ตำนานผีล้านนาตอนผีย้ายสมบัติ

แสงดวงไฟสีส้มลอยพุ่งในท้องฟ้ายามค่ำคืนผู้คยบอกว่าผีย้ายสมบัติ

ราว  พ.ศ. 2505 ผู้เขียนเรียนระดับมัธยมศึกษาและได้ไปพักนอนบ้านเพื่อนอยู่บ่อยๆ  แถวใกล้สี่แยกข่วงสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน

เวลานั้นมีการสร้างถนนหมายเลข  11  กรุงเทพ-เชียงใหม่เรียกกันว่าซุบเปอร์ไฮเวย์บรรดารถขุด แทรกเตอร์ ต่างทำงานขุด ตัด ถาก ไถปรับกันอย่างขมักเขม้น  ผ่านสี่แยกข่วงสิงห์ไปทางทิสตะวันตกใกล้จะถึงเจดีย์  โบสถ์ร้างที่อยู่ในพงหญ้ารกทึบขวางหน้าแนวถนนอยู่  

ในคืนฟ้าสลัวผู้เขียนและเพื่อนต่างนั่งในสวนหลังบ้านที่มีรั้วกั้นระหว่างวัดร้าง   ค่อนคืนนั้นเองพวกเราต่างเห็นดวงไฟสีส้มสว่างจ้า พุ่งพรวดจากยอดเจดีย์ร้างถั่งไปทางทิศตะวันตกแนววัดเจ็ดยอด    พวกเราต่างตกสะหลั้งครู่หนึ่ง คนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า "  พระธาตุออกแอ่ว  "  พระธาตุเสด็จออกเที่ยวโลกหล้า  แต่ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆท่านให้ความรู้ว่า  " นั่นคือผีย้ายพระธาตุหรือย้ายสมบัติ  หากพระธาตุออกแอ่วหรือเสด็จเทียวโลกหล้า  จะมีแสงสีเขียวหรือน้ำเงินฟ้าแสงเย็น  ไม่เป็นสีส้มแสงร้อนอย่างที่เราเห็นสักครู่ "

ทำไมผีต้องย้ายสมบัติ?  พวกผีที่ว่ามาจากไหน ?

บรรดาผู้คนที่มีชีวิตอยู่มักเอาข้าวของไปทานให้วัดวา  อุทิศส่วนกุศลต่างๆไปแล้ว แต่จิตยังห่วงหาอาลัยเมื่อตายเป็นผีก็ไม่ไปผุดไปเกิดกลับไปเฝ้าศาลา โบสถ์วิหาร จิปาถะที่เคยถวายทานเมื่อยังเป็นคน   หรือบางคนเมื่อยังชีวิตโดนคำสั่งเจ้านายให้เฝ้าข้าวของที่อยู่ในวัด  หรืออาจเป็นพระ เณรเคยอยู่ในวัดแต่เกิดกิเลสนานา  ห่วงหาอาลัยแม้ตายไปแล้ววิญญาณยังกลับมาเป็นผีเฝ้าทรัพย์  ต่อมาเมื่อมีคนมาทำลาย หรือจะเอาสมบัติ  บรรดาผีที่หวงแหนสมบัติ  ไม่ปลงกิเลส ละเว้น  จึงต้องพาเอาทรัพย์สมบัติหนีไป  เกิดแสงดวงไฟสีส้ม  บางครั้งหากสมบัติมีมากจะเกิดเสียง อึ๊กๆ..เอ๊าๆ  คล้ายฝูงผึ้งบินเดือดวุ่นกันอยู่ในโพรงไม้ใหญ่

เมื่อเหตุการณ์ผ่านยามคืนถึงรุ่งแจ้งพวกเราพากันชวนผู้ใหญ่ท่านหนึ่งฝ่าป่ารกหญ้าสูงเข้าไปที่เจดีย์ร้าง เห็นเพียงแต่ร่องรอยการลักลอบใต้ฐานเจดีย์คงผ่านมาแล้วราวร้อยปีกระมัง  ขณะที่กำลังมองดูกันอยู่นั้นเสียงรถไถ รถขุด   ปรับถากที่ดังกระหึ่มเข้ามาใกล้ทุกขณะ  จึงต้องรีบกันออกมาอยู่ในบ้าน  พากันมองรถกำลังทำงานปรับที่ตัดทางทำถนนตัดเจดีย์ โบสถ์ร้าง   สู่ทิศตะวันตกตัดแนวไปยังวัดเจ็ดยอด  กลายเป็นถนนซุบเปอร์ไฮเวย์ถึงสี่แยกรินคำรองรับการจราจรให้พวกเราได้สัญจรอย่างสะดวกแดในปัจจุบัน

สิ่งที่ค้างคาใจมีคำถามว่า ผีย้ายสมบัติไปฝังที่ใด  มันงึ้ดสงสัยแท้...เรื่องผีย้ายสมบัติก็จบลงเพียงเท่านี้  เต้าอี้ก่อนแล...ลุงหนานขอลาไปก่อนแล

· เลขที่บันทึก: 193986
· สร้าง: 13 กรกฎาคม 2551 21:22 · แก้ไข: 09 พฤษภาคม 2555 09:21
· อ่าน: 967 · ดอกไม้: 0 · ความเห็น: 8 · สร้าง: เกือบ 4 ปี ที่แล้ว
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
ดอกไม้
เข้าระบบ
Facebook
Twitter
Google

ความเห็น

สวัสดีค่ะลุงหนาน..ครูแอนเคยเห็นดวงไฟพระธาตุลอยไปที่พระธาตุดอยจอมแจ้งที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่..สวยมาก..เป็นดวงไฟสีน้ำเงิน เห็นแล้วรู้สึกอิ่มใจ...แต่ดวงไฟสีส้มนี่ไม่อาว!!!จริงๆ

ครับผมเห็นร่องรอยเก่าๆ ที่วัดเจ็ดยอดแล้วเสียดายศิลปะ วัฒนธรรมโบราญครับ ทำลายไปแล้วครับหลักฐานเก่าๆ เหมือนเมืองลำพูนหลายๆจุด ใครก็ได้ช่วยทีครับ

ไหว้สาทุกท่านครับ...

ดวงไฟสีน้ำเงินหรือสีฟ้าเย็นนั่นเป็นบุญท่านครับที่ได้เห็น จะทำให้เกิดปีติอิ่มเอิบบุญครับ...

แต่ดวงไฟสีส้มที่ผมเห็นมันวุ่นวายครับแม้แต่ผีต้องย้ายสมบัติเพียงเพื่อสนองกิเลสผู้คนให้สะดวกแดยัน...

วัดเจ็ดยอดคือสถานที่สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ของโลก  ราว พ.ศ. 2020  สมัยพระเจ้าติโลกราชครับ

ปัจจุบันผมตรวจสอบแล้ว มีร่องรอยฐานวิหารคงอยู่ริมถนนซุบเปอร์ไฮเวย์ครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความคิดเห็นครับ...

ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน....พรหมมา

  • คารวะคุณลุงหนานพรหมาเจ๊า
  •  บันทึกของท่าน มีประโยชน์จ๊าดนักสำหรับประวัติศาสตร์ไทย โดยเฉพาะจาวล้านนาเจ๊า
  • วันหลังจะขออนุญาต นำไปเผยแพร่ตวยเน้อเจ๊า
  • ขออวยพรฮื้อลุงหนาพรหมมามีสุขภาพแข็งแรง ม่วนอก เย็นใจ๋ตลอดไปเจ๊า

กราบสวัสดีค่ะท่านคุณลุงหนานฯ

* ชอบฟัง อ่านเรื่องน่าตื่นเต้นเช่นนี้ค่ะ :)

* มาร่วมเรียนรู้ เรื่องเมืองล้านนา ขอบคุณค่ะ

ไหว้สาคุณเอื้องแซะ/คุณPOOและคุณโก๊ะจิจัง...พร้อมกันสามคนเลยครับ...ขอพวกเราสบายดีทุกคนครับ

*ขอบคุณทุกคนครับที่มาแว่แอ่วและอ่านเรื่องล้านนา..กินผักก็ดีครับผมกินเจทุกวันพระครับ

-ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน..พรหมมา

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้
ชื่อ:
อีเมล:
ห้าบวกเก้าเท่ากับ: อ่านภาษาไทยได้ไหม?

กรุณาคำนวนตัวเลขแล้วใส่ผลลัพธ์เป็นภาษาไทยเพื่อแสดงว่าคุณไม่ใช่สแปม

ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ เขียนแบบ Markdown ได้
แนบไฟล์:
ชื่อไฟล์ต้องใช้ตัวอักษร a-z, A-Z, 0-9 สัญลักษณ์ขีดกลาง (-) หรือขีดล่าง (_) และห้ามเว้นวรรค
ส่งอีเมลแจ้งด้วยเมื่อรายการนี้มีความเห็นเพิ่มเติม New!
ชาปิ้งหินไฟเป็นผะหญาหรือภูมิปัญญาล้านนาที่อาศัยความร้อนจากไฟเผาก้อนหินให้ร้อนเพื่อให้พลังงานแร่ธาตุต่างๆในก้อนหินโดยเฉพาะธาตุดินเข้ารวมกับตัวยาสมุนไพรที่กำลังวางปิ้งบนหินที่กำลังถูกเผา ตำนานการทำชาปิ้งหินไฟ มีพระภิกษุชาวไต เดินธุดงค์มาจากรัฐฉานของพม่า ขณะที่ผ่านป่าเขา ท่านได้เผาก้อนหินในป่าแล้วนำเอาสมุนไพรที่มีอยู่ตามป่ามาทาบหรือปิ้งบนก้อนหินร้อนเพื่อให้พลังงานธาตุดินจากก้อนหินระเหิดรวมกับตัวยาสมุนไพร หลังจากนี้จึงนำสมุนไพรที่ปิ้งมาต้มเพื่อดื่มน้ำ จะได้ประโยชน์จากพลังงานธาตุดินและตัวยาสมุนไพรบำรุงร่างกาย ทำให้เสริมพลังธาตุดินในร่างกาย แก้อาการปวดเมื่อยร่างกายเนื่องมาจากการขาดธาตุดินเพราะผู้คนปัจจุบันไม่ได้เหยียบดินโดยตรงทำให้ร่างกายขาดธาตุดินมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แข้งขาอ่อนล้า แขนมือขาดกำลังเคลื่อนไหวในการทำงาน สร้างปัญหาในการดำรงชีวิตแก่ผู้คนปัจจุบันจำนวนมาก ตามตำนานดังกล่าว หนานพรหมมา ผู้ใฝ่หา ค้นคว้าความรู้ผะหญาภูมิปัญญาล้านนาจึงได้นำความรุ้ที่ได้ไปศึกษาจากพ่อครูซึ่งเป้นพระธุดงค์ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ทำชาปิ้งหินไฟเพื่อให้ผู้คนที่ไปอบสมุนไพรได้ดื่มก่อนเข้าอบสมุนไพรที่สวนชาปิ้งหินไฟ เลขที่ 82 หมู่6 (บ้านป่ารวก) ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เหนือหัวสะพานข้ามแม่น้ำปิง ถนนหน้าศาลากลาง(ศูนย์ราชการ)จังหวัดเชียงใหม่ราว 300เมตร โทร.053-122636/มือถือ 089-2613158หรือ089-5536521 ชาปิ้งหินไฟ เราได้จดลิขสิทธิ์เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2550 ไว้แล้วทั้งนี้เพื่อกันมิให้ผู้ที่จะนำผะหญาล้านนาไปหากินโดยไม่ถูกต้องตามตำรา การอบสมุนไพร หนานพรหมมาได้ค้นคว้าหาความรู้จากปั๊บสาหรือสมุดหนังสาของผู้คนล้านนาสมัยโบราณที่บันทึกด้วยตัวอักษรล้านนา ตำราดังกล่าวนำมาเป็นยาสมุนไพรใช้อบแก้โรคลมผิดเดือน(โรคอยู่ไฟไม่ได้ของผู้หญิง) โรคลมบ่ะเฮงคุดซึ่งเจ็บปวดหู ปวดตา และโรคที่เกี่ยวกับผิวหนังทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นโรคงูสวัดที่เกิดจากไวรัส กลาก เกลื้อน โรคผิวหนังทุกอย่างสามารถรักษาโดยการอบสมุนไพรแบบล้านนาแบบโบราณ นอกจากนี้ยังมีสวนชาปิ้งหินไฟ เนื้อที่ราว 2ไร่ปลูกสมุนไพรที่หายากเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ผู้คน นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจไปเรียนรู้เกี่ยวกับผะหญา ภูมิปัญญาล้านนาได้ทุกเมื่อ เกี่ยวกับศิลปล้านนา เรามีการสอนฟ้อนดาบ ตบมะผาบ รำเจิงแบบล้านนาให้แก่เยาวชน เราได้รว่มกันรวมกลุ่มเพื่อรักษาผะหญาภูมิปัญญาล้านนาชื่อกลุ่มว่า"กลุ่มอนุรักษ์ผะหญาภูมิปัญญาล้านนา"