โรคย้ำคิดย้ำทำ

 ผมไม่อยากทำ ชีวิตมันมีเรื่องอื่นอีกเยอะ มันพอแล้ว แต่ ... ในที่สุด... ผมก็ทนไม่ได้ถ้าไม่ได้ทำ 

ลักษณะสำคัญของโรคนี้คือ มีอาการย้ำคิดและย้ำทำที่มากจนทำให้ผู้ป่วยทุกข์ทรมาน ผู้ป่วยพยายามเลิกหรือต่อต้านอาการ เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับอาการที่เกิดขึ้น

อาการ

อาการย้ำคิด (obsession) เป็นความคิด ความรู้สึก หรือจินตนาการ ที่มักผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ผู้ป่วย เองก็ทราบว่าเป็นความคิดที่เหลวไหล ไม่เข้าใจว่าเกิดความคิดเช่นนี้ได้อย่างไร รู้สึกรำคาญต่อความคิดนี้ เช่น มีความคิดจะจุดไฟเผาบ้าน คิดว่ามือสกปรก คิดด่าทอพระพุทธรูปที่ตนเคารพ ผู้ป่วยรู้สึกผิดต่อความคิดที่เกิดขึ้น มีความกังวลใจ พยายามที่จะไม่ใส่ใจ หรือเลิกคิด บางครั้งอาจแก้หรือหักลัางความคิดนี้ด้วยความคิดหรือการกระทำต่างๆ เช่น ถ้าคิดว่าไม่ได้ปิดแก๊ส ก็จะตรวจเช็คเตาแก๊สวันละหลายๆ ครั้ง ไปล้างมือเมื่อคิดว่าสกปรก หรือท่องนะโมในใจทุกครั้งที่คิดในทางไม่ดีต่อพระพุทธรูป

อาการย้ำทำ (compulsion) เป็นพฤติกรรมซ้ำๆ ที่ผู้ป่วยก่อกระทำขึ้น โดยเกี่ยวเนื่องกับความย้ำคิด หรือตามกฎเกณฑ์บางอย่างที่ตนกำหนดไว้ การที่ผู้ป่วยมีพฤติกรรมนี้เพื่อหักล้างความคิดย้ำในทางลบ หรือป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ตามที่ตนหวั่นเกรง อย่างไรก็ตามพฤติกรรมของผู้ป่วยนั้นมักจะเกิดจากความคิดเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์หรือแบบเด็กๆ ซึ่งจะต่างไปจากแนวทางที่คนทั่วไปใช้ในการแก้ไขหรือป้องกันปัญหา

เพิ่มข้อความ.. พฤติกรรมยำคิดย้ำทำที่พบบ่อยได้แก่
- กลัวติดเชื้อโรค กลัวสกปรก ต้องล้างมือ ล้างเช็ดสิ่งต่างๆ บ่อยๆ
- กลัวเกิดอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น เช่นกลัวลืมลงกลอน ลืมปิดไฟ กลัวไม่ได้เก็บของมีคม กลัวปิดก๊อกน้ำไม่สนิท ต้องตรวจดู
- ต้องจัดให้สิ่งต่างๆ วางอยู่เท่าๆ กัน จัดของให้อยู่เป็นระเบียบ อยู่ในที่ๆ เคยอยู่ เช่น วางแจกันให้ห่างจากขอบ 2 ข้างเท่าๆ กัน 
- คิดนับหรือทำซ้ำๆ เกี่ยวกับตัวเลข เช่น ดูป้ายทะเบียนรถจะต้องเอามารวมกัน ลุกขึ้นต้องตบเก้าอี้ 3 ที

- คิดซ้ำๆ หรือมีภาพขึ้นมาในจินตนาการซ้ำๆ ในเรื่องที่ตนเองเห็นว่าน่ารังเกียจหรือเป็นเรื่องผิด ซึ่งมักเป็นเรื่องทางเพศ ความก้าวร้าว หรือเกี่ยวกับศาสนา เช่น  ทุกครั้งที่เห็นอะไรสีเหลืองจะเกิดความคิดต่อว่าพระพุทธเจ้า  คิดย้ำๆ ด่าว่าบุพการีที่ตนเองเคารพ
- ทิ้งของไม่ได้  เสียดาย ทิ้งของไม่ได้แม้จะเป็นของที่คนอื่นเห็นว่าไม่สำคัญ เช่น ขวด ถุง หนังสือพิมพ์ สมุดเก่าๆ ยางรัด จะอึดอัดใจทุกครั้งที่จะต้องทิ้งอะไร เลือกไปมาเป็นเวลานาน แต่ในที่สุดก็ทิ้งอะไรไม่ได้ จนของรกเต็มบ้าน

ฯลฯ

คนเราปกติก็อาจมีความคิดหรือพฤติกรรรมเช่นนี้ได้ แต่ในผู้ป่วย OCD อาการเหล่านี้ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างมาก ผู้ป่วยพยายามฝืนสิ่งที่เกิดขึ้น แต่มักผืนไม่ได้ เสียเวลาไปกับความคิดหรือพฤติกรรมค่อนข้างมากในแต่ละวัน (มากเกินกว่าวันละ 1 ชั่วโมง)
 

การวินิจฉัย (เพิ่มข้อความ)

A. มีลักษณะอาการดังนี้ 

อาการย้ำคิด (obsession) มีความหมายตามข้อ (1), (2), (3), และ (4): 

(1) มีความคิด ความต้องการ หรือมโนภาพที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ และคงอยู่ตลอด และในช่วงใดช่วงหนึ่งของความผิดปกติ ผู้ป่วยรู้สึกว่าลักษณะดังกล่าวรบกวนตนเองและไม่เหมาะสม และก่อให้เกิดความวิตกกังวล หรือความทุกข์ใจอย่างมาก 

(2) ความคิด ความต้องการ หรือมโนภาพนี้ มิได้เป็นเพียงความกังวลมากเกินควรต่อปัญหาที่มีอยู่จริง 

(3) ผู้ป่วยพยายามเพิกเฉย หรือเก็บกดความคิด ความต้องการ หรือมโนภาพที่เกิดขึ้น หรือหักล้างโดยความคิดหรือการกระทำอื่น ๆ 

(4) ผู้ป่วยตระหนักดีว่าความคิด ความต้องการ หรือมโนภาพที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ นี้ มาจากจิตใจของตนเอง (มิได้ถูกสอดแทรกโดยเดิมไม่เคยคิดมาก่อนเลย ดังใน thought insertion) 

อาการย้ำทำ (compulsion) มีความหมายตามข้อ (1), (2), (3), และ (4): 

(1) พฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ (เช่น การล้างมือ การจัดสิ่งของให้เป็นระเบียบ การตรวจดูสิ่งต่าง ๆ) หรือกิจกรรมทางจิตใจที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ (เช่น การสวดมนต์ การนับ การคิดคำในใจซ้ำ ๆ ) ซึ่งผู้ป่วยรู้สึกว่าจำเป็นต้องทำเพื่อตอบสนองต่อการย้ำคิด หรือ เป็นไปตามกฎซึ่งต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด) 

(3) พฤติกรรม หรือกิจกรรมทางจิตใจมีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันหรือลดความทุกข์ทรมาน หรือป้องกันเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่น่ากลัวบางอย่าง ; อย่างไรก็ตาม พฤติกรรม หรือกิจกรรมทางจิตใจ ไม่ได้เกี่ยวโยงตามความเป็นจริงกับสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการหักล้างหรือป้องกัน หรือเห็นได้ชัดว่ามากเกินควร 

B. ณ เวลาใดเวลาหนึ่งของการดำเนินโรคนี้ ผู้ป่วยตระหนักว่าอาการย้ำคิด หรืออาการย้ำทำ  นี้ เป็นมากเกินหรือไม่มีเหตุผล หมายเหตุ: กรณีนี้ไม่ใช้สำหรับเด็ก 

C. อาการย้ำคิด  หรืออาการย้ำทำ ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมาน และเสียเวลาไปมาก (มากกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน) หรือรบกวนต่อกิจวัตรตามปกติ การงาน (หรือการเรียน) หรือการเข้าสังคมหรือสัมพันธภาพทางสังคมอย่างมาก 

D. ไม่ได้เป็นโรคอื่น ที่อาจพบมีลักษณะย้ำคิด หรือย้ำทำ เป็นบางเรื่องโดยเฉพาะได้ (เช่น การหมกมุ่นในเรื่องของอาหาร โดยเป็น Eating Disorders; การดึงผม โดยเป็น Trichotillomania; การจดจ่ออยู่กับเรื่องรูปร่าง โดยเป็น Body Dysmorphic Disorder; การหมกมุ่นอยู่แต่เรื่องการใช้สาร โดยเป็น Substance Use Disorder; การหมกมุ่นต่อการมีโรคที่ร้ายแรง โดยเป็น Hypochondriasis; การหมกมุ่นเรื่องความกำหนัด หรือจินตนาการทางเพศ โดยเป็น Paraphilia; หรือ การครุ่นคิดแต่เรื่องความผิดของตนเอง โดยเป็น Major Depressive Disorder) 

E. ความผิดปกตินี้มิได้เป็นจากผลโดยตรงด้านสรีรวิทยาจากสาร (เช่น สารเสพติด ยา) หรือจากภาวะความเจ็บป่วยทางกาย 

 การดำเนินโรค

ประมาณสองในสามของผู้ป่วยเริ่มมีอาการก่อนอายุ 25 ปี อายุเฉลี่ยเมื่อเริ่มมีอาการ 20-22 ปี อาการมักเรื้อรัง โดยมากจะมีอาการมากเป็นช่วงๆ

สาเหตุ

1. พบว่าผู้ป่วยมีการทำงานของสมองเพิ่มขึ้นในสมองส่วน orbitofrontal cortex, cingulate cortex และ head of caudate nucleus ทั้งนี้บริเวณเหล่านี้อาจรวมกันเป็นวงจรที่มีการทำงานมากเกินปกติในผู้ป่วย OCD

2. ในด้านระบบประสาทสื่อนำประสาทเชื่อว่าผู้ป่วยมีความผิดปกติในระบบซีโรโตนิน (serotonin) ทั้งนี้โดยมีการศึกษาพบว่าเมื่อให้สารที่เป็นเพิ่มซีโรโตนินแก่ผู้ป่วย OCD พบว่า ผู้ป่วยมีอาการมากขึ้น

3. ทฤษฎีการเรียนรู้ เชื่อว่าการเกิดภาวะเงื่อนไขมีบทบาทสำคัญในการเกิดอาการทั้งอาการย้ำคิดและย้ำทำ การรักษาโดยใช้วิธีพฤติกรรมบำบัดเป็นการเข้าไปขจัดภาวะเงื่อนไขที่เกิดขึ้น

การรักษา
การรักษาด้วยยา

1. ยาแก้ซึมเศร้า ยาที่รักษาได้ผลดีใน OCD เป็นยาที่จัดอยู่ในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ต่อ ระบบซีโรโตนิน เช่น clomipramine และยาในกลุ่ม selective serotonin reuptake inhibitors (SSRI) ทุกตัว ได้แก่  fluoxetine และ fluvoxamine (เพิ่มข้อความ .. paroxetine, sertraline และ escitalopram)

1.1 clomipramine เริ่มต้นให้ขนาด 25 มก.ต่อวัน ปรับขนาดยาได้จนถึง 150-200 มก.ต่อวัน ควรให้ยาส่วนใหญ่ในตอนเย็นหรือก่อนนอน พบว่าโดยมากผู้ป่วยทนฤทธิ์ข้างเคียงจากยาขนาดสูงไม่ได้

1.2 fluvoxamine เริ่มต้นให้ขนาด 50 มก. ต่อวัน แล้วค่อยๆเพิ่มยาจนได้ขนาด 150-300 มก.ต่อวัน อาการข้างเคียงที่อาจพบได้แก่ คลื่นไส้ มือสั่น ง่วงซึม

1.3 fluoxetine เริ่มให้ขนาด 20 มก.ต่อวันในตอนเช้า อาจเพิ่มขนาดถึง 40-60 มก.ต่อวัน อาการข้างเคียงที่อาจพบได้แก่ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ

ยา clomipramine อาจได้ผลดีกว่ายากลุ่ม SSRI  แต่ก็มีข้อจำกัดคืออาการข้างเคียงมาก ฤทธิ์ในการรักษาอาการอาจเห็นผลชัดหลังจากสัปดาห์ที่ 4 และอาการที่ดีขึ้นนั้นไม่ถึงกับไม่มีอาการเลยทีเดียว ผู้ป่วยมักกลับมามีอาการอีกได้บ่อยหลังจากหยุดยา อย่างไรก็ตามพบว่าคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นมาก สามารถเข้าสังคมได้ ความทุกข์ทรมานจากอาการลดน้อยลง

2. ยาคลายกังวล ในผู้ป่วยที่มีความวิตกกังวลอยู่สูงอาจใช้ยาในกลุ่ม benzodiazepine ในระยะสั้นๆ ยาในกลุ่มนี้ไม่มีผลในการรักษาอาการย้ำคิด หรืออาการย้ำทำ

 การรักษาวิธีอื่น

การรักษาที่ได้ผลดีคือ พฤติกรรมบำบัด โดยให้ผู้ป่วยเผชิญกับสิ่งที่ทำให้เขากังวลใจและมิให้ตอบสนองย้ำทำตามที่เคยกระทำ ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่มักล้างมือ ก็ให้จับของที่ผู้ป่วยรู้สึกว่าสกปรก ให้รออยู่ช่วงหนึ่งจึงอนุญาตให้ล้างมือ การฝึกจะทำตามลำดับขั้น เริ่มจากสิ่งที่ผู้ป่วยรู้สึกกังวลน้อยไปหามาก และระยะเวลาที่ไม่ให้ล้างมืออาจเริ่มจาก 10-15 นาที ไปจนเป็นชั่วโมง หากการรักษาได้ผลผู้ป่วยจะกังวลน้อยลงเรื่อยๆ จนสามารถจับสิ่งต่างๆ ได้โดยไม่ต้องรีบไปล้างมือดังก่อน

การรักษาโดยวิธีนี้ได้ผลค่อนข้างดี โดยพบว่าแม้หลังจากหยุดรักษาแล้วก็ยังคงผลอยู่นาน หากมีอาการก็มักไม่รุนแรงเท่าเดิม   ผลการรักษาจะดีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ ความชำนาญของผู้รักษา ความร่วมมือของผู้ป่วย และครอบครัวของผู้ป่วยจะต้องให้ความร่วมมือด้วย เพราะนอกจากจะฝึกทำขณะพบผู้รักษาแล้วผู้ป่วยยังต้องฝึกที่บ้านด้วยเช่นกัน

 แนวทางในการรักษา

อย่าบอกให้ผู้ป่วยหยุดทำหรือหยุดคิดซ้ำๆ การบอกใช้ไม่ได้ผล ก่อนจะมาพบแพทย์ผู้ป่วยใช้วิธีการมาแทบทุกชนิดแล้วแต่ไม่ได้ผล

การรักษาไม่ควรใจร้อน อาการของผู้ป่วย OCD มักจะค่อยๆ ดีขึ้น อาจไม่เร็วอย่างที่คิด โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยจะสังเกตว่าความกลัดกลุ้มและกังวลใจลดน้อยลง ต่อมาระยะเวลาที่ใช้ในการย้าคิดหรือย้าทำก็จะลดน้อยลง ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองสามารถฝืนความอยากกระทำของตนเองได้มากขึ้น ผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อยาอาการจะดีขึ้นร้อยละ 50-70 ส่วนใหญ่แล้วการตอบสนองจะเห็นผลเต็มที่ในปลายเดือนที่สาม

ในผู้ป่วยที่อาการรุนแรงหรือมีผลกระทบมาก เมื่อผู้ป่วยอาการดีขึ้นระดับหนึ่งแล้ว ควรคงยาไว้ระยะหนึ่ง ขนาดยาจะลดลงจากขนาดที่เคยใช้ขณะที่อาการยังมากอยู่ โดยทั่วไปให้ยานานประมาณ 1 ปี การลดยาควรลดขนาดลงอย่างช้าๆ เช่น ลด clomipramine 50 มก. ทุก 2 เดือน

 ตัวอย่างผู้ป่วย
สอน อายุ 25 ปี มาพบแพทย์เนื่องจากอยากหายจากอาการทำซ้ำๆ เขาให้ประวัติว่าตนเองดำเนินกิจการร้านอาหารมาได้ประมาณ 3 ปี โดยเปิดใกล้ศูนย์การค้า กลางคืนหลังเลิกงานจะให้คนงานเฝ้าร้าน ส่วนตนเองกลับมานอนที่บ้าน

ประมาณ 1 เดือนก่อน ขณะกลางคืนเกิดไฟไหม้จากคนงานปิดเตาแก๊สไม่หมด แต่เสียหายไม่มากเนื่องจากมีคนช่วยดับไว้ทัน หลังจากนั้นทุกครั้งที่ปิดร้าน ตนเองจะต้องไปตรวจดูว่าคนงานปิดแก๊สแล้วหรือยัง บางครั้งไปดูซ้ำๆ ถึง 10 ครั้ง บางคืนขณะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเกิดความไม่แน่ใจขึ้นมาว่าได้ตรวจเตาแก๊สครบหมดทุกเตาแล้วหรือยัง จนต้องขับกลับไปตรวจดูใหม่อีก

ช่วง 1 สัปดาห์นี้อาการเป็นบ่อยขึ้น ตอนกลางวันก็ต้องคอยไปตรวจดู เขาทราบว่าตนเองกังวลมากเกินเหตุ เพราะตรวจครั้งเดียวก็น่าจะพอ แต่พอตรวจเสร็จ สักครู่ก็เกิดความไม่สบายใจขึ้นมาอีกว่าปิดหมดแน่แล้วหรือยัง ความไม่สบายใจนี้มีมากจนต้องกลับไปดูอีก ทั้งๆ ที่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

เขาให้ประวัติเพิ่มเติมว่าเคยมีอาการคล้ายๆ กันนี้ตอนช่วงวัยรุ่น ครั้งนั้นเป็นหลังจากต้องสอบซ่อมหลายวิชา มีความกังวลว่ามือสกปรก ล้างมือวันละ 20-30 ครั้ง เคยรักษากับจิตแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

ผู้รักษาให้การวินิจฉัยว่าเป็น obsessive compulsive disorder ให้การรักษาโดย clomipramine อาการผู้ป่วยดีขึ้นจนกลับสู่ปกติภายใน 3-4 เดือน

(นพ.มาโนช หล่อตระกูล, นพ.ปราโมทย์ สุคนิชย์)

----------------------------------------------------------

เพิ่มเติม 4 กค 2555

ศูนย์บำบัดรักษาผู้ป่วยย้ำคิดย้ำทำ
(Obsessive-Compulsive Disorder Treatment Center)
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

 ทางภาควิชาจิตเวชศาสตร์ได้เห็นความสำคัญของการให้บริการการรักษาและศึกษาวิจัยในโรคย้ำคิดย้ำทำ จึงได้มีโครงการจัดตั้งศูนย์บำบัดรักษาโรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Disorder Treatment Center) โดยมุ่งเป็นศูนย์กลางในการให้บริการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ในระดับประเทศ เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของจิตแพทย์ แพทย์ และบุคคลากรที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเผยแพร่ความรู้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยและญาติ ช่วยลดผลกระทบทางด้านจิตใจ การทำงาน การใช้ชีวิตของผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิด

รูปแบบบริการ เป็นการให้บริการตรวจรักษา ให้คำปรึกษารายบุคคลและแบบกลุ่ม
สถานที่ แผนกตรวจผู้ป่วยนอก ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
ช่วงเวลาให้บริการ ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 13.00 – 15.00 น.
เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นไป

กณฑ์ผู้ป่วยที่จะเข้ารับบริการ 
1. เป็นผู้ป่วยย้ำคิดย้ำทำ (obsessive-compulsive disorder)
2. อายุ 18 ปีขึ้นไป
3. สมัครใจ

โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อผ่านจิตแพทย์เจ้าของไข้ที่ท่านรักษาอยู่เป็นประจำ หรือในกรณีผู้ป่วยใหม่สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เคาน์เตอร์พยาบาล แผนกตรวจผู้ป่วยนอก ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โทร 02-2011235, 02-2011245

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 104540
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น: 226  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า

ความเห็น

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น อ่านทั้งหมด   อ่าน
Ploy
IP: xxx.148.239.202
เขียนเมื่อ Fri Jul 06 2007 11:14:58 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณหมอคะ

ดิฉันอายุ 27 ปี ป่วยเป็นโรค OCD และได้ไปพบจิตแพทย์แล้ว คุณหมอสั่งยา Lexapro 10 mgให้ทานวันละ 2 เม็ด  (มีอาการข้างเคียงคือนอนไม่หลับค่ะ) ตอนนี้ทานมาได้สองเดือนกว่าแล้วค่ะ แต่อาการขึ้น ๆ ลง ๆ ค่ะ บางวันก็ย้ำคิด ย้ำทำ มาก บางวันก็นิดหน่อย แต่โดยรวมแล้วดีขึ้นกว่าตอนเริ่มรักษาประมาณ 20-30% เท่านั้น เคยรู้สึกว่าอาการดีมากถึง 60% ด้วยค่ะ แต่ก็ไม่ stable เวลาไปพบจิตแพทย์ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เวลาท่านถามว่าดีขึ้นมั๊ย

คุณหมอมีความคิดเห็นยังไงบ้างคะ

มาโนช
เขียนเมื่อ Sat Jul 07 2007 11:11:27 GMT+0700 (ICT)
ยา lexapro เป็นยาที่ดีขนานหนึ่งในการรักษาโรคนี้ครับ เท่าที่ฟังอาการยังไม่ค่อยนิ่ง ลองปรึกษาคุณหมอที่รักษาดูนะครับ คุณหมออาจปรับโดยเสริมยาอื่นเข้าไป หรือเพิ่มขนาดยาตามแต่เห็นเหมาะสมครับ
ครูอ้อย แซ่เฮ
เขียนเมื่อ Sat Jul 07 2007 11:14:52 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ...มาโนช

  • เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ ครูอ้อยจะไปเล่าให้คุณแม่ฟังค่ะ
  • และก็...จะเตือนตนเองด้วยค่ะ
  • ขอบคุณมากค่ะ  บันทึกดีมีประโยชน์ค่ะ
Little Jazz
เขียนเมื่อ Sat Jul 07 2007 11:28:54 GMT+0700 (ICT)
ที่เป็นบ่อยก็คือไม่แน่ใจเวลาล็อครถ ต้องกลับมาดูใหม่ทุกทีบางครั้งก็ 2-3 ครั้ง จนต้องท่องในใจว่าล็อคแล้ว คิดว่าตัวเองยังปกติดีค่ะ มีคนเป็นกันเยอะเรื่องแบบนี้ ^ ^
มาโนช
เขียนเมื่อ Sat Jul 07 2007 16:00:55 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครูอ้อยครับที่แวะเยี่ยม ผมเจอบันทึกของครูอ้อยแทบทุกครั้งที่เข้า G2K จนเข้าครั้งไหนไม่ได้อ่านเหมือนไม่ได้เข้า G2K ^__^ 
สงสัยจังเลยว่าอะไรทำให้ครูอ้อยพลังเยอะอย่างนี้ครับ จะได้หามาทานมั่ง 

มาโนช
เขียนเมื่อ Sat Jul 07 2007 16:06:31 GMT+0700 (ICT)

คุณ Little Jazz \(^o^)/ ครับ ผมเองก็คิดว่าเราเป็นอย่างนี้กันไม่น้อยครับ อืม และคุณ Little Jazz \(^o^)/ ก็น่าจะยังปกติดีนะครับ ^__^

เพราะถ้าจะถือว่าผิดปกติต้องมากกว่านี้เยอะครับ คือ คนที่เป็นเขาจะ

- ทำหลายครั้งมากเป็นสิบๆ ครั้ง
- พยายามเลิกหรือต่อต้านการกระทำอย่างนั้น แต่จะไม่สบายใจทุกครั้งที่ไม่ได้ทำจนยอมแพ้ ต้องกลับไปทำใหม่อีก
- เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับอาการที่เกิดขึ้น เรียกว่า วันๆ หมกมุ่นอยู่กับแต่เรื่องนี้ จนไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นที่ควรทำหรือเรื่องอื่นบกพร่องไป
- เจ้าตัวรู้ดีว่าตัวเองผิดปกติไปจากก่อนและอยากหาย

เนปาลี
เขียนเมื่อ Sat Jul 07 2007 16:13:13 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีค่ะ คุณหมอมาโนช ..

ขอบคุณค่ะ สำหรับบทความ  เพราะตัวดิฉันเองก็ค่อนข้างมีอาการเสี่ยงแบบนี้

และเคยคิดจะปรึกษาจิตแพทย์ กับอาการที่คิดว่าตัวเองคล้ายกับคนที่เป็นออทิสติกด้วยล่ะค่ะ 

เพราะเครียดหรือคิดมากไปหรือเปล่าก็ไม่รู้

Ploy
IP: xxx.148.239.202
เขียนเมื่อ Tue Jul 10 2007 09:12:10 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณหมอมาโนช

ขอบคุณนะคะที่ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับ ยา Lexapro แต่ขออนุญาติถามต่ออีกนิดนึงค่ะ คือว่ายานี้ทานแล้วทำให้อารมณ์ดีผิดปกติรึปล่าวคะ

ขอบคุณค่ะ :)

ธนากร
IP: xxx.203.183.249
เขียนเมื่อ Wed Jul 11 2007 21:43:40 GMT+0700 (ICT)

ผมเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ ตั้งแต่5-6  ขวบโดยประมาณ  ตอนนั้นน่าจะเรียนอยู่ราวๆ ป3-ป4 ปีนี้ผมอายุ 45 ปีแล้ว รักษาโรคนี้ตอน อายุ 19 ปี คือเป็นจนทนไม่ไหว ผสมกับการทำงานค้าขายอยากหนัก ผสมความเครียด ความหวาดกลัว จนต้องเลิกทำงานไปถึง 2-3 ปีเพื่อไปรักษาตัว อาการของผมคือ ชอบไดด่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ทั้งด่าพระ ด่าศาลพระภูมิ ศาลเจ้า และด่าบิดา มารดา โดยไม่สามารถยับยั้งใจได้ และต้องมาขอโทษตลอดเวลา ทำให้เกิดอาการย้ำทำ ทุกวันนี้ สามารถทำงานได้ปกติ แต่ขอบอกเลยว่า หมอที่หาไม่สามารถช่วยได้ (เป็นจิตแพทย์ระดับประเทศด้วยครับ)ต้องช่วยตัวเอง ด้วยการอ่านตำรา แพทย์จากเมืองนอก ซึ่งผมซื้อมาอ่านเมื่อกว่าสิบปีที่ผ่านมา ผสมกับการกินยาทุกวันอย่าได้ขาด และผมขอแนะนำนะครับ สำหรับคนที่เป็นแบบผมคือ ด่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือช่างมันด่าได้ด่าไป อย่าไปเสียเวลาขอโทษ อย่าคิดว่าเป็นสิ่งผิด ยิ่งเราต่อต้านด้วยการขอโทษมันจะเป็นปฎิกิริยาลูกโซ่ คือย้ำคิดย้ำทำไม่มีสิ้นสุด สำหรับผมตอนนี้ ไม่ห้อยพระ พยายามยุ่งกับเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้น้อยที่สุด แม้จะทำได้ยากในบางครั้ง แต่ทุกวันนี้ชีวิตก็ดีขึ้น แม้จะไม่ 100%ก็ตาม แต่ก็ดีกว่าเมื่อก่อนมาก  สำคัญที่สุดคือ กินยาสม่ำเสมอและ เชื่อมั่นในตำราแพทย์ คืออย่าไปสนใจคิดได้คิดไป เรื่องชั่วๆ ถือว่าไม่ใช่ตัวเราก็ จะสบายใจขึ้นครับ

เหมียว
IP: xxx.155.228.48
เขียนเมื่อ Thu Aug 16 2007 17:07:20 GMT+0700 (ICT)

หนูคิดว่าหนูเป็นโรคนี้ตั้งแต่ ม.1จนปัจจุบันอยู่ ม.6ก็ยังเป็นอยู่ อาการคือเวลาทานอาหารจะชอบนับจำนวนคำของอาหาร  ล้างมือบ่อย ชอบดึงหนังบริเวณริมฝีปากจนทำให้เลือดที่ปากไหลบ่อยมาก หนูอยากจะหายจากโรคนี้มากแต่ก็ไม่เคยหักห้ามใจไม่ให้คิดถึงสิ่งที่ทำอยู่ได้สักที่ คุณหมอช่วยบอกวิธีการหักห้ามใจไม่ให้คิดถึงเรื่องที่กำลังคิดอยู่ได้ไหมค่ะ

                                                 ขอบพระคุณค่ะ 

เศรษฐ์
IP: xxx.121.1.198
เขียนเมื่อ Mon Aug 20 2007 04:21:49 GMT+0700 (ICT)

ผมเองคนนึงก็มีอาการย้ำคิดย้ำทำโดยกลัวสิ่งสกปรกมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะกับสุนัขจะต้องระแวงว่าจะโดนสุนัขมาชนทุกครั้งที่ออกจากบ้าน โดยเคยรักษาด้วยยาSEROXAT ซึ่งมีราคาสูงมากครับจนรักษาไม่ไหวรักษาแบบหยุดๆหายๆ ตอนนี้อาการเริ่มเป็นหนักขึ้น อยากขอรบกวนถามคุณหมอมาโนชหน่อยครับว่าพอจะมียาที่รักษาอาการที่ดีกว่านี้และราคาไม่สูงเท่านี้บ้างหรือไม่ครับและควรทำอย่างไรถ้าเคยรักษาแล้วหยุดไปนานพอสมควร ครับ

ขอบพระคุณ คุณ หมอล่วงหน้านะครับ

 

มาโนช
เขียนเมื่อ Mon Aug 20 2007 12:27:09 GMT+0700 (ICT)

คุณ ploy ครับ โดยทั่วไปแล้วยาไม่ทำให้อารมณ์ดีกว่าปกติครับ  ไม่งั้นคนคงซื้อมากินกันเป็นแถวๆ

-----------------

คุณธนากรครับ คำแนะนำที่ให้ดีมากเลยครับ คุณเป็นคนที่เข้มแข็งครับ

------------------

คุณเหมืยวครับ

การหักห้ามใจเป็นสิ่งสำคัญแต่ต้องมีขั้นตอนพอสมควร ลองถามที่ http://www.thaimental.com นะครับ

-------------------

คุณเศรษฐ์ครับ ยาที่ถูกและได้ผลดีคือ fluoxetine ซึ่งมีผลิตในประเทศเม็ดละประมาณ 2 บาท ลองปรึกษาคุณหมอดูนะครับ หมออาจปรับยาตามอาการอีก

-----------------

เรียนทุกท่าน ผมดีใจครับที่เพจนี้เป็นประโยชน์กับผู้สนใจ จะพยายามหาข้อมูลในเรื่องต่างๆ มาให้เพิ่มเติมนะครับ 
ประเด็นสำคัญที่อยากเรียนทุกท่านคือ ผมไม่มีเวลาตอบคำถามต่างๆ ครับ (ขอโทษด้วยครับ) ดังนั้น ถ้าต้องการปรึกษาเรื่องการใช้ยาหรือการรักษาต่างๆ  ปรึกษาที่ http://www.thaimental.com  จะเร็วกว่าครับ  ที่นั่นเป็นชุมชนความรู้ทางสุขภาพจิตที่ดีมากเลยครับ ที่สำคัญมีจิตแพทย์ที่พร้อมให้คำตอบอย่างรวดเร็วครับ

หัวอกเดียวกัน
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Thu Jun 26 2008 13:32:45 GMT+0700 (ICT)

ผมมีอาการเหมือนกับคุณ9. ธนากร ตกใจเหมือนกันที่มีคนเป็นแบบเราด้วย ขอขอบคุณ คุณ ธนากร มาก และอยากเป้นกำลังใจให้ทุกคนที่มีอาการแบบนี้ คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้ เราต้องเข้มแข็งและเอาชนะมันให้ได้ เพื่ออนาคต และเพื่อคนที่เรารัก ทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ ขอเพิ่มเติมจากคุณ ธนากร ว่า ลอง ทำสมาธิ ศึกษาธรรมะ รู้จักปล่อยวางก็น่าจะช่วยได้ครับ ใครมีประสบการรณ์ เอามาลงได้นะครับ มันสามารถช่วยคนอื่นที่มีทุกข์ได้ และคุณก็จะได้บุญมากด้วย

โชค
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Fri Jun 27 2008 14:34:37 GMT+0700 (ICT)

ผมเคยเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำตั้งแต่ตอนประมาณ 8 ขวบ แต่มันก็หายไปอย่างสนิท จนถึงตอนนี้ผมอายูได้ 16 แล้ว อาการมันยิ่งแย่กว่าเก่าคือ มัวแต่คิดซ้ำๆ เกี่ยวกับว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างตัวเองไปดูหนังมา แล้วก็มีความคิดที่จะเล่าให้เพื่อนฟังว่าหนังเรื่องนี้สนุกดีแล้วก็จินตนาการว่าจะไปบอกเพื่อนว่ายังไงไปเลื่อยๆๆ จนหยุดกังวลไม่ได้...แล้วก็ยังกังวลเกี่ยวกับกลัวลายบนมือถือจะลอกจนต้องหยิบมาดูซ้ำๆ อยู่หลายรอบจนวันๆเสียเวลาไปกับโรคนี้นานมากเกือบ 6 ชั่งโมง เป็นๆ หายๆ ทรมารมากๆๆ ไม่กล้าบอกครอบครัวด้วย ไม่รู้จะทำยังไงดี :'(

555 ผมพอรู้วิธีการรับมือ
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Sat Jul 12 2008 01:26:15 GMT+0700 (ICT)

ผมพอรู้วิธีการรับมือครับเพราะผมเองก็เป็นคนป่วยในโรคย้ำคิดย้ำทำเหมือนกัน โรคย้ำคิดย้ำทำนี้เป็นโรคที่ประหลาดที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลยครับเพราะว่าเราเองไม่ได้ไปทำอะไรให้เป็นทุกข์ เราก็เป็นทุกข์เอง เราเองก็ไม่อยากที่จะบอกเรื่องโรคนี้ให้คนอื่นรู้เพราะกลัวว่าคนอื่นเขาจะไม่เข้าใจ เราเองก็ที่จะพยายามลืมมันแต่ว่าก็ลืมไม่ได้ หรือบางครั้งเราเองก็ลืมมันได้แล้วแต่แล้วเราก็กลับคิดถึงมันขึ้นมาใหม่

*แต่ที่ผมอยากจะบอกทุกท่านก็คืออย่าพยายามลืมมันมากเกินไปแต่จงพยายามไม่กลัวมันให้ได้ แล้วจากนั้น

ลองไม่คิดไม่ทำมันสัก10วินาทีดูครับนะครับ แล้วจากนั้นก็ปล่อยให้มันย้ำคิดย้ำทำต่อไปนะครับ ถ้าเกิดทำได้ก็ขอให้ลองไม่คิดไม่ทำมันสัก20วินาทีดูนะครับ แล้วจากนั้นก็ปล่อยให้ย้ำคิดย้ำทำตามสมองต้องการอีก ถ้าเกิดทำได้อย่างนี้ไม่ย้ำคิดย้ำทำให้เพิ่มเวลาเป็น60วินาทีดูนะครับ ถ้าเกิดทำได้ก็ขอให้ไม่ย้ำคิดย้ำทำเพิ่มขึ้นเป็น2ชั่วโมงนะครับ แล้วถ้าเกิดทำได้แล้วถือว่าคุณหายจากอาการocdแล้วนะครับ เพราะขนาดไม่ย้ำคิดย้ำทำ2ชั่วโมงยังทำได้ เพราะฉนั้น ถ้าเกิดคุณจะไม่ย้ำคิดย้ำทำสัก3ชั่วโมงก็น่าจะได้นะครับเพราะแค่เพิ่มเวลาไม่ย้ำคิดย้ำทำมาแต่ครึ่งหนึ่งเอง แล้วจากนั้น 5ชั่วโมงก็ทำได้ 8ชั่วโมงก็ทำได้ 12ชั่วโมงก็ทำได้ 18ชั่วโมงก็ทำได้ 24ชั่วโมงก็ทำได้ 2วันก็ทำได้ 30วันก็ทำได้

2เดือนก็ทำได้ 12เดือนก็ทำได้ 2ปีก็ทำได้ 10ปีก็ทำได้ ลองทำให้ได้สักสิบปีก่อนนะครับพอคุณทำครบ10ปีปุบก็ค่อยกลับมาย้ำคิดย้ำทำอีกครั้งก็ได้ครับยังไม่สาย อิอิ

แต่ทุกครั้งที่ทำนี้ต้องอย่าเครียดเด็ดขาดนะครับ(อันนี้สำคัญมาก)แล้วถ้าเกิดคุณสามารถไม่ย้ำคิดย้ำทำไปแล้ว10ชั่วโมงแล้วชั่วโมงที่11กลับมาย้ำคิดย้ำทำอีกก็ไม่ต้องเสียใจนะครับ เพราะว่าคุณกำลังป่วยอยู่สามารถไม่ย้ำคิดย้ำทำสัก10ชั่วโมงได้ก็ถือว่าหายจากocdแล้วครึ่งหนึ่ง ***สุดท้ายนี้วิธีการรักษาที่ดีที่สุดก็คือผ่อนคลายความเครียดก็โรคนี้ครับเพราะเชื่อไหมครับว่าถ้าคุณผ่อนคล้ายความเครียดมากขึ้นเท่าไรคุณก็ใกล็หายจากocdมากขึ้นนะครับ*** ถ้าตรงการติดต่อก็ ทาง rockfiea@hotmail.com ได้เลยครับ

โชค
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Sat Jul 19 2008 20:45:59 GMT+0700 (ICT)

ที่จริงผมก็เคยลองวิธีนี้แล้ว....และมันก็เคยได้ผลสักระยะหนึ่งด้วย..ต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้...แต่พอนานๆเข้าก็กลับคิดเรื่องเดิมขึ้นมาอีกและก็ห้ามใจตัวเองไม่ให้หยุดคิดไม่ได้ก็เลยกลับมาเป็นอีกรอบ :( แต่ก็ขอบคุนนะคับที่ช่วยบอกแล้วผมจะพยายามลองทำอีกรอบและเอาชนะใจตัวเองให้ได้ :)

IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Mon Jul 21 2008 19:07:11 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณที่แนะนำมากครับ หลายๆความเห็น เป็นประโยชน์มากเลยครับ ตอนที่ผมนั่งพิมพ์ตัวอักษรบนแป้นนี่ จิตใจมันก็พยายามที่จะย้ำคิดอยู่อะครับ แต่ผมก็พยายามหักห้ามใจอยู่

ผมเลิกบุหรี่ก็เลิกมาแล้ว หลังจากสูบมาเกือบ10ปี แต่ไอ้โรคนี้มันจะยากกว่าการเลิกสูบบุหรี่หรือเปล่า จะพยายามลองเลิกดูครับ

โชค
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Thu Jul 24 2008 21:39:06 GMT+0700 (ICT)

อยากจะทราบว่าพอจะมีอาหาร ผัก หรือผลไม้อะไรบ้างที่จะพอช่วยให้โรคนี้บรรเทาลงได้บ้าง...

คุณนิด
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Fri Aug 15 2008 14:56:23 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันมีสามีติดเหล้ามากๆ ไปรักษาที่แผนกจิตเวชเมื่อ 2 ปีที่แล้วอาการก็ดีขึ้นแต่เมื่อ 6 เดือนก่อนหน้านี้ไม่ได้พาไปพบแพทย์ต่อเพราะคิดว่าเลิกดื่มแล้ว แต่กลับตรงกันข้าม..ดื่มหนักกว่าเดิมอีก อาการที่พบก็เป็นมากกว่าเดิม ตอนนี้ดิฉันใกล้จะเป็นโรคจิตแล้ว เพราะพฤติกรรมของเค้าแย่ลงทุกๆวัน ดิฉันก็ไม่รู้จะปรึกษากับใคร เพื่อนๆ ผู้ใหญ่ก็ไม่กล้าจะคุยให้ท่านฟัง ใครที่เจอปัญหาแบบนี้ขอ e-mail Address หน่อยได้ไหมคะ จักขอบคุณมากเลยค่ะ เผื่อจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้

นิว
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Sat Aug 16 2008 21:33:25 GMT+0700 (ICT)

แกนหลักของอาการย้ำคิดย้ำทำคือ ความกลัว ซึ่งเกิดจากข้อมูลจากประสาทสัมผัสไม่ว่าจะเป็นข้อมูลใหม่หรือที่ถูกเก็บไว้ในระบบความจำ เชื่อมโยงไปยังสมองส่วน limbic system แล้วกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองต่างๆ

ที่น่าสังเกตคือ การขาดหายของข้อมูล มักจะกระตุ้นให้เกิดความไม่แน่ใจ เช่น เห็นมือสกปรก -> ล้างมือ -> รู้สึกสกปรก(ภาพของความสกปรกยังค้างอยู่)-> ล้างมือ แล้วก็จะวนเป็นวงวน

สังเกตได้ว่า ปัจจัยที่ทำให้เกิดวงจรอุบาทว์ คือ ความรู้สึกว่าสกปรก ซึ่งคือการขาดหายไปของภาพ สัมผัส ของความสะอาดในสมอง หรือพูดได้ว่า การล้างมือไม่ได้เชื่อมโยงกับความรู้สึกสะอาดอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดความไม่แน่ใจ จนทำให้เป็นวงวน ซึ่งก่อความรำคาญอย่างยิ่ง

การใช้ยา SSRIs เป็นการเพิ่มการเชื่ยมโยงของเซลล์ประสาท ลดการขาดหายไปของข้อมูล ควรร่วมกับพฤติกรรมบำบัดเพื่อประโยชน์สูงสุดในการรักษา

วิธีเพิ่มการเชื่อมต่ออย่างหนึ่งง่ายๆ คือ การลองอยู่กับความย้ำคิดโดยไม่ย้ำทำ อาจลองเริ่มจากน้อยๆ ไปหามาก ในระดับที่ผู้ฝึกรับได้ เช่น ต้องตรวจสอบทุกครั้งหลังจากล็อกประตูรถ ก็ลองล็อกแล้วยืดเวลาตรวจสอบออกไป อาจเป็น หนึ่งนาที แล้วค่อยตรวจสอบ จากนั้นจึงเพิ่มเวลาขึ้นเป็น ห้านาที ครึ่งชั่วโมง ชั่วโมง แล้วแต่ความสามารถของผู้ฝึก วิธีการนี้จะเพิ่มระดับการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาท ระหว่างการล็อก กับความรู้สึกว่าล็อกแล้ว ให้ดียิ่งขึ้นโดยใช้เงื่อนไขของเวลา

ที่สำคัญอย่าพยายามต่อต้าน ความรู้สึกย้ำคิด เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า "อย่าคิดถึงวัวสีแดง" ลองสังเกตนะครับ ร้อยทั้งร้อย จะมีภาพวัวสีแดงอยู่ในหัว

ลองปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครับ จะได้รับแนวทางในการรักษาที่ถูกต้อง

นิว
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Sat Aug 16 2008 21:47:07 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณโชค

อาหารที่ดีเป็นปัจจัยของสุขภาพดีเสมอครับ คำถามของคุณประมาณว่า "มีน้ำมันแบบไหนที่เติมแล้วช่วยบรรเทาให้อุบัติเหตุน้อยลง?" ลองตอบคำถามนี้ดูนะครับ

อาหารที่ดีต่อสมองก็พวกปลาที่มี DHA EPA เช่นปลาทู ส่วนอาหารที่เพิ่มระดับ Serotonin เช่น กล้วย ส่วนผักต่างๆ นั้นดีต่อสมองอยู่แล้วครับ

อาหารเป็นปัจจัยหนึ่งเท่านั้นครับ ที่สำคัญคือ ความคิด You are what you think.

จิน จิน
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Wed Aug 20 2008 05:38:41 GMT+0700 (ICT)

อยากจะบอกว่าอาการของโรคเกิดขึ้นมาดดยตัวฉันเอง แทบไม่รู้ตัวเลย ตอนเช้าจะใช้เวลานานมากในการอาบน้ำโดยเทียบกับเมื่อก่อนโดยตื่นเช้ากว่าเดิมแต่ไปทำงานสายอยู่บ่อยๆ เพราะอาบน้ำนานมาก ล้างสบู่ที่ตัวกลัวว่าจะไม่หมด ฟอกสบู่ที่ตัวหลายรอบมาก กลัวไม่สะอาด รู้สึกทรมานมากๆ มันเริ่มมีผลกระทบต่อชีวิตแล้วอ่ะค่ะ แล้วเวลาล้างมือ ก็ล้างมือทั้งวันกลัวว่ามือจะไม่สะอาด หยิบจับอะไรนิดเดียวก็ต้องไปล้างมือแล้ว กระทบต่อชีวิตประจำวันแล้ว ทำไงดีทรมานกับอาการแบบนี้จัง

ครูอ้อย แซ่เฮ
เขียนเมื่อ Wed Aug 20 2008 05:55:32 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ .... มาโนช

  • คุณหมอคะ  เหลือเชื่อเลยค่ะ บันทึกนี้ คุณหมอเขียนตั้งแต่ปีที่แล้ว ปี 60
  • แล้วมาบรรจบ ครบ 20 สิงหาคม 51 พอดีเลย
  • เก่า แต่มีความหมายเสมอค่ะ
  • โรคเดียวกับบันทึกนี้หรือเปล่าคะ  วิตกจริต...เป็นอย่างไรหนอ 

ขอบพระคุณค่ะ  คิดถึงเสมอค่ะ

โชค
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Wed Aug 20 2008 21:16:18 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณ คุณนิวนะครับสำหรับคำแนะนำ

tob
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 18:28:08 GMT+0700 (ICT)

ผมก็เป็นอย่างนี้เหมือนกัน เวลาจัดตารางสอนไปโรงเรียน พอจัดเสร็จก็ต้องเช็คแล้วเช็คอีก ตอนนี้ผมเลยเอากระเป๋าไปวางไว้นอกห้อง  แต่พอตอนเช้าก็ต้องเช็คอยู่ดี มันห้ามใจไม่ได้ ทั้งๆที่ก็มั่นใจแล้วว่าไม่ขาดอะไร แต่มันก็ต้องดู ผมไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไงดี ผมเริ่มเป็นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2551 ตอนนี้ผมอยู่แค่ม.1

bew
IP: xxx.28.78.30
เขียนเมื่อ Tue Mar 24 2009 21:32:06 GMT+0700 (ICT)

เป็นโรคซึมเศร้ามา 2 ปีแล้วทาน Lexapro กับ Prenarpil ร่วมด้วย เริ่มแรกจิตแพทย์บอกว่าเป็นขั้นรุนแรง ทาน Lexapro 2 เม็ดและลดลงมาเรื่อยๆ ระหว่างรักษาชอบแอบหยุดยาเอง สุดท้ายต้องกลับมาทานใหม่ และมีปัญหาเรื่องนอนหลับ นอนเองไม่ได้ทานยานอนหลับมา 2 ปีแล้วคู่กับ Lexapro แต่ตอนนี้เริ่มมีปัญหาคือมึนงง ไม่สามารถขับรถได้ ขมคอ ไม่อยากอาหาร เบลอๆ จำอะไรไม่ค่อยได้ ช่วงนี้เป็นหนักมาก บางวันตื่นมาบวมโดยเฉพาะหน้าจะบวมมากทั้งที่ตัวผอมมาก คุณหมอก็ได้แค่ปรับยาแล้วรอดูผล ถ้าไม่ทานยานอนหลับจะได้ไหมคะ แล้วมีวิธีช่วยให้หลับเองอย่างไรบ้างคะ ตอนนี้ไม่ได้ทำงานเลย ทำอะไรที่ใช้สมาธิ ความคิดไม่ค่อยได้คิดไม่ออก เบลอๆ ค่ะ เป็นมาตั้งแต่หลังปีใหม่แล้ว ตอนนี้หนักมากค่ะ

boat ครับ
IP: xxx.122.227.181
เขียนเมื่อ Tue Apr 21 2009 21:13:39 GMT+0700 (ICT)

ผมอายุได้ 17 ปี ได้เเล้วครับ ผมมีอาการมาเเล้ว 4 ปีกว่าเเล้วครับ ตั้งเเต่ผมอยู่ ม.2 ครับ ผมพึงมาทราบว่ามีอาการยําคิดยำทำ ตอน ม.3 เเล้วมีอาการหนักขึ้นเรื้อย จนผมรู้สึกว่า มีอาการของโรคซึมเศ้ราตามมาอีกครับ ผมรู้สึกมีการหนักมากขึ้น จนเกิดปัญหาเข้าสังคมไม่ได้ เเต่ไม่สำตัญมากนัก เเต่ผมยังมาอาการหนักกว้าเดิม อีกผมเข้าอาบนํา 3-4 ครั้ง เเละเดินซำซากทั้งวัน ร่วมทั้งล้างจาน ล้างเเล้ว ล้างใหม่ ทั้งหมดที่กล่าวมาด้วยเหตุผลกว่าสิ่งที่คิดไม่ดีเป็นจริง ต้องกลับทำมาเเล้วเเล้วคิดให้ดีถึงสบายใจไม่งั้น ผมจะคิดซำ ทรมานไป 1-2 วัน ผมลองเข้าทุกเวป ลองทำตามที่หมอตามบอร์ดต่างๆเเนะนำ เเต่อาการดีได้พักเดียวเเล้วเกิดอาการหนัก ผมไม่กล้าโทรไปยังศูกร์ต่างๆ เลย อยากจะไปพบจิตเเพทย์ อยากถามว่า ควรไป ร.พ.ใด ต้องนำเงินไปเท่าใด [เผื่อผมต้องใช้ยาครับ]

คิดแปลกๆ
IP: xxx.123.53.78
เขียนเมื่อ Thu May 21 2009 10:57:40 GMT+0700 (ICT)

ผมมีอาการที่ว่า อยู่ดีๆ ก็คิดอะไรร้ายๆหรือที่เป็นทางลบขึ้นมาอ่ะครับ เช่น เรียนๆอยู่ ก็มีความคิดจะขว้างหรือโยนรองเท้า ทั้งๆที่ในใจไม่เคยอยากทำอะไรแบบนั้น(อยู่ดีๆ ความคิดก็มาเองแล้วก็หายไป) ตอนแรกไม่ใส่ใจเท่าไหร่ แต่ช่วงนี้อยู่ๆมันก็มาถี่ขึ้นครับ บางที อยู่ดีๆก็คิดเรื่องร้ายๆ เกี่ยวกับคนที่รู้จักขึ้นมาครับ ทั้งที่ผมก็รู้สึกนับถือเขาอยู่มากๆ

พอจะแก้ไขเบื้องต้นอะไรได้บ้างครับ ขอบคุณครับ

(ตอนนี้ ผมก็กินยารักษาอาการ panic อยู่ครับ)

ung
IP: xxx.120.37.253
เขียนเมื่อ Fri May 29 2009 02:11:52 GMT+0700 (ICT)

ผม...เบื่อ...เบื่อ...เบื่อ...ครับ...

ไม่อยากไปไหน...ชอบอยู่บ้าน...

และก็ไม่มั่นใจในตนเองเลย...

ทำงานไม่ได้มา2ปีแล้วครับ...

...ช่วยด้วย...

ลี่
IP: xxx.122.236.35
เขียนเมื่อ Sun Jun 07 2009 23:29:18 GMT+0700 (ICT)

คุณธนากรค่ะช่วยแนะนำหนังสือที่คุณอ่านได้ไหม

จะได้ไปหามาอ่านบ้างค่ะ

ผู้ป่วยocdคนนึงครับ
IP: xxx.24.0.12
เขียนเมื่อ Wed Jun 10 2009 02:09:45 GMT+0700 (ICT)

ผมก้อเป็นเหมือนกันครับ

ก้อเข้าใจความรู้สึกของทุกคนนะครับ

ว่ามันทรมานมากเเค่ไหน

บางทีเห็นคนอื่นเขาใช้ชีวิตตามปกติก้ออิจฉาเขาเหมือนกันที่ไม่ต้องมาเป็นเหมือนเราวันๆมานั่งย้ำคิดย้ำทำ (เสียเวลาในการใช้ชีวิตประจำวันมาก)

เเต่ผมก้อเเนะนำให้คนอื่นๆที่เป็นลองฝืนตัวเองดูครับ เเล้วก็อย่าไปคิดมาก

ผมก้อเข้าใจทุกคนนะว่ามันทำยาก(เพราะผมก็เป็นเหมือนกัน)

เเต่ผมก้อ อยากให้ทุกคนพยายามครับ

ขอให้คนที่ป่วยเป็นโรคนี้หายไวๆกันทุกคนนะครับ

ผู้ทีกังวล
IP: xxx.12.97.115
เขียนเมื่อ Mon Jun 22 2009 20:27:13 GMT+0700 (ICT)

ผมก็เป็นเหมือนกันครับคือ ชอบทำอะไรที่ซ้ำๆจนทำให้ผมรำคานใจอย่างมากผมเคยคิดที่จะเลิกคิดในสิ่งนั้นหลายวิธีมากแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย คือยังไงมันต้องทำในสิ่งนั้นให้ได้ เช่น ตอนเริ่มแรกนั้นผมทำอะไรแล้วก็ชอบนับ 1 ถึง 4 ทุกครั้ง ถ้าไม่ทำจะรำคานอย่างมาก ผมทำจนชิน กลายเป็นว่าถ้าไม่ทำนั้นจะอยู่ไม่สุข คิดแต่จะทำในเรื่องนั้นตลอด ต่อมาเมื่อผมเลิกนับ 1 ถึง 4 ได้สำเร็จก็เปลี่ยนไปเป็นการทำอย่างอื่น เช่น การล๊อกกลอนประตู ซ้ำๆ ต้นเหตุคือวิตกว่าโจรจะเข้าบ้าน จึงคิดว่าฉันต้องลุกไปล๊อกกลอนนะ เพราะฉันไม่มั่นใจว่าฉันล็อกแล้วหรือยัง ผมควรทำไงครับ

ปองพล
IP: xxx.9.227.125
เขียนเมื่อ Tue Jun 23 2009 16:31:57 GMT+0700 (ICT)

ผมมีอาการย้ำคิด ครับเป็นอย่างแรง ชอบคิดซ้ำๆ คิดมากก บางทีคิดจนปวดหัวแล้วนอนไม่หลับเลยครับ ทรมาณมากก หมอให้ยา abilify มา side effect เยอะแยะเลยครับ แล้วมันมีอาการอาเจียน ด้วยความที่ย้ำคิดเป็นพื้นฐานอยู่แล้วกินไม่ได้เลยครับ

อาเจียนหมด ทรมาณสุดดเลย

jan
IP: xxx.120.174.48
เขียนเมื่อ Sat Jul 04 2009 16:36:57 GMT+0700 (ICT)

เราเป็นอาการกลัวความสกปรก คือเมื่อก่อนเป็นคนซกมกมาก และม่ายน่าเชื่อฉันเคยว่าน้องชายที่จะทำอะไรต้องจัดอยู่เป็นเวลานานมาก ตอนนี้ฉันเป็นยิ่งกว่า ฉันล้างมือวันละหลายสิบครั้ง จนตอนนี้ล้างมือแทบไม่ได้ นิ้วอักเสบแล้ว และก็เป็นแผล เลือดไหลด้วย ไม่คิดว่าว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้ ฉันอยากหายจากอาการย้ำคิดย้ำทำเสียที

จินตนา
IP: xxx.146.35.59
เขียนเมื่อ Mon Jul 06 2009 15:18:51 GMT+0700 (ICT)

โรคย้ำคิดย้ำทำ หาหมอที่ศูนย์สุขภาพจิตเด็กและเยาวชนติดองค์การเภสัชกรรมตรงข้ามโรงพยาบาลรามา ค่ายาอย่างดีรวมค่ารักษาเริ่มต้นประมาณ 1,600 บาทแต่ถ้ายาธรรมดาจะถูกกว่านี้ หรือตรวจตามโรงพยาบาลใหญ่ๆแผนกจิตเวช

ลูกคนโต
IP: xxx.41.167.248
เขียนเมื่อ Fri Jul 10 2009 13:49:34 GMT+0700 (ICT)

ผมเป็นโรคนี้เหมือนกัน เชื่อมะผมเกือบจะฆ่าตัวตายเพราะโรคนี้ด้วยซ้ำ เพราะผมย้ำคิดย้ำทำเกือบทุกๆเรื่อง และกังวลในทุกๆเรื่องในชีวิต มันรู้สึกรำคาญมากนะ และก็อยากจะหยุดอาการแบบนี้ อยากจะไปหาหมอนะ แต่ไม่รู้ว่ามันจะช่วยได้จริงๆอะป่าว ใครมีอะไรอยากจะเล่าอะไรหรือให้คำแนะนำ survey_0130@hotmail.com ครับ

อ๋อง
IP: xxx.8.212.38
เขียนเมื่อ Fri Jul 17 2009 13:28:56 GMT+0700 (ICT)

ผมไม่รู้ว่าเป็นโรคนี้หรือเปล่าครับ คือ ผมกลัวที่แคบ มืด แออัดครับ พอรู้สึกว่าอยู่ในที่ๆปิด เช่น โรงหนัง ห้าง ในรถปรับอากาศ รถตู้ยิ่งน่ากัว แท๊กซี่ยังเคยไห้เขาจอดกลางทางเลยครับ เมื่อความรู้สึกนั้นมา หน้าจะมืด เหงือที่มือ จะออก ตัวเย็น

หรือแค่มีคนพูดประมาณว่า สมมติ นะครับ อยู่ในออฟฟิต เอ้าไฟตก/แอร์ดับ อะไรประมาณนี้ นะครับ อาการก็จะมา ผมจะกระวนกระวาย อยากออกจากจุดนั้น เพื่อ ไห้ได้มองเห็นหรือ สูดอากาศ ที่โล่งๆครับ ใครพอรู้ ช่วยแนะทีครับ ไม่รู้จะทำยังไง

สาเหตุ--เมื่อก่อนก็ไม่มีอาการกระวนกระวายหรือหน้ามืดแค่กลัว ที่คิดว่าเป็นสาเหตุจริงๆ คือ ผมไป เที่ยว ตจว.นั่งรถ ปอ.2 คือไม่มีห้องน้ำในตัว วันนั้นหยุดยาวคนเลเดินทางกันจนเบียด ทั้งยืนทั้งนั่ง คนรถก็พยามเปิดแอร์แรงๆ แต่มันก็ยังไม่ค่อยจะทั่วถึง ทีนี้ผมาถึงกลางทางแอร์ตัวนึงเสียรถถจอกเพื่อลงไปดู เขาก็ไม่ยอมเปิดไห้ลงอากาศเริ่มร้อนผมก็อึดอัดคนก็เบียด แค่นั้นแหละหลับ พอซ่อมเสร็จผมขอลงกลางทาง ตัวงี้ซีดขาวยังกะผีดิบ แข่งขาไม่มีแรงเลย ต้องต่อรถที่เป็นรถร้อนกว่าจะถึงก็มืดค่ำ จากนั้นมา กลับมากรุงเทพก็ ขึ้นรถ ปอ. ไม่ได้เลยครับ

ใครพอรู้ช่วยทีครับผม

ดอกอ้อ
IP: xxx.67.89.142
เขียนเมื่อ Sun Jul 26 2009 23:40:49 GMT+0700 (ICT)

โรคนี้ไม่น่ากลัวแต่ก้องงตัวเองบ่อยๆๆ เหมือนกันบางครั้งปิดลูกกุญแจบ้านแล้ว

ก็จะขึ้นรถต้องกลับไปดูลูกกุญแจอีกครั้งว่าปิดบ้านหรือยังอะไรทำนองเนี่้ย

หรือบ้างทีทำงานเสร็จแล้วตรวจเสร็จแล้วกลัวว่าจะไมุ่ถูกต้องกลับมานับใหม่อีก

ใครมีวิธีทีจะไม่ย้ำคิดย้ำทำอีกก้อบอกกันนะค่ะ

หมูน้อย
IP: xxx.128.214.32
เขียนเมื่อ Tue Jul 28 2009 03:52:11 GMT+0700 (ICT)

ผมมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว คือ Bipolar Disorder ซึ่งแน่นอน ทรมาณสุดๆ

โรคนี้เกิดจาก อาการซึมเศร้า + คึกคะนองคุมไม่ได้ + ย้ำคิดย้ำทำ เป็นต้น

พูดตามตรง ท้อมาก เพราะฉะนั้นผมไม่อยากให้ทุกตนอ่อนแอ อยากให้สู้กับมัน

ตอนนี้ผมต้องการกำลังใจมากๆเลยครับ...

Beer
IP: xxx.91.249.102
เขียนเมื่อ Thu Jul 30 2009 17:35:19 GMT+0700 (ICT)

เป็น ocd มาตั้งแต่อายุ 20 ค่ะ และเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ

เพิ่งมารักษาเมื่อสามปีที่แล้วนี่เอง

คุณหมอให้ทาง Zoloft ค่ะ ทานไปหกเดือน อาการก็ดีขึ้นมาก

พอทานไปหนึ่งปี ก็ไม่นับอะไรอีกเลย ชีวิตมีความสุขมาก

นอกจาก OCD หายแล้ว ยังสามารถออกไปเที่ยวข้างนอก หรือไปไหนมาไหนคนเดียวได้ ทั้งที่แต่ก่อนจะไม่กล้าเรย

ทานยามาตลอดค่ะ พออาการทรงได้ปีนึง คุณหมอก้อลดยาให้

แต่พอลดไปหกเดือน อาการกลับมาอีก ตอนนี้ก้อต้องเริ่มต้นใหม่ค่ะ

ใจสบาย พา กายสบาย
IP: xxx.120.64.10
เขียนเมื่อ Thu Jul 30 2009 19:04:07 GMT+0700 (ICT)

ไม่ได้เป็นหมอ...

ขออนุญาตเจ้าของบันทึก ขออนุญาตให้ความเห็น...

วิธีง่ายๆ ที่เคยใช้อยู่..  คือ ให้จดสิ่งที่ต้องทำในชีวิตประจำวัน  เพราะในชีวิตประจำวันย่อมมีสิ่งที่อาจต้องทำซ้ำๆ กันทุกวัน จนเป็นอัตโนมัติ  และ สิ่งที่ต้องทำ หรืออาจต้องทำ เป็นครั้งคราว  แล้วจดรายการไว้ก่อน..  ทุกครั้งที่ทำแล้วก็ทำเครื่องหมายไว้  พอไม่แน่ใจว่าได้ทำหรือยัง ก็เอาที่จดไว้มาดู...

เช่น  จำได้ว่าสมัยก่อน เวลาจะออกจากบ้านพัก... ชอบลืมปิดแอร์ ปิดพัดลม...  บางครั้งก็ลืมกุญแจไว้ในห้องแล้วออกจากห้องไป ทำให้เข้าห้องไม่ได้...  ตอนที่เริ่มขับรถใหม่ๆ ก็ชอบลืมกดล็อกประตูรถ...  ก็จะจดรายการเหล่านี้ไว้ในกระดาษ  พอจะก้าวเท้าออกจากห้องพัก ก็ตรวจรายการครั้งหนึ่ง...  พอจะสตาร์ทรถ ก็ตรวจรายการอีกครั้งหนึ่ง... จะก็ทำให้ลดความกังวลใจได้  ระหว่างวันก็จดสิ่งใหม่ที่ต้องทำไว้อีก...  พอนานๆ เข้า สิ่งที่เราเคยทำซ้ำๆ ก็จะเคยชินเป็นอัตโนมัติ โดยไม่ต้องจดรายการ..  เหลือแต่สิ่งใหม่ๆ ที่ยังต้องจดเป็นคราวๆ

เชื่อว่า วิธีนี้ อาจช่วยให้ลดความกังวลใจลงได้บ้าง... 

แม็ก
IP: xxx.121.25.163
เขียนเมื่อ Tue Aug 04 2009 16:33:12 GMT+0700 (ICT)

ผมก็เป็นครับ โรคนี้ตอนเป็นทรมานมาก ผมเคยคิดอยากตายบ่อยมากๆ ผมล้างมือจนมือผมลอก ผิวหนังออกเป็นขุยๆ ผมนั่งจมกับความทุกข์ทรมาน ไม่เปิดไฟ ไม่ฟังใคร ผิดกั้นตัวเองไว้กับความกลัว ต้องดรอปเรียน ไป1+1เทอม (เทอม2กับซัมเมอร์เทอม)คนรอบข้างบางคนก็เหมือนรังเกียจผม มองผมเป็นตัวประหลาด เพื่อนจากที่เคยสนิทบางคนก็เหมือนเค้าวางตัวกับผมไม่ถูกเลยไม่ค่อยอยากมาหาผม เพราะผมกลัว HIV จนขึ้นสมอง ออกจากบ้านก็ลำบากมากๆ เจอคนตัวเป้นตุ่มทีผมลงรถนั่งแท๊กซี่กลับบ้านมาอาบน้ำ สาเหตุจากเท่าที่ปรึกษามา เป็นเพราะตอนเด็กๆผมมีคนที่ผมรักและเคารพมากๆ เป็นโรคHIVตาย2คน ทำให้ผมกระเทือนใจมากๆๆ แต่จากวันนั้นผมก็ผ่านมา ประมาณ4-5เดือนละครับ หลังจากไปพบจิตแพทย์และก็ counsellor ทุกอย่างดีขึ้นตามลำดับ ผมไม่ต้องมานั่งจัดอะไร ล้างมือบ่อยๆเท่าเดิม แต่ก็ยังมีกังวลบ้างเวลาเจอคนตัวเป็นตุ่มก็ยังเกร็งๆ แต่ก็สามารถอยู่ใกล้ได้ถ้าไม่แบบเหวอะน่ากลัวอะไรมาก แล้วก็ต้องทานยาไปอีก1ถึง2ปีประมาณนี้อะครับ เท่าที่หมอบอก

ใครที่ป่วยเป็นโรคนี้ ถ้าอยากได้กำลังใจแอดเมลมาหาผมได้นะครับ หรือถ้ามีอะไรที่ผมช่วยได้ก็ยินดีที่จะช่วยนะครับ

maxrnb16@hotmail.com

เจ จัง
IP: xxx.87.83.254
เขียนเมื่อ Fri Aug 14 2009 21:37:55 GMT+0700 (ICT)

เราโดนผู้ชายหลอกแล้วก็มักจะคิดซ้ำๆเสมอว่าผู้ชายคนนั้นเลวเมื่อไหร่ที่คิดถึงเค้าก็มักจะมีคำว่าเลวติดตามมาเสมอเราเป็นโรคย้ำคิดใช่มั๊ยหรือคนที่เพิ่งเจอเรื่องเศร้าๆมาจะเป็นแบบนี้ทุกคนหรึป่าวใครรู้ช่วยตอบเราที

djnam
IP: xxx.53.30.207
เขียนเมื่อ Mon Aug 17 2009 03:26:44 GMT+0700 (ICT)

อย่าคิดมากครับ ผมก็เป็น แต่ก็คิดนะว่ามันเป็นปมด้อยบวกพรสวรรค์ เคยสังเกตไหมครับว่า เราไม่เคยลืมหรือพลาดอะไร อย่างเช่นทำของหายเลย ทำปมด้อยให้เป็นปมเด่นสิครับยังมีวิธีแก้ครับ ถึงผมจะไม่หายขาด แต่ก้อทุเลาลงมาก ยิ่งช่วงนี้เข้าพรรษา ก็คือ นั่งสมาธิครับ ก่อนไปทำงานทุกวัน ผมนั่งแล้วกำหนดลมหายใจแล้วเริ่มคิดถึงอดีต เรื่องอะไรก็ได้ ทั้งดีและไม่ดี แล้วหายใจเข้าคิดว่า ปล่อย หายใจออก คิดว่า วาง ต่อมาก็ ปัจจุบัน และอนาคต ตามลำดับครับ และก็ มาคิดว่าเสื้อผ้าไม่ใช่ของเรา เงินทองไม่ใช่ของเรา แม้กระทั่ง ร่างกายที่คิดว่าของเรายังไม่ใช่ของเรา ตายไปเอาไปไม่ได้หรอกครับ และคิดอย่างนี้ทุกครั้งที่อาการเกิดขึ้น คิดเลยครับว่า สิ่งที่เราย้ำคิดอยู่นั้นเวลาตายเราเอาไปไม่ได้แน่นอน ปล่อยวางมันเถอะครับ คิดได้อย่างนี้แล้วทุเลาลงแน่นอน ถ้ายังไม่พอให้พิจารณาดูว่าสิ่งที่เราย้ำอยู่นั้น สำคัญไฉน ยกตัวอย่างเช่น เราย้ำอยู่ว่าเราล้างมือรึยัง เราคิดเลยครับว่า สมมุติว่าไม่ล้างหรือลืมล้างแล้วตายไหม คนอื่นเค้าก็ไม่ล้างบ่อยหนิ เมื่อพิจารณาแล้วว่าไม่ตายสักหน่อยก็เลิกทำสิ บอกตัวเองอย่างนี้ครับ วิธีข้างบนที่บอกก็ดีครับ จดไว้แล้วติ๊กดูแต่มีข้อเสียครับ หากทำไปนานๆจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในการย้ำคิดครับ ติ๊กแล้วก็มาติ๊กอีกซ้ำไปมา ไม่ดีแน่ ไงก็ปรึกษากันได้ครับ yibsee@hotmail.com หายกันถ้วนหน้านะครับ

IP: xxx.49.2.23
เขียนเมื่อ Mon Sep 07 2009 09:35:14 GMT+0700 (ICT)

เป็นเหมือนกันค่ะเครียดมากเลย

แต่ทำอะไรไม่ได้ค่ะ รู้สึกว่าบาปมากเลยค่ะ

พยายามจะไม่คิดแล้วแต่พอเจอก็คิดอีกค่ะ

และรู้สึกอารมณ์ร้อนมากเลยค่ะ คิดจนปวดหัวค่ะ

พยายามเลิกยิ่งเลิกยิ่งปวดหัว

เหมือนเป็นคนที่เลวมากเลยค่ะ

เพราะชอบคิดแต่ทางไม่ดี

อยากทราบที่รักษาที่ดีๆค่ะ

แม็ก
IP: xxx.121.17.53
เขียนเมื่อ Mon Sep 07 2009 17:05:21 GMT+0700 (ICT)

คุณความคิดที่ 46ครับ แล้วไม่ทราบว่าคุณไปพบหมอหรือยังครับ

ถ้ามีอะไรให้ช่วยหรือต้องการพูดคุย ระบาย ต้องการกำลังใจติดต่อมาได้ maxrnb16@hotmail.com

ผมต้องการช่วยคนที่เป็นแบบเราๆเพราะเข้าใจว่ามันแย่แค่ไหนครับ

dopeman
IP: xxx.157.239.215
เขียนเมื่อ Thu Sep 17 2009 11:13:43 GMT+0700 (ICT)

อ่านๆดูแล้ว ดูเหมือนกุก้เปง กำ... _ _""

คนที่มีความทุกข์
IP: xxx.53.162.144
เขียนเมื่อ Mon Sep 21 2009 00:46:13 GMT+0700 (ICT)

หนูเป็นแบบ ค. 9 ค่ะ หนูเป็นมาตั้งแต่ ม 2 แล้ว ตอนนี้หนู ม 5 แล้ว

หนูไม่กล้าบอกใครเลย แต่หนูทรมานมากๆ ทรมานจนอยากไปเกิดใหม่เลย

หนูร้องไห้ทุกวัน เพราะหนูด่าทุกๆอย่าง ลืมได้แค่ ห้านาที -สิบนาที ก็กลับมาคิดอีก

ทำให้วันๆนึง หนูหมกมุ่นอยุ่กับการขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เหมือนพูดอยู่คนเดียวอะค่ะ

ใครมาเห็นก็ต้องว่าหนุเป็นโรคจิต แต่หนุไม่ได้เป็น

หนูอยากจะหยุดค่ะ

แต่ถ้าไม่ได้ขอโทษ หนูกลัวค่ะ กลัวมากๆ กลัวว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น

คิดแต่แง่งบ ด่าทอสิ่งต่างๆที่เคารพ

ทั้งที่หนูไม่อยากทำแบบนั้น ทำไมค่ะ ทำไมหนูต้องเป็นแบบนี้ หนูไม่เข้าใจ

บางทีหนูก็คิดอยากฆ่าตัวตาย เพราะหนูเหนื่อยค่ะ

บางรอบหนูพูดว่า หนูขอโทษเป็นร้องครั้ง วันต่อมาหนุต้องไปหาหมอ เพราะคอเจ็บ

มันเป็นอะไรที่ทรมานมากๆ หนูอิจฉาเพื่อนของหนู อิจฉาทุกคนที่ไม่เป็นแบบหนู

หนูยอมล้างมือวันละร้อยรอบ ดีกว่าเป็นแบบนี้ค่ะ

หนูไม่มีความสุขเลย ช่วยด้วยค่ะ

แม่บุ้ง
IP: xxx.128.68.122
เขียนเมื่อ Wed Sep 23 2009 21:51:10 GMT+0700 (ICT)

ลูกสาวพี่ก็เป็นค่ะ เครียดมากเลยเขาจะดึงผม จนหัวล้านเป็นจุดกว้างมาก เขาอายุสิบสองปีแล้วเป็นมาตั้งแต่เรียนอยู่ป.3 ตอนนี้อยู่ม.1แล้ว สงสารก็สงสาร ตีก็แล้ว ปลอบก็แล้วหาหมอทางจิตเวชก็ไม่หายทั้งให้ยามากินก็ไม่หาย ทั้งจะให้รางวัลว่าถ้าหนูมาหาหมอเวลานัดครั้งหน้าถ้าหนูไม่ดึงผม ได้ผลบ้างไม่ไม่ได้ผลบ้าง แล้วก็ดึงผมอีก บางทีดึงมากกว่าเก่าจนหมอยอมแพ้ เปลี่ยนหมอก็แล้วก็รักษาไม่ได้ผล กินยาจนอ้วนฉุคือผลข้างเคียงที่หมอให้ยามากิน ทั้งบนบานศาลกล่าว พระที่ไหนว่าศักดิ์สิทธิ์ เจ้าพ่อเจ้าแม่ ที่ไหนที่ว่าแน่ พี่ไปบนมาหมดแล้วไม่เคยได้เสียเงินซื้อของไปแก้บนเลยซักที่( เวลาเขาดึงผมล้านเป็นกระจุก เราต่อว่าเขาว่าดึงผมอีกแล้วเขาก็จะเถียงว่าไม่ได้ดึงเถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่ได้ทำทั้งๆที่หัวล้านเห็นชัดๆ)หมอคนไหนเก่งๆช่วยพี่หน่อยหรือใครที่รู้จักหมอหรือวิธีรักษาช่วยหน่อยค่ะ พี่จะตายก่อนลูกแล้วค่ะ เขาเป็นเด็กชอบคุยสนุกชอบเต้นชอบร้องเพลงเสียอย่างเดียวนี่แหละที่รักษาไม่หาย

เจียง
IP: xxx.27.242.189
เขียนเมื่อ Sun Sep 27 2009 11:24:12 GMT+0700 (ICT)

สาเหตุอาการมาจากเริ่มต้นจากการถือเคล็ดคิดเองจินตนาการเองว่าแบบนี้ต้องอย่างนี้เป็นความเชื่อเองแต่ก็ไม่ไช่

IP: xxx.61.104.4
เขียนเมื่อ Thu Oct 08 2009 01:59:37 GMT+0700 (ICT)

ถึงคุณความเห็นที่ 49 คับ ผมเคยเป็นหนักเท่าคุณ และมีอาการกลัวเหมือนคุณ ต้องพูดขอโทษตลอดเวลา

ผมเคยหายขาดไปสักพักหลังได้พบกับหมอ ตอนนี้ผมกลับมามีอาการบ้าง

ผมแนะนำให้ปรึกษาครอบครัวครับ แล้วไปพบหมอ ผมมั่นใจว่าชีวิตคุณจะดีขึ้นไม่มากก็น้อยคับ

ผมมีอาการคล้าย หรืออาจจะเป็นเหมือนกับคุณเลยก็ว่าได้ครับ email มาคุยนะคับ อย่างน้อยคุณก็จะได้รู้ว่า

ไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวที่เป็นอย่างนั้น ผมก็เป็นเหมือนกันคับ ต้องพูดขอโทษกับตัวเองตลอดเวลา

ผมเองก็ไม่กล้าบอกครอบครัวในตอนแรก ด้วยเหตุผลหลายๆประการ คิดว่าคุณคงคิดเหมือนกัน

ผมมีอาการในวัยใกล้เคียงกับคุณ แต่ตอนนี้ผมทำงานแล้ว สิ่งสำคัญที่จะช่วยได้เยอะคือเพื่อน และครอบครัวคับ

ผมแนะนำให้บอกครอบครัวคับ การที่ผมกล้าบอกพ่อและแม่ของผมมันทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปเยอะมาก

ผมยืนมาถึงทุกวันนี้ได้ก็เพราะท่าน สู้ๆคับ การทำอะไรที่ไม่เคยทำครั้งแรกสำหรับพวกเรา

มันยากกว่าคนอื่นมากๆ แต่ขอให้ได้ทำคับ

ยังไงก็้ email มาคุยกันนะคับ คุณไม่ได้อยู่และเป็นเช่นนั้นคนเดียวคับ boeeye@yahoo.co.uk

คุณยังอายุน้อยคับ อย่าไปกลัว พลังชีวิตคนเรามันมากกว่าที่คิดเยอะคับ

ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนคับ

boeeye@yahoo.co.uk

roomy
IP: xxx.90.8.72
เขียนเมื่อ Thu Oct 08 2009 13:06:09 GMT+0700 (ICT)

ฟังทางนี้ ตอนแรกผมไม่รู้ ตั้งแต่อายุ16 จากน้อยๆ จนมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นมาจนอายุ29 อาการคือ นั่งอยู่กับที่และคิดๆๆๆๆ โดยเริ่มจากมีอาการโน่นนี่นั่นก่อน แล้วก็หาทางแก้โดยความคิดอีกที ซึ่งซับซ้อน และเหนื่อยมาก ถ้าคิดได้ไม่ลงพอดีจังหวะก็จะต้องคิดใหม่ ไม่งั้นรู้สึกแก้ไม่ได้ ตอนแรกย้ำทำโดยการกระทำก่อน แล้วเริ่มมีปัญหาการเข้าสังคมหนักขึ้นเลยต้องเปลี่ยนมาย้ำทำในใจ อายุ29เป็นหนัก นั่งคิดทั้งวันไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย สุดท้ายไปหาหมอ ร.พ รามาฯ แผนกจิตเวช หมอให้ทานยา ปวดหัวมาก กินไปได้3วัน หยุดยา และนั่งสมาธิ นั่งสมาธิ และนั่งสมาธิ ฝืน ฝืน ฝืน และฝืน อาทิตย์เดียวดีขึ้นเยอะอาการทุกอย่างเริ่มควบคุมได้ หรือเป็นก็ไม่มากนิดๆหน่อยๆ พออยากจะหยุดก็หยุดได้เลย และพูดกับตัวเองเสมอว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง จนตอนนี้ผมอายุ33แล้ว ก็เรียกว่าหายแล้วก็ว่าได้เพราะจากอาทิตย์นั้นที่นั่งสมาธิและฝืน มันก็หยุดทุกอย่างได้จากวันนั้นจนวันนี้ ถึงมีคิดขึ้นมาบ้างก็ควบคุมได้แล้ว บางทีก็ห่างเป็นเดือนคือลืมไปเลยว่าเคยเป็น ลองดูครับแก้ได้ด้วยใจตัวเอง และอย่าลืมข้อสำคัญนะครับว่า "มันไม่ใช่เรื่องจริง"

ภัตราภรณ์ สุวิชา
IP: xxx.164.7.253
เขียนเมื่อ Wed Oct 21 2009 03:01:32 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำเช่นเดียวกันค่ะ คือจะคอยคิดอยู่เสมอว่าปิดน้ำที่บ้านไม่สนิท แล้วก็จะคิดว่าน้ำจะพุ่งออกจากก๊อกแบบแรงๆพุ่งไม่หยุด แล้วจะทำให้เสียค่าน้ำหลายบาท พยายามหักห้ามใจไม่ให้คิดค่ะแต่ไม่สำเร็จ ทุกวันก่อนเข้านอนในแต่ละคืน ไม่เว้นแม้

นอนกลางวันก็ตาม จะต้องไปตรวจดูก๊อกน้ำทุกก๊อกในบ้าน แบบจ้องตาไม่กระพริบนานๆ ในแต่ละก๊อก ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงในแต่ละวัน นี่ไม่นับนอนกลางวันนะค่ะ ก็ต้องไปตรวจดูก๊อกก่อนเข้านอนกลางวันเหมือนกัน ทรมานมาก.......

บางครั้งก็ต้องตัดใจให้สามีช่วยดูน้ำและมารายงานให้เราค่ะ ว่า "ปิดก๊อกน้ำทุกก๊อกในบ้านแล้ว ไม่มีก๊อกไหนเปิดทิ้งไว้จนน้ำพุ่งออกมาเลยซักก๊อก" เป็นโรคประสาทมากค่ะ ทรมานจริงๆๆๆๆๆ บางครั้งสามีก็รำคาญเราด้วย

อาการของดิฉันเริ่มเป็นมาเมื่อประมาณอายุ 22 ปีค่ะ (ปัจจุบันอายุ 34 ปีแล้ว) คือตอนอายุ 22 ปีนั้น ก๊อกน้ำที่บ้านหักค่ะ

น้ำพุ่งออกมาแบบไม่หยุดเลย และตอนนั้นนอนหลับไม่รู้ตัวค่ะ ตื่นมาอีกทีน้ำนองพื้นห้องน้ำเต็ม ก็เลยฝังใจตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ก็เป็นๆ หายๆ แต่มาหนักตอนอายุ 34 นี่หละค่ะ และก็ตอนอายุ 30-31 ปี ก็มีอยู่ช่วงหนึ่ง คิดว่าตัวเองมือสกปรกเหนียวตลอดเวลา

ก็ล้างมือ เช็ดมือตลอดเวลาค่ะ สะสมมาเรื่อยๆ โรคประสาท

พยายามหักห้ามใจไม่ให้คิดไม่ให้เดินไปดูก๊อกน้ำ ก็ทำไม่ได้ค่ะ มันนอนไม่หลับ ได้อ่าน website นี้ก็จะลองไปหาหมอซักทีค่ะ

เผื่อจะช่วยได้บ้าง ทรมานมากค่ะ ในแต่ละวัน

เด็กเศร้า
IP: xxx.63.88.130
เขียนเมื่อ Tue Oct 27 2009 18:17:40 GMT+0700 (ICT)

หนูก็เป็นเหมือนกันคะ

แต่ไม่ได้เป็นเกี่ยวกับการรักษาความสะอาด แต่จะเป็นทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ไม่ทราบว่ามีใครพอจะเป็นเหมือนกันบ้างไม๊

คือทุกวันนี้งานที่ทำอยู่จะต้องเกี่ยวข้องกับตัวเลขตลอดเวลา เกี่ยวกับdemandของลูกค้า แล้ววันๆนึงหนูจะต้องตรวจorderของลูกค้าใบละไม่ตำกว่า10รอบ เป็นอยู่อย่างนี้ทุกๆวัน ทั้งๆที่เห็นอยู่กับตาว่าตัวเลขมันถูกต้องแล้ว แต่ก็ไม่เชื่อจะคิดว่าตาลายรึเปล่า เลยต้องตรวจใหม่อยู่อย่างนี้ ทรมานมาก งานอื่นที่ได้รับมอบหมายจะloadตลอดเวลา เพราะต้องมาทำงานพวกนี้ซ้ำๆ จนตอนนี้ทนไม่ไหวคะ ต้องลาออกจากงานที่ทำอยู่เลย เพราะเครียดมาก และคิดว่าจะไปหาหมอ ไม่ทราบว่ามีหมอที่ไหนแนะนำบ้างไม๊คะ นอกจากนี้ยังมีฑฤติกรรมการตั้งนาฬิการปลุกในโทรศัพท์มือถือที่คืนๆนึงจะตั้งเป้น 20-30 รอบ ต้องจ้องมือถือจนน้ำตาไหลถึงจะวางใจได้ ไม่ณุ้วิธีแก้เหมือนกันคะ T_T

วิธีที่พวกคุณๆกล่าวมาหนูลองมาเกือบหมดแล้วคะแต่ก็ยังหยุดพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้ ตอนนี้เสียงานไปแล้ว เลยกลัวว่าวันข้างหน้าจะต้องเสียทุกๆอย่างไป.......แนะนำด้วยคะ

jjhacker
IP: xxx.173.232.73
เขียนเมื่อ Mon Nov 02 2009 13:03:19 GMT+0700 (ICT)

ออกกำลังกายครับ หายชัว...................

ทศ
IP: xxx.19.98.126
เขียนเมื่อ Thu Nov 12 2009 14:24:07 GMT+0700 (ICT)

ออกกำลังกายต้องทำทุกวันไหม

บัว
IP: xxx.19.98.126
เขียนเมื่อ Thu Nov 12 2009 14:34:14 GMT+0700 (ICT)

ถึงน้องเด็กเศร้า (55)  หนูต้องไปหาคุณหมอเเล้วทำตามคำเเนะนำของหมอนะจ๊ะ  มีคนที่เป็นมากกว่าหนูอีก  หนูต้องมีกำลังใจนะ  โรคเเบบนี้เกิดมาจากความคิด เป็นความคิดที่เราไม่ได้ตั้งใจคิด  เเต่พอมันคิดเเล้วมันมีอาการมันทำให้เราทุกข์  พอทุกข์เราก็อยากควบคุมอยากห้ามหรือไม่อยากให้มันเกิดอีก เเต่ทว่ายิ่งห้ามหรือควบคุมไม่อยากให้มันเกิดมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งจะเป็นมากขึ้น  ทางที่ดีนอกจากการทำตามคำเเนะนำของหมอเเล้ว หนูลองหันมาสนใจธรรมมะให้เป็นที่พึ่งของตัวเอง  โดยเริ่มจากการฝึกสติดูก็ได้นะ                                                                        

                                                                                      เป็นกำลังใจให้จ๊ะ

gee
IP: xxx.44.135.242
เขียนเมื่อ Sun Nov 15 2009 15:00:13 GMT+0700 (ICT)

เปนเหมือนกานค่ะ...ย้ำทำ...ทำแล้วทำอีกทำทุกๆๆอย่างซ้ำๆๆๆจนรู้สึกหรือคิดว่ามันเสร็จสมบูนถึงจะเลิกทำ จนบางครั้งต้องกำหนดครั้งที่ทำ พอทำถึงกำหนดก้หยุดทำด้วยการตัดใจ...และก้พูดออกเสียงหรือสั่งตัวเองว่าพอ ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทรมานมากค่ะ เหมือนคนเปนบ้า บางครั้งทำๆๆแล้วมันหยุดไม่ได้จิงๆๆก้เปลี่ยนลักษณะการทำ เช่นเเปรงฟันปัดจากล่างไปบนก็จะเปลี่ยนเปนบนไปล่างมันก้จะเลิกทำ เหนื่อยๆๆๆเสียเวลามากๆๆด้วย มันไม่ได้ย้ำทำอย่างใดอย่างหนึ่ง...แต่มันย้ำซะทุกอย่าง ตอนเช้าก่อนไปเรียนก้ต้องเผื่อเวลา3ช.ม สำหรับอาบน้ำแต่งตัว เพิ่งเปนอ่ะ20พอดีเยย ท้อออออออออออออมาก... เปนกำลังใจให้ทุกคนสู้ๆๆนะคะ

เครียด
IP: xxx.120.56.112
เขียนเมื่อ Mon Nov 16 2009 20:44:19 GMT+0700 (ICT)

คือว่าเราก็เป็น จวนี้อายุ16ละ ไม่รู้ว่าภายภาคหน้าจะเป็นยังไง เราคิดตลอดว่า กลัวบนไม่ได้ตั้งใจ คือว่า เราคิดมาตลอดว่า ว่าที่เรามีชีวิตแบบนี้มันเกี่ยวกับการบนหรือเปล่า มีทั้งๆที่เราก็รู้ว่าไม่ได้บน เราต้องพูดกับตัวเองหลายๆครั้ง เกี่ยวกับความตาย อะไรแบบนี้ พอเจอศาลก็ต้องพูดว่าไม่ได้ตั้งใจบน ทั้งๆที่เราก็รู้ว่าเราคิดมากๆ จนเราไม่กล้าพูดกับใครเกี่ยวกับเรื่องนี้ พอเจอศาลก็กลัว กลัวจนจะบ้า กลัวเผลอบน กลัวมาก จนตอนนี้ ไม่กล้าเดินผ่านศาล เจอทุกๆที่ต้องไหว้ เรียนก็คิดแต่เรื่องนี้ แต่เราก็รู้ตัวเองว่าเราไม่ได้ตั้งใจบนไม่ได้ตั้งใจคิด แม้แต่นิดเดียว

jc
IP: xxx.67.147.220
เขียนเมื่อ Wed Nov 18 2009 22:22:31 GMT+0700 (ICT)

ผมก็เป็นคนหนึ่งครับที่เข้าข่ายโรคนี้....โรคย้ำคิดย้ำทำ เกลียดมันมากขอระบาย....ผมลองไตร่ตรองแล้วคือผมคงกังวลมากไปกับทุกคนรอบข้างหรือสิ่งต่างๆ อึดอัดมากที่ต้องกลัวที่ต้องขอโทษกับสิ่งที่ได้คิดไป...ขอให้ทุกคนต่อสู้น่ะครับเป็นกำลังใจให้.และผมก็ขอขอบคุณมากที่มีเว็บนี้และก็มีคนที่เป็นอย่างผมที่ให้กำลังใจกัน.ผมได้พยายามที่จะหยุดมันแต่ก็ไม่ประสบผลซักที...

ต่อไปนี้ ผมจะเลิกกลัวสิ่งที่ผมคิดว่าผมได้ทำผิดหรือคิดผิดต่อครอบครัวหรือทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ผมกลัวและกังวล เพราะอะไรรู้ไหม สิ่งตางๆเหล่านี้มีแค่เราคนเดียวเท่านั้นที่รู้เเละคิดกลัวมัน....ทุกสิ่งแค่เข้ามาในสมองเราแค่ความคิดเทานั้น ผมคิดว่าคงจะหยุดมันได้...จงคิดว่ามันไม่มีจริง...ทุกคนจงโชคดีครับ.ผมจะลองต่อต้านมันอีกสักตั้งเพราะผมเข้าใจทุกคนที่เป็น.ได้ผลยังไงจะเลาให้ฟังอีกที....มีสองสิ่งที่ทำให้เราเป็นเยี่ยงนี้ คือ กังวล และ กลัว ฉะนั้นเราจะทำลายมันและทำลายมันให้สิ้นซากที่มันทำลายการใช้ชีวิตประจำวันของเรา....สู้น่ะครับ realisature1@hotmail.com ระบายมันออกมาให้ผมฟังได้ครับ.

IP: xxx.47.50.127
เขียนเมื่อ Tue Nov 24 2009 09:47:16 GMT+0700 (ICT)

มีคนรู้จักเป็นคนที่ชอบดูหมอดูดวงมากๆ แล้วเชื่อเรื่องผีสางเทวดาเข้าเส้น แบบว่าทุกลมหายใจเข้าออกเป็นเจ้าเทวดาไปซะหมด ไปดูมาเมื่อวันก่อนว่าดีแล้ว ก็ยังไม่เชื่อต้องไปดูอีกหลายที่ ดูแล้วดูเล่า บ้านช่องนี่ย้ายแทบจะทุกมุมทุกซอก ทุบตรงนั้น ต่อเติมตรงนี้ ขุดตรงโน้น กั้นตรงนี้ แบบว่าแทบทุกวัน ประมาณว่าเทวดาไม่พอใจ ต้องทำ ไม่ทำคนในบ้านจะเป็นโรคบ้างอะไรบ้าง ขัดสนเงินทอง แต่ที่เสียไปกับเรื่องดังกล่าว เป็นเงินหลักล้าน แต่เช้านี้ยังไม่รู้กินอะไรให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ต้องดูแลรักษาสุขภาพอย่างไรให้ไม่ป่วย และอื่นๆอีกมากมายที่ไม่ได้สนใจตัวเองและคนรอบข้าง แบบนี้จะต้องทำอย่างไร ให้เค้ารู้ว่า อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เราดูแลเอาใจใส่คนในครอบครัวดีแล้วหรือยัง ออมเงินหรือใช้จ่ายอย่างประหยัด ลงทุนอย่างรอบคอบ ช่วยหน่อยคับ เพราะคิดว่าทำงานเก็บเงินมาเท่าไหร่ก็ไม่เหลือ ขอบคุณครับ

ณฐกานต์
IP: xxx.172.199.250
เขียนเมื่อ Fri Dec 11 2009 07:46:45 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งค่ะที่มีอาการดังกล่าว คือ ชอบคิดเรื่องอะไรซ้ำๆ กันวันละหลาย ๆ รอบและเป็นเช่นนี้มาเมื่อตนเองได้เข้าทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง ดิฉันจะเป็นอาการแบบนี้อีกครั้งในตอนที่อาบน้ำหรือทำอะไรทุกอย่างต้องตกเป็นต้วเลขที่คิดว่าเป็นสิริมงคลแก่ตนเองเช่น การอาบน้ำต้องอาบให้ครบ 9 ขันก่อนถูสบู่เป็นต้น เวลาไปวัดแล้วเจอพระสงฆ์ที่ตนรู้จักก็ดีไม่รู้จักก็ดี ก็จะทัศนคติลบเกิดขึ้นกับท่านเหล่านั้นเสมอ ๆ แม้ว่าจะมีจิตใจส่วนหนึ่งค้านว่าไม่ควรคิดเช่นน้นก็ตาม เวลาอยู่บ้านหรือที่ทำงานไปเยี่ยมคนป่วยที่โรงพยาบาลก็จะล้างมือบ่อย(ควรทำนะสำหรับปัจจุบัน)แต่ก็บ่อยมาก ๆ จนตนเองก็รู้สึกว่าต้องตั้งคำถามกับตนเองว่าทำไม และอยากให้อาการดังกล่าวทุเลาเบาบางลงบ้างค่ะ

dd
IP: xxx.7.175.185
เขียนเมื่อ Fri Dec 11 2009 13:31:39 GMT+0700 (ICT)

มีอาการย้ำคิดย้ำทำจนจะทำงานไม่ไหวแล้วค่ะ ทั้งชีวิตประจำวัน ความสกปรก กังวลเกี่ยวกับคราบเลือด กลัวเชื้อ HIV มีความคิดไม่สมเหคุ สมผล หลายอย่างแต่อดคิดไม่ได้ค่ะ ทรมานร้องไห้แทบทุกวัน เหนื่อยจังยาก็กินไม่ได้ค่ะ ตั้งครรภ์อยู่ด้วย ทำไงดี ฮือๆๆๆ

ka
IP: xxx.7.169.128
เขียนเมื่อ Fri Dec 18 2009 11:31:22 GMT+0700 (ICT)

เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ สู้ๆๆๆ ค่ะ หากเราท้อถอย โรคนี้จะไม่ปรานีเราเลยกลับยิ่งซ้ำเติมให้เป็นมากขึ้นกว่าเดิม เราทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจ ว่า มันไม่ใช่เรื่องจริง เราคิดไปเองแล้วก็ทุกข์ไปเอง โรคนี้จะไม่สามารถทำอะไรเราได้หากเราไม่ยอม ตามความคิดนั้น (ทำได้ยาก ก็ต้องพยายาม ได้บ้างไม่ได้บ้างดีกว่าไม่ลองฝืน )การทำสติบางครั้งก็ช่วยได้บ้างนะ แต่หากในบางเรื่องการใช้สติอาจไม่ทันหากเราไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเราคิดไปเอง ทางเดียวที่เป็นไปได้คือ เริ่มรู้ว่าจะคิดไม่ดีให้เบนความสนใจเป็นการทำอย่างอื่นอยู่กับปัจจุบันให้ได้อดีตคืออดีต หากเผลอคิดไปแล้วและกังวลไป เราก็ต้องทำใจให้ได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง หรือหากเป็นจริงเราก็ต้องยอมรับได้ เราก็เป็นเหมือนกันนะโรคนี้ ตอนนี้พยายามอยู่อย่างหนักเลยล่ะ

Boo
เขียนเมื่อ Fri Dec 18 2009 11:36:04 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์มาโนช

 

ห่างหายไปเนิ่นนาน หากยังระลึกถึงนะคะ มา มากราบสวัสดีเนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่นะคะ 

 

ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้คุณหมอและครอบครัวประสบความสุข

สุขภาพแข็งแรง มีแรงกายแรงใจ คิดหวังสิ่งใดให้สมปรารถนาตลอดปีนี้ และตลอดไปค่ะ

 

Stoney Happy all times, Life is Summer Time ….  Happy, Healthy & Wealthy ka.

 

ha_grid
IP: xxx.149.117.22
เขียนเมื่อ Wed Dec 23 2009 11:27:00 GMT+0700 (ICT)

เราคิดว่าเราก็เป็นโรคนี้เหมือนกัน

ชอบล้างมือบ่อยๆ ไม่อยากจับของอะไรสกปรก เพราะคิดว่าอาจจะมีเชื้อโรคติดมือมา

ก่อนจะนั่งโต๊ะทำงานที่บริษัท ก็ต้องเอาทิชชู่ชุบน้ำเช็ดโต๊ะก่อน

เพราะกลัวว่าระหว่างที่เราไม่อยู่ จะมีคนมานั่งแล้วทำโต๊ะสกปรกไว้

สิ่งของส่วนตัว ก็จะไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องค่ะ

ตอนนี้กำลังพยายามศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้ และพยายามแก้ไขตัวเองอยู่ค่ะ เพราะรู้ว่ามันไม่ดี

แต่ที่รู้สึกแย่ที่สุดก็คือ คนที่บ้านไม่เข้าใจค่ะ

แม้เราจะอธิบายให้พ่อแม่ฟังแล้วว่าเป็นโรคชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นได้

แต่พ่อแม่ก็ไม่เข้าใจ ชอบดุด่าอยู่เรื่อยๆว่า ทำไมไม่เลิกทำซักที

พยายามบอกแม่ว่า มันยากที่จะฝืนตัวเอง มันไม่ใช่อะไรที่จะแก้ได้เร็วๆ ต้องอาศัยเวลา เขาก็ไม่เข้าใจค่ะ

ตอนนี้ทะเลาะกับแม่อยู่ ไม่ได้คุยกันเลย

เศร้ามากๆค่ะ

ถ้ามีข้อแนะนำอะไร ช่วยบอกด้วยนะคะ ตอนนี้กำลังเศร้ามากๆจนไม่อยากทำอะไรเลยค่ะ

IP: xxx.9.4.185
เขียนเมื่อ Mon Jan 04 2010 14:39:15 GMT+0700 (ICT)

ผมก็เป็นโรคนี้มานานหลายปีแล้วครับ

อาการของผมเกิดมาจากความกังวลและกลัวจริงๆครับ เช่น กลัวลืมปิดแกส เพราะกลัวไฟไหม้ ต้องคอยเช็คคอยถามคนโน้นคนนี้ให้เขาช่วยเช็คให้อีกที จะได้สบายใจ, เวลาปิดสวิตไฟก็กลัวว่าจะปิดไม่สนิท ต้องคอยปิดเปิด ปิดเปิด เป็นสิบๆครั้ง เพราะกลัวว่าถ้าปิดไม่สนิท เกิดไฟฟ้าลัดวงจร เดี๋ยวไฟไหม้อีก, ปลํ๊กไฟก็ตรวจแล้วตรวจอีกเป็นหลายๆนาที เพราะกลัว ลืมเสียบปลั๊ก tv ทิ้งไว้รึป่าว ปลั๊กพัดลมดึงออกรึยัง (จะเป็นมากๆช่วงไม่มีใครอยู่บ้าน และต้องออกจากบ้านเป็นคนสุดท้าย)

เวลากด atm พอกดเสร็จเก็บบัตรใส่กระเป๋าตัง ก็ดูแล้วดูอีกว่าเก็บหรือยัง มันอยู่ในกระเป๋าแล้วนะ กลัวลืมเก็บมา เดี๋ยวใครเอาไป เงินหายอีก ต้องแจ้งความอีก

เวลาจอดรถ พอล็อครถเสร็จ ก็ดึงเปิดประตูดูว่าล็อคแน่แล้วนะ อยู่ตั้งหลายรอบจนที่จับจะพังอยู่แล้ว เพราะกลัวเดี๋ยวมีคนมาขโมยรถไป

เท่าที่ผมสังเกตุ คนที่เป็นโรคนี้ จะอาบน้ำนานครับ อาจจะเพราะกลัวไม่สะอาด ล้างแล้วล้างอีก

จากเหตุการณ์ของผม สาเหตุมาจากความ กลัว ล้วนๆเลยครับ ทุกวันนี้พยายามฝืนตัวเองโดยคิดว่า เออ ตรงนี้ตรวจแล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็เกิดไปเลย ดูครั้งสองครั้งก็พอ เหมือนต้องเอาความกล้า มาชนะความกลัวครับ

อีกกรณีที่ทำให้อาการดีขึ้นคือ ให้ใครอีกคนมาตรวจตามอีกครั้ง ถ้าผมต้องออกจากบ้าน ถ้ามีคนมาตรวจต่อจากผมอีกที ผมจะตรวจเร็วมากครับ คือดูครั้งเดียวผ่านเลย เพราะคิดว่า การที่มีคนมาตรวจซ้ำอีกทีคงไม่พลาด

เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ

ขอบคุณสำหรับบทความดีด้วยครับ นพ.มาโนช หล่อตระกูล, นพ.ปราโมทย์ สุคนิชย์

IP: xxx.49.176.115
เขียนเมื่อ Thu Jan 07 2010 22:27:21 GMT+0700 (ICT)

เราก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นโรคนี้ เป็นตั้งแต่วัยรุ่น นี่ก็จะสามสิบอยู่แล้ว เครียดมาก....... เวาลาอาบนน้ำจะนานมาก รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้แต่ไม่กล้าไปหาหมอจิตเวช กลัวคนอื่นไม่เข้าใจ คิดว่าเป็นคนบ้า ฮือๆๆ จะทำไงดี ใครก็ได้ช่วยที

achu_Spica
IP: xxx.26.139.124
เขียนเมื่อ Sun Jan 10 2010 17:59:43 GMT+0700 (ICT)

เราเป็นโรคนี้เหมือนกานนะ เรารู้สึกดีนะ ที่ไม่มีแต่เราคนเดียวที่เป็น แหะๆ เราเป็นน้ำคิดย้ำทำ แบบออกแนวไสยศาสตร์ ศาสนาอ่ะนะ บางครั้งก้อหมดกำลังใจเหมือนกาน สู้ๆนะทุกคน

พอเหอะ
IP: xxx.26.148.40
เขียนเมื่อ Tue Jan 12 2010 22:03:50 GMT+0700 (ICT)

เป็นแบบนี้ก็เหมือนตายทั้งเป็น

เราเหนื่อยมากแล้ว

อยากหายจริงๆ

อย่างน้อย เราก็ไม่ได้ตัวคนเดียว ใช่ไม๊?

IP: xxx.11.29.132
เขียนเมื่อ Sun Jan 17 2010 11:02:04 GMT+0700 (ICT)

เราก็เป็นอะ เรารู้สึกว่าเราเป็นมานานแล้ว

มันทรมานจริงๆ มันคิดในสิ่งที่เราไม่อยากคือ มันรู้นะว่าไม่ดีแต่มันไม่ยอมหลุดออกไปสมองเราซะทีอะ

เรารู้สึกว่าเราเป็นคนไม่ดีเลยที่คิดแบบนี้อะ

แต่ปีที่แล้วเราไม่มีอาการนี้เราก็ดีใจมาก แต่พออยู่ดีๆมันจะเป็นมันก็เป็นอะ มันไม่ยอมหยุดคิด

ใครเคยไปปรึกษาแพทย์บ้างอะ เป็นยังงัยบ้าง เล่าให้ฟังด้วยนะคะ

ssy
IP: xxx.121.210.42
เขียนเมื่อ Fri Jan 22 2010 21:44:29 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ ไม่นึกเลยว่าผมจะมีเพื่อนเยอะแบบนี้ :) ผมเองก็เป็นโรคนี้มาตั้งแต่ราวม.ต้น นี่ก็อายุ 30 แล้วก็ยังเป็นอยู่ แต่พึ่งมารู้ตัวว่าเป็นตอนไม่กี่เดือนมานี้เองครับ อาการคล้ายๆกับ คห. 49 และ 60 เลยครับ โดยเฉพาะคห. 60 นี่เหมือนมากๆ จนแทบจะกลัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปเลย ผมลองศึกษาดูจากเว็บต่างประเทศ เขาเรียกอาการ OCD ประเภทนี้ว่า "Sinner" ครับ

ผมเองก็ไม่กล้าไปหาหมอ เพราะอายครับ คนรอบข้างผม(น่าจะ)ไม่รู้เลยว่าผมเป็น เพราะฉะนั้นผมเลยไม่ได้กินยา แต่พยายามปฏิบัติตาม Behavior Therapy อยู่ครับ วิธีการคล้ายๆกับที่คุณหมอมาโนชได้เขียนไว้ในบันทึก ผมเลยลองหาวิธีการเพิ่มเติมดู พบว่าจริงๆแล้วมันมีอยู่หลายวิธีด้วยกันเลยครับ

ตอนนี้ผมกำลังพยายามปฏิบัติตามวิธีการที่ชื่อว่า "Four Step Method" ของ Dr. Jeffrey Schwartz อยู่ครับ ซึ่งผมดูจากวิธีการแล้วดูตรงใจมากทีเดียว ผมขอสรุปสั้นๆว่ามันมี 4 ขั้นครับ

  1. Relabel - รู้ตัวว่ากำลังเป็น OCD และกำลัง Response ต่อ OCD ไม่ต้องสนใจอย่างอื่น แค่รู้ตัวไว้ก็พอ
  2. Reattribute - เข้าใจโรค OCD อย่างจริงจัง ว่าเป็นอาการผิดปกติทางสมอง ซึ่งสามารถแก้ไขได้
  3. Refocus - พยายามปรับสติให้ไม่ตั้งมั่นอยู่กับการทำ "พิธีกรรม" เพื่อลบล้างอาการ OCD ครับ อย่างน้อยให้พยายามห้ามตัวเองไม่ให้ทำพิธีกรรมให้ได้สัก 15 นาที แล้วก็ค่อยๆเพิ่มเวลาให้นานขึ้น พยายามทำสิ่งอื่นที่เราทำแล้วรู้สึกดีก็ได้ครับ
  4. Revalue - ปรับความคิดใหม่ว่าสิ่งที่เรากระทำมันไม่จริง ลดคุณค่าของมันและมองแต่ความเป็นจริง

ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่า FSM นี่มีลักษณะที่ใกล้เคียงกับหลักการทางพุทธศาสนามากเลยครับ ซึ่งจริงๆก็มีเขียนไว้โดย Dr. Schwartz เองว่าเป็นวิธีการที่ใกล้เคียงกับการระลึกสติของพุทศาสนาจริง (น่าสนใจเหมือนกันว่าฝรั่งกลับเข้าใจพุทธศาสนา ดีกว่าชาวพุทธเช่นเราซะอีก) ช่วงนี้ผมเลยพยายามหาเวลาว่าฝึกสติ นั่งสมาธิบ้างเท่าที่เวลาจะอำนวย

ตอนนี้ผมรู้สึกว่าอาการของผมดีขึ้นบ้าง มากทีเดียว อย่างน้อยถ้าไม่อยู่ต่อหน้าศาล หรือผ่านศาลแต่ไม่ได้มอง ก็พอจะระงับอาการได้บ้าง ไม่เหมือนแต่ก่อนแทบจะต้องท่องคาถาในใจตลอดเวลาไม่หยุด

ผมพยายามคิดตลอดว่าการกระทำตะหากที่สำคัญ ไม่ใช่ความคิด ความคิดกับอารมณ์มันมาๆไปๆไม่ใช่ของเรา ตัวตนจริงๆของเราตะหากที่กำหนดการกระทำ ถ้ามัวแต่ไปทำพิธีกรรมลบล้าง สู้เอาเวลาไปทำสิ่งดีๆจะดีกว่า

(อีกประการที่อาจจะช่วยได้สำหรับคนที่เป็นแบบผม คือคิดว่าถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ท่านคงเข้าใจครับว่าเรามีอาการทางประสาท ถ้าท่านทำทุกอย่างที่คนมาบน โลกก็คงวุ่นวายแน่ ที่สำคัญเราทรมานจากความคิดที่ไม่ดี แปลว่าเราก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น)

มาลองแนะนำดูครับเผื่อช่วยได้ครับ ผมเองก็จะพยายามต่อไป

IP: xxx.164.50.231
เขียนเมื่อ Mon Jan 25 2010 02:02:39 GMT+0700 (ICT)

ผมเป็นคนนึงที่เป็นโอซีดี ตอนนี้อายุ 27 ปีคับ อาการก่อนไปหาหมอคือกลัวโรคเอดส์ ไปหาหมอหมอให้ lexapro มากินกับ xanax และ pernazien มากิน ผมกินได้เกือบปี แล้วก็หยุดยาเอง สุดท้ายอาการก็เป้นๆหายๆ ตอนนี้ก็เป็นหนักที่สุดเท่าที่เคยมีอาการเเล้ว นะคับ ผมพอทราบว่าสาเหตุของผมมาจากอะไร ซึ่งตอนนี้ก็ปล่อยให้ตัวเองทุกข์ทรมานมาก งานการเริ่มเสีย ชีวิตรักเริ่มแย่ พ่อแม่ก็ไม่คุยกับท่าน เพราะท่านบอกว่าจะเป็นอะไรก็เรื่องของแก ฉันเลี้ยงแกดีที่สุดแล้ว ก้ไม่เป้นไรคับ ผมก็ได้แต่ยอมรับชะตา ตอนนี้หันมาเลี้ยงหมา เพื่อนๆเริ่มห่างหายไปทีละน้อย พ่อแม่ของแฟนก้คงคิดว่าผมเป็นอะไร ผมเริ่มมีอาการซึมเศร้า นี่ถ้าผมเป็นเอดส์ด้วยและเป็นโอซีดีด้วย ผมคงอยู่ในโลกนี้ไม่นานแน่ๆ อ่อ่ เรื่องด่าสิ่งศักสิทธิืผมก็เป็นคับ เป็นตั้งแต่เด็กแล้ว นึกทำร้ายคนทั้งที่ไม่อยากทำก็เป็น ไม่อยากมองหน้าอกผู้หญิงก็ห้ามไม่ได้ อันหลังนี่ตอนนี้เป็นปัญหาที่ผมทรมานจิงๆคับ แต่ผมก็ยังนอนหลับสบายดีนะ

ผมเป็นโรคนี้มาน่าจะตั้งแต่ก่อน 10 ขวบ เขียนหนังสือนี่ต้องวนหัวจนกลมและดำ เพื่อนๆมันล้อกันยกใหญ่ว่าจะวนไปถึงไหน

มาถึงสาเหตุของโรค หลังจากผมอ่านกระทู้หลายๆอัน ผมสรุปน่าจะมาจาก ความกลัวโน่นนี่นั่น และการเลี้ยงดูที่ผิดๆของผู้ปกครองมีส่วนมากครับ

ผมคิดว่าวิธีแก้คือการเผชิญกับสิ่งที่กลัว ออกกำลังกายหนักๆ ถึงขั้นเล่นเพื่อความเป็นเลิศได้ยิ่งดี อันนี้ผมว่าช่วยได้นะ หาหมอผมกลัวผลข้างเคียงของยาครับ

ตอนนี้ผมยังไม่ดีขึ้นเลย แต่ผมเชื่อว่าการออกำลังกายช่วยได้ เพราะช่วงที่ผมเป็นนักฟุตบอล ตลอด 10 กว่าปี ผมแทบไม่มีอาการ แต่ตอนนี้ผมไม่ได้เตะฟุตบอลเลย มันกลับมีอาการครับ เพราะฉะนั้นกีฬาช่วยได้คับ

ปล.ดูจากการเขียนบทความจะทราบว่าผมเป็นโอซีดีแน่นอนคับ เพราะการเรียงประโยคที่วกไปวนมา นี่แหละคับ อาการของโอซีดี

ธัช
IP: xxx.121.215.194
เขียนเมื่อ Mon Jan 25 2010 16:46:47 GMT+0700 (ICT)

ผมก็เปนครับ ยังไม่้หายดีเลย

พยายามทำอะไรให้ช้าๆ รุ้สึกตัวอยุ่เสมอว่ากำลังทำอะไร ครับ

มีไรคุยกันนะครับ taszowie_football@hotmail.com

IP: xxx.67.93.121
เขียนเมื่อ Thu Jan 28 2010 23:33:45 GMT+0700 (ICT)

เป็นเหมิอนกันคะกำลังรักษาอยู่ รู้สึกทรมานมากตอนแรกนึกว่าตัวเองเป็นโรคจิต

อยากหายเร็วๆ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะค่ะ

นักศึกษาแพทย์
เขียนเมื่อ Mon Feb 01 2010 12:38:25 GMT+0700 (ICT)

ย้ำคิดได้แต่อย่าย้ำทำนะครับ คือผมเนี่ยก็เป็นมานานละ เป็นตั้งแต่ก่อนที่จะเรียนแพทย์ซะอีก แต่ไม่มีใครรู้ และก็ไม่เคยบอกใครด้วยครับ กลัวคนอื่นจะไม่เข้าใจหาว่าผมเรียนจนบ้าซะอีก ตอนแรกผมก็ไม่รู้นะครับว่าผมเป็นอะไร พอได้มาเรียนวิชา Psychology ผมก็มานึกอ๋อเลยครับว่าเราเป็นโรคนี้ ที่บอกว่าย้ำคิดได้แต่อย่าย้ำทำนี่ สำหรับผมได้ผลจริงๆ นะครับ คือสมองคนเราเนี่ยมันสั่งห้ามไม่ให้คิดไม่ได้หรอก มันไม่เหมือนอวัยวะส่วนอื่นอย่างแขน ขา อะไรพวกนี้ที่เราพอจะห้ามได้ ยิ่งห้ามไม่ให้มันคิดมันเหมือนจะยิ่งคิดนะครับ เราก็ปล่อยให้มันลอยไปตามกระแสความคิดที่มันจะคิดนั่นแหละ แต่ถ้าเราไม่ย้ำทำเนี่ย เดี๋ยวมันจะค่อยๆ ลดอาการย้ำคิดไปเอง ตอนแรกๆมันอาจจะทรมานมากๆเลย อยากจะย้ำทำมากๆ แนะนำนะครับถ้ามีเวลาตอนเย็นๆนะ ไปออกกำลังกายให้มันหนักๆไปเลยครับ เราจะเกิดอาการเพลียแล้วมันจะไม่ค่อยคิดอะไรมาก สุดท้ายครับย้ำคิดได้แต่อย่าย้ำทำนะครับ ถ้าย้ำทำนี่เดี่ยวมันจะครบองค์ประชุมแล้วจะลำบากเอานะครับ

Wn.
IP: xxx.120.27.13
เขียนเมื่อ Sun Feb 07 2010 00:04:46 GMT+0700 (ICT)

ผมมีอาการย้ำคิดย้ำทำอย่างมาก มีอาการหลายรูปแบบ ทั้งเรื่องตรวจการล็อคของบ้าน ล็อคสิ่งต่างๆ การกลัวทำของตกหล่น การระวัง ระแวงเกินควรในการกรอกเอกสาร การทำสิ่งต่างๆเกี่ยวกับเอกสารหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ ความสะอาด ความปลอดภัย พิธีรีตอง ความแท้จริง และอื่นๆ ผมยังไม่ได้ไปพบจิตแพทย์ และ ได้รับความทุกข์ทรมาน ทำให้เสียเวลา เสียหายต่อบุคลิกภาพ สัมพันธภาพ การทำงาน การดำรงชีวิต จากอาการเหล่านี้มาก

ข้อความที่ผู้ตั้งกระทู้โพสท์ไว้ว่า "ผมไม่อยากทำ ชีวิตมันมีเรื่องอื่นอีกเยอะ มันพอแล้ว แต่ ... ในที่สุด... ผมก็ทนไม่ได้ถ้าไม่ได้ทำ" เป็นข้อความที่โดนใจผมมาก อาการผมหนักถึงขนาดบางทีผมต้องจดใส่กระดาษหรือถ่ายรูปไว้เพื่อยืนยันว่าได้ทำสิ่งนั้นไปแล้ว ยิ่งสมัยนี้มีโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายรูปได้ทำให้ถ่ายรูปได้ง่าย ทั้งที่หลายเรื่องเป็นเรื่องที่ควรเป็นปกติธรรมดาสำหรับคนทั่วไปเรื่องเหล่านั้นไม่ได้สำคัญที่ควรค่ากับการจดบันทึก

ผมขอยกตัวอย่างเรื่องหนึ่ง ช่วงนี้ที่หวาดระแวงมากเรื่องเกี่ยวกับกุญแจมาก เมื่อปีก่อน ซึ่งก่อนนั้นผมก็ย้ำคิดย้ำทำมากอยู่แล้ว วันหนึ่งผมนำรถยนต์ไปซ่อมที่อู่รถ ซึ่งก่อนผมนำรถไปส่งที่อู่ซ่อม แน่นอน ผมย่อมตรวจตราเป็นอย่างดี ผมเอาสิ่งของออกจากรถแทบทุกชิ้นที่เอาออกได้ กุญแจรถที่เตรียมจะส่งให้ช่างแยกไว้ต่างหากซึ่งเป็นกุญแจรถหนึ่งดอกเท่านั้น ไม่มีกุญแจอื่นปนเลย ผมระแวงระวังเรื่องการโดนเอากุญแจไปปั๊มเป็นอย่างมาก ครั้งอื่นๆที่ซ่อมรถก็ระวังเช่นกัน ก่อนส่งมอบรถผมตรวจดูอย่างดีว่าไม่มีของตกหล่น เรียกได้ว่าตรวจทุกซอกทุกมุมเลยก็ว่าได้ พอผมส่งมอบรถพร้อมกุญแจรถให้ช่างซ่อมที่อู่แล้ว ผมก็ไปเดินที่อื่นและร้านอาหารอยู่หลายชั่วโมงจนกระทั่งมารับรถยนต์กลับซึ่งก็เรียบร้อยดี แล้วผมก็ขับรถกลับบ้านพอจะเข้าบ้านผมก็หยิบพวงกุญแจบ้านของผมอีกพวงหนึ่งซึ่งมีกุญแจสำคัญหลายดอก เพื่อจะไขเข้าบ้าน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ค่อนข้างอัตโนมัติ แล้วผมก็เกิดนึกระแวงสงสัยตัวเองว่า วันนี้ตั้งแต่ส่งมอบรถยนต์ให้ที่อู่จนกระทั่งกลับถึงบ้าน ผมไม่ได้ใช้พวงกุญแจบ้านนี้เลย ผมระแวงว่า ผมหยิบกุญแจพวงนี้ออกมาจากกระเป๋ากางเกงที่ผมใส่อยู่แน่นอนใช่ไหม ไม่ใช่หยิบจากที่ตกหล่นอยู่ในรถยนต์ ผมเสียใจที่ผมไม่ได้นำพวงกุญแจบ้านนี้ออกมาใช้ในช่วงระหว่างเวลาที่ส่งมอบรถยนต์ไปแล้ว กับเวลาที่ไปรับรถยนต์กลับ เพื่อจะได้เป็นการยืนยันว่า ผมพกพวงกุญแจบ้านนี้ติดตัวอย่างแน่นอนไม่ตกหล่นอยู่ในรถยนต์ แม้ว่าด้วยเหตุผลทั้งหลาย ผมไม่มีทางทำกุญแจตกหล่นในรถนต์อย่างแน่นอนเพราะผมตรวจดูเรื่องของตกหล่นอย่างดียิ่ง แต่ความระแวงนี้ทำเอาผมสติแตก แม้ทั้งว่าผมจะได้ใช้ความระมัดระวังอย่างถึงสุดแล้วก็ยังพบจุดโหว่ ถ้ามีใครเอากุญแจบ้านไปป๊มมันจะเกิดผลเสียหายที่ผมรับไม่ได้ เหตุการณ์ครั้งนั้นคนธรรมดาอาจเห็นว่ายังไม่เห็นมีเหตุการณ์ร้ายอะไรเกิดขึ้นเลย ( ซึ่งความจริงก็ไม่มีเหตุการณ์ร้าย ) แต่หลังจากนั้นอาการย้ำคิดย้ำทำก็รุนแรงมากขึ้นไปอีกจากเดิมที่มากอยู่แล้ว ไม่เพียงกุญแจ ยังมีสิ่งของอีกหลายสิ่งที่ต้องระวัง การจะทำสิ่งต่างๆ หลายอย่างที่ควรจะเป็นอย่างอัตโนมัติของผมจะมีพฤติกรรมที่ขัดจังหวะเพื่อยื่นยันสิ่งที่ทำในแต่ละขั้นด้วยการเพ่ง การย้ำหรืออื่นๆ ให้แน่ใจว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง ตอนนี้ผมยกตัวอย่างมาเรื่องเดียวแต่ตอนนี้ผมมีจุดที่ระแวงระวังมากมายหลายจุด ในการดำเนินชีวิตประจำวันต้องทนทุกข์กับเรื่องไม่ควรเป็นเรื่องอยู่มาก และบางทีก็ไม่ใช่ความรอบคอบ เพราะเรามัวแต่เพ่งระวังกับเรื่องหนึ่งจนอาจเผลอกับเรื่องอื่น และพอพลาดก็คิดมากต่ออีก จึงเขียนมาระบายครับ

Wn.
IP: xxx.120.27.13
เขียนเมื่อ Sun Feb 07 2010 01:38:22 GMT+0700 (ICT)

ขอเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการย้ำคิดย้ำทำของผม (Wn. ความเห็น 78 )เรื่องกุญแจบ้าน ย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ผมเคยเก็บพวงกุญแจบ้านไว้ในกระเป๋าเป้สะพายของผมวางไว้ แล้วโดนคนขโมยกระเป๋าเป้สะพายนั้นพร้อมด้วยสิ่งของในกระเป๋าเป้นั้น พวงกุญแจบ้าน และสิ่งของอีกหลายอย่าง รวมทั้งนามบัตร สิ่งที่บ่งบอกถึงที่อยู่บ้านของผมได้ และ ต่อมาที่บ้านของผมก็เคยมีโจรขึ้นบ้านด้วย แต่คงจะไม่ใช่จากเหตุกุญแจนั้น เพราะมีร่องรอยถูกงัดแงะ ต่อมาบ้านของผมมีการซ่อมแซม ต่อเดิม จนกระทั่งปัจจุบันกุญแจต่างๆที่ใช้เปลี่ยนไปจากเดิมนั้นแล้ว นอกจากเรื่องกุญแจแล้ว มีเรื่องระวังที่ลักษณะคล้ายคลึงกัน เช่น password , ข้อมูลส่วนบุคคล , การเข้าถึงข้อมูลทางเอกสาร , อิเล็กทรอนิกส์ ครับ

runtaro
IP: xxx.128.128.199
เขียนเมื่อ Sun Feb 07 2010 13:43:34 GMT+0700 (ICT)

ใครเป็น โอซีดี กับเรื่องHIV

มาคุยกันได้นะครับผมเองเปนแพทย์

งานก้อทำงานกับสารคัดหลั่งใน รพ

อยากพูดคุยระบาย กับเพื่อนๆที่เป็นเหมือนกันครับ คุณไม่ได้อยู่คนเดียวนะครับ

runtaro_ninja@hotmail.com

hoswalt
IP: xxx.11.73.7
เขียนเมื่อ Mon Feb 08 2010 03:44:45 GMT+0700 (ICT)

ผมเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำครับ โรคนี้มีความเกี่ยวข้องกับโรคซึมเศร้า โรคแพนิค การกลัวโดยไม่มีเหตุผลอันควร ผมเขียนเรื่องของผมไว้ในบล๊อคครับ จะเขียนเรื่อยๆ (ตอนนี้ดีขึ้นมากจนเกือบหายแล้ว) ลองดูนะครับ เป็นกำลังใจให้คุณ http://ocdepression.blogspot.com/

ถามให้ญาติ
IP: xxx.164.43.148
เขียนเมื่อ Wed Feb 10 2010 16:47:23 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ รบกวนถามหน่อยค่ะ มีญาติเป็น OCD อยากทราบว่า

1. โรค OCD นี้ เป็นนานๆ จะเป็นอันตรายหรือไม่คะ

2. ถ้าเขาหยุดงานอยู่กับบ้าน ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาทางหนึ่ง จะช่วยได้หรือไม่ และจะมีอาการอย่างอื่นมาแทนหรือเปล่า หากเขามาอยู่บ้านอ่าค่ะ

Anthony
IP: xxx.47.237.156
เขียนเมื่อ Wed Feb 17 2010 13:21:24 GMT+0700 (ICT)

จะดีใจดีมั้ยครับที่มีเพื่อนที่เปิดเผยตัวในระดับนึงกว่า 80 คนแล้ว

เพื่อนๆพี่ๆน้องๆคิดว่ามีความเป็นไปได้มั้ยคับที่เราจะทำเหมือนฝรั่งเค้าอ่าคับ คือการทำเป็นกลุ่ม สร้างสมาคม

จัดคนที่เป็นโรค ocd มานั่งคุยกัน พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ใครใช้ยาอะไรยังไง รักษากันแบบไหน โดยมีการนัดมีทติ้ง อะไรประมาณนี้อ่าคับ และเชิญวิทยากรที่เป็นจิตแพทย์มาพูดคุย บอกถึงวิธีการใช้ชีวิต การดูแล รักษา ตลอดจนคนที่เป็นแล้วดีขึ้นแล้ว ทำยังไงถึงหาย

คือผมก็อยากทราบนะคับว่า คนที่เป็นโรคนี้กันส่วนใหญ่ทำอาชีพอะไรกัน แล้วมันรบกวนมากมั้ย เรียนหนังสือได้มั้ย คาดว่าต่อไปในอนาคตจะไหวมั้ย ผมคิดว่าคนที่เป็นโรคนี้ก็ สามารถทำงานได้อยู่บนโลกนี้ได้อย่างสง่างาม เหมือนคุณโรเบิร์ต ฮิวส์ อ่าคับ

คือหนังเรื่อง The avitor ที่ ลีโอนาโด้ ดิคราปิโอ้ เล่นเป็นพระเอกอ่าคับ นั่นอ่าเหมือนผมเลย 5555 อยากมีความสำเร็จ ติดเซ็กส์ กลัวเชื้อโรค ย้ำคิดย้ำทำ ยังไงอยากฝากความเห็นไว้นะคับ

boy22anthony@hotmail.com คุยกันได้นะคับ เฮ้ออออเหนื่อยกับความคิดความกลัว ผุดๆๆๆๆๆๆ

IP: xxx.9.92.34
เขียนเมื่อ Sun Feb 21 2010 22:00:14 GMT+0700 (ICT)

เป็นเหมือนกันค่ะ ตอนเด็กๆจะกลัวพวกผีและวิญญาณมาก ขนาดนอนต้องห่มผ้าทั้งตัวไม่ให้ส่วนใดในร่างกายโผล่ออกมาจากผ้าห่ม แม้แต่ปลายเท้าหรือปลายผม แต่ตอนนี้ไม่กลัวขนาดนั้นแล้ว

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คิดลบหลู่ วิญญาณที่กลัวมากก็ยังลบหลู่ แล้วก็ต้องบอกว่าขออภัยที่ลบหลู่ทุกครั้งที่คิด เวลาผ่านพระ ศาล พระพุทธรูปก็ต้องยกมือไหว้ แต่บางทีเขินคนรอบข้างก็ไหว้ในใจเอา เวลาราดน้ำไปโดนมด ตบยุง หรือแม้กระทั้งอาบน้ำแปรงฟันก็จะไหว้และขออภัยตลอดเพราะกลัวว่าจะบาปที่ทำให้สิ่งมีชีวิตตาย (อาบน้ำก็กลัวแบคทีเรียตายอ่ะ)

เชื้อโรคนี่กลัวมาก เมื่อก่อนเด็กๆ เวลาโดนอะไรที่รู้สึกว่าสกปรกก็จะเป่ามือ ไม่รู้ทำทำไม พอโตขึ้นมากลัวหนักกว่าจากเชื้อโรคกลายเป็นกลัวโรคร้ายเช่นมะเร็ง ร้องให้ไปหลายรอบ กลัวเอดส์ ไปหาหมอเพื่อตรวจสองครั้ง (เมื่อก่อนเคยมีอะไรกับแฟนเก่า พอเลิกกันก็เลยกลัว) ตรวจแล้วนึกว่าจะดีขึ้นหนักกว่าเดิม กลัวว่าจะติดมาทั้งที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงรึเปล่า มีแผลแล้วไปชนคนติดเชื้องี้ ทานอาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้องี้ โอยสารพัดจนจะบ้าอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยังกลัวอยู่ อ่านหนังสือธรรมมะก็ช่วยได้นะ แต่อยากหายขาดเหลือเกิน

ดีใจที่ไม่ได้เป็นคนเดียวในโลก จริงๆยังกลัวอะไรมากกว่านี้ และมีอาการย้ำคิด และย้ำทำมากกว่านี้อีกเยอะมากเลย แต่ขี้เกียจพิมพ์แล้วค่ะ (เยอะจริงๆ) ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ เห็นด้วยกับ คห.83นะ อยากพูดคุยกับคนที่เป็นและเข้าใจเรา

runtaro
IP: xxx.123.8.193
เขียนเมื่อ Mon Feb 22 2010 15:14:42 GMT+0700 (ICT)

คุณ นักศึกษาแพทย์ ที่เปนโอซีดี

ผมเองก้อเปนแพทย์เหมือนกัน เพิ่งจบ extern

อยากคุยด้วยมากๆ

ยังไงอีเมลล์มานะครับถ้าได้อ่าน runtaro_ninja@hotmail.com

Mote
IP: xxx.47.105.124
เขียนเมื่อ Mon Feb 22 2010 22:32:04 GMT+0700 (ICT)

คห.๘๔ โดนใจมากครับ คือผมก็มีอาการคล้ายๆคุณ

เช่น เวลานอนต้องห่มผ้าให้มิดชิดทั้งตัว(ของผมยกเว้นหัวนะ ไม่ได้คลุมโปง)

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชา บางครั้งความคิดลบหลู่มันก็จี้ดขึ้นมาในหัว แต่ไม่เคย "ทำ" นะครับ (ยังดีที่ได้แต่คิด)

และก็รู้สึกผิดกับความคิดดังกล่าว พยายามต่อต้านมัน

อีกอย่างที่คล้ายกันอีกคือ เวลาอาบน้ำ ชำระล้างร่างกาย ขับถ่าย หรือทำอะไรทำนองนี้ จะรู้สึกว่ามันบาป

เพราะมันมีเชื้อโรคและแบคทีเรีย ที่ต้องตายไป(โชคร้ายของพวกมันจริงๆ) ก่อนจะอาบน้ำเสร็จก็จะต้องอุทิศบุญให้

หมิหนำซ้ำ ผมยังอุทิศบุญให้พวกเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส และเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย

ที่ต้องเสียชีวิตจากการชำระล้าง การปรุงอาหาร ที่อยู่ในอาหารที่นำมารับประทานด้วย

Ped
IP: xxx.146.116.101
เขียนเมื่อ Thu Feb 25 2010 15:15:04 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้ ดิฉันมีอาการแบบว่า เวลานั่งมอเตอร์ไซค์แล้วอยากกระโดนลงจากรถมาก ๆ คิดแบบนี้มาประมาณ 1 เดือนแล้ว จนตอนนี้มีอาการกลัวมอเตอร์ไซค์ไปแล้ว ตอนนี้มีอาการคิดหมกมุ่นอยู่กับเรื่องการตายแทบจะตลอดเวลา คิดมากตลอดเลยไม่อยากจะให้มีอาการแบบนี้เลยนะ มีเพื่อน ๆ คนไหนเป็นแบบนี้บ้าง เราเคลียดมาก ๆ เลย พยายามหาอะไรทำ พอว่างจากตรงนั้นมันก้อผุดเข้ามาในสมองอีก

มีอะไรแนะนำมานะคะ sarunbhat_25@hotmail.com

abc
IP: xxx.107.194.78
เขียนเมื่อ Sat Feb 27 2010 07:14:08 GMT+0700 (ICT)

ดีใจจังมีเพื่อนที่เป็นอย่างเราเยอะแยะเลย เพราะตอนนี้อาชีพที่ทำอยู่(เปิดร้านกาแฟและเบเกอรี่)ก็ทำไม่ได้แล้ว เพราะมันเหมือนกระตุ้นให้ต้องเจอกับความสกปรกเรื่อยๆ ประกอบกับพฤติกรรมลูกค้าที่ไม่ได้รักษาความสะอาดอย่างที่ใจเราคิด ซึ่งเมื่อตอนเด็กๆเคยมีอาการกลัวสกปรกมาพักนึงแล้วหายไป หลังจากเรียนจบแล้วมาทำร้านดังกล่าวก็กลับมามีอาการอีก ฮือๆเราควรทำยังไงกับชีวิตดี ใครมีประสบการณ์ช่วยมาแชร์กันด้วย

***อยากรู้ว่าคนที่เป็นโรคกลัวสกปรกควรจะประกอบอาชีพอะไรดี ดำเนินชีวิตกับผู้คนในสังคมแบบเนียนๆได้ยังไงไม่ให้เป็นจุดอ่อน แล้วมีโอกาสจะได้ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่หรือทำประโยชน์อะไรให้ใครบ้างมั้ย อยากคุยกับทุกคนที่เข้าใจ

ocd
IP: xxx.42.83.181
เขียนเมื่อ Sat Feb 27 2010 21:45:22 GMT+0700 (ICT)

อีเมลล์มาคุยกับผมได้ครับ runtaro_ninja@hotmail.com

คุณ ABC แล้วคุณจะได้รู้ว่าอาชีพผม กับโรคนี้มันยังอยู่ได

ริน
IP: xxx.8.74.42
เขียนเมื่อ Sat Mar 06 2010 13:03:17 GMT+0700 (ICT)

เหมือนความเห็นที่ 84 เลยค่ะ

ตอนเด้กๆจำได้ว่า ยังไม่ถึง 10 ขวบ ก็คิดแต่เรื่องตาย เศร้าเสียใจที่เกิดมา รู้สึกว่าน่าจะตายๆไปซะ

กลัวผีมากกก กลัวที่มืด ตอนเด็กต้องนอนคลุมกลัวผีมาจับขา แล้วจะสวดมนต์ขอตลอดว่าอย่าให้เจอผี

ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่เวลาเข้าโรงหนัง ตัวอย่างหนังผียังไม่กล้าดู

ตอนเด็กของทุกอย่างต้องอยู่เป็นระเบียบเลื่อนไป 1 เซนยังรู้เลย

เวลาไปรร กลับมาบ้าน เจอเสื้อผ้าของตัวเองพับไว้ไม่เรียบร้อย ก็จะกรี๊ดๆแล้วร้องไห้ไปนั่งพับผ้าไป

ทุกวันนี้ดีขึ้นนิดหน่อยแต่ของก็ต้องวางที่เดิม ถ้าเปลี่ยนที่ก้จะพยายามวางให้เข้าที่

ชอบเก็บของเก่ามาก กระดุมลูกปัด เก็บหมดเพราะคิดว่าสักวันคงได้ใช้ ถุงพลาสติก ถุงกระดาษเก็บหมด

เวลาไหว้พระสวดมนต์ ก็จะมีลบหลู่ด่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นบ่อยมาก แล้วพยายามจะห้ามความคิด รู้สึกเสียใจทุกครั้ง ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงคิดแบบนี้

เวลาดูหนัง เกี่ยวกับวันสิ้นโลก อะไรเกี่ยวกับประมาณเนี้ยจะหดหู่มาก บางครั้ง เป็นอาทิตย์เลยก็มี เพื่อนก็งงว่าอินอะไรมากกับหนัง

มีครั้งหนึ่งฝนตกหนักมาก น้ำท่วมเลยหัวเข่าขึ้นมาก็สติแตก กลัวน้ำท่วม

บางครั้งทำอะไรผิดนิดหน่อยก็จะกลับมาคิดๆๆ วนไปวนมา จนรู้สึกกลัวการผิดพลาด ไม่กล้าจะทำอะไร กลัวโดนตำหนิ

เวลาดีใจจะดีใจมาก มีอาการจิตตกบ่อยๆ คิดถึงเรื่องความตายบางครั้ง แต่ก็ไม่กล้าฆ่าตัวตายเพราะรู้สึกว่าเป็นบาป

ทุกวันนี้คนรอบข้างไม่มีใครรู้ เพียงแต่จะรู้สึกว่าเราเป็นคนเข้าใจยาก

อยากหายจากโรคนี้ค่ะ อยากมีความมั่นใจและไม่ตื่นตระหนกง่าย หมอที่รู้จักกันบอกว่า ทางแก้ต้องสวดมนต์ไหว้พระเยอะๆ นั่งสมาธิมากๆ แล้วก็ปล่อยวาง

เคยไปดูดวง หมอบอกว่า มันเกิดจากกรรมชาติที่แล้วเคยร่วมกับเพื่อนไปลบหลู่สมณะสงฆ์ ทำให้กรรมตกถึงชาตินี้

ทุกวันนี้พยายามทำใจค่ะ ไม่คิดอะไรมาก

ใครมีวิธีดีๆช่วยแนะนำกันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

Melody
IP: xxx.122.2.124
เขียนเมื่อ Sun Mar 07 2010 21:35:31 GMT+0700 (ICT)

เราก้อเปนเหมือนกัน ชีวิตอยู่ไม่ค่อยเปนสุขเลย เราเคยพยายามอยู่หลายครั้งให้ไม่ย้ำทำ แต่พอไม่ทำและมันก้อเป็นกังวล

ไม่สบายใจเลย วันๆทำไรไม่เป็นสุขเลย มัวแต่กังวล เราอยากเป็นเหมือนคนปกติ อยากลองไปหาหมอดูเหมือนกัน แต่เราไม่กล้าบอกแม่ นี่เราก้อเพิ่งทำงานได้แค่เดือนเดียวเอง อาการย้ำคิดย้ำทำมันส่งผลกระทบกับงานเรามาก ถ้าเราไม่หายเราคงไม่ผ่านโปรแน่ๆ เพราะวันๆเราจะไม่มีสมาธิทำงานเลย เรื่องที่เราเป็นหนักๆก้อเป็นเรื่องสมุดเซ็นชื่อ ที่ทำงานเราจะมีสมุดเซ็นชื่อไว้ให้เซ็นเข้างานและมีปากกาผูกไว้กับสมุด ตอนเราทำงานเราชอบเดินไปดูสมุดเซ็นชื่อว่าเราเซ็นชื่อครบทุกวันรึปล่าว พอกลับมาโต๊ะ เราก้อจะคิดอีก ก้อจะเดินไปดูอีก วันนึงไม่ต่ำกว่าห้ารอบ บางทีก้อเดินไปดูว่าตอนที่เราดูเช็คเมื่อกี๊เราเอาปากกาที่ผูกไว้ไปขีดสมุดเค้ารึป่าว เราเปนแบบนี้มาประมานสองอาทิตแล้ว บางทีพี่เค้าก้อจะถามเราว่ามีปันหาอะไรกับสมุดเซ็นชื่อรึป่าว เราก้อได้แต่นิ่ง เราไม่สบายใจเลย เราไม่อยากให้เสียการเสียงาน เราว่าจะไปหาหมอแต่ก้อไม่รู้จะไปหาที่ไหนและจะไปเริ่มพูดกับหมอว่ายังไง ใครมีประสบการณ์จากการที่เคยรักษากับหมอบอกเราทีนะ ถ้าแนะนำหมอให้เราจะขอบคุนมากเลย เราเครียดมากๆ ก่อนหน้านี้ก้อเคยเป็นมีอาการเกี่ยวกับการตรวจดูแก๊ส การล็อคบ้าน ปิดพัดลม เตารีด ที่หนีบผม อะไรแบบนี้อะค่ะ เราคงกลัวไปเอง เราก้อรู้นะ แต่เราบังคับตัวเราเองไม่ได้ กลุ้มมากเลยค่ะ เรามีอาการทางจิตรึป่าว เครียดมากๆ

แอด e-mail คุณ runtaro ไปแล้ว ถ้าไม่รังเกียจอยากปรึกษา คุยเรื่องนี้ด้วยอ่ะค่ะ

ผมไม่อยากทำ ชีวิตมันมีเรื่องอื่นอีกเยอะ มันพอแล้ว แต่ ... ในที่สุด... ผมก็ทนไม่ได้ถ้าไม่ได้ทำ <<<<< ประโยคนี้โดนใจมากเลยค่ะ

Mote
IP: xxx.123.151.236
เขียนเมื่อ Mon Mar 08 2010 16:32:48 GMT+0700 (ICT)

ลองไปพบจิตแพทย์นะครับ

แล้วเล่าอาการต่างๆให้ท่านฟังอย่างละเอียด ห้ามปิดบังเรื่องใดๆ ให้บอกไปให้หมดตามจริง

จากนั้นท่านจะได้รับยาประมาณนี้

๑. Zoloft (Sertraline [hydrochloride]) 50 mg (ยานี่แพงเอาการอยู่นะ เม็ดละประมาณ ๕๐ บาทแหน่ะ)

๒. Perphenazine 2 mg

๓. Clonazepam 2 mg

๔. BCO (Vitamin B Complex)

ใครที่รู้ตัวว่ามีอาการของโรค รีบไปพบหมอซะ จะได้หายไวไว

ขอให้โชคดีครับ ;)

วีว่า
IP: xxx.149.25.235
เขียนเมื่อ Fri Mar 19 2010 23:29:27 GMT+0700 (ICT)

ไปพบหมอเพื่อปรึกษาอาการเถอะค่ะ เราไปที่บำรุงราษฏ์ พบคุณหมอสเปน ตรวจทุกวันยกเว้นวันเสาร์ คนน้อยดีไม่พลุกพลันในบริเวณพื้นที่ตรวจ ค่าหมอ 600 บาท แล้วคุณจะได้ยาเริ่มต้น 2 ตัว คือ deanxit กับ fluoxitine ช่วง 4 สัปดาห์แรกจะกระวนกระวายใจหลัง 4-6 สัปดาห์ อาการจะดีขึ้น แล้วงด deanxit ทานแต่ fluoxetine อย่างเดียวต่อ ขนาดทานต้องปรึกษาแพทย์ เพราะอาการหนักเบาแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องให้แพทย์วินิฉัย ไปพบแพทญ์เถอะค่ะ เพราะรู้ว่าอาการแบบนี้มันทรมาณมาก ตอนนี้ใช้ fluoxetine มามากกว่า 10 ปี แต่เป็นๆ หายๆ ส่วนใหญ่เกิดซ้ำหลังจากมีความเครียด กดดันเรื่องงาน และสภาพแวดล้อมบางอย่างที่เจอ จนทำให้มีอาการประมาณวิตกจริตย้ำคิดย้ำทำแบบคุณเลยค่ะ ชีวิตมีความสุขดีเมื่อกลับมาใช้ยา และโชคดีที่งดยาได้ตอนตั้งท้อง ได้วางแผนการใช้ยาอย่างดีก่อนงดเพื่อตั้งท้อง 2 ท้องค่ะ ดิฉันอยู่กับมันมานานมาก จนเวลามีอาการก้อจะไปหาแพทย์ ยอมรับว่าเมื่อกลับมาเป็นก้อต้องยอมรับว่าเป็น เหมือนเราไปหาตอนปวดท้อง ไม่สบาย คุณหมอท่านก้อปฎิบัติกะคนไข้ดี เหมือนเราเป็นผู้ป่วยในแผนกอายุรกรรม เป็นกำลังใจให้กะทุกคนที่เป็นโอซีดีค่ะ

วีว่า

เสก
IP: xxx.89.186.23
เขียนเมื่อ Sat Apr 03 2010 22:27:09 GMT+0700 (ICT)

ผมก็เป็น และอยากจะหาย คืออาการก็จะกลัวสิ่งสกปรก ต้องคอยล้างมือหลายๆครั้ง ยิ่งตอนเข้าห้องน้ำ ตอนที่ล้างมือและต้องจับก๊อกน้ำ และตอนล้างมือเสร็จต้องไม่ให้มือสัมผัสกับก๊อกน้ำ บางครั้งถึงขนาดเปิดน้ำทิ้งไว้ไม่ยอมปิดก๊อกน้ำเลย หรือ อมน้ำไว้ในปากแล้วบ้วนออกมาล้างมือ อาการของผมมันดูน่าอายถ้าจะบอกให้คนอื่นรู้ แต่ก็ทรมานใจ และอยากระบายให้คนอื่นรู้บ้าง ยิ่งถ้าเป็นสมัยเป้นวัยรุ่นยิ่งอาการหนักเลย(อ๋อตอนนี้ผมอายุ25ปี) ตอนกระพริบตาต้องนับให้เป็นเลข หรือพูดอะไรซ้ำๆ หรือบ่นซ้ำๆ และไม่อยากสัมผัสกับคนที่เราไม่ชอบและมองว่าเขาสกปรก แต่เมื่อไหร่ที่เผลอไปสัมผัส ก็ต้องรีบไปล้างมือถูสบู่ นานๆเลย แต่ตอนนี้ก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็ ยังมีอยู่บ้าง เช่นล้างมือตอนเข้าห้องน้ำ ที่บอกในตอนแรกนั่นแหละครับ ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง จะไปหาหมอ ก็อาย กลัวมีประวัติติดตัว และกลัวคนจะรู้และมีผลต่อหน้าที่การงาน

เอ
IP: xxx.26.16.18
เขียนเมื่อ Tue Apr 13 2010 16:22:06 GMT+0700 (ICT)

ลูกชายอายุ 18 ปี ตอนเล็กๆ เป็นคนไม่กล้าพูดกับใคร ไม่กล้าแสดงออก แต่ไม่มีอาการย้ำทำย้ำคิด พึ่งมาเป็นตอนอายุ 16 กว่าๆ

คืออาการเขาจะมีเปลี่ยนไปเรื่อยๆ กลายเป็นคนพูดมากกว่าปกติ ชอบคุยกับคนแปลกหน้า เริ่มจากสนใจแต่หุ่นตัวเอง กลัวว่าจะผอมส่องกระจกทั้งวัน สนใจแต่เรื่องกล้าม พอต่อมาก็มี อาการเพิ่มขึ้นคือใครขัดใจไม่ได้ ถ้าขัดใจก็จะอาละวาด เกวี้ยงข้าวของ แต่ถ้าไม่ขัดใจก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่อยู่คนเดียวไม่ได้ จะต้องมีคนอื่นชวนคุย หรือโน้มน้าวจิตใจไปทางเรื่องอื่น ถ้าอยู่คนเดียวจะกระวนกระวายออกข้างนอก หรือจะเครียด เวลาอยู่ในบ้านเราคุยกับเขาพูดเสียงปกติ และเขาจะต้องบอกว่าให้เราพูดเบาๆ เดี๋ยวคนอื่นว่า ทั้งๆที่เราไม่ได้พูดเสียงดังเลย แล้วก็จะมีกลุ่มวัยรุ่นอยู่กลุ่มหนึ่งซึ่งอยู่ข้างบ้านชอบกินเหล้าเสียงดังกัน เขาก็จะเริ่มเครียด โมโห หาว่ากลุ่มนั้นนินทาว่าเขา แต่ถ้าไปอยู่ที่อื่นหรือเป็นบุคคลวัยรุ่นกลุ่มอื่นก็จะไม่เป็นไร และเขามักจะร้อนต้องเอาน้ำรดหัวรดตัวอยู่ตลอดทั้งวัน เขาจะนั่งไม่คอยอยู่กับที่ จะต้องลุกเดินอยู่ตลอดเวลา นั่งซักแป๊บก็จะลุกเดินออกไปมองบ้านตรงกันข้ามว่ามีกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนั้นนั่งอยู่รึเปล่า บางทีเขาก็จะออกไปนั่งคอยจ้องว่ากลุ่มนั้นจะนินทาเขาหรือเปล่า ตอนนี้เขาก็อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร วันวันก็เล่นเกมส์ เล่นเน็ต ฟังเพลง ไม่ค่อยมีเพื่อนมีแต่แม่เป็นเพื่อน แต่เขาก็พูดคุยเหมือนคนปกติธรรมดา ไม่เคยใช้ยาเสพติดใดๆ เพราะอยู่ในสายตาของแม่ แต่เคยติดบุหรี่จัด แต่แม่พาไปเลิก แต่ก็ยังเลิกไม่ค่อยได้ เผลอก็แอบดูด เวลาที่เขาโกรธเขาก็จะต้องพยายามดิ้นรนไปหาบุหรี่มาดูดทุกที แต่อาการที่แม่หนักใจก็คือ เวลาเขาจะดูหนังฟังเพลงเขาก็จะคิดแต่เรื่องหายใจเข้าออก หรือนับตัวเลข ทำให้เขาดูหนังฟังเพลงไม่รู้เรื่อง ทำให้เขาทุกข์ใจมาก ต้องใส่ซาวเบาว์ที่หูอยู่ตลอดเวลา นั่งดูหนังก็ไม่ได้ ต้องนอนดู พอเวลาจะนอนหลับ ก็ต้องใส่หูซาวด์เบ๊าฟังเพลง ไม่งั้นเขาก็จะคิดเรื่องการหายใจ/นับตัวเลข ทำให้เขานอนไม่หลับ แม่ว่าเขามีอาการร้อนรนเดินไปก็เดินมาทั้งวัน นั่งไม่อยู่กับที่ นอกจากเวลาเล่นเน็ต ถึงจะนั่งนานหน่อย แต่เดี๋ยวก็ลุกเดินอยู่ดี อาการคิดเรื่องการหายใจพึ่งเป็นมาซัก 8-9 เดือนนี้ และตอนนี้รู้สึกว่าจะมากกว่าเดิม ทำให้เขาเครียดมาก และเวลาแม่คุยกับเขาถ้าเป็นคำถามที่เขาไม่สนใจ แม่ต้องถามเขาหลายครั้ง บางทีต้องถาม 5-6 ครั้งถึงจะตอบ บางทีก็ไม่ตอบเลย (สิ่งที่เขาสนใจคือเรื่องของนักดนตรีวงหนึ่งและเกี่ยวกับเพลง)

กับเพลง) ถามปุ๊บตอบปั๊บ เวลาทานอาหารก็มักจะหกเรี่ยราด เหมือนคนเป็นสมาธิสั้น แต่คุณหมอบอกว่าไม่ใช่ ตอนนี้ก็รักษาตัวอยู่

ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดอยู่ประมาณ 2 ปี ต้องเปลี่ยนยาบ่อยๆ เพราะอาการเขาขึ้นๆ ลงๆ บางทีบางอาการก็หายไป บางทีก็กลับมาเป็นอีก และบางทีเขาจะโมโหอาละวาดโดยไม่มีสาเหตุ แต่ช่วงนี้จะหูแว่วว่าวัยรุ่นกลุ่มนั้นนินทาทุกวัน แต่ถ้ากลุ่มนั้นไม่มานั่งก็ไม่มีอ

อะไรเกิดขึ้น อยากทราบว่าอาการที่เป็นแบบนี้มีโอกาสที่จะรักษาหายหรือเปล่า จะรักษานานเท่าไร เพราะตอนนี้ก็รักษามา 2 ปีกว่าแล้ว ก็ไม่เห็นมีวี่แววว่าจะหายเลย ดิฉันรู้สึกทุกข์ใจท้อแท้มากที่ลูกเป็นอย่างนี้ บางครั้งเคยคิดว่าถ้าตายไปทั้งแม่ทั้งลูกเลยก็คงจะหมดปัญหา จะได้ไม่ต้องสร้างความเดือดร้อนให้คนในบ้านอีก คุณหมอหรือใครก็ได้ที่มีคำแนะนำที่ดี ช่วยกรุณาชี้แนะด้วย จะขอบ

คุณมาก ดิฉันมืดแปดด้านแล้ว ไม่รู้ว่าเวรกรรมอะไร ต้องมาพบเจอกับสภาพแบบนี้ ทุกวันนี้ทุกข์ทรมานมาก

ปุก
IP: xxx.24.125.123
เขียนเมื่อ Wed Apr 28 2010 11:43:24 GMT+0700 (ICT)

แนะนำวิธีหนึ่งที่สะดวกและได้ผลพอสมควรครับ คือ การออกไปรับแสงแดด

ในต่างประเทศมีงานวิจัยหลายชิ้นว่าอาการหดหู่ ซึมเศร้า รวมถึงอาการย้ำคิดย้ำทำ มีความสัมพันธ์กับการได้รับแสงแดดในแต่ละวัน เนื่องจากอาการดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากความไม่สมดุลของฮอรโมนในร่างกายเช่น เซโรโทนิน ในประเทศที่มีแสงแดดน้อยเช่น อังกฤษ แคนาดา จะพบว่ามีผู้ที่เกิดอาการดังกล่าวในฤดูหนาว หรือใบไม้ร่วง รวมถึงช่วงที่ท้องฟ้ามืดครึ้มต่อกันนานๆ เพิ่มมากกว่าช่วงฤดูอื่นๆของปี

นักวิทยาศาสตร์พบว่า กระบวนการสร้างเซโรโทนินนั้น ทางหนึ่งเกิดจากการกระตุ้นจากแสงแดดผ่านเรตินาในดวงตา ทำให้รู้สึกสดชื่น ตรงข้ามกับเวลาที่อยู่ในที่มืดๆร่างกายจะปรับตัวโดยการสร้างฮอร์โมนเมลาโทนินทำให้รู้สึกอยากพักผ่อน ฮอร์โมนสองตัวนี้ทำหน้าที่เหมือนเป็นนาฬิกาชีวิตประจำตัว ซึ่งการที่เราได้รับแสงแดดประมาณครึ่งชั่วโมงต่อวันเป็นอย่างน้อยจะทำให้การสร้างฮอร์โมนเซโรโทนินสมดุลขึ้น อาจออกไปพักสายตายืนกินขนมที่ระเบียงบ้างซักครู่ระหว่างการทำงาน หรือหลังอาหารเที่ยงหาที่เดินเล่นกลางแจ้งซักครู่ก็เป็นวิธีที่ดี แต่ถ้ารู้สึกว่าแดดแรงเกินไปก็เลือกช่วงเช้าหรือช่วงเย็นในการรับแสงแดดก็ได้ หวังว่าคงจะช่วยได้บ้างนะครับ โชคดีครับทุกๆคน

ปอม
IP: xxx.121.34.35
เขียนเมื่อ Sat May 08 2010 14:35:11 GMT+0700 (ICT)

ใครไม่เข้าใจพวกคุณก็ช่างหัวพวกเขา แต่ ผมเข้าใจพวกคุณดีครับเพราะผมก็เป็น OCD เรามาสู้กับโรคนี้ด้วยกันนะครับ psyclick@hotmail.com

แบงค์
IP: xxx.26.9.183
เขียนเมื่อ Tue May 11 2010 19:42:18 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบว่าโรคย้ำทำย้ำคิด ควรจะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญาแบบนอนพักที่นั่นดีหรือเปล่า เพราะรักษาแบบไปเอายา

มาทานที่บ้าน รู้สึกไม่ดีขึ้นเลย ทานยามาสองปีกว่าแล้ว ยิ่งคิดมากกว่าเดิม

เป็น
IP: xxx.29.24.193
เขียนเมื่อ Sat May 15 2010 10:01:23 GMT+0700 (ICT)

เป็นเหมือนกันโดยเกิดจากผู้ใหญ่ ที่เลี้ยงดู คนรอบๆๆๆข้างคอยถามตลอด ถามย้ำ 3-4 ครั้ง เช่น ปิดไฟ ยัง ปิดน้ำยัง พอลืมก็จะถูกดุตั้ง เป็นแต่เด็ก เดี๋ยวนี้คิดอะไรก็จะย้ำคิดย้ำทำอยู่ซ้ำๆๆๆๆๆ เรื่อยๆๆๆๆ เรื่อยๆๆๆ เรื่อยๆๆๆๆๆๆ พูดซ้ำๆๆๆ คิดซ้ำๆๆๆๆๆ ปิดน้ำแล้วปิด อีก ต่อไปจะรักษาตัวเอง จะไม่คิด ไม่ทำซ้ำอีก จะพยายามไม่กังวล ถ้าลืมก็คือลืม ชั่งมัน.

เกสรา
IP: xxx.175.13.202
เขียนเมื่อ Mon May 24 2010 11:28:08 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันเข้าใจพวกที่เป็นโรคนี้ดี แต่มันสามารถทำให้คุณอยู่ในโลกนี้ได้อย่างมีความสุขโดยการเข้าวัดปฏิบัติธรรมถึงแม้ความคิดเราจะไม่ดีต่อศาสนาหรือผู้มีพระคุณก็ตาม ฝึกทำสมาธิวิปัสนา 14 จังหวะ ของหลวงปู่เทียนนะแล้วคุณจะค่อย ๆ ดีขึ้น ไม่ต้องไปยึดติดกับความคิด ถ้าคิดก็ปล่อยให้คิดไป แต่ถ้าไปปฏิบัติทำวัตรแล้วคุณจะดีขึ้น จะเกิดปัญญาหาทางแก้ไขปัญหา ถ้าไม่ทำคุณอาจเครียดและทำลายร่างกายของคุณเอง ปัจจุบันดิฉันไม่เอาความคิดมาเป็นอารมณ์ อาจจะรู้สึกผิดบ้าง แต่ก็ไม่นาน จำไว้ว่าทุกข์เกิดแล้วก็ดับไป สุขเกิดขึ้นแล้วดับไป แล้วเราจะยึดติดอะไร คิดว่าถ้าตายไปแล้ว คุณจะกลับมาปิดน้ำปิดไฟได้ไหม คุณต้องหัดตัดใจให้มั่นใจตัวเอง

อย่าไปคิดเรื่องบาปมากนัก คิดเสียว่า ทำดี เราต้องได้ดี ทำชั่ว เราก็ได้ชั่ว ให้พระท่านเป็นผู้นำทางชีวิต อย่ากลัวที่จะเข้าหาผลบุญจะช่วยให้เราหายคิดย้ำคิดย้ำทำ เน้นต้องพากเพียรปฏิบัตินะคะ แล้วเราจะหายดี คิดบาปเข้าหาพระ คิดทำร้ายผู้มีพระคุณทำดีกับท่าน

และอย่ายึดติดกับรูป รส กลิ่น เสียง แล้วคุณจะดีขึ้น โดยไม่ต้องไปพบแพทย์เหมือนดิฉัน อยู่ในโรคนี้อย่างมีความสุข และไม่คิดมากคะ เป็นกำลังใจให้ ทุกอย่างมีทางออกนะคะ

Chen-chaiya
IP: xxx.181.60.84
เขียนเมื่อ Thu May 27 2010 06:14:39 GMT+0700 (ICT)

27.05.010

ประวัติ: ปรกติผมเป็นคนช่างจดจํา และคิดมากจนเหมือนมกมุ่น กับทุกสิ่ง ขี่อาย ชอบระแวงชอบคิดมากว่าเราทําผิดอะไรใหม ไม่ชอบเวลาคนมองหน้าอิอิ ชอบไฝ่ฝันชอบออกแบบ ชีวิตให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ชอบช่วยเหลือคน ชอบทําแต่สิ่งที่ดีดี ไม่ชอบอยู่กับสิ่งที่วุ่นวาย อาจเป็นเพราะตอนเด็ก พ่อแม่แยกทางกัน ครอบครัวมีปัญหา ฐานะค่อนข้างปานกลาง หรือจะเรียกว่าจนดีหว่า และได้เจอแต่สิ่งที่วุ่นวายในชีวิตยิ่งกว่าละครนําเน่า เคยจําได้ว่าเคยจับปากกามาเขียนคําเดิมทุกครั้งตอนประถม แต่นึกว่าตัวเองปรกติเลยไม่คิดอะไร พอเริ่มโตชีวิตกลายจากหน้ามือเป็นหลังมือ ผมกับมีทุกอย่างที่คิดว่าขาดหายไป อยู่กินเกินคําว่าสุขสบายเกินกว่าเด็กอายุ 18 ปีด้วยกัน ได้ทําทุกอย่างที่อยากทํา ได้เที่ยวเกือบรอบโลก ไปทุกที่ที่อยากไป และอยู่ๆ ตอนนั้นก็มีความรู้สึกถามตัวเองว่า เราเกิดมาทําไม ทําไมบนความสุขที่เราควรจะมื ถึงได้ดูหดหู่และว้าเหว่อย่างนี้ ถ้าเกิดตายตอนนี้คงไม่เสียใจเพราะว่าได้ทําอะไรหมดแล้ว ด้วยความเข้าใจว่าเราเป็นวัยรุ่นอาจมีความคิดแบบนี้เลยห้ามใจว่านี้ คงเป็นสัจธรรม ลืมบอกไปว่าผมสนใจเรื่อง ธรรมะ เป็นอย่างยิ่ง และชีวิตก็เป็นอย่างนั้นมาตลอด

จากนั้นได้ไม่นานผมอายุ24-25 เบญจเพศว่างั้นอิอิ ชีวิตผมก็เหมือนนางสินอีกครั้งเห้อ ปัญหาทุกอย่างกับมาทับถม หมดหน้าที่ หมดเงิน หมดงาน มีปัญหาร้อยแปด ถูกคนใกล้ชิดหักหลัง หัวใจที่ให้ใครไปแบบเต็มๆ เพื่อน พี่ น้อง มารู้ทีหลังว่าเขาเป็นอย่างอื่น หักแปร้บ แปร้บ เพราะไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิตเห็นแต่ในละคร อาการชอบคิดชอบทําว่าเราจะโดนคนนั้น คนนี้ว่าเรา นินทาเราก็กลับมาอีกครั้ง จนกะทั้งผมได้เก็บเอาสิ่งต่างๆมาเข้าตัว เอง และเก็บตัวอยู่บ้านไม่ออกไปใหน ดูหนัง ฟังเพลง เศร้ากับชีวิตอีกครั้ง อยู่มามันหนึ่งได้อ่านข่าวเกี่ยวกับพระเอากับหมา อ่านไปสะอิดสะเอียนไปว่าทําได้ยังไวหว่า ยังไม่ทันหายจะอ้วก สมองชั่วก็รัวคิดกะหนํา มึงเอาหมา มึงเอาหมา นับร้อยรอบ เราก็ได้แต่อยากหยุด ก็เลยด่าไอ้ชั่วหยุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เจ้าข้าเอ่ย ไอ้ชั่วเจ้ากรรมกับติดแง๊ก ในสมองเรา ยิ่งอยากหยุดยิ่งคิด จากนั้นสมองเจ้ากรรม กับจําแต่สิ่งที่ไม่ดี พอไม่นานมันก็เริ่มด่าคนไปทั่ว ยังพอทน แต่ดั้นไปด่าบุพการี คุณครับผมอยากจะกินยาตายไปตรงนั้นเลย ร้องให้ทุกคืน อยากจะพูดให้ท่านฟังแต่ไม่กล้ากลัวท่านเสียใจ อันอื่นยังพอทนแต่นี้พ่อแม่อันเป็นที่รักของเรา ด้วยความเชื่อในพระธรรมยิ่งทําให้คิดไปต่างๆนานา ว่าเราทํากรรมอะไรไว้ถึงเป็นเช่นนี้ จะตกนรกไม่ได้พุดได้เกิด ไม่ว่าจะทําอะไร สมองชั่วกับจดจําแต่สิ่งที่ไม่ดี เป็นๆ หายๆ อยู่อย่างนี้ ผมเคยพูดปัญหานี้กับญาติสนิท เขาบอกว่าเขาก็เคยเป็น แอบคิดด่าพระ แต่ก็ไม่นานก็หาย แต่คุณรู้ใหมว่าการพูดครั้งนั้น ทําให้คนใจบุญอย่างผมแอบคิดด่าพระแต่ก็ตัดได้ทัน เพราะจดจําเอาคําพูดของเขามาอีก ช่วงหลังๆเวลาเจอใครที่มีปัญหากับเรา แทบอยากจะอาเจียนออกมาเลยทีเดียว เป็นอย่างนี้มาเกือบ 4ปี แต่ปีแรกหนักเกือบทุกวัน ดีที่ผมสนใจเรื่องพระธรรมก็เลยปล่อยว่าง ผ่านมาได้แบบผ่อนเบาแต่ก็ไม่หายขาดจาก 100 เหลือ 50 จนกระทั้งผมตัดสินใจบวช เพราะไม่ไหว อยากตอบแทนพ่อและแม่ และอยากขอโทษท่านสุดขีด ไม่ว่าความคิดใดใดที่เป็น อกุศลผมก็อย่าได้แคร์ จากไม่คิดว่าจะบวชเลยเพราะห่วงหล่อ มีเหตุผลต่างๆ นานากลัวผีบ้างล่ะ กับบอกพ่อและแม่ว่าจะบวช ทุกคนงงมากเพราะผมได้ปฏิเสธตลอด ตอนบวชก็ดีมากแต่มีแว๊บหนึ่ง ใจคิดอกุศลแต่ไม่มากและไม่เป็นอุปสักใดๆ เพราะท่านบอกให้ปัดไปด้วย พุทธ โธ และผมก็ได้มีโอกาศนั้งสมาธิทุกวันจากที่ไม่เคยนั่งมานานแสนนาน ธรรมะช่วยได้น่ะครับไม่มากก็น้อย เพราะคุณจะสงบและรู้จักปล่อยวางมากขึ้น OCD จาก 100 เป็น 50 ตอนนี้เหลือ 10 แล้ว แต่มันจะมาอีกทุกครั้ง ถ้า เครียด เจอเหตุการที่ตึงเคลียด สับสน นอนหลับไม่เพียงพอ อยู่คนเดียว นี้จากการสังเกตุการข้างต้นน่ะครับ เพราะมันมีอีก อิอิ

ผมเคยคิดว่าสิ่งที่ผมเป็นอยู่นี้จะมีแค่ผมตนเดียวในโลกที่มีปัญหาอย่างนี้ เคยอยากไปหาหมอแต่ก็กลัวว่าคนจะว่าบ้า และอายที่จะเหล่าให้ใครเขาฟัง ซึ่งมันหมายถึงงานด้วย คนรอบข้าง ครอบครัว (และคิดว่าคงไม่มียาใหนรักษาหรือหยุดความคิดเราได้) นอกจากจะรอตกนรกอย่างเดียวและจะรับกรรมกับภาระกรรมนั้นๆ อย่างยินดี เพราะเพื่อพ่อแม่เรายอมได้ ในเมื่อมันไม่มีอะไรรักษาแล้ว?

ผมเคยหาข้อมูลจากที่ต่างๆก็ไม่รู้ว่ามันคือโรคอะไร หรือมีใครเป็นบ้างแต่ก็ไม่เคยเจอ จนกระทั้งผมได้หาข้อมูลอีกครั้ง จนกระทั้งได้รู้ว่าโรคนี้มีอยู่จริงในโลก และมีคนทั่วโลกได้รับปัญหานี้อยู่แต่ไม่รู้วิธีแก้ บางคนเป็นมากกว่าเราด้วย อาจเกี่ยวกับชีวิตเลยก็มี บางคนน่าสงสารอย่างจับใจ ร้องให้เกือบทุกคืน ผมเลยรู้ว่ามันทรมารแค่ใหน เพราะสิ่งที่เขาเป็น เรารับรู้ถึงความรู้สึกนั้นดี

วันนี้ผมเลยเกิดแรงบันดาลใจอยากจะเขียนเรื่องของตนเอง ให้คนที่เป็นอยู่ หรือคิดว่ากําลังเจอปัญหาเดียวกันได้อ่านว่าคุณไม่ใช่คนเดียวที่เจอปัญหานี้ และอยากให้ทุกคนได้ช่วยกันรักษากันและกันแบบขั้นต้น จนกว่าจะถึงขบวนการรักษาด้วยยา หรือ อื่นๆ เพราะกําลังใจคือสิ่งที่สําคัญมากสําหรับโรคนี้

ขอบคุณกะทู้หมอ มาโนช มากที่อธิบายให้เราได้รู้ว่าสิ่งที่เราเป็นอยู่ว่ามันคืออะไร และทําให้รู้ว่าโรคนี้ (สามารถรักษาได้) จากที่บอกไว้ตอนแรกว่าตอนนี้ผมหายจาก 100 เป็น 50 เหลือ 10 แล้ว พอได้รู้ว่าผมเป็นโรคอะไรก็เลย อยากไปหาหมอดูเดือนหน้านี้ เพราะอยากหายจากอาการย้ำคิดย้ำทำ ผลจะเป็นยังไงเดี๋ยวผมจะมารายงานเป็นระยะๆ น่ะครับ

ส่วนใครอยากถามหรือคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้แอ็ดมาคุยก็ได้น่ะครับ

chenchaiya@hotmail.com

เป็นกําลังทุกคนให้หายเร็วๆน่ะครับ ส่วนใครคิดว่าตัวเองจะเป็นบาปจากความคิดของตนเองแล้วนั้น ผมมีคําหนึ่งอยากฝากไว้

พระองค์ท่านผู้ประเสริฐอภัยให้กับสัปสัตว์ทั้วปวง และทุกคนก็มีความดีในตัว จงหามันจนเจอน่ะครับ อย่าโทษตัวเอง ท่านบอกเอาไว้ว่าไม่มีใครห้ามความคิดได้ถ้าเราไม่มีสติมันจะไหล ไปลงที่ตําเสมอ เพราะเหตุนี้จงมีสติอย่ากลัว สู้กับมัน

โชคดีครับ

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น อ่านทั้งหมด   อ่าน
 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์