หากไร้ซึ่งผลประโยชน์และการเมือง ระหว่างเราคงเหลือแค่เพียงมิตรภาพ

ทักกกษิณ.. ติดดดคุก.. สมัคคคร.. ออกกกไป.. ขณะนี้เวลาสิบแปดนาฬิกา ขอเชิญพี่น้องพันธมิตรที่อยู่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ร่วมใจกันยืนตรงเคารพธงชาติครับ.... เถลิงประเทศชาติไทย ทวีมีชัย ชโย ... ตึ๊ดๆๆๆๆๆ

- - - - -

ณ ช่วงปลายแห่งยุคสมัยมังกรหยก แม้จะเป็นยุคถดถอยของพลังฝีมือแล้ว แต่ยุทธภพก็ยังคงแบ่งแยกผู้คนออกเป็นฝ่ายธรรมะและอธรรม ต่างฝ่ายต่างห้ำหั่นเข่นฆ่าล้างแค้นกันร้อยกว่าปีไม่มีสิ้นสุด

ฝ่ายอธรรมเกิดการเปลี่ยนแปลงอำนาจการปกครองภายใน ยิ่มอั้วเกี้ย ก่าจู้ (ประมุข) นิกายสุริยันจันทรา บุรุษแห่งผาไม้ดำ ผู้สำเร็จยอดวิชามหาเวทย์ดูดดาว (ถนัดการดูด ดูดพลัง ดูดคนเข้าพรรค ดูดคะแนนเสียง ดูดสมบัติชาติ ฯลฯ) ซึ่งมีศักดิ์ศรีเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน ถูกคนสนิทหักหลังกระทำรัฐประหาร (เอ๊ มายังไง) จับไปขังคุกมืดใต้ทะเลสาบไซโอ้ว ... ตังฮึงปุกป่าย ผู้สำเร็จยอดวิชาจากคัมภีร์ทานตะวัน ผู้ใต้บังคับบัญชาและคนสนิทที่กระทำการ สถาปนาตนเองขึ้นเป็นก่าจู้กุมอำนาจแทน พร้อมกับก้าวขึ้นเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งแผ่นดินไปโดยปริยาย

ฝ่ายธรรมะ นอกจากสำนักใหญ่อย่างเสียวลิ้มและบู๊ตึ้งแล้ว ยังมีห้าสำนักพันธมิตรกระบี่ ที่การเมืองภายในเริ่มคุกรุ่น โดยเจ้าสำนักกระบี่ซงซัว จ้อแนเซี้ยง วางแผนจะรวบห้าสำนักเป็นหนึ่ง แล้วสถาปนาตนเองขึ้นเป็นเจ้าสำนัก แต่เรื่องราวไม่ง่ายดายดังที่คิด เพราะยังมีกระบี่วิญญูชน งักปุกคุ้ง เจ้าสำนักฮั้วซัว รอคอยแย่งชิ้นปลามันอยู่เงียบๆ

ในขณะที่การเมืองทั้งสองฝ่ายกำลังร้อนแรง เล้าเจี่ยฮวง รองเจ้าสำนักกระบี่ฮ่วงซัว ซึ่งเป็นสำนักในฝ่ายธรรมะ ได้คบหาเป็นสหายกับ เค็กเอี้ย ผู้อาวุโสคุมกฎนิกายสุริยันจันทราที่เป็นฝ่ายอธรรม ทั้งคู่ได้ควักหัวใจออกมาตีแผ่ให้กันและกันโดยมีดนตรีเป็นสื่อกลาง ฝ่ายหนึ่งจัดเจนการเป่าขลุ่ยไม่เป็นสองรองใคร อีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือพิณเจ็ดสาย ทั้งคู่ได้ก้าวข้ามเส้นกั้นระหว่างธรรมะและอธรรม ร่วมมือกันค้นคว้าดนตรีการ ในที่สุดได้ประพันธ์บทเพลง "ยิ้มเย้ยยุทธจักร" ขึ้นมาเพลงหนึ่ง

เล้าเจี่ยฮวงเห็นว่าในภายภาคหน้าทั้งสองฝ่ายต้องเกิดการปะทะกัน เขาไม่อาจหักใจร่วมมือกับพี่น้องร่วมสหพันธ์เข่นฆ่าสหายผู้รู้ใจได้ จึงคิดถอนตัวออกจากยุทธจักร ไม่ถามไถ่บุญคุณความแค้นอีกต่อไป

แต่ไหนเลยเรื่องราวจะง่ายดาย ในงานพิธีล้างมือในอ่างทองคำ เล้าเจี่ยฮวงถูกขัดขวางโดยคนของสำนักซงซัว จ้อแนเซี้ยงคาดคิดว่าพรรคมารคงส่งเค็กเอี้ยมาเป็นไส้ศึก การที่มาคบหากับเล้าเจี่ยฮวงต้องมีจุดประสงค์ร้ายเป็นแน่ ดังนั้นหากปล่อยให้เล้าเจี่ยฮวงถอนตัว อาจจะส่งผลเสียต่อห้าสำนักกระบี่และฝ่ายธรรมะ

งักปุกคุ้ง กล่าวเตือนสติเล้าเจี่ยฮวงว่า

"ท่านคำนึงถึงคุณธรรมน้ำมิตร ความจริงเป็นสิ่งที่เลื่อมใสของผู้คน แต่ออกจะไม่เแบ่งแยกธรรมะอธรรม ท่านเพียงเพราะบรรเลงเพลงพิณขลุ่ย ก็มอบชีวิตคนทั้งครอบครัวแก่มัน ออกจะเข้าใจคำ "คุณธรรม" ผิดไปแล้ว"

เล้าเจี่ยฮวง ตอบว่า

"ท่านไม่ชมชอบดนตรีการ ย่อมไม่เข้าใจเจตนาผู้น้อง ถ้อยร้อยอักษรสามารถปรุงแต่ง แต่สำเนียงพิณขลุ่ยเป็นสื่อทางใจ ไม่มีวันปลอมแปลงได้ เค็กตั่วกอแม้เป็นสาวกนิกายอสูร แต่น้ำใจกระจ่างจ้าดั่งจันทร์เพ็ญ"

ผู้คนเสนอให้เล้าเจี่ยฮวงฆ่าเค็กเอี้ยในดาบเดียว แน่นอนว่าเขาย่อมยืนกรานปฏิเสธ และนั่นเป็นผลให้ชีวิตคนในครอบครัว ชีวิตตัวเอง และชีวิตเค็กเอี้ยพบพานจุดจบ

ก่อนที่ลมหายใจจะขาดห้วง แว่วสำเนียงพิณขลุ่ยบรรเลงเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักรก็ดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างมิตรภาพของคนทั้งสอง ประหนึ่งคำเย้ยหยันแด่พวกคร่ำครึที่คิดว่าในโลกนี้มีแค่ของคู่ ถ้าไม่ขาวก็ต้องดำ ไม่ผิดก็ต้องถูก ไม่ธรรมะก็อธรรม ไม่พันธมิตรก็ทักษิณ

ทั้งคู่โชคดีนัก ก่อนตายยังมีมิตรภาพแท้และเสียงดนตรีขับกล่อม ผิดกับเหล่านักการเมืองทั้งหลาย ตังฮึงปุกป่าย ยิ่มอั้วเกี้ย งักปุกคุ้ง จ้อแนเซี้ยง ฯลฯ ล้วนมีจุดจบที่ไม่ต่างกัน นั่นคือตายอยู่ภายใต้อำนาจที่ครอบงำ ไม่มีแม้เสียงดนตรีหรือมิตรภาพคอยปลอบปะโลม

- - - - -

ส่วนหนึ่งของคำตาม จากหนังสือกระบี่เย้ยยุทธจักร เล่ม 4 หน้า 520

ประวัติศาสตร์ทางการเมืองส่วนใหญ่เป็นคนเลวครองอำนาจ ดังนั้นมีคนคิดอุบัติขึ้นแทนที่ มีบ้างคิดกระทำการเปลี่ยนแปลง แต่มีผู้คนอีกประเภทไม่ฝากความหวัง ต้องการเปลี่ยนแปลง และไม่ต้องการสุมหัวรวมกับผู้ครองอำนาจ ทางเลือกของพวกเขาคือถอนตัวจากวังวนแห่งการแก่งแย่งช่วงชิง ครองตัวอยู่อย่างสงบ ดังนั้นจึงก่อเกิดฝ่ายครองอำนาจ ฝ่ายกบฏ ฝ่ายเปลี่ยนแปลงและสันโดษขึ้น

คนมีชีวิตในโลกไม่สามารถมีอิสระสมบูรณ์พร้อม คิดหวังปลดเปลื้องทุกสิ่ง ได้คิดโดยปรุโปร่ง มิใช่วิสัยของบุคคลธรรมดา ผู้คนที่กระตือรือร้นต่อการเมืองและมัวเมาในอำนาจ ถูกความทะเยอทะยานผลักดันให้กระทำเรื่องราวที่ผิดมโนธรรมประจำใจ แท้ที่จริงเป็นบุคคลที่น่าเวทนา

"คนอยู่ในยุทธจักร ไม่เป็นตัวของตัวเอง" คิดถอนตัวเร้นกายมิใช่เรื่องง่ายดาย เล้าเจี่ยฮวงแสวงหาอิสระแห่งศิลปะ ยึดมั่นในมิตรจิตมิตรใจ คิดล้างมือในอ่างทองยังมิอาจทำได้ ทั้งนี้เพราะไม่เป็นที่ยอมรับของการแก่งแย่งชิงอำนาจทางการเมือง

บทความน่าอ่าน : ไม้ขีดไฟในมือคุณ

· เลขที่บันทึก: 186710
· สร้าง: 07 มิถุนายน 2551 15:54 · แก้ไข: 12 กุมภาพันธ์ 2555 00:26
· อ่าน: 769 · ดอกไม้: 0 · ความเห็น: 4 · สร้าง: เกือบ 4 ปี ที่แล้ว
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
ดอกไม้
เข้าระบบ
Facebook
Twitter
Google

ความเห็น

โห .. แฟนพันธุ์แท้กำลังภายในตัวจริงเลยนะเนี๊ยะ... ขอบคุณครับผม

นับถือ นับถือ

นี่เป็นเพียงเพราะต่างฝ่ายต่างยึดว่าตนนั้นถูกต้องที่สุด ใครไม่เข้าพวก ไม่ยอมปฏิบัติตาม ถูกเรียกขานเป็นพวกโง่เขลาเบาปัญญา หรือมีผลประโยชน์เกี่ยวเนื่อง -- ไม่ว่าสีใด ต่างก็มีจุดยืนของตนเอง สีอื่นย่อมแตกต่างออกไปทั้งนั้น จึงเรียกชื่อเป็นคนละสี

ต่อให้คิดปลีกวิเวก ล้างมือในอ่างทองคำ ตัวเราไม่ยุ่ง ก็ใช่ว่าผู้อื่นจะไม่มายุ่งกับเรา นำสีมาแปดเปื้อนให้มัวหมอง ต่อให้บวชเป็นหลวงจีน ก็ยังมีสำนักของหลวงจีน มีค่าย มีฝ่าย มี "คุณธรรม" ให้รักษาปกป้อง มีดี มีเลว ให้แยกแยะ

ใครเล่าจะเป็นอิสระได้ หากจิตใจยังวนเวียนอยู่กับโลกธรรม ถูก ผิด ดี ชั่ว ชื่อเสียง เงินทอง ความสำเร็จ

{ใกล้พรรษาแล้ว}

  • จริงแท้แล้วหล่ะ ทั่นมหาบุรุษ
  • ข้าผู้น้อย ขอคารวะ จ๋องจอก อิอิ
  • มาขอคารวะกับครูปุด้วยคน...พะยะค่ะ...
  • ข้าน้อยขอคารวะท่านพี่...วิทยายุทธการเขียนนี้ยอดเยี่ยมไปเลย...สมกับที่นานๆจะมีออกมาให้อ่านกันสักที...อิอิอิ
  • น้องขอเป็นศิษย์น้องได้บ่อ...ศิษย์พี่.....อิอิ
ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้
ชื่อ:
อีเมล:
หนึ่งบวกสามเท่ากับ: อ่านภาษาไทยได้ไหม?

กรุณาคำนวนตัวเลขแล้วใส่ผลลัพธ์เป็นภาษาไทยเพื่อแสดงว่าคุณไม่ใช่สแปม

ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ เขียนแบบ Markdown ได้
แนบไฟล์:
ชื่อไฟล์ต้องใช้ตัวอักษร a-z, A-Z, 0-9 สัญลักษณ์ขีดกลาง (-) หรือขีดล่าง (_) และห้ามเว้นวรรค
ส่งอีเมลแจ้งด้วยเมื่อรายการนี้มีความเห็นเพิ่มเติม New!