ดงผู้ดี(๖)ความเหลื่อมล้ำ

วันนี้ได้ช่วยเหลือสังคมโดยการลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้โดยให้ความรู้กับผู้อื่นแล้วหรือยัง

        ละครดงผู้ดีจบลงแล้วอย่างมีความสุข หลังจากฝนกระหน่ำลงมาแล้ว ท้องฟ้าก็แจ่มใส ชีวิตของขมในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ตั้งแต่เด็กช่างขมขื่นเหมือนชื่อ เราจะเห็นความเหลื่อมล้ำในละครเรื่องนี้อย่างมากมาย

        ในเบื้องต้นที่ขมถูกชวาลนำมาฝากไว้กับรังสรรค์นั้น เมื่อถึงเวลาที่ขมจะต้องไปโรงเรียน รังสรรค์ไม่ให้ขมไปโรงเรียนเพราะรู้สึกสิ้นเปลืองเพราะความเกลียดชังขม การที่ขมไม่ได้ไปโรงเรียนในเบื้องต้นเพราะถูกผู้ใหญ่กีดกันทำให้ขมเข้าไม่ถึงแหล่งความรู้ เกิดความเหลื่อมล้ำทางความรู้ทั้งๆที่เด็กๆอยู่ในวัยเดียวกันก็น่าจะได้เรียนด้วยกัน แต่งงละครเรื่องนี้อยู่นิดหนึ่งตรงที่รติรสเป็นพี่แท้ๆของขม เรียกว่าพ่อเดียวแม่เดียวกันอันเกิดจากรังสรรค์และแขนภา ส่วนพจนีย์เกิดจากรังสรรค์กับบุปผาพี่สาวของบุหงา แต่ทำไมรติรสจึงมาเรียนชั้นเดียวกับน้องก็ไม่รู้แฮะ.....

        แต่ความเหลื่อมล้ำทางความรู้ของขมก็หมดไปเมื่อคุณไพลินมารู้เรื่องเข้านำความไปบอกคุณหญิงรัตนเดชากร ทำให้ขมได้ไปโรงเรียน และการเรียนของขมเป็นเด็กเรียนดี ขมจึงได้เรียนจนจบปริญญาตรีด้วยความอุปถัมภ์ค้ำจุนของคุณหญิงฯ แสดงว่าความเหลื่อมล้ำทางความรู้สามารถแก้ไขได้ หากมีผู้เข้าใจและให้การอุปถัมภ์และเจ้าตัวไขว่คว้าหาความรู้ด้วย

        ในละครเรื่องนี้นอกจากมีความเหลื่อมล้ำทางความรู้แล้ว เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องเหลื่อมล้ำทางความรักอีกด้วย  แขนภาแม่ของขมถูกเข้าใจว่ามีชู้กับชวาล จึงถูกรังสรรค์เกลียดชังพาลมาถึงขม ทั้งๆที่เด็กควรได้รับความรักความเมตตาจากคนทั้งโลก   บุหงาที่แสดงความรักพจนีย์ลูกของบุปผาพี่สาวของตัวมากกว่ารติรส และแถมด้วยความจงเกลียดจงชังเด็กขม แต่ยังดีที่คุณหญิงรัตนเดชากรกับคุณไพลินเป็นผู้ดีแท้ ให้ความรักความเมตตาคนที่อยู่ในบ้านทุกคน ความเหลื่อมล้ำในส่วนนี้จึงถูกเกลื่อนกลืนไปได้บ้าง

        กฎหมายในละครที่ผมเขียนในแต่ละเรื่องและนำมาลงในอินเทอร์เน็ต ในเบื้องต้นเขียนด้วยความอยากเขียนและด้วยความสำนึกว่าจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านได้เข้าใจเรื่องกฎหมายอย่างง่ายๆและสนุก เมื่อนำมาลงในอินเทอร์เน็ตก็แน่นอนครับว่ามีคนส่วนหนึ่งเข้ามาอ่าน ทั้งที่ในเวบไซต์ของสำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต ในG2K สังเกตได้ว่ามีผู้สนใจติดตามอ่านบันทึกสไตล์นี้ใน G2Kประมาณ ๑๐๐-๒๐๐ คนเศษ และในลานปัญญาอีก ๑๐๐ คนเศษ แต่ชาวบ้านที่มีความเหลื่อมล้ำทางการสื่อสารและคอมพิวเตอร์ Digital Divide อีกมากล่ะ เขาไม่มีโอกาสได้อ่านบันทึกของผมทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางความรู้ Knowledge Divide ผมจึงได้ผลักดันให้มีการรวบรวมบทความที่ผมเขียนจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มแล้วแจกจ่ายให้ชาวบ้านที่มาเข้ารับการอบรมความรู้ทางกฎหมายกับสำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต หลายครั้ง ต่อมาขยายไปที่พังงา และกระบี่ จนถึงปัจจุบันมีพิมพ์แจกจ่ายที่สำนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี เพื่อลดความเหลื่อมล้ำดังกล่าว แม้จะยังไม่สามารถจะลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความรู้ได้ทั้งหมด แต่ก็ต้องถือว่ายังดีที่พยายามใช่ไหมครับ...

        ทำความเข้าใจกับเรื่อง Digital Divide กับ Knowledge Divide แล้ว ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า แล้วมันเป็นหน้าที่ใครที่จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเหล่านี้ล่ะ ผมพยายามตอบว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาล เป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ แต่ในใจก็ค้านว่าจะให้รัฐบาลรับผิดชอบทุกอย่างโดยสถาบันครอบครัวไม่ช่วยกันพยายามเข้าให้ถึงความเหลื่อมล้ำบ้างหรือ แล้วเจ้าตัวเขาล่ะอยากเข้าถึงอยากเรียนรู้จริงหรือไม่ เพราะเท่าที่สังเกตดูในปัจจุบันเด็กส่วนหนึ่งซึ่งจำนวนมากพอสมควรไม่ค่อยสนใจค้นคว้าหาความรู้ ชอบแต่เรื่องสนุก ถามเรื่องดาราจะรู้ดี ถามวิชาการไม่รู้ แถมครูบอกให้ไปทำรายงานส่งแทนผลการสอบที่ไม่เอาไหน ก็ไม่สนใจ แถมผู้ปกครองบางคนก็ยังมานั่งทำรายงานแทนเด็กจนเสร็จแล้วให้เอาไปส่งครูเพื่อจะได้จบๆไป ความเหลื่อมล้ำเหล่านี้ยิ่งกว้างออกไปเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็ยังต้องมีหน้าที่จัดการให้ลดความเหลื่อมล้ำเหล่านี้อย่างปฏิเสธไม่ได้

        สิ่งที่จะช่วยได้อีกส่วนหนึ่งก็คือสังคมครับ ผู้คนในสังคมเราสามารถที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำตรงนี้ได้ หากคนในสังคมรู้และเข้าใจถึงความเหลื่อมล้ำเหล่านี้ ผมเห็นหลายๆแห่งที่หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้พยายามทำ จัดทำศูนย์คอมพิวเตอร์ให้เด็กมาใช้งานค้นหาข้อมูลและอินเทอร์เน็ตได้ฟรี ผมเห็นผู้คนในสังคมบริจาคเครื่องคอมพิวเตอร์ให้กับสถานศึกษาต่างๆเพื่อให้เด็กได้เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ และที่เราได้เห็นทุกวันนี้ก็คือ gotoknow นี่แหละที่ผู้คนในสังคมต่างนำความรู้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ให้ผู้คนได้มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและความรู้เพื่อก่อให้เกิดปัญญา ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่เราจะช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้ได้

        ผมได้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำเหล่านี้ ในบันทึก กฎหมายในละคร และ การเสริมสร้างสังคมสันติสุข ส่วนหนึ่งแล้วครับ แล้วท่านล่ะ วันนี้ได้ช่วยเหลือสังคมโดยการลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้โดยให้ความรู้กับผู้อื่นแล้วหรือยัง

 

· เลขที่บันทึก: 260363
· สร้าง: 10 พฤษภาคม 2552 23:43 · แก้ไข: 12 กุมภาพันธ์ 2555 06:41
· อ่าน: 850 · ดอกไม้: 0 · ความเห็น: 31 · สร้าง: ประมาณ 3 ปี ที่แล้ว
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
ดอกไม้
เข้าระบบ
Facebook
Twitter
Google

ความเห็น

สวัสดีคะท่านอัยการชาวเกาะ

ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ blogger สุดคะนึง

อ่านได้ง่ายและเขาใจนะคะ

สวัสดีค่ะท่านอัยการชาวเกาะ

  • แต่ทำไมรติรสจึงมาเรียนชั้นเดียวกับน้องก็ไม่รู้แฮะ.....
  • ขอเดาว่า  ขมเรียนเก่งอาจได้รับการเลื่อนชั้นไปปีหนึ่งก็ได้ เพราะยุคก่อนประมาณสัก 40 กว่าปีมีการเลื่อนชั้นสำหรับเด็กระดับประถมด้วยค่ะ ใครเรียนเก่ง เรียนดี อาจได้เรียนข้ามชั้นไปหนึ่งชั้นก็ได้ค่ะ
  • ดีจังค่ะ ที่นำละครมาเชื่อมโยงให้ความรู้ด้านกฎหมายที่ไม่ค่อยมีคนอยากอ่านตรง ๆค่ะ

ขอบคุณสำหรับบันทึกดี ๆเช่นนี้ค่ะ

ขอบคุณน้องประกายครับที่มาร่วมแสดงความยินดีและติดตามผลงานครับ

สวัสดีครับคุณเมียวดี

ขอบคุณที่เข้ามาทักทายครับ ดงผู้ดีจบไปแล้วอยากอ่านเรื่องอะไรเป็นพิเศษไหมครับ ที่นี่ขอได้ครับ อิอิ

สวัสดีครับท่านอัยการมาเรียนกฎหมาย"ดูละคร" ย้อนมาดูกฎหมายครับ

สวัสดีค่ะ คุณอัยการชาวเกาะ

ขอบคุณ ที่ให้ความรู้ทางด้านกฎหมายค่ะ

ติดตามอ่านบทความของท่านค่ะ

โชคดีค่ะ

  • ท่านทักผมผิดแล้ว
  • ผมอ่านเป็นอย่างนี้ "อิสลามถือพวงมาลัยแล้วกุ้ม"..ฮา
  • วิธีแก้ปัญหาภาคใต้เสนอกันมามาก แต่ไม่เคยแก้ได้
  • แต่ผมก็เสนอเหมือนกัน คือเสนอให้ศึกษาประวัติศาสตร์ข้อเท็จจริง
  • มันมีความไม่เข้าใจกันทุกฝ่าย ทั้งคนแก้และคนถูกแก้ครับ
  • อวสารแล้วนี่ครับ ดงผูดี แต่จะมีสักกี่คนที่ดูแล้วคิดได้อย่างท่าน
  • แต่ที่ยังไม่อวสารคือดงผู้ร้าย??????????????????
  • สวัสดีค่ะ

    • มาอ่านหลายรอบเหมือนเดิมค่ะ
    • และกลับออกไปด้วยโจทย์ใหญ่
    • กำลังมองและเรียบเรียงเรื่องราว..เอาแค่โรงเรียนวิทยสัมพันธฺค่ะ
    • ทำความเข้าใจกับเรื่อง Digital Divide กับ Knowledge Divide แล้ว ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า แล้วมันเป็นหน้าที่ใครที่จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเหล่านี้ล่ะ ผมพยายามตอบว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาล เป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ

    ได้ดู "ดงผู้ดี" ตอนจบ  ไม่ได้ดูมาตั้งแต่ต้น  แต่ก็ประทับใจที่จบแบบมีความสุข 

    กลไกลที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้  อยู่ที่ผู้แสวงหาความรู้ด้วยมั๊งค่ะ  แม้จะมีเครื่องมือ เช่น อินเตอร์เนท  เด็ก / เยาวชน เขาไม่สนใจที่จะเรียนรู้และศึกษาสิ่งที่มีสาระ  เขาไปสนใจอะไรก็ไม่รู้  จะโทษใครดีค่ะนี่  ครู  ผู้ปกครอง  สังคมรอบข้าง  หรือตัวเด็กเอง...

     

    สวัสดีค่ะ ท่าน

    • มารับรู้อีกหนึ่งมุมมอง"ดงผู้ดี"
    • ได้รับข้อคิดมาบ้าง และเสนอผ่านเว็บของสหวิชา ค่ะ
    • หลายมุมมองเพื่อหาช่องว่างประสานความเหลื่อมล้ำนะคะ
    • ด้วยความเคารพ

    สวัสดีครับท่านวอญ่า

    ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม

    ว่างๆเมล์ไปคุยกันเรื่องเข้าลานไม่ได้หน่อยนะครับ

    สวัสดีครับครูจิ๋ว ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะครับ

    มีโอกาสไปปัตตานีจะแวะไปเยี่ยมถึงที่เลยครับ เพราะผมคงต้องลงพื้นที่ไปทำ peace talk ครับ

    แฮ่ะๆ ท่านเบดูอิน ผมล้อเล่นกับท่านได้ ถ้าไปล้อกับคนอื่นเดี๋ยวดีไม่ดีหาว่าผมไปดูถูกเขาแล้วก็ยุ่งอีก

    ปัญหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เป็นหนึ่งในปัญหานั้นและเป็นปัญหาหลัก การแก้ปัญหาที่ถูกปลูกฝังกันมายาวนานเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง ปัญหาการตีความทางศาสนาที่สอนแบบให้เกิดผลตามที่ต้องการมิใช่สอนตามหลักศาสนาที่แท้จริงและมันฝังมาเป็นเวลานานก็แก้ลำบากยากยิ่ง

    ผมเคยนำเสนอให้ใจเย็นๆในการแก้ปัญหา ค่อยทำค่อยไปจะให้เห็นผลในทันตานั้นไม่มีทาง และการแก้ไขต้องแก้ไขในเชิงป้องกันด้วยโดยเฉพาะกับเด็กเล็กเพราะมิฉะนั้นวงจรใหม่ก็จะเกิดขึ้นอีก ๑๕-๒๐ ปีข้างหน้าอีก

    เหนื่อยเหมือนกันนะบังนะ...

    สวัสดีครับครูคิม

    สิ่งที่ครูคิมทำให้กับเด็กเป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญที่สุด ครูคิมเป็นคนหนึ่งที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในทางสังคม การเรียนรู้ การสื่อสาร และด้านคอมพิวเตอร์

    ครูคิมเหมาะสมที่จะเป็นครูมืออาชีพ เพราะเป็นครูด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู ซึ่งอย่างนี้แหละครับที่ผมเคารพ..

    สวัสดีครับคุณจินตนา

    ถ้าจะโทษ ถ้าเป็นผมผมโทษตัวผมเอง โทษในฐานะเป็นพ่อแม่ที่เป็นพรหมของลูก โทษในฐานะที่เป็นครูคนแรกของลูก แต่ไม่ใส่ใจที่จะให้ลูกได้รับโอกาสที่จะเข้าถึงความรู้ หรือเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ เพราะพ่อแม่ยุคปัจจุบันจะโทษคนอื่นก่อน แล้วลูกหลานเห็นอย่างนั้นเวลาทำอะไรผิดขึ้นมาก็จะไม่โทษตัวเองแต่จะไปโทษคนอื่น เช่น ไปติดยาเสพติด แทนที่จะโทษตัวเองที่จิตใจอ่อนแอแต่กลับไปโทษเพื่อนชวน ทั้งๆที่หากตัวเองไม่เสพก็ไม่มีปัญหา ถ้ามีปัญหากับเพื่อนที่ชวนก็ไม่เคย/ไม่รู้จักวิเคราะห์ว่าเพื่อนคนนั้นเป็นเพื่อนดีหรือเพื่อนเลว ถ้ามันโกรธที่ไม่เสพยาควรจะคบมันหรือเพื่อนอย่างนี้ อย่างนี้เป็นต้น

    ทีนี้เด็กไม่สนใจเรียนรู้ ผมก็โทษพ่อแม่อีกนั่นแหละ ถ้าพ่อแม่ทำตัวเป็นตัวอย่างของการเรียนรู้ ทำไมลูกจะไม่เรียนรู้ ผมตอบจากประสบการณ์ชีวิต พ่อชอบอ่านหนังสือ เวลาว่างก็อ่านหนังสือ ลูกของพ่อทั้งห้าคนชอบอ่านหนังสือ พอพี่สาวผมมีลูก ผมมีลูก ลูกของเราก็ต่างชอบอ่านหนังสือเพราะเห็นพ่อแม่อ่านหนังสือ ถ้าพ่อแม่คนใดเฉ่งครูว่าสอนลูกยังไงทำให้เด็กขี้เกียจ พ่อแม่คนนั้นโดนผมเฉ่งทันทีครับในฐานะประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานฯ อิอิ

    สวัสดีครับคุณครูพยอม

    ขอบคุณที่มาทักทาย จะตามไปดูครับ

    สวัสดี ครับ คุณ P

    ผมนำกระเช้าดอกไม้ มาแสดงความยินดี ครับ

    สวัสดีครับคุณแสงแห่งความดี

    ขอบพระคุณมากสำหรับกระเช้าดอกไม้ครับ

    สวัสดีค่ะ ท่านอัยการชาวเกาะ

    ตามมาอ่านดงผู้ดี

    ใช่แล้วค่ะมันเป็นการเหลื่อมล้ำกันในด้านความรู้ แล้วนอกจากนี้สถานภาพภายในบ้านที่ขมอยู่อาศัย  บางทีหนูว่าขมโดนกดขี่มากเลยนะ การะกระทำที่รังสรรค์พูดจาว่าร้ายแม่ของข่ม รังแกตบตีขม

    ดูเรื่องนี้แล้วได้แง่คิดอีกอย่างคือ เรื่องกรรม ไม่ต้องรอชาติหน้า แล้วใครทำดีก็ได้ดี

    สวัสดีครัยคุณ berger0123

    ในเรื่องดงผู้ดี ขมถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวผู้กระทำ(รังสรรค์) ทำผิดกฎหมายครับ แต่นั่นแหละ ใครทำกรรมอะไรก็รับกรรมอันนั้น ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

    ขอแสดงความยินดีกับรางวัลสุดคะนึงด้วยค่ะท่าน.

    ขอให้ท่านมีความสุข

    สวัสดีครับ MSU-KM :panatung~natadee

    ขอบคุณที่มาร่วมแสดงความยินดีครับ

    ท่านนี่เข้าใจบูรณาการจริงๆ ผมดูด้วยความจำเป็นในตอนจบพอดีครับ

    สวัสดีค่ะท่านอัยการชาวเกาะ

    ดงผู้ดีจบส่ะแล้วค่ะ

    คุณบุหงาโดนมีดเสียบคอเลย

    ท่านอัยการชาวเกาะได้ดูมั้ยค่ะ

    โดนัทแสดงดีมาก ๆ เลยค่ะ

    แฮ่ะๆ ท่านเบดูอิน

    เขาเรียกว่ามั่วนิ่มมั๊ง...อิอิ

    น้องกอก้านครับ

    ผมไม่ได้ดูตอนมีดเสียบคอ เพราะมัวแต่สลับช่องดูโน่นดูนี่ เปิดอีกทีนั่งรถเข็นเสียแล้ว อิอิ น้องโดนัทแสดงได้เก่งมาก เรื่องนี้ทายล่วงหน้าว่าจะต้องได้รับรางวัลนักแสดงสมทบยอดเยี่ยมครับ

    ดงผู้ดี เป็นหนังอิจฉาริษยา และผู้ที่ถูกกลั่นแกล้ง ต้องเป็นนางเอก บอกเลยไม่ชอบนางเอกอ่อนแอ ชอบนางเอกที่เก่งๆ เรื่องสะไภ้ไกลปืนเที่ยง ต้องเก่งอย่างนี้  แต่ก็ติดตามดงผู้ดี ตอนเริ่มต้น  ตอนกลางๆ แล้วตอนอวสาน ไม่ดูตลอด ไม่ชอบเรื่อง  ที่ดู ดูความสามารถของนักแสดง ถ้าเขาแสดงให้เราเกลียดชัง หรือชื่นชมได้ ถือว่าเขามีความสามารถ ตีบทแตกได้ บุหงา  รังสรร เล่นดีหลายคน

    พอดีกับมาอ่านบทความเสริมของท่านถึงได้เข้าใจละเอียด เรื่องนี้อยู่ที่ความเหลื่อมลำ ระหว่างชาติตระกูล  ระหว่างความรัก ท่านคิดว่า 2 เหลื่อมลำนี้ ทุกวันนี้ยังมีอีกอยู่หรือเปล่า ที่ลูกเลี้ยงยังโดนกดขี่อยู่

    สำหรับความเหลื่อมลำสมัยใหม่นี้ ก็เห็นด้วย ที่เหลื่อมลำกันทางการศึกษา มีเครื่องคอม แต่ปราศจากผู้รู้คุณค่า ในการสืบหาความรู้ เอาไปเล่นเกมส์หมด ที่โรงเรียนพอได้ประโยชน์เพราะอยู่ในสายตาครู แต่ที่ อบต.ให้ใช้ได้  แต่ใครจะมาเสียเวลาสอน

    คิดว่า น่าจะมีคนมาสอนการเรียน หรือการค้นคว้า หรือว่าเด้กเก่งแล้ว จากที่โรงเรียนเลยไม่ใส่ใจ  มีความคิดว่า วันเสาร์วันอาทิตย์ น่าจะเปิดห้องคอม ของโรงเรียน ให้เด็กมาเรียนพิเศษที่ห้องคอม โดยครูเปลี่ยนเวรกันมาเฝ้า แนะแนะนำ ไม่ใช่มาเฝ้าให้เด็กเล่นเกมส์นะ

    ยังสนใจกฎหมายอยู่ จะเข้ามาอ่านประจำนะคะ ได้ประโยชน์หลากหลายเลยในบทนี้คะ เรียนจบแล้ว ว่างแล้วคะ

    ลองเปลี่ยนตัวหนังสือจากตัวเล็กเป็นตัวใหญ่  เพราะเขียนเมนท์ยาวไป คน อ่านจะตาลาย เลยมีบทความเหมือนกัน  เผื่อคนที่อายุมากแล้วจะอ่านได้สะดวก แต่สำหรับท่านตัวหนังสือได้ระยะอ่านง่ายดีมากแล้ว  สำหรับ   คน  สว.(สูงวัย)  ไม่มีปัญหาในการอ่าน  แต่ตอนเมนท์ ตัวหนังสือเล็กมาก เลยฝึกทำใหญ่แบบนี้ดู ใช้ได้คะ

    ดงผู้ดี เป็นหนังอิจฉาริษยา และผู้ที่ถูกกลั่นแกล้ง ต้องเป็นนางเอก บอกเลยไม่ชอบนางเอกอ่อนแอ ชอบนางเอกที่เก่งๆ เรื่องสะไภ้ไกลปืนเที่ยง ต้องเก่งอย่างนี้  แต่ก็ติดตามดงผู้ดี ตอนเริ่มต้น  ตอนกลางๆ แล้วตอนอวสาน ไม่ดูตลอด ไม่ชอบเรื่อง  ที่ดู ดูความสามารถของนักแสดง ถ้าเขาแสดงให้เราเกลียดชัง หรือชื่นชมได้ ถือว่าเขามีความสามารถ ตีบทแตกได้ บุหงา  รังสรร เล่นดีหลายคน

    พอดีกับมาอ่านบทความเสริมของท่านถึงได้เข้าใจละเอียด เรื่องนี้อยู่ที่ความเหลื่อมลำ ระหว่างชาติตระกูล  ระหว่างความรัก ท่านคิดว่า 2 เหลื่อมลำนี้ ทุกวันนี้ยังมีอีกอยู่หรือเปล่า ที่ลูกเลี้ยงยังโดนกดขี่อยู่

    สำหรับความเหลื่อมลำสมัยใหม่นี้ ก็เห็นด้วย ที่เหลื่อมลำกันทางการศึกษา มีเครื่องคอม แต่ปราศจากผู้รู้คุณค่า ในการสืบหาความรู้ เอาไปเล่นเกมส์หมด ที่โรงเรียนพอได้ประโยชน์เพราะอยู่ในสายตาครู แต่ที่ อบต.ให้ใช้ได้  แต่ใครจะมาเสียเวลาสอน

    คิดว่า น่าจะมีคนมาสอนการเรียน หรือการค้นคว้า หรือว่าเด้กเก่งแล้ว จากที่โรงเรียนเลยไม่ใส่ใจ  มีความคิดว่า วันเสาร์วันอาทิตย์ น่าจะเปิดห้องคอม ของโรงเรียน ให้เด็กมาเรียนพิเศษที่ห้องคอม โดยครูเปลี่ยนเวรกันมาเฝ้า แนะแนะนำ ไม่ใช่มาเฝ้าให้เด็กเล่นเกมส์นะ

    ยังสนใจกฎหมายอยู่ จะเข้ามาอ่านประจำนะคะ ได้ประโยชน์หลากหลายเลยในบทนี้คะ เรียนจบแล้ว ว่างแล้วคะ

    สวัสดีครับคุณสุ

    ว่ากันตรงๆผมก็เบื่อละครประเภทนางเอกถูกกระทำแล้วไม่สามารถต่อสู้ได้ พระเอกก็ซื่อบื้อไม่รู้จักวิเคราะห์ด้วยเหตุผล ต่างคนต่างหูเบา แต่ทำไงได้ละครพวกนี้ชาวบ้านชอบดู จะเอาความรู้ทางกฎหมายไปสู่ชาวบ้านก็ต้องทำตัวให้เข้ากับเขา ถึงจะคุยกันรู้เรื่อง อย่างผมจะไปอธิบายความผิดเกี่ยวกับการกระทำความรุนแรงในครอบครัว ถ้าผมเริ่มด้วยมาตรา ๑,๒,๓ ผมว่าชาวบ้านเขาไม่ฟังผมหรอก แต่ถ้าหยิบเอาละครขึ้นมาตอนหนึ่งแล้วอธิบายข้อกฎหมาย ผมเชื่อว่าเขาฟังผมนะ...วิธีการนี้เป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้ทางหนึ่งเท่านั้นเองครับ

    เรื่องจริงในสังคมเรื่องลูกเลี้ยงแม่เลี้ยงยังคงมีอยู่แน่นอน

    เรื่องการให้เด็กมาใช้คอมที่ อบต.หรือที่โรงเรียนน่าจะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ น่าจะให้ทางโรงเรียนคุยกับกรรมการสถานศึกษา หรือ มีการพูดคุยกับ อบต.ในการจัดคนมาดูแลให้เด็กใช้คอมพิวเตอร์ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยากครับ

    ขอบคุณที่ยังติดตามครับ

    สวัสดีครับท่านอัยการชาวเกาะที่เคารพ

    จากที่ท่านดูแล้วคิด คิดแล้วสร้างสรรค์เป็นงานเขียน

    เป็นบทเรียนให้ได้เรียนรู้เรื่องกฏหมาย อ่านสบายและสนุกกับกฏหมายละคร

    ทุกคนเห็นเป็นแบบอย่างน่าชื่นชมและยกย่องยิ่งนัก

    แต่ความเหลื่อมล้ำนั้นยากจะแก้ไข

    แต่ก็ต้องช่วยกันลดความห่างของความเหลื่อมล้ำ

    ตามที่ท่านกล่าวว่าเป็นหน้าที่ใครบ้างนั้นกระผมก็เห็นด้วยครับ(ทุกคน..ใช่หรือเปล่าครับ)

    แต่กระผมก็คิดว่าคงต้องลงไปถึงการวางแผนพัฒนาประชากรของประเทศที่ต้องเตรียมความพร้อมทุกๆด้านควบคู่กับการจัดการที่เหมาะสมก่อนที่จะปรับหรือเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะด้านการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง รวมถึงด้านอื่นๆ

    ที่ผ่านมากระผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆเร็วเกินไป จนส่งผลกระทบมากมายในปัจจุบัน เด็กชอบความสนุกมากกว่าความเข้าใจในเรื่องที่ต้องเรียนรู้ ป2-4อ่านหนังสือไม่ออกเขียนไม่คอยได้ก็มาก ชอบเล่นเกมส์ดูละครมากกว่าการอ่าน อนาคตจะเป็นอย่างไรครับ(หากมีผู้เข้าใจและละเอียดอ่อนเช่นท่านอัยการ ช่วยอธิบายเด็กคนนั้นก็โชคดี แต่ถ้าไม่มีก็ซึมซับโดยไม่รู้ตัว) กระผมคิดว่าต้องกล้ายอมรับความจริงเพื่อการพัฒนาที่เหมาะสมต่อไปครับ กระผมก็พยายามกระตุ้นให้เด็กคิดเป็นแก้ปัญหาเป็น ซึ่งบ่อยครั้งที่เจอเหตุการณ์ที่รู้สึกน่าเป็นห่วงมากๆครับ จะทำอย่างไรถึงจะแก้ที่ต้นเหตุ และใครบ้างที่จะเข้าใจว่าต้นเหตุที่แท้จริงคืออะไร

    ไม่ได้ดูทีวีนานแล้วครับ

    ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้
    ชื่อ:
    อีเมล:
    แปดบวกสองเท่ากับ: อ่านภาษาไทยได้ไหม?

    กรุณาคำนวนตัวเลขแล้วใส่ผลลัพธ์เป็นภาษาไทยเพื่อแสดงว่าคุณไม่ใช่สแปม

    ข้อความ:  
    เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ เขียนแบบ Markdown ได้
    แนบไฟล์:
    ชื่อไฟล์ต้องใช้ตัวอักษร a-z, A-Z, 0-9 สัญลักษณ์ขีดกลาง (-) หรือขีดล่าง (_) และห้ามเว้นวรรค
    ส่งอีเมลแจ้งด้วยเมื่อรายการนี้มีความเห็นเพิ่มเติม New!
    สำหรับเรียนรู้เรื่องคุณธรรมจริยธรรมและกฎหมายอย่างง่ายๆสนุกๆ รวมไปถึงเรื่องจิปาถะ