังว่างั้น เพราะเท่าที่ฟังมา บอกว่ากินยามันก๊อช่วยได้ ไม่มีผลข้างเคียง แต่ลูกจะนิ่งขึ้น ..นิ่งขึ้นเพราะยา ผมว่ามันก๊อต้องมีผลบ้าง หรือ..อาจารย์ช่วยบอกหน่อยนะครับ

เล่ามาซะเยอะ..คงไม่เบื่อนะครับ อยากเล่าน่ะครับ เหมือนเห่อลูกยังไงไม่รู้ ..หุหุ

สงกรานต์นี้ไปเที่ยวไหนครับ..ขอให้มีความสุข สนุกกาย สบายใจ ในวันสงกรานต์ปีใหม่ไทยปีนี้ และตลอดไปนะครับ

ด้วยความเคารพ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Fri Apr 10 2009 04:01:07 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ คุณagatas03

     ผมน่ะรอคุณพ่อ ที่ปกติจะพบกันทุก ๑ เดือน แต่คราวนี้ผ่านมา ๒ เดือน นึกว่าจะไม่เข้ามาเล่าเรื่องให้ฟัง (อ่าน) กันอีกแล้ว พอมี comment เข้ามาผมรีบเข้ามาอ่านเลย...ผมชอบสไตล์การเล่าเรื่องของคุณมาก แบบว่า ค่อยๆ เล่าไปทีละฉาก และมีตัวอย่างประกอบของน้องคนเก่งครับ...

  1. เจ้าตัวเล็กนี่ เป็นเด็กที่มีจินตนาการสูง และมีโลกส่วนตัวของแกเอง บางครั้งแกจะมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งและทำได้ดี (เป็นธรรมดาว่าถ้าได้ทำสิ่งที่ชอบจะทำได้ดีและทำได้นาน)...แกจะติดนิสัยแบบผู้หญิงมาด้วย (เช่น ขี้อิจฉา ขี้อาย เป็นต้น)..ในตอนที่เล่าเรื่องตอนแกเล่น "การ์ด" และแกจำการ์ดของแกได้ และจัดหมวดหมู่ไดโนเสาร์ ผมเห็นว่า "สมาธิ" บางช่วงของแกดีมาก แกไม่ได้ใช้ "ความจำ" ในตอนนั้น แต่ใช้ "สมาธิ" ครับ (ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น จากเรื่องเล่า)
  2. เรื่องขอไปตัดผม ผมเชื่อว่า เป็นพัฒนาการที่แกโตขึ้นครับ..ผมเห็นเด็กปกติหลายคนก็เป็น เช่นนี้ คือ ตอนเล็กๆ ถ้าพาไปร้านตัดผมล่ะก็จะต้องร้องโวยวาย ต้องจับตัวตัดผมกัน..เขาถึงมีร้านแบบที่มีของเล่นให้เด็ก คล้ายๆ ร้านของหมอฟัน ที่มีของเล่นให้เด็ก...โดยปกติ เด็กเล็กๆ จะไม่อยากไป (๑) ร้านตัดผม (๒) ร้านหมอๆ ทั้งหลาย...นี่แสดงว่าแกโตแล้ว โตพอที่จะไม่กล้วร้านตัดผม...แต่อีกบทบาทหนึ่งที่วิเคราะห์ได้ คือ แกมีพฤติกรรมเลียนแบบ แบบที่จะเอาชนะพี่ชาย..คือ พอพี่ชายแกร้องไห้กลับมาจากร้านตัดผม และถูกดุ..แกก็จะแสดงบทบาทที่เหมือนว่าจะดูเหนือกว่าพี่ชาย "พ่อน้องจะไปตัดผม น้องไม่เจ็บหรอก ตัดผมไม่เจ็บ" ตรงนี้ผมว่าน้องได้เรียนรู้ที่จะแสดงบทบาทที่เหนือพี่
  3. น้องนี่ ถ้าส่งเสริมให้ดี ก็จะมีแวว "อัจฉริยะ" อยู่ในตัวเอง ตอนเล่นตุ๊กตา หรือตอนร้องเพลง แกก็จะมีโลกส่วนตัวของแก ถ้าส่งเสริมดีๆ จะทำเกิดประสบการณ์สะสม ทำให้ในอนาคต แกอาจจะคิด "นวัตกรรม" ที่เป็นแบบของแกเองได้..ตอนที่แกกำลังมีสมาธิ จินตนาการไหลลื่น..พอมีช่วงหนึ่งที่ "คุณพ่อ" เข้าไป "ขัดจังหวะ" สมาธิแกจะ "หลุด" ไป ทำให้แกบอกว่า "ร้องเพลงไม่ได้" ตรงนี้เกิดขึ้นได้จริง โดยที่เด็กไม่ได้ "เสแสร้ง" ครับ
  4. เรื่อง "คุณหมอ" ผมค่อยข้างจะเห็นด้วยครับ ว่า "น้อง" แกมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กปกติ แต่ก็มีส่วนชดเชย ที่แกมี "สมาธิ" บางช่วงดีมาก เมื่อแกอยู่ในโลกของแก และเป็นคนที่มี "จินตนาการ" สูง (ไอน์สไตน์ บอกว่า "จินตนาการสำคัญกว่าความรู้") ดังนั้นเราควรส่งเสริมแกเรื่องนี้...ถ้าน้องไม่ "ทานยา" ได้ก็จะดีมาก คือ แม้ว่าหมอบอกว่ายาไม่มี "side effect" แต่ในหลักการทั่วไปทางชีววิทยา "สิ่งแปลกปลอม" ที่เข้ามาในร่างกาย ร่างกายก็จะขับออกมา ส่วนที่ทำงานหนักก็มี ส่วนของตับและไต ซึ่งนานๆ ไป ทั้งตับและไตก็เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ..แต่หากจะต้องทานยา ก็อยู่ในดุลพินิจของแพทย์ครับ..แต่ผมเชื่อเรื่อง "สมดุลธรรมชาติ" หรือ "balance of Nature" ครับ คือ สภาวะของสรรพสิ่งในโลก จะปรับตัวเองให้เข้าสู่สมดุล ดังนั้น ผมเชื่อว่า น้องจะไม่ต้องทานยาเพราะเขามีพัฒนาการที่ดีขึ้นและส่วนของสมองจะพัฒนาสู่จุด "สมดุล" มากขึ้น
  5. เนื่องจากเดือนพฤษภาคม จะเป็นวันเกิดของน้อง ๕ ขวบเต็ม ก็ขอ "Happy birthday" ให้น้องล่วงหน้าครับ

        สงกรานต์ผมไม่ค่อยอยากไปไหน แต่ก็ต้องติดสอยห้อยตามคนที่เขาอยากให้เราไปด้วย..เราก็ต้องบริการเขาให้ดีครับ..ผมก็ต้องขับรถ (ฝ่า "คาราวาน" รถ) จากพิษณุโลกไปเขตสุพรรณบุรีครับ และหวังว่าคงปลอดภัยกลับมาอีกปี เพื่อมาทำหน้าที่บริการต่อไป..ขอบคุณครับ

ออออออ
IP: xxx.123.146.195
เขียนเมื่อ Wed Apr 22 2009 14:59:39 GMT+0700 (ICT)

อ่านหนังสือมะค่อยรู้เรื่อง ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ ติดคอมอ่ะค่ะ แต่ไม่ได้ติดเกม มันเกี่ยวกับสมาธิสี้นป่าวคะ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Sat Apr 25 2009 04:50:14 GMT+0700 (ICT)
  1. ข้อมูลน้อยไปครับ
  2. การอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง เพราะไม่ได้ถูกฝึกฝนให้รักการอ่านมาตั้งแต่เด็กๆ อาจเพราะสิ่งแวดล้อมรอบข้างไม่มีตัวอย่างดีๆ ให้เห็น...ทำให้ต่อมาเป็นคนที่อ่านหนังสือแล้วไม่ค่อยมีสมาธิ จำเรื่องไม่ค่อยได้..มันเริ่มต้นจากอุปนิสัยรักการอ่านนั่นเอง
  3. ยุคนี้เป็นยุค IT คนส่วนส่วนใหญ่ก็ติด Trend คือ ต้องมีคอมพิวเตอร์และติดคอมฯ ก้นงอมแงม..
IP: xxx.27.173.48
เขียนเมื่อ Mon May 04 2009 11:25:19 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีหน้าต้อนรับเปิดเทอมครับ

  • มีเรื่องมาเล่าอีกแล้วครับ   จริงๆ แล้วก๊อ! มีทุกวันแหละครับ เจ้าตัวเล็ก (พุงโต) แกขยันสร้างเรื่องได้ทุกวัน  แกคงอยากจะให้พ่อเขียนหนังสือเป็นเล่มออกขายกระมังครับ หุหุ...
  • เรื่องก๊อมีอยู่ว่า..พักนี้พี่น้องสองสู (เสือ+หมู) เขาทะเลาะกันบ่อยครับ  มักจะมีเรื่องตีกันเป็นประจำ  ทั้งที่ตั้งใจบ้าง ไม่ตั้งใจบ้าง  วันก่อนพี่ชายเขาเผลอเอาขาไปถึบน้องเข้า (เขาว่าเขาเผลอนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณในการเข้าชม)  น้องตัวเล็กก๊อเลยเอามือฟาดเผี๊ยะมาที่หน้าพี่ชาย สี่นิ้วเป็นรอยเลยครับ  พี่เขาก๊อร้องไห้บอกว่าน้องทำ  ทีนี้เจ้าตัวเล็กหน้าเสียเลยครับ เพราะรู้ตัวว่าตัวเองตีแรงไป (คงจะฟาดกลับด้วยความโมโหเจ็บอ่ะครับ)  รีบบอกใหญ่เลยว่า "พี่เขาถีบน้องอย่างงี้" มีท่าประกอบด้วยนะครับ ทำซ้ำไปซ้ำมาประมาณสี่ห้าเที่ยว ปากก๊อบอกว่าพี่เขาทำอย่างงี้ๆๆๆ  แล้วก๊อตีมือตัวเองใหญ่เลย ตีๆๆๆน้ำตาก๊อซึมไปด้วย  ผมก๊อบอกว่า ไม่เป็นไร ทะเลาะกันเอง ไม่มีใครผิดใครถูก  เจ็บตัวก๊อต้องยอมรับสภาพ  วันหลังอย่าทะเลาะกัน  เจ้าตัวเล็กเขาก๊อจะงอนๆ ไม่ยอมพูดกับผม ผ่านไป...
  • เมื่อวานนี้เองครับ..พี่เขาเอาดาบสตาร์วอร์ไว้ใต้ผ้าห่ม  เจ้าตัวเล็กเขามองไม่เห็น  ไปนั่งทับเข้า ดาบหักสองท่อนเลยครับ แล้วที่สำคัญ มันเป็นอันที่สองที่น้องเขาไปทำของพี่เขาพังครับ  ที่นี้พี่เขาก๊อโวยวายใหญ่เลย ว่าน้องทำพังอีกอันแล้วนะ  ร้องไห้ร้องห่ม มาฟ้องผม (ซึ่งความจริงก๊อนั่งอยู่ในเหตุการณ์นั่นแหละครับ) ส่วนเจ้าน้องเล็กของผม  รู้สิครับ..ว่าตัวเองผิดเต็มประตู ไม่มีข้อแก้ตัว  แกลุกไปหยิบกรรไกร (เป็นกรรไกรสำหรับตัดกล่องนม อันเล็กๆ ไม่คมครับ) มาจ่อที่ข้อมือตัวเองบอกว่า "น้องตัดมือทิ้งเลยๆๆๆ" บอกซ้ำๆ อยู่นั่นล่ะครับ น้ำตาก๊อซึมๆ แต่ไม่ร้องไห้นะครับ  ผมอึ้งไปเลยครับ คิดวิธี คิดหาคำพูดกับแกดีๆ  ทำให้แกไม่รู้สึกว่าต้องทำโทษตัวเองด้วยวิธีรุนแรงขนาดนั้น
  • ผมบอกไปว่า ให้แกเก็บกรรไกรก่อน แล้วหันมาถามพี่ชายเขาว่าเอาดาบไว้ที่ไหน  พี่ชายบอกเอาไว้ใต้ผ้าห่ม  ผมก๊อบอกว่าน้องเขาไม่ได้ตั้งใจ  เอาไว้ใต้ผ้าห่ม ใครจะไปเห็น เนี่ยะ..น้องเขารู้สึกผิดมากเลยรู้มั๊ย  ให้พี่ชายไปบอกน้องว่า ไม่เป็นไรพี่ไม่ว่าอะไร  วันหลังให้ระวังด้วย  ไอ้พี่ชายก๊อไม่ยอมบอกให้ผมบอกน้องเอง  ผมก๊อบอกไปอย่างที่่บอกนั่นแหละครับ  แล้วก๊อบอกอีกว่า น้องจะตัดมือทำไม เดี๋ยวเลือดออกนะ เลือดออกแล้วดาบมันก๊อไม่กลับมาดีเหมือนเดิมหรอก  แล้วก๊อแล้วไปวันหลังให้ระวังด้วย  น้องเขาก๊อฟังครับ ยอมวางกรรไกร(จริงๆ ผมก๊อรู้ครับว่าแกไม่กล้าทำหรอก อีกอย่างกรรไกรก๊อไม่ได้คมอะไรเลย แกชอบใช้ตัดกระดาษเล่น แต่ก๊อต้องระวังไว้ก่อน เพราะคราวหน้าอาจไม่ใช่กรรไกร) 
  • เจ้าตัวเล็กยอมวางกรรไกรครับ  แต่ก๊อยังงอนอยู่ บอกไม่ต้องมารักน้อง ไม่ต้องมาพูด  ไปจับโดนตัวแกก๊อไม่ได้นะครับ ทำสะบัดสะบิ้ง  แหม๋!!..ทำเหมือนนางเอกหนังแขกเลยนะครับนั่น
  • ลืมเล่าไปครับ..ว่าแกเคยมีพฤติกรรมลงโทษตัวเองมาแล้ว คุณครูที่โรงเรียนเล่าให้ฟัง ตอนแกไปเรียนพิเศษ  แกจะเล่นกับเพื่อนแล้วแกโยนตุ๊กตาไดโนเสาร์ไปให้เพื่อน(เป็นตัวยางน่ะครับ) ทีนี้มันไปฟาดโดนตาเพื่อนเขาเข้า  เพื่อนเขาร้องไห้แกก๊อตกใจครับ รีบเอาไม้พายของเล่นมาตีมือตัวเองใหญ่เลย ตีๆๆๆๆ จนคุณครูต้องบอกว่า "ครูไม่ได้ว่าอะไร ครูรู้ว่าน้องเล่นน้องไม่ได้ตั้งใจหยุดตีได้แล้ว"  คือแกตีจริงๆ ตีจนมือตัวเองแดงไปหมดเลยครับ  ส่วนเพื่อนก๊อไม่ได้โกรธอะไร  เพราะรู้ว่าตัวเองรับไม่ได้เอง  แต่ที่ร้องเพราะเจ็บมากกว่า
  • พักนี้แกเริ่มกลับมาเดินวนเป็นวงกลมอีกแล้วครับ  เดินๆๆๆๆจนน่าเวียนหัว  ผมว่ามันจะเกี่ยวกับพักนี้ผมไปสนใจพี่ชายแกมากจนละเลยแกไปหรือเปล่า  เพราะพี่ชายแกขึ้นปอหนึ่ง ต้องเตรียมความพร้อม  ต้องเรียนเสริม ผมเองก๊อต้องสอนเขียนสอนอ่านเสริมแกที่บ้านด้วย  แกอาจจะนึกว่าผมไม่สนใจแกก๊อเป็นได้ 
  • จริงๆแล้วแกแกร่งกว่าพี่ชายเยอะเลยครับ  พี่ชายแกจะขึ้อ้อนมาตั้งแต่เด็ก จนบางครั้งจะเป็นน้องเล็กแทน  ส่วนแกจะนิ่งๆ ร้องไห้ก๊อแป๊ปเดียว หายเจ็บเลิกกัน  แกคงเห็นพี่อ้อนแล้วพ่อมัวแต่โอ๋พี่  แกก๊อเลยไม่อ้อน อาจจะคิดว่าพี่รักพี่คนเดียว
  • เฮ้อ...เล่ามาซะยาวเลยครับ  รบกวนเรียนถามอาจารย์ครับว่า..พอจะมีวิธีอะไร ที่จะมาหยุดพฤติกรรมลงโทษตัวเองของน้องได้บ้างครับ  แล้วที่แกกลับมาเดินวนเนี่ยะ..มันน่าจะเกิดจากที่ผมเล่ามาได้ไหมครับ ครูที่ฝึกแกบอกว่า แกจะกลัวอะไรที่ไม่มั่นคง ท้ายทึ่สุดนี้ผมขอขอบพระคุณอาจารย์อย่างมากเลยนะครับ ที่คอยให้คำแนะนำผมด้วยดีตลอดมา แล้วพักนี้อากาศร้อนแรงเป็นอย่างมาก อาจารย์รักษาสุขภาพด้วยนะครับ ด้วยความเคารพ
agatas03
IP: xxx.128.190.20
เขียนเมื่อ Mon May 04 2009 20:21:04 GMT+0700 (ICT)

เพิ่มเติมครับ..

ขอบพระคุณสำหรับคำอวยพรวันเกิดล่วงหน้าด้วยครับ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Wed May 06 2009 09:08:30 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณ agatas

  • เรื่องที่เล่ามาผมอ่านอย่างละเอียดแล้วครับ
  • ผมคิดว่าเขียนสะสมไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็พิมพ์เป็นหนังสือได้ครับ
  • เป็นการเล่าประสบการณ์ การเลี้ยงดูลูก..
  • ส่วนพฤติกรรมลงโทษตัวเอง ผมจะลองคิดดูว่าจะมีวิธีแก้อย่างไร แล้วจะมาตอบอีกครั้งครับ..(รอจิตว่างก่อน..อิอิ)
snacker
IP: xxx.24.195.107
เขียนเมื่อ Mon Jun 22 2009 16:58:07 GMT+0700 (ICT)

อาจารย์ครับ

ผมกำลังทำกำลังทำโปรเจ็ค อยู่ชิ้นหนึ่ง คือการออกแบบหนังสือให้เด็กสมาธิสั้น(เป็นโปรเจ็คของสถาบัน ซึ่งจะทำการต่อยอดเป็น thesis) หรือผู้ที่มีอาการ

ตอนนี้พอเข้าใจว่าเด็กสมาธิสั้นนั้นต้องการอะไร แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะออกมาในรูปแบบไหน ซึ่งเนื้อหาที่จะนำมาเป็นแบบ ก็คือ การฝึกวาด

ภาพ ทางศิลปะ ผมยังไม่ค่อยมีประสบการณ์มากเท่าไหร่ อยากให้อาจารย์แนะนำหน่อยว่า เราควรจะเริ่มอย่างไร เพื่อการออกแบบบทเรียนที่เหมาะสม และสามารถพัฒนาประสิทธิภาพของเด็กสมาธิสั้น ให้เกิดผลสำเร็จ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Tue Jun 23 2009 03:17:09 GMT+0700 (ICT)
  • เป็นกุศลเจตนาที่ดีครับ คุณ snacker
  • เด็กกลุ่มสมาธิสั้น ก็แก้โดยการทำให้แกมีความสุขกับการทำอะไรนานๆ ได้ สิ่งเหล่านั้นก็คือ Art ไม่ว่าจะเป็นวาดภาพ เล่นดนตรี หรือ กีฬาฯ
  • ดังนั้นหนังสือฝึกวาดก็เป็นส่วนหนึ่ง
  • อีกส่วนหนึ่งก็คือของหนังสือฝึกวาดคือ ให้เขาเล่าจินตนาการว่าเขากำลังวาดภาพอะไรแล้วก็ให้คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองช่วย comment ด้วย
  • เวลา comment ให้ comment ด้วยความรักความเมตตา และคิดเชิงบวกครับ
  • การออกแบบบทเรียน เริ่มจากง่ายไปยากครับ
  • การเล่าเรื่อง ให้เป็นภาพการ์ตูนครับ สร้างเรื่อง เล่าเรื่องโดยการ์ตูน แล้วสอนแทรกวิธีสอนลงไป
  • วิธีที่ดีคือ ต้องศึกษาความพึงพอใจจากกลุ่มเด็กที่มีสมาธิสั้นด้วย
  • ขอบคุณครับ
snacker
IP: xxx.25.174.65
เขียนเมื่อ Tue Jun 23 2009 17:06:24 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับ สำหรับคำตอบ ตอนนี้กำลังดำเนินการออกแบบบทเรียน

ถ้ามีความคืบหน้าอย่างไรจะ เข้ามาแจ้งเป็นระยะ ๆ นะครับ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Wed Jun 24 2009 06:36:31 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณ คุณ snacker ครับ
แชมป์
IP: xxx.128.192.25
เขียนเมื่อ Sat Jul 18 2009 22:05:46 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับผมหายไปนานเลย

เข้าเรื่องเลย

คุณ snacker ผมคิดว่าเป็นโปรแจคที่ดีมากๆ แต่ถ้าจะทำจริงๆนะครับ

อาจจะเป็นโปรแจคที่ยาวมากๆเลย เพราะ เด็กในกลุ่มนี้ความสนใจจะมีความต่างกันอยู่

นะครับ ถ้าคิดคงแบ่งได้หลายสาย คือ วิทยาศาสตร์ ภาษา ศิลปะ กีฬา ดนตรี เป็นต้น

แถมยังต้องแบ่งวิธีการทำหนังสือ หรือการสอนเป็น ปฎิบัติจริง ทฤษฎี ทฤษฎีกึ่งปฎิบัติ

การสอนแบบการ์ตูน เป็นต้น

ที่คุณ snacker ทำนั้นผมคิดว่าน่าจะเป็นการฝึกให้เด็กใช้จินตนาการกับสมาธินะครับ

ซึ่งกลุ่มเป้าหมายน่าจะเป็นเด็กในกลุ่มชอบวาดรูป แต่เด็กในกลุ่มนี้อย่างที่ผมพิมพ์ไปแต่แรกว่ามีอยู่หลายประเภท ถ้าจะให้ยกตัวอย่างเอาดังๆก็ ไอน์สไตน์ ตามที่ผมวิเคราะห์ดูแล้วน่าจะอยู่ในกลุ่ม ทฤษฎี+จินตนาการ ในอดีตหนังสือเรียนเลขคงไม่มีแบบการ์ตูนเป็นแน่

-------------------------------------------------------------------------------------------

สำหรับพ่อแม่นะครับ ผมอยากแนะนำ(ซ้ำๆกับที่ผมเคยโพสไว้) คือ

1.สอนให้เขารู้จักเหตุ-ผล

2.สอนให้เขารู้จักว่าเขาต้องมีเป้าหมายในชีวิต(อันนี้ไม่ต้องรีบร้อนให้เขารู้จัก เหตุ-ผล ก่อนแล้วเรื่องนี้เราค่อยๆสอนเขาที่หลังได้)

3.พยายามสังเกตว่าลูกคุณชอบอะไร(มีสมาธิกับอะไรที่ไม่ใช่เกมส์กับการ์ตูนนะครับ)

4.ถ้าลูกคุณเรียนไม่ดี ผมแนะนำลองไปอ่านกระทู้ที่ 51 ดูที่ web link นะครับอาจจะเข้าใจอะไรมากขึ้นอีก

พิมพ์ซะยาวเลยขอบคุณที่อ่านครับจะติอะไรก็พูดได้เลยนะครับ (สำหรับผมการติ คือ สิ่งที่ผมต้องแก้ไขเพื่อในอนาคตจะได้ทำให้ดีขึ้น)

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Mon Jul 20 2009 07:05:05 GMT+0700 (ICT)
  • เยี่ยมมากครับน้องแชมป์
  • ผมอ่านได้ความรู้ตั้งเยอะ
  • แล้วแวะมาให้ความรู้อีกนะครับ
IP: xxx.123.218.147
เขียนเมื่อ Wed Sep 30 2009 11:16:36 GMT+0700 (ICT)

สวัสดี ค่ะ

คือดิฉันอยากจะรบกวนถามเรื่องผู้ใหญ่สมาธิสั้น ค่ะ

ตอนนี้ก็21 แล้ว ค่ะ

ทำไงดี ค่ะ อยู่ไม่อยสุข ค่ะ

แต่ชอบคิดในเรื่องที่คนอื่น เค้าคิดไม่ได้

แล้วชอบคิดไม่ได้ ในเรื่องที่คนอื่นคิดได้

คืออยากเรียนถามว่า หนูจะเป็นไรมากไหม ค่ะ

จะแก้ปัญหา อย่างไร ดี

ขอบคุณ ค่ะ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Wed Sep 30 2009 14:19:08 GMT+0700 (ICT)
  • หาเวลาไปปรึกษาพวกนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์บ้าง คงมีคำแนะนำที่ดี
  • จริงๆ ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก เพราะเรารู้จักตัวเราดีเอง
  • น่าจะมีสมุดจดว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง
  • และมีกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น ร้องเพลง, เต้นตามจังหวะเพลง
แชมป์
IP: xxx.142.96.157
เขียนเมื่อ Tue Oct 13 2009 00:33:15 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับผมมีแง่คิดของผมเกี่ยวกับกระทู้ที่ 82 นะครับ เขายังจะกลับมาอ่านอยู่รึเปล่าน้า

เรื่องอยู่ไม่สุขนี้แนะนำนะครับฝึกสมาธิอย่างเดียวเลยครับ ก็ลองไปอ่านกระทู้ 50 ของผมเองช่วงล่างๆน่ะครับ อาจจะมีประโยชน์

อยู่บ้าง

แล้วเรื่องชอบคิดไม่ได้ ในเรื่องที่คนอื่นคิดได้

อย่าไปคิดมากครับอาจจะเป็นการมองต่างมุมกันก็ได้ครับ หรือเราไม่เข้าใจในส่วนนั้นก็ได้ครับ ทำให้เราคิดไม่ได้ ซึ่งเราก็ควรนำ

สิ่งที่เขาคิดได้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาลักษณะเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน หรือนำเป็นแนวทางในการทำให้เราเข้าใจในส่วนนั้น

มากขึ้นซึ่งผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์เกี่ยวกับการเีรียนนะครับ

ส่วนชอบคิดได้ ในเรื่องที่คนอื่นคิดไม่ได้

อาจเป็นเพราะเราเข้าใจในส่วนนั้นไงครับ อย่าไปคิดมากครับ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Thu Oct 15 2009 06:20:56 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณน้องแชมป์ครับ

dekyipoonz
IP: xxx.53.124.227
เขียนเมื่อ Wed Nov 25 2009 20:32:38 GMT+0700 (ICT)

ผมเองอายุ 23 แล้วครับ ทำงานและกำลังเรียนหนังสืออยู่ชั้น ปี 4 ครับ

ผมรู้สึกว่าตัวเองสมาธิสั้นมากๆ เช่น สั่งปุ๊บ ลืมปั๊บ เพื่อนบอกให้รินน้ำให้เค้ากินหน่อย ผมก็รินแต่ผมดื่มเอง ลืมไปว่าเพื่อนให้รินน้ำให้

บางคน ผมจะลงไปด้านล่างเอาของ แต่ก็ลืม ว่าจะลงมาเอาอะไรแล้วก็ขึ้นไปชั้นบน เป็นแบบนี้บ่อยมากๆ

ก่อนหน้านี้ผมลืมกระเป๋าไว้ที่ร้านเพื่อน พอกลับมาบ้านก็หาทั้งบ้านเลย สมองผมสั่งแค่ว่า ผมลืมไว้ในบ้าน สุดท้ายก็ลองไปที่ที่มาล่าสุด

ปรากฎว่าผมลืมไว้ที่ร้านเพื่อน

และเมื่อวานนี้ผมลืมกระเป๋าไว้ที่ออฟฟิต แล้วผมก็กลับมาบ้าน สมองผมสั่งอีกว่าลืมไว้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวตอนกลับบ้าน ตัวเองก็คิดว่าคงหายไปแล้ว ปรากฎว่าตอนเช้าเจอที่ออฟฟิต

และวันนี้เอง ผมเอาของใส่กระเป๋าเสื้อคลุมผมไปที่ออฟฟิต พอถึงออฟฟิตแล้วก็นึกขึ้นได้อีก ว่าผมลืมของนั้นไว้ที่บ้าน พอมาบ้านก็ค้นทั่วบ้านเลยคับ จากห้องนอน ไปห้องน้ำ โต๊ะเครื่องเป๋า กระเป๋าสะพาย และห้องน้ำด้านล่าง แต่ตู้เสื้อผ้า กระทั่งทั่วบ้านก็ไม่เจอ แล้วก็คิดขึ้นได้ว่า น่าจะอยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุม แต่ก็ไม่แน่ใจนัก พอลงไปดู ปรากฎว่าเจอ เป็นต้น

บางทีของสำคัญที่ผมจะซื้อในวันนี้ ผมเองก็ไปที่โลตัสเพื่อจะซื้อของสิ่งนั้นนั่นแหละ พอไปถึงไปนั่งกินข้าว กับไปซื้อของที่ผมไม่ได้ต้องการไปซื้อก็คือนิตยสาร

ผมเบื่อมากเลยครับ กับอาการขี้ลืม สมาธิสั้นอย่างผม ผมควรจะแก้อย่างไรดี ควรเริ่มจากตรงไหนก่อนครับ ยังมีหลายเรื่องที่ผมลืมไว้ มากกว่านี้อีกครับ ยังไงช่วยอธิบายอาการและวิธีแก้ไขด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Thu Nov 26 2009 06:21:43 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณ dekyipoonz

  • ก่อนอื่นต้องเรียนก่อนว่า ผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญใดๆ เลย
  • ดังนั้นขอตอบตามประสบการณ์ครับ คือ อาการแบบที่เล่ามาควรเป็นกับคนอายุ ๕๐-๖๐ ปีขึ้นไป
  • ถ้าผมมีอาการแบบนี้ ผมก็จะใช้วิธีจดบันทึกกันลืมครับ คือ ถ้าไปเรียนหรือไปทำงานก็จะต้องจดบันทึกประจำว่าเอาของอะไรไปบ้าง และไปที่ไหนมาบ้าง จะต้องตั้งใจจดบันทึกให้ได้ มีสมุดบันทึกเล็กติดตัวตลอดครับ
  • ในกระเป๋าสตางค์มีบัตรอะไรบ้างต้องจดไว้หมด มีหมายเลขบัตรอย่างไร ธนบัตรที่มี มีหมายเลขอะไรบ้าง ต้องพยายามให้ละเอียดแบบนี้
  • จดบ่อยๆ บอกตัวเองบ่อยๆ จากจิตสำนึก ก็จะฝังเข้าไปที่จิตใต้สำนึกด้วย
  • อย่างจะไปซื้อของ หรือไปไหน เพื่ออะไร เมื่อนึกได้แล้วต้องจดลงไป เป็นรายการแบบ check list ว่าทำแล้วหรือยัง ซื้อแล้วหรือยัง 
  • ทำเรื่องง่ายๆ ก่อน เช่น จะขึ้นบนบ้านไปเอาของอะไรบ้าง
  • แล้วค่อยๆ ทำเรื่องซับซ้อนขึ้น
  • ทำจากง่ายไปยากครับ หมั่นทำบ่อยๆ ครับ
  • ต้องคิดเชิงบวกที่จะไม่เบื่อตัวเอง แต่ให้คิดว่า เกิดเหตุเช่นนี้แก่เราเพื่อการฝึกฝนครับ
คนขี้ลืม
IP: xxx.123.240.128
เขียนเมื่อ Sun Jan 03 2010 20:14:39 GMT+0700 (ICT)

เรียน อาจารย์ ครับ

ก่อนอื่นขอกล่าวสวัสดีปีใหม่ครับ อาจารย์ นานแล้วผมเคยบอกกับอาจารย์ว่า ทำงานช่างสิบหมู่คือผมทำอาชีพช่างแกะสลักไม้น่ะครับ เตี่ยเขาสอนเอาไว้ มาตอนนี้ผมได้เปลี่ยนงานแล้วครับมาได้งานเป็นช่างซ่อมบำรุงที่จังหวัดระยองครับ (ผมแกะสลักไปด้วยและเรียนสายช่างไปด้วยครับจะได้มีทางเลือกไว้)

ผมยังคงอาการขี้ลืมอยู่ครับ จะพยายามใช้วิธีทำในสิ่งที่ต้องทำ ให้ซ้ำๆจนตัวเองจำได้ แต่ถ้าเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่ทำเป็นครั้งแรกก็จะยังลืมอยู่ ส่วนเรื่องกระเป๋าเงินหรือของมีค่านั้น เวลากลับมาบ้าน ก็จะไว้ในที่เดิม เวลาไปทำงานตอนเช้าก็รวบทั้งหมดใส่กระเป๋ากางเกงทีเดียว แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งผมตื่นเกือบสายเลยรีบแต่งตัวออกมา จนลืมล็อคบ้านไว้ ประมาณ 2-3 นาทีจึงนึกขึ้นได้เลยรีบกลับไปล็อคบ้านไว้(เกือบใส่พานถวายให้กับโจรซะแล้ว) ผมมีความคิดว่าถ้าเราทำอะไรช้าๆ ค่อยๆทำ อาจช่วยให้เราไม่ลืม เพราะหากรีบๆทำอาจพลาดลืมได้

1.ผมเคยดูในโฆษณา อาหารเสริม ที่เป็นนมถั่วเหลืองยี่ห้อหนึ่งช่วยให้สมองมีความจำดี เรื่องนี้อาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไรครับ

2.อาจารย์ช่วยบอกได้ไหมว่า " โง่ กับ สมาธิสั้น " มันต่างกันมากไหม เพราะผมคิดแทนคนที่มีความฉลาด ความจำดี ดูแล้วเส้นแบ่งของมันแคบมาก

สุดท้ายนี้ขอให้อาจารย์สุขภาพแข็งแรงครับและแคล้วคลาดจากภัยใดๆ ครับ

เป้
IP: xxx.10.77.205
เขียนเมื่อ Thu Jan 20 2011 17:08:09 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันเห็นบทความจากเว็บไซด์ เลยมาลงเพื่อเป็นประโยชน์ต่อท่านอื่นๆ…………….

เรียนผู้ดูแลเว็บไซด์ และท่านบรรณาธิการ

จาก อ.ปั้น

เรื่องบทความ เรื่องวัคซีนป้องกันโรคสมาธิสั้นในเด็ก

ผม อ.ปั้น เปิดสถาบันเพิ่มพัฒนาการเด็ก ( www.tutorchula.com/special-child.htm) โดยสอนเด็กพิเศษต่างๆ รวมทั้งเด็กปกติ ซึ่งตลอดที่ผ่านมามีผู้ปกครองเข้ามาปรึกษา หรือส่งจดหมายมาถาม เรื่องการเพิ่มพัฒนาการเด็กในประเด็นต่างๆ ซึ่งผมได้รวบรวมคำถามที่น่าสนใจ ส่งไปยังโรงเรียน สมาคมผู้ปกครอง นิตยสาร สิ่งพิมพ์ หรือ เว็บไซด์ ต่างๆตลอดมา เพื่อประโยชน์ของพ่อแม่ผู้ปกครองทุกท่าน ถ้าท่านสนใจบทความของผมสามารถนำไปเผยแพร่ต่อ โดยไม่มีค่าลิขสิทธิ์ใดๆทั้งสิ้น (แต่ห้ามแก้ไขบทความใดๆทั้งสิ้น ก่อนขออนุญาติจากผม)

อ.ปั้น สถาบันเพิ่มพัฒนาการเด็ก

www.tutorchula.com/special-child.htm

Email ; paputking@yahoo.com

โทร 089-169-0911

15/12/2553

บทความ เรื่องวัคซีนป้องกันโรคสมาธิสั้นในเด็ก

ปัจจุบันเด็กเป็นโรคสมาธิสั้นกันมาก ซึ่งผมเองก็รับสอนเด็กพิเศษทุกกรณี รวมทั้งเด็กสมาธิสั้น ซึ่งผมก็คิดว่า ถ้าเรามีวัคซีนป้องกันโรคสมาธิสั้น น่าจะดี ผมก็เลยพยายามศึกษาว่ามีวิธีการใดป้องกันไม่ให้เด็กเป็นโรคสมาธิสั้น และผมก็จะพยายามพัฒนาวิธีป้องกันนี้ตลอดเวลาเพื่อให้ได้ผลมากที่สุด

ส่วนวิธีป้องกันที่ผมคิดขึ้น ผมก็พยายามเผยแพร่ไปยังโรงเรียน โรงพยาบาล หน่วยงานต่างๆตลอดเวลา ในส่วนวิธีการป้องกันเด็กเป็นโรคสมาธิสั้น อย่างง่ายๆ ที่ผมคิดขึ้น มีอยู่ 3 ขั้นตอน ดังนี้

1.พยายามอย่าให้เด็กวิ่งไปวิ่งมา เดินไปเดินมา หรือนั่งเมอลอย แบบไม่มีจุดหมาย (เมื่อไหร่เด็กวิ่งไปวิ่งมา เดินไปเดินมา หรือนั่งเมอลอย ให้หาสิ่งใดก็ได้ให้เด็กทำอย่างต่อเนื่อง)

2.พยายามให้เด็กเล่นหรือทำในสิ่งที่ต้องใช้สมาธิ หรือ ความคิดนานๆ เช่น เล่นเกมกึ่งวิชาการ อ่านหนังสือการ์ตนที่ให้ความรู้ หาของเล่นที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ เป็นต้น แล้วถามเด็กในสิ่งที่เขาทำ โดยถามในเชิงที่เด็กต้องคิด ต้องวิเคราะห์

3.เวลาพูดกับเด็ก หรือให้เด็กทำงาน พยายามถามคำถามที่เด็กต้องใช้ความคิด และ สมาธิในการตอบ เช่น เล่าข่าวให้เด็กฟัง แล้วถามเด็กว่า เด็กคิดว่าใครถูกใครผิด เพราะอะไร การเล่าเฉยๆหรือให้เด็กทำงานโดยเด็กไม่ต้องคิด ไม่มีคำถาม ไม่ควรทำ

แชมป์
IP: xxx.48.94.232
เขียนเมื่อ Tue Mar 22 2011 21:22:50 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับโพสไว้เพื่อมีคนกลับมาอ่านอีกนะครับ สมาธิสั้นมีการแบ่งด้วยนะครับว่าเป็น
"สมาธิสั้นแบบแท้" กับ "สมาธิสั้นแบบเทียม" สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ "สมาธิสั้นเทียม" ได้ที่นี้นะครับ http://women.kapook.com/view13832.html

โสภณ เปียสนิท
เขียนเมื่อ Tue Mar 22 2011 21:27:49 GMT+0700 (ICT)

จริงครับ หากเขาชอบอะไรแล้วอาจมีสมาธิกับสิ่งนั้นมากขึ้นนะครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์