Sham ba la ชัมบาลา : เส้นทางแห่งการการฝึกตน

“There are times to cultivate and create, when you nurture your world and give birth to new ideas and ventures. There are times of flourishing and abundance, when life feels in full bloom, energized and expanding. And there are times of fruition, when things come to an end. They have reached their climax and must be harvested before they begin to fade. And finally of course, there are times that are cold, and cutting and empty, times when the spring of new beginnings seems like a distant dream. Those rhythms in life are natural events. They weave into one another as day follows night, bringing, not messages of hope and fear, but messages of how things are.” --- chogyam Trungpa

ชัมบาลา : หนทางของนักรบ

 

 

ความกล้า  เป็นอาวุธสำคัญที่สุดของนักรบ  ในหนทางของนักรบชัมบาลา ความกล้า นี้ไม่ได้หมายถึงความอหังการที่จะไปตีหัวใคร หากแต่เป็น ความกล้า ที่จะสัมผัสหัวใจตนเองอย่างสัตย์ซื่อ..ในระหว่างการเดินทางของนักรบนั้น พุทธรรม คงอยู่เคียงข้างและเป็นที่พึ่ง ส่วนสำภาระอย่างอื่น เช่น ความคิดฟุ้งซ่าน  ความกังวล เป็นสิ่งที่ควรพิจรณาคัดออก

การเผชิญหน้ากับความจริงอย่างมี สติ บนพื้นฐานของการเรียนรู้จากประสบการณ์อันสดใหม่ของแต่ละคนจะสามารถนำมาช่วยเยียวยาในสถานการณ์ต่างๆ ด้วยท่วงทำนองในแบบที่ตนเองเป็น ได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความทะเยอทะยานที่จะไปสู่จุดสำเร็จ  จนเป็นอันลืมหลายรายละเอียดที่งดงามและน่าศึกษา

บนหนทางนี้  ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า จุดหมาย แต่อาจบอกได้ว่า เป้าหมายคือการเดินทาง หรือ การเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด หนทางแห่งการเรียนรู้ยังคงอยู่กับเราในทุกขณะ ตราบวันสุดท้ายของชีวิต เพียงแต่ ช้า กับมันสักหน่อย การช้า ก็เป็นมิติหนึ่งของท้วงท่าแห่ง ความอ่อนโยนซึ่งอาจนำพาสู่ ภาพความงามของสิ่งที่เป็นรายละเอียดเล็กน้อยได้  อาจจะเป็น พระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า  หยดน้ำค้าง  การล้างจาน รับประทานอาหาร ๆลๆ    มีประสปการณหนึ่งของฉัน ในขณะที่ทานขนมตะโก้อย่างช้าๆ ก็เกิดบทสนทนาเล็กๆภายในใจ ราวกับขนมนั้นมีชีวิตและคุณค่าพิเศษ  ฉันได้มองเห็นเส้นทางกว่าจะมาเป็นตะโก้นี้ว่า  กว่าจะเป็นต้นมะพร้าว  กว่าคนจะเก็บมะพร้าว กว่ามะพร้าวจะถูกขูด  ไหนจะคั้น และ อีกมาก  สรุปแล้วตะโก้ชิ้นนี้มีความหมายกว่าอันอื่นๆ มันทำให้เกิดสำนึกถึงคุณค่าอะไรหลายอย่าง..

ภาวะความเป็นธรรมชาติของจิตใจ ( natural state ) ได้หยิบยื่นความท้าทายให้กับฉันในขณะที่เข้าร่วมการภาวนา และจุดประกายให้เกิดการเปิดพื้นที่ ที่เปี่ยมด้วยความผ่อนคลายและอ่อนโยน ราวกับว่ายไปในมหาสมุทรแห่งการตื่นรู้ ภาวะการตื่นจากการหลับไหลของจิตจะนำไปซึ่ง ความผ่อนคลายต่อสภาวะความเป็นจริง เพราะในชีวิตประจำวันทั่วไปต้องเจอกับสิ่งต่างๆทั้งที่เราเลือกแล้วและยังไม่ได้เลือก และโดยปรกติคนเรามักจะหลบหลีกสภาวะอันไม่พึงประสงค์ แต่การเชื้อเชิญสิ่งนั้นอย่างเป็นมิตรและลอง อยู่ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งนั้น ถือได้ว่าเป็นบททดสอบที่ท้าทายอีกบทหนึ่ง

หัวใจอันเปราะบาง ตามธรรมชาติ  ให้แง่คิดของความจริง อันไม่เที่ยงเหมือนลำธารที่ไหลรินแต่ยังคงความมีชีวิตและความสวยงามไว้อย่างที่มันเป็น หากใจตั้งมั่นว่าจะเป็นนักรบที่ดีแล้ว ต้องมีหัวใจที่ไม่ขัดขืนหรือเขินอาย ไม่กลัวที่จะเผยความจริงในใจ และยอม ให้สิ่งต่างๆมาสะกิดหัวใจ ให้ได้ เรียนรู้  แบ่งปัน  และเต้นรำไปกับชีวิตไปอย่างตระหนักรู้...

· เลขที่บันทึก: 187112
· สร้าง: 09 มิถุนายน 2551 16:50 · แก้ไข: 09 เมษายน 2555 20:05
· อ่าน: 622 · ดอกไม้: 0 · ความเห็น: 3 · สร้าง: เกือบ 4 ปี ที่แล้ว
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
ดอกไม้
เข้าระบบ
Facebook
Twitter
Google

ความเห็น

สวัสดีค่ะ

ดิฉันอ่านบล็อกนี้แล้ว ก็เลยคิดถึงบล็อกของคุณ Kati เพราะงานเขียนออกแนวคลายๆ กัน

ดิฉันอยากจะแนะนำให้ลองเข้าไปอ่านที่บล็อก สู่ฝันอันยิ่งใหญ่  คะ

ลองดูนะคะ

  • ชื่อน่ารักนะคะ กลิ่นฟาง
  • งานเขียนภาษาสละสลวยดีมากค่ะ
ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้
ชื่อ:
อีเมล:
ห้าบวกหกเท่ากับ: อ่านภาษาไทยได้ไหม?

กรุณาคำนวนตัวเลขแล้วใส่ผลลัพธ์เป็นภาษาไทยเพื่อแสดงว่าคุณไม่ใช่สแปม

ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ เขียนแบบ Markdown ได้
แนบไฟล์:
ชื่อไฟล์ต้องใช้ตัวอักษร a-z, A-Z, 0-9 สัญลักษณ์ขีดกลาง (-) หรือขีดล่าง (_) และห้ามเว้นวรรค
ส่งอีเมลแจ้งด้วยเมื่อรายการนี้มีความเห็นเพิ่มเติม New!
ลมโชย....พัดเอากลิ่นจากดิน...มากระทบฟาง.. ได้กลิ่นละมุนอ่อนๆ ช่วงนี้ข้าพเจ้าเองไม่ได้ไปไหน..เพียงแต่นอนอยู่บ้านจินตนาการ ถึงเมื่อเอนหลังลงฟางตอนอยู่บนดอย.... เมื่อคิดถึงช่วงเวลานั้น..นอกจากจะได้พักผ่อนกายใจที่เมื้อยล้า จากความสับสนในเมือง... แถมยังได้เห็นลีลาการเก็บผักพื้นบ้านของชาวปะกากะยออีกด้วย ฟางมีกลิ่นหอม..นิดๆ ไว้เป็นที่พิงหลังทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น ตอนพลบค่ำหากจะหาโอกาสที่จะทำอย่างอื่นที่ดีกว่าการดูละครน้ำเน่าหละก็...ข้าพเจ้าเลือกจะไปเอนหลังนับดาวข้างนอกจะดีกว่า..